อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 10 วันที่ 11 ต.ค.59

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 10 วันที่ 11 ต.ค.59

ลูกหมีพยายามชวนปุ๊กกี้พูดคุยแต่ก็ตอบเป็นคำๆ นึกได้ว่าบัวเคยพาไปให้อาหารลูกสุนัขแถวเขตก่อสร้างในหมู่บ้าน จึงพาปุ๊กกี้ไปดู หัฏฐ์กับชินานางคุยกันไม่ทันมอง พอจะเรียกเด็กๆไปกินขนมก็ไม่เห็น ในบ้านก็ไม่มีเกรงจะออกไปเล่นข้างนอก จึงรีบไปตามหา

ลูกหมีจูงปุ๊กกี้มาที่เขตก่อสร้าง เห็นลูกสุนัขวิ่งเล่น ปุ๊กกี้ยิ้มชอบใจเข้าไปเล่นกับลูกสุนัข อยากเอากลับไปเลี้ยงที่บ้าน แต่ลูกหมีบอกว่ามันมีแม่ที่หวงมันมากๆปุ๊กกี้เศร้าลงทันที

“แม่มันคงรักลูกมันเนอะ”

“รักสิ แม่ที่ไหนก็รักลูกทั้งนั้นแหละ”



“แล้วถ้าไม่ใช่ลูกมันล่ะ จะรักไหม” ลูกหมีบอกคงรัก แต่ปุ๊กกี้ส่ายหน้าจะร้องไห้ “ไม่รักหรอก ถ้าเป็นลูกตัวอื่นมันต้องกัดให้ตาย กัดให้ตาย...” ปุ๊กกี้คิดถึงความโหดร้ายของชลีกรแล้วร้องไห้ออกมา “ปุ๊กกี้ไม่ใช่ลูก ป้าลีไม่รักปุ๊กกี้ ป้าลีตีปุ๊กกี้ ปุ๊กกี้ไม่อยากอยู่กับป้าลี”

“ก็อยู่กับป้าหทัยกับน้าหัฏฐ์สิ”

“ไม่ได้ ถ้าปุ๊กกี้พูด ป้าลีจะฆ่าปุ๊กกี้ เหมือนที่ฆ่า... คุณย่า” ปุ๊กกี้สะอื้น

ลูกหมีตกใจให้ปุ๊กกี้ไปบอกหัฏฐ์ แต่ปุ๊กกี้สะบัดมือออกไม่ไป หันมา...เจอคนงานก่อสร้างหน้าตาน่ากลัว ก็ตกใจถอยกรูดมาเกาะกับลูกหมี เด็กทั้งสองหวาดกลัว

หัฏฐ์กับชินานางกลับมาที่บ้านช่วยกันหาพร้อมชนนี บัวและส้มทั้งสองบ้าน ชินานางเอ่ยขึ้นหวังว่าเด็กๆ คงไม่ไปเล่นแถวที่ก่อสร้าง บัวนึกได้ว่าที่นั่นมีลูกสุนัขน่ารัก ทุกคนตกใจจะรีบไปตามเด็กๆที่นั่น ไม่ทันออกประตูบ้าน คนงานก่อสร้างจูงมือลูกหมีกับปุ๊กกี้เข้ามาส่งให้

“หลานคุณย่าไปเล่นกับหมา ผมกลัวแม่หมามันจะกัดเลยพามาส่งครับ”

หัฏฐ์ยกมือไหว้ขอบคุณ คนงานย้ำกับเด็กทั้งสองว่าอย่าไปเล่นที่นั่นอีก เศษหินเศษดินอาจตกมาใส่หัวได้ ชนนีจึงให้บัวไปแบ่งขนมฝากให้ลูกเขา ชินานางกระซิบขำๆกับหัฏฐ์

“โชคดีนะที่มีย่าเป็นคนกว้างขวาง รู้จักทั้งหมู่บ้าน”

ooooooo

พอชลีกรรู้ว่าบุญเรือนเป็นพยานให้ฝ่ายหัฏฐ์ก็เผลอโวยยิ่งยศว่าไม่ได้...หาว่าเธอร้ายมาก ยิ่งยศสงสัยบอกชลีกรเล่าเรื่องบุญเรือนอย่างละเอียดไม่มีกั๊กให้ฟัง เธอเครียดจัดจะเล่าอย่างไรไม่ให้พัวพันถึงตัวเอง ยิ่งยศมองอย่างพิจารณาว่าต้องมีอะไรลึกลับแน่

