อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 10 วันที่ 10 ต.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 10 วันที่ 10 ต.ค.59

แล้วนางก็เขียนจดหมายถึงคุณแม่อธิการฟ้องว่าสินีนาฎถูกมาดามปอนลีนทำร้ายร่างกายและจิตใจทั้งที่ไม่มีความผิด สินีนาฎเสียใจ เราทุกคนเสียขวัญ เราต้องการให้มีการลงโทษคนผิด เราต้องการคำขอโทษ และเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้าคนหมู่มาก การขอโทษก็ต้องกระทำต่อหน้าคนหมู่มากเช่นกัน เขียนเสร็จเอาไปส่งคุณแม่อธิการทันที

ฝ่ายปอนลีนพอได้สติก็ไปนั่งร้องไห้ในห้อง เขียนจดหมายสารภาพผิดว่า ไม่มีใครควรโดนลงโทษด้วยการถูกตบหน้า ฉันทรยศต่อความรักของพระองค์และทำให้ทุกคนผิดหวัง...

นางไม่เพียงเขียนจดหมายร้องเรียน หากยังไฮปาร์กปลุกระดมเพื่อนๆให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ พวกเรายอมไม่ได้ถ้าซิสเตอร์จะปล่อยให้เรื่องเงียบไปโดยไม่มีการทำโทษ ซิสเตอร์ฟรานซิสมาขออย่าทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ นางโต้ว่า



“ถ้าไม่มีการลงโทษ ไม่มีการขอโทษต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียน นางขอลาออกจากโรงเรียนนี้ค่ะ”

“หนูก็ขอลาออกเหมือนกันค่ะ” สายสุดาไปยืนเคียงข้างนาง ทุกคนมองอย่างไม่อยากเชื่อ สายสุดาประกาศว่าถ้าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดกับตน ตนก็คงทนอยู่ต่อไปไม่ได้เหมือนกัน สิ้นเสียงสายสุดาเพื่อนๆทุกคนลุกฮือเข้ามายืนเคียงข้างนางและสายสุดาพรึ่บ!

ขณะที่เด็กๆลุกฮือขึ้นนั้น ซิสเตอร์เทเรซ่าวิ่งเข้ามากระซิบกับออเดรย์และฟรานซิส ทั้งสองผงะตกใจ ฟรานซิสเดินอ้าวออกไปทันที ออเดรย์กับเทเรซ่าทำท่าจะตาม นางถามว่า

“มาดามคะ แล้วเรื่องของพวกเรา...”

“ฉันขอร้องล่ะอภิรดี เราเข้าใจกันดีมาตลอด ฉันขอให้พวกเธออยู่ในความสงบกันก่อน มีอีกหลายอย่างที่กำลังเกิดขึ้นโดยที่พวกเธอไม่รู้ ฉันสัญญาว่าจะพยายามทำทุกอย่างให้สินีนาฎได้รับความเป็นธรรม แต่ตอนนี้ ขอให้ทุกคนสงบและกลับเข้าห้องเรียนก่อน”

พูดจบออเดรย์เดินออกไปเลย นางถามว่าทำเป็นไม่สนใจแบบนี้ได้ยังไง นักเรียนอื่นก็พากันงง จรรยาเดินมาบอกว่า

“เอาน่า พี่ว่าเรารอฟังอีกทีดีกว่า ยังไงซิสเตอร์ออเดรย์ก็คงไม่ยอมหรอก”

นักเรียนอื่นพากันแยกย้ายไป สายสุดาเดินออกไป มีนา จอยคามเดินตามไป นางตามเรียกสายสุดา ขอบใจที่ช่วย สินีนาฎ บอกว่าถึงเวลาที่เราควรจะดีกันได้แล้ว สายสุดามองหน้าแล้วประกาศสงบศึกกันถาวร หันไปบอกสินีนาฎว่า

“ไม่ต้องคิดมากนะสิ เราจะไม่ให้เธอโดนทำร้ายฟรีๆแน่”

ooooooo

หน้าห้องซิสเตอร์ปอนลีนที่ตึกดนตรี คุณแม่อธิการ มาการิต้า เทเรซ่า ออเดรย์และฟรานซิส ออกันอยู่หน้าห้อง ร้องเรียกปอนลีนให้เปิดประตู เกลี้ยกล่อมหว่านล้อมอย่างไรประตูก็ไม่เปิด จนออเดรย์ไปเอากุญแจสำรองมาไขเข้าไป

