อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 10 วันที่ 9 ต.ค.59

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 10 วันที่ 9 ต.ค.59

ชินานางบอกจะให้จิรัชมารับ หัฏฐ์จี๊ดในใจ อ้างว่าไม่ชอบโกหกจะพาเธอไปเอง แล้วเขาก็ขับรถต่อไป ระหว่างทางทั้งสองเริ่มสนิทหยอกเย้ากันมากขึ้น...พอมาถึงบ้าน หัฏฐ์ทึ่งกับธรรมชาติที่สวยงามอากาศสดชื่น ชินานางบอกตนถึงไม่อยากไปอยู่กรุงเทพฯ เขาถามอยู่คนเดียวไม่กลัวหรือ ชินานางบอกว่าคนแถวนี้จิตใจดี ไม่เหมือนคนกรุงเทพฯ

ชินานางจะพาหัฏฐ์ไปทานอาหารร้านอร่อย ถามเขากินกบกินอาหารป่าเป็นไหม เขาทำหน้าแหยๆถามอาหารธรรมดาไม่มีหรือ เธอหัวเราะจะก้าวลงบันได หัฏฐ์ส่งมือให้จับ เธอชะงักมอง เขาแย็บ “อ่อนแอบ้างก็ได้นะคุณ...”

เสร็จจากทานอาหารกลับมา ช่างบอกว่าวันนี้ทำไม่เสร็จต้องทำต่อวันพรุ่งนี้ ชินานางเซ็งบอกให้หัฏฐ์กลับไปก่อน ตนจะนอนค้างรอดูช่างทำให้เสร็จแล้วจะให้จิรัชมารับกลับเอง หัฏฐ์ไม่ค่อยชอบใจ หาว่าเธอไม่รู้จักเกรงใจเพื่อนบ้าง



“เพื่อนฉัน ฉันไม่ต้องเกรงใจหรอก อ้อยหวานไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ฉันเกรงใจคุณ คุณกลับไปเถอะไม่ต้องห่วง”

“ผมน่ะเป็นคนพาคุณมาและอยู่ที่นี่ตรงนี้ แต่เพื่อนคุณต้องขับรถมาคนเดียวกว่าจะถึงก็มืด คุณต้องเกรงใจเขาแต่ไม่ต้องเกรงใจผมเพราะผมมาแล้ว และผมคงไม่กล้าทิ้งคุณเอาไว้หรอก ขืนขาหักอีกข้าง ผมจะไปตอบคุณน้ายังไง”

ชินานางค้อนๆบอกตนไม่ซุ่มซ่ามขนาดนั้น แล้วถามเขามีเสื้อผ้ามาหรือ บ้านตนก็มีห้องเดียว หัฏฐ์บ่นพึมพำทำไมต้องไล่กันด้วย

เย็นมากแล้วหทัยจึงมาตามปุ๊กกี้ให้กลับไปอาบน้ำ ไม่ทันไรลดามณีเดินตามเข้ามาถามหาหัฏฐ์ ลูกหมี

จะตอบชนนีปราม หทัยบอกว่าหัฏฐ์ไปค้างต่างจังหวัดที่ไหนไม่รู้ ไปกับเพื่อน ลดามณีรีบโทร.หาหัฏฐ์ เขาโกหกว่าอยู่กับเพื่อนผู้ชายหลายคน ไม่ต้องตามมา

ชินานางหมั่นไส้ถามทำไมไม่ให้เธอมา หัฏฐ์แกล้งประชดอยากให้ตนโทร.ตามเธอมาหรือ ชินานางเบ้ปากเดินหนีไปรดน้ำต้นไม้ หัฏฐ์เห็นบอกให้ตนทำแทน เธอไม่ยอมยื้อทำเอง สุดท้ายก็ล้มหงายเก๋ง หัฏฐ์จำต้องมาอุ้มเธอกลับเข้าบ้านขำๆ...หัฏฐ์มีกระเป๋าชุดกีฬาอยู่ท้ายรถ จึงเอามาเปลี่ยนใส่นอน ชินานางออกมายืนที่ระเบียงรอหัฏฐ์อาบน้ำในห้อง พลันนึกได้ว่าลืมพับเสื้อผ้าที่ใส่แล้ว จึงรีบกลับเข้าไป ระหว่างนั้นหัฏฐ์นุ่งผ้าขนหนูกำลังพับเสื้อผ้าของเธอให้