เมื่อบุญเรือนมาถึงบ้านหัฏฐ์ได้เจอปุ๊กกี้ก็น้ำตาปริ่มโผเข้ากอดกัน ปุ๊กกี้ร้องไห้สะอึกสะอื้นต่อว่าทิ้งตนไปทำไม “ย่าไม่ได้ทิ้งค่ะ เขาไล่ย่าออก ย่าร้องไห้คิดถึงนายหญิงกับคุณปุ๊กกี้ทุกวัน เป็นห่วงเหลือเกิน”

หัฏฐ์กับหทัยมองอย่างสะเทือนใจ ส้มก็พลอยน้ำตาร่วงด้วยความสงสาร...ด้านลูกหมีชะเง้อมองอยากไปหาปุ๊กกี้ แต่ชินานางห้ามไว้ปล่อยให้ปุ๊กกี้ได้เจอกับคนที่เคยเลี้ยงมา ชนนีข้องใจทำไมบุญเรือนถึงปล่อยให้ปุ๊กกี้มอมแมมผอมแกรนอย่างนั้น ชินานางเล่าว่าแกโดนไล่ออก ลูกหมีโพล่งออกมา “เรื่องทั้งหมดมาจากป้าใจร้ายแหละครับ...”

ชินานางหันมาถามว่าลูกหมีรู้อะไรมา ลูกหมีกัดปากยุกยิกอยากเล่าแต่เล่าไม่ได้เพราะปุ๊กกี้ห้ามไว้...เสนีย์ซักซ้อมถามบุญเรือน ปุ๊กกี้ยังนั่งเกาะแจไม่ยอมห่าง

บุญเรือนเล่าทั้งน้ำตาว่าอยู่ๆชลีกรก็หาคนมาเฝ้าภาวนาและไม่ให้ตนเข้าไปเจอ แถมไล่ตนออกจากบ้าน เสนีย์แย้งว่าทำไมสาวิตรไม่คัดค้านทั้งที่เธอเป็นคนเลี้ยงเขามา บุญเรือนสะอื้น

“ป้าถูกใส่ร้าย...ว่าขโมยของนายหญิงค่ะ”

เสนีย์เริ่มหนักใจ...ในคืนนั้นบุญเรือนได้นอนในห้องปุ๊กกี้หน้าเตียง แต่กลางดึกปุ๊กกี้ก็ลงมานอนซุกตัวข้างๆขอให้บุญเรือนอยู่กับตนที่นี่ตลอดไป แต่บุญเรือนบอกว่าตนต้องดูแลบ้าน ปุ๊กกี้หาว่าไม่รักตนแล้ว บุญเรือนกอดบอกว่ารักมากเหมือนเดิม และตอนนี้ปุ๊กกี้ก็มีหัฏฐ์กับหทัยดูแล ทั้งสองรักหนูมาก ปุ๊กกี้ซุกตัวหวาดกลัว

“แต่ป้าลีจะเอาปุ๊กกี้กลับไป”

“ไม่ต้องกลัวนะคะ ย่าจะช่วย จะไม่ยอมให้ใครเอาตัวปุ๊กกี้กลับไปลงนรกที่บ้านนั้นอีก”...

เช้าวันใหม่ทุกคนเดินขึ้นศาลเข้ามาในห้องพิจารณาคดี บุญเรือนเดินไปคอกพยานอย่างมั่นใจ ชลีกร มองเคืองแค้นชิงชัง เสนีย์ซักถามเรื่องราวที่ผ่านมาตามที่ซักซ้อม แล้วถามว่าชลีกรเคยมาช่วยดูแลปุ๊กกี้บ้างไหม บุญเรือนส่ายหน้า

“ไม่เคยค่ะ เธอดูแลแต่ลูกของตัวเอง เวลาคุณปุ๊กกี้โดนรังแก ก็เข้าข้างแต่ลูกของตัวเอง”