ภายในห้อง ปอนลีนนอนหมดสติทั้งที่ใบหน้ายังเปียกน้ำตา เม็ดยาเกลื่อนกระจายที่พื้น เมื่อโทร.เรียกรถพยาบาลแล้ว ฟรานซิสรวบรวมเม็ดยาและขวดยา ส่วนเทเรซ่าหยิบจดหมายของปอนลีนแล้ววิ่งตามไป

ไปถึงโรงพยาบาล ออเดรย์เอายาและขวดยาจากห้องปอนลีนให้หมอดู

คุณแม่อธิการและซิสเตอร์ฟังเทเรซ่าอ่านจดหมายของปอนลีนที่บรรยายไว้อย่างเจ็บปวดว่า...

“ฉันเชื่อว่าดนตรีช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ฉันจึงใส่ใจสอนด้วยความรัก แต่วันนี้...ฉันเป็นได้แค่ครูเลวๆคนนึงที่ทำร้ายลูกศิษย์อย่างไม่น่าให้อภัย...”

ฟังจดหมายของปอนลีนแล้ว ทั้งคุณแม่อธิการและซิสเตอร์ทั้งสี่ก็ยืนกำมือภาวนาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน...

“พระองค์ผู้มีเมตตาโปรดประทานพรคุ้มครองปอนลีนด้วยเถิด...”

เรื่องร้ายที่ปอนลีนตบหน้าสินีนาฎ ทำให้เกิดเรื่องดีที่คาดไม่ถึง เมื่อสายสุดาผนึกกำลังกับนางต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสินีนาฎ และแม้แต่เรื่องที่ธนาธิปรับเป็นผู้อุปการะสินีนาฎที่เขากังวลว่าสายสุดาจะรับไม่ได้และอาละวาดนั้น บัดนี้เธอกลับเป็นคนบอกธนาธิปเองว่าให้ทำอะไรให้สินีนาฎสบายใจขึ้นบ้าง

ธนาธิปแอบดีใจ ที่วันนี้เด็กๆเข้ากันได้และช่วยเหลือกันดี

เมื่อปอนลีนรู้สึกตัวเธอถามทันทีด้วยเสียงแหบแห้งว่าสินีนาฎเป็นอย่างไรบ้าง คุณแม่อธิการบอกว่าคงเสียใจ

“มันคงเป็นแผลในใจไปตลอดชีวิต ฉันเป็นครูที่เลว...ฉันอยากตาย” ปอนลีนเสียงเครือน้ำตาคลอ

“ชีวิตเธอเป็นของพระองค์และพระองค์ประทานโอกาสให้กับเธอจนเข้มแข็ง ความรักที่เธอมีต่อนักเรียนจะช่วยให้เธอผ่านบททดสอบนี้ไปได้” คุณแม่อธิการปลอบให้กำลังใจ

ooooooo

ธนาธิปไปที่ห้องอำนวยการคอนแวนต์ บอกซิสเตอร์ออเดรย์ว่าตนเป็นผู้ปกครองของสินีนาฎมาระยะหนึ่งแล้วแต่ไม่เคยได้พาไปไหนเลย จึงมาขออนุญาตพาออกไปข้างนอกบ้าง

นางยังไฮปาร์กปลุกระดมเพื่อนๆให้ต่อสู้ทวงถามความยุติธรรมให้สินีนาฎ ประกาศกร้าวว่า

“สินีนาฎไม่ได้ทำผิดแต่โดนทำโทษ เราไม่ยอม!” เสียงเพื่อนๆตะโกน เราไม่ยอม! เราไม่ยอม!! กึกก้อง “สินีนาฎต้องได้รับความเป็นธรรม เราอดทนรอเงียบๆ นานแล้วแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงจำเป็นต้องเคลื่อนไหวให้ผู้ใหญ่สนใจ เราไม่อยากให้ผู้ใหญ่มองว่าเป็นปัญหาเด็กๆ เพราะมันสำคัญกับจิตใจพวกเรา ขอให้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เชื่อมั่นในความยุติธรรมเถอะค่ะ”