“โรคจิตรึไง มายุ่งกับเสื้อผ้าคนอื่น”

“เป็นผู้หญิงอะไร เก็บของไม่เรียบร้อยเลย”

ชินานางมองไปเห็นเขานุ่งผ้าเช็ดตัวก็โวยแต่งตัวไม่เรียบร้อย เขาย้อนว่ายังไม่เสร็จเธอเข้ามาทำไม ชินานางเห็นเสื้อในตัวเองย้อยลงมาจากกองเสื้อก็ถลาเข้าไปดึงแต่เกือบหงาย หัฏฐ์คว้าเอวเธอไว้ได้ ทั้งสองแนบชิดสบตากันอึ้งๆ เขารู้สึกตัวรีบถอยออกกล่าวขอโทษ

ค่ำนั้นชินานางทำบะหมี่สำเร็จรูปให้หัฏฐ์กิน พอดีเสนีย์โทร.มาถามเรื่องลดามณี หัฏฐ์ยิ่งสงสัยบอกเธอโทร.มาเมื่อเย็น เสนีย์รีบถามว่าเธอมีปัญหาอะไร หัฏฐ์แกล้งจะให้เบอร์ไปโทร.คุยกันเอง เสนีย์อึกอักบอกยังไม่อยากเจอตอนนี้ หัฏฐ์เค้นให้เพื่อนเล่า เสนีย์ผลัดจะเล่าทีหลัง

ในคืนนั้นหัฏฐ์นอนที่โซฟาภายในห้องเดียวกับชินานาง...กลางดึกชินานางลุกมาเอื้อมหยิบของด้านหลังโซฟาแต่เกิดลื่นล้มใส่ตัวหัฏฐ์ ใบหน้าแนบชิดกัน เธอผงะจะลุกหนี แต่เขารวบกอดเธอไว้ เธอดิ้นขลุกขลักใจเต้นรัว เขาพลิกตัวขึ้นอยู่บนตัวเธอจ้องหน้าเธอยิ้มๆ

ก่อนจะขโมยหอมแก้มเธอฟอด แล้วเขาก็สะดุ้งตื่น เหงื่อแตกกรานมองไปรอบห้องถึงได้รู้ว่าตัวเอง...ฝันไป

ooooooo

เช้าวันใหม่ ชินานางตื่นขึ้นมาไม่เห็นหัฏฐ์นอนที่โซฟาจึงรีบลุกเดินออกจากห้องนอน เห็นเขายืนมองวิวอยู่ แล้วเขาก็หันมาส่งยิ้มหยิบถ้วยน้ำเต้าหู้ส่งให้พร้อมบอกว่าขับรถออกไปซื้อมา ชินานางยกดื่มแล้วมองวิวสูดลมหายใจเข้าลึกๆด้วยความคิดถึงบ้าน

“ช่างมาซ่อมหลังคาต่อแล้ว คุณไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า” หัฏฐ์เตือน ชินานางนึกได้มองตัวเองแล้วรีบวิ่งกลับเข้าห้อง หัฏฐ์มองขำๆก่อนจะออกไปรับหน้าพวกช่าง...