ยิ่งยศค้านว่าไม่มีหลักฐานพิสูจน์ เสนีย์จึงถามใหม่ ว่าเคยเห็นชลีกรดูแลเรื่องอาหารและซื้อของให้ปุ๊กกี้ อบรมสั่งสอนด้วยความเมตตาหรือสนทนาอย่างสนิทสนมอย่างที่ทำกับบุตรตัวเองไหม บุญเรือนตอบว่าตั้งแต่ภาวนาล้มป่วยตนไม่เคยเห็นเลย

ในขณะที่ทุกคนมาศาล ป้อม แป้งและเปเป้ลูกๆ ของสาวิตรกับชลีกรก็อาละวาดมีนิสัยเหมือนแม่ เอาชนะทะเลาะกันเองยกใหญ่ จนน้ำไม่รู้จะห้ามปรามอย่างไรดี...

ยิ่งยศขึ้นซักค้านบุญเรือน ต้อนจนเธอพูดไม่ถูกอย่างที่ซักซ้อมมา กลายเป็นที่น่าสงสัยว่าเครื่องเพชรของภาวนาจะมาอยู่ในห้องเธอได้อย่างไร ในเมื่อคนที่รู้รหัสเซฟนอกจากภาวนาแล้วก็มีเธอกับสาวิตรเท่านั้น บุญเรือนถูกป้อนคำถามให้ต้องตอบว่าปรักปรำชลีกรเป็นคนกลั่นแกล้ง

จูนเป็นลำดับต่อไปที่ขึ้นเป็นพยานอธิบายถึงลักษณะของเด็กที่ถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกายจนจิตใจหวาดผวา กลัวคนไปหมดซึ่งเหมือนอาการของปุ๊กกี้ ยิ่งยศซักค้านให้ดูว่าอาการของปุ๊กกี้เกิดขึ้นหลังจากมาอยู่กับหัฏฐ์และหทัยแล้ว

ชลีกรหัวเราะสะใจ สมน้ำหน้าทุกคนที่หน้าหงายกันหมด สาวิตรไม่เห็นด้วยที่ซ้ำเติมบุญเรือนเพราะอย่างไรเสียก็เป็นคนเลี้ยงตนมา ชลีกรแว้ดแล้วทีบุญเรือนมาให้การว่าตนเสียๆหายๆ ทำไมไม่เดือดร้อนบ้าง ยิ่งยศปรามอย่าเพิ่งทะเลาะกันเอง จะเสียรูปคดี สาวิตรเบื่อหน่ายเรื่องเหล่านี้เหลือเกิน...บุญเรือนเสียใจขอโทษหัฏฐ์กับหทัยที่ทำให้แย่ลง หทัยปลอบว่าเธอทำดีที่สุดแล้ว จูนเองก็โกรธยิ่งยศมากที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมบิดเบือนความจริง บุญเรือนลาทุกคนกลับสงขลา

ช่วงบ่ายลดามณีมาเป็นพยานฝ่ายชลีกร เสนีย์จับตามองเธอตลอดเวลา ยิ่งยศซักถามว่าทุกครั้งที่เธอมาเยี่ยมปุ๊กกี้ จะเจอผู้ร้องอยู่กับเด็กทุกครั้งไหม เธอตอบว่าหัฏฐ์ไม่ค่อยมีเวลา จะพบปุ๊กกี้อยู่กับสาวใช้เป็นประจำ

“ในเมื่อผู้ร้องไม่ได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีความพร้อมในการเลี้ยงดูเด็ก ผู้ร้องเคยแสดงออกให้พยานเห็นหรือไม่ว่าจะขอดูแลเด็กหญิงหวันยิหวาเพื่ออะไร” ยิ่งยศซัก

“เพื่อเงินค่ะ เขาเคยพูดหลังจากเปิดพินัยกรรมว่าจะเป็นคนดูแลเงินของหลานทุกบาททุกสตางค์”

หัฏฐ์อึ้งมองลดามณีที่พูดไม่เป็นความจริง ลดามณีจ้องกลับอย่างท้าทายก่อนจะย้ำว่าปุ๊กกี้เกิดและเติบโตในครอบครัวพิพัฒน์พงษ์บวรก็ควรจะอยู่กับครอบครัวที่มีความพร้อมทุกอย่าง...เสนีย์ขึ้นขอเบิกพยานอีกปาก