ปอนลีนกลับจากโรงพยาบาลได้ยินนางไฮปาร์กก็สะเทือนใจ เดินแหวกกลุ่มนักเรียนเข้าไปแสดงความเสียใจกับสินีนาฎอย่างจริงใจว่า

“ฉันไม่ได้เจตนาทำร้ายเธอ มันเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ ฉันเสียใจ...ฉันขอโทษ” แล้วหันพูดกับพวกนักเรียนที่มาชุมนุมว่า “ถ้าครูเป็นเหมือนเรือจ้าง ก็ควรเป็นเรือจ้างที่แข็งแรงดีพอที่จะพานักเรียนไปให้ถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย แต่เรือลำนี้แตกร้าว มีรูรั่วซึม ส่งนักเรียนไปถึงฝั่งไม่ได้ คนที่ควรโดนลงโทษคือฉันเอง...ไม่มีใครต้องลาออกทั้งนั้น ฉันจะไปจากที่นี่เอง”

บรรยากาศที่คุกรุ่นเปลี่ยนไปทันที ทั้งบริเวณเงียบกริบ สีหน้าทุกคนสลด ปอนลีนพูดต่ออย่างปวดร้าวว่า

“การตบหน้านักเรียนก็เหมือนตบหน้าตัวเอง หนูเจ็บ ครูเจ็บยิ่งกว่า...” ปอนลีนจับมือสินีนาฎเอ่ยเสียงสะท้านว่า “ชีวิตนี้ครูก็ให้ได้ถ้ามันจะทำให้หนูหายเจ็บ ครูขอโทษนะลูก...”

พูดจบปอนลีนเดินออกไป นักเรียนทุกคนเงียบกริบ อึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น และรู้สึกเสียใจ

จนเข้าห้องนอนแล้ว นักเรียนทุกคนก็ยังอยู่ในความเงียบ ซึม เสียใจ สินีนาฎบอกเพื่อนๆว่า

“จริงๆแล้ว ฉันรักซิสเตอร์ปอนลีนมากที่สุดเลยนะ ตอนที่ฉันย้ายมาเรียนที่นี่ใหม่ๆ ฉันร้องไห้คิดถึงบ้านทุกวัน ซิสเตอร์ปอนลีนสอนให้ฉันได้เล่นเปียโนทำให้ฉันหายคิดถึงบ้าน เสียงเปียโนของมาดามอบอุ่นหัวใจที่สุดเลย...”

เพื่อนๆทุกคนฟังสินีนาฎเล่าน้ำตาซึม

“แล้วอยู่ๆวันหนึ่งซิสเตอร์ปอนลีนก็เปลี่ยนไป ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ที่ฉันเสียใจมากขนาดนี้ อาจจะเพราะว่าลึกๆ ฉันยังหวังว่าวันหนึ่งมาดามจะกลับมาเป็นมาดามที่แสนดีและก็ใจดีเหมือนที่เคยเป็น แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่อาจให้มาดามไปจากที่นี่”

คำบอกเล่าที่สะเทือนใจของสินีนาฎ ทำให้เพื่อนๆ ทุกคนซึมได้แต่ปลอบใจกันทั้งน้ำตา

ซิสเตอร์ปอนลีนนั่งอยู่ที่โต๊ะในห้อง คุณแม่อธิการ ซิสเตอร์ออเดรย์ ฟรานซิส และมาการิต้า เดินเข้ามาให้กำลังใจและขอให้ทบทวนการตัดสินใจใหม่ แต่ปอนลีนรู้สึกผิดเกินกว่าจะทำใจได้ บอกว่าตนเคยเป็นครูที่ดี แต่ตอนนี้แค่ให้ตนเรียกตัวเองว่าครูก็ยังกระดากปาก

“ปอนลีน...เธอแค่ไม่สบาย ฉันเชื่อว่าถ้าเธอดูแลตัวเองดีๆ มันจะไม่เป็นอุปสรรคกับการที่เธอจะเป็นครูต่อไป” มาการิต้าหว่านล้อม ปอนลีนน้ำตารื้น พูดเสียงเครืออย่างเจ็บปวด ละอายใจว่า

“ฉันจะเป็นครูต่อไปได้อย่างไรคะ ตอนนี้แค่ให้ฉันมองตาลูกศิษย์ตรงๆ ฉันยังทำไม่ได้”

ooooooo

ปอนลีนเข้าไปในโบสถ์ นั่งตรงหน้าเปียโน มองไปรอบๆเหมือนจะจดจำและบอกลาสถานที่นี้เป็นครั้งสุดท้าย

“ลาก่อน วิคตอเรียคอนแวนต์...” เอ่ยลาแล้วเล่นเปียโนเศร้า เหงา อ้างว้างและเจ็บปวด...