พอซ่อมหลังคาเสร็จ ช่างบอกว่าคราวนี้อยู่ได้อีกหลายปี แล้วถามเมื่อคืนหลับสบายไหม หัฏฐ์ทำหน้า เหวอตอบไม่ถูก ช่างพูดอีกว่าโชคดีที่ฝนไม่ตก เขาจึงยิ้มออกแล้วพยักหน้ารับ ช่างขำสีหน้าหัฏฐ์ พอช่างกลับไป ชินานางก็ตีแขนเขา

“นี่ คุณจะตกใจทำไม เราไม่ได้มีอะไรกันซักหน่อย เดี๋ยวเขาก็เข้าใจผิดหรอก”

“ก็อยู่ๆเขาถามมา ผมตั้งตัวไม่ทัน”

ชินานางว่าช่างเขาห่วงเรื่องหลังคาทำไมกลับคิดไม่บริสุทธิ์ใจ หัฏฐ์แก้ตัวไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลย แล้วเฉจะไปขยับรถเข้ามาจอด ชินานางขำแปลกใจเขาจะอายอะไร...

ลดามณีไปหาหัฏฐ์ถึงมหาวิทยาลัยแต่เช้า เจ้าหน้าที่บอกว่ามีสอนตอนบ่ายสอง เธอจึงรีบมาดักเขาที่บ้าน ทันใดก็เห็นหัฏฐ์เพิ่งกลับมาถึง ลงจากรถพร้อมชินานาง เธอเคืองที่หลอกกัน จึงเข้าต่อว่า “ไหนพี่หัฏฐ์บอกว่าไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชาย ทำไมกลับมากับยัยคนนี้”

หัฏฐ์ย้อนถามมีธุระอะไรกับตน เธอโวยที่ปิดบัง ชินานางแทรก “ฉันชื่อชินานาง แล้วฉันก็ไปกับคุณหัฏฐ์แต่ไม่ได้ไปทำอะไรอย่างที่คุณคิด”

ลดามณีสวนรู้ได้อย่างไรว่าตนคิดอะไร ชินานางโต้ว่าอาการเธอมันฟ้องว่าคิดไม่ดี ลดามณีหาว่าชินานางมีแผน ชินานางตอกกลับขนาดชื่อตนยังจำไม่ได้แล้วจะมารู้ใจตนได้อย่างไร หรือเป็นแม่มดหมอผี ลดามณีเต้นเร่าๆฟ้องหัฏฐ์ว่าโดนด่า เขากลับขอให้เธอกลับไปก่อน

“ลดาไม่กลับ พี่หัฏฐ์ต้องบอกลดามาก่อนค่ะว่าไปกับมันทำไม”

“ผมไม่มีความจำเป็นต้องบอกอะไรนี่ครับ”

ลดามณีหน้าเจื่อนผิดหวัง ชินานางไล่ให้ออกไปคุยกันนอกบ้านตน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าบุกรุก หัฏฐ์เลี่ยงเข้าบ้านตัวเอง ลดามณียืนคว้างหันรีหันขวาง พูดใส่หน้าชินานางว่าให้ท่าผู้ชายน่าไม่อาย เธอหัวเราะ “อย่าว่าตัวเองเสียๆหายๆอย่างนั้นสิคะ ฉันเข้าใจค่ะว่าอุตส่าห์มาหาผู้ชายถึงบ้าน เจอแบบนี้คงเครียดแย่ ใจเย็นๆนะคะไปเคลียร์กับคุณหัฏฐ์เอาเองฉันไม่เกี่ยว”

ลดามณีวิ่งตามเรียกหัฏฐ์ เขาหันมาขอตัวต้องเตรียมตัวไปสอน เธอแทบจะกรี๊ดด้วยความโกรธ...