ยิ่งยศแย้งว่าไม่มีในรายชื่อแต่ศาลอนุญาต

ลูกน้องเสนีย์พาพร้อมพรเข้ามา ชลีกรตกใจ สาวิตรแปลกใจ...เมื่อสามวันก่อนเสนีย์บอกหัฏฐ์ว่าพร้อมพรติดต่อเข้ามา ยอมเป็นพยานเพราะบ้านไฟไหม้เชื่อว่าเป็นฝีมือชลีกร พร้อมพรพรั่งพรูความร้ายของชลีกรว่าไม่ให้ปุ๊กกี้กินข้าว บางทีก็ขังไว้ในห้องแคบๆน่าสงสารมาก...

พร้อมพรขึ้นนั่งบนคอกพยาน เสนีย์ซัก “ตลอดเวลาที่คุณทำงานอยู่ในบ้านของตระกูลพิพัฒน์พงษ์บวร ได้เคยเห็นผู้ค้านคือนายสาวิตรมีเวลาดูแลเด็กหญิงหวันยิหวาหรือไม่”

“คุณสาวิตรไม่ค่อยมีเวลาค่ะ แทบจะไม่ค่อยเห็นอยู่กับครอบครัวเลยด้วยซ้ำ”

เสนีย์ถามแล้วใครดูแล พร้อมพรตอบว่าพวกสาวใช้ เสนีย์ถามอีกว่าเคยเห็นชลีกรดูแลหลานบ้างไหม เธอบอกว่าชลีกรไม่ค่อยมีเวลาดูแลแม้แต่ลูกตัวเอง ชลีกรฮึดฮัดจะลุกขึ้นโวย สาวิตรดึงไว้ พร้อมพรพูดต่อว่า “เพราะคุณชลีกรต้องดูแลคุณภาวนาที่กำลังป่วยหนักค่ะ”

เสนีย์หน้าเสียรีบถามว่าเคยเห็นชลีกรทำร้ายร่างกายหรือดุปุ๊กกี้หรือไม่ เธอตอบว่าไม่เคย ฝ่ายหัฏฐ์มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เสนีย์ให้พร้อมพรช่วยเล่าความสัมพันธ์ของชลีกรกับปุ๊กกี้ให้ฟัง

“คุณชลีกรไม่ค่อยมีเวลา แต่พอว่างก็จะดูแลลูกกับหลานค่ะ เวลาคุณหวันยิหวาดื้อ คุณชลีกรก็จะเตือนค่ะ”

เสนีย์จำต้องตัดจบหมดคำถาม ยิ่งยศยิ้มกริ่ม เดินออกมาซักค้าน เสนีย์เครียดที่กลับตาลปัตร สีหน้า

พร้อมพรยังนิ่งสนิท...เสร็จจากศาลในวันนี้ ชลีกรยิ้มเยาะถากถางใส่หน้าหัฏฐ์ ว่าคราวหน้าทนายเขาจะหาพยานมาเพิ่มอีกไหม ตนอยากขอบคุณที่พยานกี่คนๆก็ให้การเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน ลดามณีแทรกให้เปลี่ยนทนายใหม่จะดีกว่า เสนีย์เจ็บปวดและเสียความมั่นใจไปมาก

ชลีกรพาทุกคนมาฉลอง ลดามณีบอกให้เอาปุ๊กกี้กลับมาให้ได้ อยากสมน้ำหน้าคน ยิ่งยศแทรกขอพาคนมาร่วมฉลอง สาวิตรคิดว่าเป็นภรรยาของยิ่งยศ แต่เขาบอกว่าไม่ใช่แล้วชี้ไปที่คนที่เดินเข้ามา สาวิตรตกใจ “นี่คุณรู้ตั้งแต่ต้นแล้วใช่ไหมว่าพร้อมพรจะขึ้นเป็นพยานให้ฝ่ายโน้น”

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 10 วันที่ 11 ต.ค.59

ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทโทรทัศน์โดย พรดี และ โซติกซ์ทีม
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ กำกับการแสดงโดย ชุดาภา จันทเขตต์ และ วรวุฒิ นิยมทรัพย์
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอาการทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