ครู่หนึ่ง นาง สินีนาฎ สายสุดา มาเรียและกลุ่มเพื่อนๆ ก็ทยอยกันเข้ามานั่งจนเต็มโบสถ์ แล้วมาเรียก็ร้องเพลงที่ปอนลีนกำลังเล่นเปียโนด้วยเสียงไพเราะเปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึก ปอนลีนหันมองเห็นนักเรียนนั่งกันอยู่เต็มโบสถ์ทุกคนยิ้มให้อย่างบริสุทธิ์ใจ ปอนลีนอึ้งตื้นตัน ทันใดนั้นนักเรียนทั้งโบสถ์ก็พร้อมใจกันร้องเพลงประสานเสียงตาม

ปอนลีนตื้นตันจนน้ำตาคลอ เล่นเพลงต่อไปจนจบด้วยพลังใจจากนักเรียน พอจบเพลง นางก็ลุกขึ้นเอาดอกกุหลาบไปมอบให้ปอนลีนแล้วทุกคนก็ลุกตามเดินเป็นระเบียบเอาดอกไม้ไปมอบให้ซิสเตอร์ปอนลีนอันเป็นที่รัก...

สินีนาฎเป็นคนสุดท้าย พอมอบกุหลาบให้ก็โผกอดปอนลีน พูดเสียงเครือน้ำตารื้น...

“ถ้ามาดามไปแล้วหนูจะเรียนเปียโนกับใคร วันอาทิตย์ใครจะเล่นเปียโนเพราะๆให้ฟัง อย่าไปเลยนะคะ อยู่กับพวกหนูเถอะค่ะ”

ปอนลีนร้องไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ ที่ด้าน หลังแถวที่นั่ง ออเดรย์ ฟรานซิส และเทเรซ่ามองอย่างประทับใจ

“ความรักสวยงามเสมอ” ออเดรย์เอ่ยขึ้น ทุกคนรุมล้อมเข้าหาปอนลีน

ปอนลีนมองสินีนาฎแล้วโผกอดกัน ทั้งโบสถ์เงียบกริบ ทุกคนมองภาพแห่งความรักนี้อย่างซาบซึ้ง

ooooooo

ต่อมาที่ห้องประชุมเล็ก นักเรียนไทยทุกคนเดินเข้าห้องประชุมงงๆ สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น?

ในห้องประชุม ธนาธิปยืนรออยู่ด้วยสีหน้านิ่งขรึม เมื่อทุกคนเข้าที่กันเรียบร้อยแล้ว เขาเอ่ยขึ้นว่า

“สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมขออนุญาตพบนักเรียนไทยทุกคนเพราะมีเรื่องที่อยากจะชี้แจงตักเตือน ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนของผู้ปกครองของทุกคน ผมได้ปรึกษากับคุณแม่อธิการและซิสเตอร์ออเดรย์แล้ว และคิดว่าควรจะต้องบอกความจริงให้ทุกคนทราบไว้ เรื่องที่เกิดขึ้นกับสินีนาฎเมื่อสองวันก่อน ผมทราบว่ามันทำร้ายจิตใจของสินีนาฎและทุกคน ผมทราบว่าทุกคนอาจโกรธแค้นและน้อยใจว่าทำไมพวกเราถึงไม่ได้รับความยุติธรรม”

นางกับสายสุดามองหน้ากันรู้ตัวว่าผิดที่เป็นหัวโจกลุกขึ้นมาปลุกระดมเพื่อนๆก่อกระแสต่อต้าน ธนาธิปหันพยักหน้ากับออเดรย์ ออเดรย์ลุกขึ้นมาชี้แจงว่า