ชินานางมายืนเจ็บใจอยู่หลังบ้าน หัฏฐ์เดินเข้ามาทำให้เธอสะดุ้ง เขาขอโทษแทนลดามณี เธอยิ่งไม่พอใจที่ต้องขอโทษแทนกัน เขารีบบอกอย่าเพิ่งโมโหให้ฟังก่อน เธอทนไม่ได้

“ฉันโมโห ฉันทำผิดอะไรแล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาด่าฉันถึงในบ้าน ถ้าคุณเป็นฉันคุณก็ต้องโมโห กลับบ้านคุณไปเลย”

“เราอย่ามาทะเลาะกันเพราะคนอื่นได้ไหม...คุณก็น่าจะดูออกว่าผมไม่ได้ชอบเขา คุณลดาเป็นคนเอาแต่ใจผมถึงต้องคอยเลี่ยงเธอ แต่ผมก็ทำอะไรมากไม่ได้”

“ก็ได้ฉันจะฟังคุณ เพราะฉันก็ดูออกว่าคุณพยายามเลี่ยงแล้ว แต่คราวหน้าฉันจะสู้กว่านี้”

หัฏฐ์ขำว่าเธอร้ายกว่าลดามณี ชินานางยอมรับงอนๆ แล้วทั้งสองหัวเราะให้กัน

ด้านชลีกรปรึกษากับยิ่งยศถึงแผนที่จะเอาชนะคดี ยิ่งยศหวั่นใจถ้าปุ๊กกี้พูดเรื่องในแง่ไม่ดีของเธอ ชลีกรร้อนตัวถามแง่ไม่ดีเรื่องอะไร ตนรักและเอ็นดูหลานมาตลอด ยิ่งยศแก้ตัวว่าทางหัฏฐ์อาจจะพูดให้เด็กสับสน เราต้องหาเหตุผลมาหักล้าง ถ้ามีโอกาสเจอเด็กควรแสดงความรัก
“อ๋อได้สิ งั้นฉันคงต้องรีบไปเยี่ยมหลานฉัน

ใช่ไหมคะ”

“เคยมีฎีกากรณีที่พยานเป็นเด็ก แต่เด็กกลัวหรือตกประหม่ามากไม่กล้าเบิกความในศาล ศาลก็ต้องตัดพยานนั้นไปเพราะถือว่าไม่อยู่ในสภาพที่จะเป็นพยานได้”

ชลีกรพยักหน้ายิ้มๆอย่างเข้าใจแล้วว่าตนควรจะทำอย่างไร...

ooooooo

วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ ก่อนไปโรงเรียนลูกหมีขอให้ชนนีซื้อช็อกโกแลตไว้ให้ ชนนีแซวมีคนที่ชอบแล้วหรือ ลูกหมีรีบบอกว่าจะเอาไว้ให้ปุ๊กกี้ ชนนีจึงให้ลูกหมีทิ้งเงินไว้ ลูกหมีโอดโอยออกให้ก็ไม่ได้ ชนนีแจงว่าถ้าใช้เงินตนก็แปลว่าตนให้ ลูกหมีจึงรีบควักเงินส่งให้

หัฏฐ์จูงปุ๊กกี้ออกมาจะขึ้นรถ หทัยตามมาส่งห่อขนมคุกกี้พร้อมติดสติกเกอร์รูปหัวใจให้ปุ๊กกี้ หัฏฐ์ติงให้ก่อนตนได้อย่างไร ตนว่าถึงโรงเรียนแล้วจะให้ ว่าแล้วก็หยิบดอกกุหลาบในรถออกมาให้ปุ๊กกี้ หทัยบอกปุ๊กกี้ว่าเอาสติกเกอร์ไปติดให้เพื่อนๆและแบ่งคุกกี้ให้เพื่อนที่เราชอบ หัฏฐ์จึงขอสติกเกอร์มาติดให้ปุ๊กกี้บ้าง หนูน้อยยิ้มมีความสุขที่ป้าและน้ารักตน

ต่างกับบ้านสาวิตรที่ชลีกรจะออกจากบ้านไปทำธุระบอกว่าค่ำๆจะกลับ ลูกๆไม่ได้ไปโรงเรียนอ้างว่าป่วย เด็กๆเล่นกันเสียงลั่นบ้าน สาวิตรหน่ายใจที่เดี๋ยวนี้บ้านไม่สงบเหมือนเคย

ด้วยเป็นวันสำคัญ จิรัชจึงแวะมาหาชินานางแต่บัวบอกว่าออกไปข้างนอก เขารีบโทร.หาชินานาง เธอบอกว่าฉลองวาเลนไทน์อยู่ร้านเค้ก เขาใจหายวาบรีบถามฉลองกับใคร เธอหัวเราะ

“ทำเสียงเหมือนโล่งใจที่ฉันจะมีคู่เลยนะแก เสียใจด้วยฉันมาซื้อให้แม่กับนายลูกหมี แกมาปาร์ตี้คนเกลียดวาเลนไทน์กับฉันไหมล่ะ แต่ให้ไวเลยนะ ขืนช้าฉันจะคว้าคนแถวนี้แล้ว”

จิรัชบอกจะรีบไป มองดอกกุหลาบในมืออย่างหมายมั่น...เผอิญหัฏฐ์มาร้านเดียวกับชินานาง เห็นเฝือกลายการ์ตูนที่ขาเธอก็จำได้เข้ามาทัก เธอแปลกใจถามไม่มีสอนหรือ เขายักไหล่บอกวาเลนไทน์ฟีเว่อร์ทำให้ต้องงดสอนกะทันหันแล้วขอนั่งด้วยคน ชินานางบอกได้... ตนรอเพื่อนอยู่ เขารีบถามผู้ชายหรือผู้หญิง เธอบอกว่าผู้ชาย เขาถามทันทีว่าแฟนหรือเปล่า จิรัชมาถึงพอดีได้ยินลุ้นว่าเธอจะตอบอย่างไร ชินานางมองหน้าหัฏฐ์บอก “ถ้าเป็นแฟน...”

หัฏฐ์แทรกตนจะได้ไม่อยู่เป็นกอขอคอ เธอรีบบอกว่าใช่ที่ไหนคือจิรัช หัฏฐ์ถาม “แล้วอ้อยหวานไม่ใช่แฟนแน่นะ ไม่อยากให้เข้าใจผิด”

“จะบ้าเหรอ! อ้อยหวานเป็นแฟนได้ไง สนิทกันตั้งนานแล้ว”

หัฏฐ์ดีใจถามเธอจะถอดเฝือกเมื่อไหร่ เธอตอบว่าวันวาเลนไทน์ เขาจึงอาสาขับรถพาไป จิรัชได้ฟังคำพูดของชินานางก็เศร้าลง ตัดสินใจถือดอกไม้เดินคอตกกลับไป...

จิรัชกลับมาที่บ้านพักพิง จูนเห็นเขาถือดอกไม้มาก็ใจเต้นรัวรอ แต่แล้วกลับเห็นเขาโยนทิ้งในลัง จึงเปรยว่าน่าเสียดาย เขาหันมาบอกไม่รู้จะเก็บทำไมไม่มีประโยชน์ จูนดักคอไม่ได้เอาไปให้ใคร หรือว่า...กำลังจะให้แล้วโดนปฏิเสธ เขาพยักหน้าเนือยๆ จูนเห็นใจระคน ผิดหวัง

ที่โรงเรียน ลูกหมีกับปุ๊กกี้สนุกสนานกับการแลกสติกเกอร์กับเพื่อนๆ...ชลีกรถือถุงขนมมาขอเยี่ยมปุ๊กกี้ คุณครูขอให้เธอรอเพราะอีกชั่วโมงเศษๆก็จะเลิกเรียน แต่เธอกลัวจะเจอหัฏฐ์มารับจึงอ้างว่าต้องรีบกลับสงขลา แล้ววางบัตรประชาชนให้ว่าตนนามสกุลเดียวกับปุ๊กกี้เป็นป้าเด็ก อยากเห็นว่าหลานสบายดีไหม...คุณครูมาตามปุ๊กกี้ ลูกหมีขอไปเป็นเพื่อนแต่ไม่ได้รับอนุญาต พอปุ๊กกี้เห็นว่าเป็นชลีกรก็หวาดกลัวตัวแข็งทื่อ ชลีกรปรี่เข้ามากอดกลบเกลื่อนให้ครูเห็นว่าตนคิดถึงหลานมาก แล้วขอพาไปนั่งคุยที่หน้าห้องอ้างว่าจะแกะของที่เอามาฝากเกรงจะรบกวน