“ซิสเตอร์ปอนลีนป่วย แกทรมานจากการที่สาร–เคมีในสมองไม่สมดุลมานานจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า” นักเรียนตกใจเงียบกริบ “เวลาที่ซิสเตอร์โมโหหรือโดนกระตุ้น ร่างกายจะตอบสนองอย่างรุนแรง ไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งหมดนี้เป็นอาการของร่างกายทั้งสิ้น ไม่ได้มาจากจิตใจ ซิสเตอร์ปอนลีนเป็นคนจิตใจดี และรักนักเรียนทุกคนมาก”

“หนูก็รักซิสเตอร์ปอนลีนมากค่ะ หนูไม่รู้เลยว่าซิสเตอร์ป่วย หนูเสียใจ” สินีนาฎเอ่ยขึ้นอย่างสะเทือนใจ นางและสายสุดาต่างก็บอกว่าตนก็เสียใจ ธนาธิปจึงเอ่ยด้วยความรักปรารถนาดีต่อนักเรียนทุกคนที่จะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไปว่า

“ผมเชื่อว่าทุกคนเสียใจ และผมก็ดีใจที่ทุกคนเข้าใจกันโดยที่ไม่มีใครต้องจากที่นี่ไป อย่างหนึ่งที่ผมอยากจะเตือนพวกคุณทุกคนเอาไว้คือ ในโลกของผู้ใหญ่ที่พวกคุณจะต้องออกไปพบเจอหลังจากเรียนจบจากที่นี่ไป มันมีเรื่องราวมากมายหลายด้านหลายมุม บางครั้งที่เราได้รับรู้หรือเห็นอะไรมา อย่ารีบปักใจเชื่อว่านี่คือความจริงเพียงหนึ่งเดียว เพราะเมื่อเราต้องมารับรู้ความจริงในมุมอื่นแล้ว เราอาจเสียใจกับการกระทำของเราเอง”

นางมองธนาธิปตาเป๋ง ทุกคำพูดของเขาชำแรกเข้าไปในหัวใจ...

“การประท้วง การตะโกนเสียงดังเพื่อเรียกร้องขอแต่ในสิ่งที่เราต้องการ ไม่ใช่การแก้ปัญหา สุดท้ายการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือการทำความเข้าใจกัน เห็นใจกัน เมตตากันและกันให้มากที่สุด ผมหวังที่จะเห็นนักเรียนไทยทุกคนจบออกไปพร้อมกับความเข้าใจอันนี้ มันคงไม่ยากเกินไปใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ท่านกงสุล” เสียงตอบรับจากนักเรียนทุกคนอย่างพร้อมเพรียงและเต็มใจ สายสุดาและสินีนาฎมองธนาธิปอย่างชื่นชม นางสบตากับธนาธิปอย่างเข้าใจ

นาง สายสุดา และสินีนาฎเดินออกมาด้วยกันอย่างสนิทสนมกลมเกลียว ธนาธิปตามมาเรียกสินีนาฎบอกว่า

“ฉันขออนุญาตซิสเตอร์ว่าจะพาหนูออกไปซื้อ ของใช้ที่จำเป็นเย็นวันศุกร์นี้ ฉันจะมารับหลังเลิกเรียน แค่นี้แหละ เจอกันวันศุกร์” พูดจบธนาธิปเดินไปเลย ปล่อยให้สินีนาฎยืนงง จนนางทักขึ้นอย่างร่าเริงว่า

“เฮ้ยสิ...ดีใจอ่ะซิ” แล้วหันแซวสายสุดา “เอ๊ะนี่ เดี๋ยวเธอจะผีเข้าอีกไหมเนี่ย?”

“ผีเข้าทำไม ฉันเป็นคนบอกพี่ธิปเองว่าให้พาสิออกไปเที่ยวบ้าง จะได้สบายใจขึ้น เนอะ” สายสุดาหันไปเนอะกับสินีนาฎอย่างจริงใจ

“โห...เธอนี่ยอดไปเลยอ่ะสายสุดา” นางชมสายสุดาจริงใจสนุกสนาน ในขณะที่สินีนาฎหัวใจฟูจนตัวลอย...

ooooooo

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 10 วันที่ 10 ต.ค.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