ลูกหมีพยายามแอบตามมาจะดูว่าใครมาหาปุ๊กกี้ แต่ถูกครูจับได้พาตัวกลับห้องเรียน...ชลีกรได้โอกาสข่มขู่ปุ๊กกี้ทันที “แกจำได้ไหมว่าฉันเคยสั่งแกไว้ว่ายังไงฮึ นังปุ๊กกี้ ต่อไปนี้จำไว้ถ้ามีใครถามว่าอยากอยู่กับใคร แกต้องบอกว่าอยากอยู่กับฉัน เข้าใจไหม! พูดสิแกอยากอยู่กับใคร”

ปุ๊กกี้ปากคอสั่นน้ำตาไหลพราก ชลีกรตบปากขู่ให้พูดว่าจะอยู่กับป้าลี หนูน้อยจำต้องพูดออกมา ชลีกรกำชับให้จำไว้ว่าพูดเองไม่มีใครสอน “แล้วก็ห้ามพูดเรื่องที่ฉันมาที่โรงเรียน เพราะทุกคนเป็นพวกเดียวกับฉัน ถ้าแกพูด ฉันจะรีบมาจัดการแกให้เป็นเหมือนหมาข้างถนน”

ปุ๊กกี้กลัวสุดขีดร้องไห้ พอดีออดเลิกเรียนดัง ครูมาตามให้ไปเก็บของเตรียมกลับบ้าน เห็นหนูน้อยร้องไห้ก็แปลกใจ ชลีกรรีบบอกว่าปุ๊กกี้อยากตามตนกลับไปด้วย...คุณครูจูงปุ๊กกี้กลับมาที่ห้อง ปุ๊กกี้ตัวสั่นไปพิงกำแพงสะอื้น ลูกหมีมองอย่างแปลกใจ

เย็นวันนั้นปุ๊กกี้ก็กลับมามีอาการหวาดผวา ซึมเศร้าเหมือนตอนมาใหม่ๆ ทั้งหัฏฐ์และหทัยกลัดกลุ้ม...หัฏฐ์โทร.ปรึกษาเสนีย์ ไม่รู้ว่าปุ๊กกี้เป็นอะไร กลับจากโรงเรียนก็ไม่พูดไม่จา เสนีย์สันนิษฐานอาจโดนครูดุหรือทะเลาะกับเพื่อน หัฏฐ์บอกถามลูกหมีแล้วไม่มีอะไร เกรงวันขึ้นศาลจะยิ่งไปกันใหญ่ เสนีย์บอกยังพอมีเวลาซักซ้อม...

หลังจากข่มขู่ปุ๊กกี้ ชลีกรมาหาลดามณีที่โรงแรมขอให้ขึ้นเป็นพยาน เธอกำลังเสียใจเรื่องหัฏฐ์กับชินานางจึงปัดไม่อยากยุ่งเรื่องอื่นแค่เรื่องคนข้างบ้านหัฏฐ์ก็ปวดหัวพอแล้ว ชลีกรเคืองหลุดปากว่าเห็นแก่ผู้ชายมากกว่า ครอบครัว ลดามณีโกรธ “อย่ามาใช้คำพูดแบบนี้กับ
ลดานะคะ”

ชลีกรหน้าเจื่อนทำอะไรไม่ถูกคว้ากระเป๋าเดินออกไปอย่างเคืองๆ เข่นเขี้ยว “เก่งนักนะ คอยดูฉันจะไม่เหลืออะไรให้แกเลย”...

ooooooo

วันต่อมาเสนีย์มาซักซ้อมกับปุ๊กกี้และซื้อขนมเอแคลร์มาฝากด้วย หทัยส่งขนมใส่มือ ปุ๊กกี้หน้าซีดมองขนมในมือ คิดถึงที่ถูกกระทำจากชลีกร บังคับให้กินเอแคลร์ที่บูดแล้ว จึงเกิดอาการหวาดกลัวบีบขนมเละคามือ แล้วร้องกรี๊ดออกมาตาเหลือกตัวสั่นราวกับชัก

หทัยกับหัฏฐ์ตกใจเข้ากอดปลอบปุ๊กกี้ เสนีย์ก็ตกใจ “เฮ้ย! หลานแกเป็นอะไรวะ โทษทีฉันไม่รู้ว่าหลานแกไม่ชอบเอแคลร์”

“ฉันก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นปุ๊กกี้เป็นแบบนี้” หัฏฐ์ตกใจงุนงง

ทางบ้านชนนี ลูกหมีชะเง้ออยากไปเล่นกับปุ๊กกี้ แต่ชนนีให้รอตอนนี้ปุ๊กกี้มีแขก ลูกหมีบ่นเป็นห่วงปุ๊กกี้ เมื่อวานก็มีคนมาหาแล้วปุ๊กกี้ก็ร้องไห้ใหญ่ ชนนีกับชินานางสงสัยว่าใคร

ปุ๊กกี้นั่งเก้าอี้กลางห้องเหมือนสถานการณ์ในศาล เสนีย์ปลอบไม่ต้องกลัวแล้วให้ลองบอกว่าอยากอยู่กับใคร ปุ๊กกี้กอดตุ๊กตาดวงใจแน่นนั่งหดตัวก้มหน้า เสนีย์ย้ำถ้ามีคนถามให้ตอบว่าอยากอยู่กับน้าหัฏฐ์...

ปุ๊กกี้ยังคงก้มหน้าไม่พูด หทัยพยายามปลอบ หนูน้อยเอาแต่ส่ายหน้าไม่กล้าอ้าปากพูด หัฏฐ์จึงลองถามใหม่

“ปุ๊กกี้อยากอยู่กับลุงวิตรป้าลีหรืออยากอยู่กับป้าหทัย น้าหัฏฐ์...”

“ยะ...ยะ อยู่กับใครก็ได้...ปุ๊กกี้อยู่กับใครก็ได้” ปุ๊กกี้ตอบเสียงสั่นเบา

หัฏฐ์ตกใจทำไมตอบแบบนั้น ถามเสนีย์ยังพอมีความหวังไหม เสนีย์ถอนใจถ้ายังเป็นแบบนี้คงยากแต่ยังพอมีทางแก้ จะขอยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติม แล้วชวนหัฏฐ์ไปสงขลาด้วยกัน มีคนเก่าแก่ชื่อบุญเรือนและคนของชลีกรชื่อพร้อมพร สองคนนี้ถูกไล่ออก หัฏฐ์จำบุญเรือนได้เพราะเคยเจอตอนงานศพหรรษาพี่สาว เป็นคนสนิทของภาวนาและดูแลปุ๊กกี้ เสนีย์บอกข้อมูลที่ได้มาตรงกัน เราต้องรีบไปสืบหาสองคนนั้นให้เจอก่อน

หัฏฐ์เดินไปส่งเสนีย์ที่รถ หทัยพยายามปลอบปุ๊กกี้ให้รู้ว่าตนกับหัฏฐ์มีความสุขมากที่ปุ๊กกี้มาอยู่ด้วย เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ปุ๊กกี้หน้าเศร้าไม่ยอมพูดจาเดินกอดดวงใจขึ้นห้องนอน...หัฏฐ์เครียดเดินมาชะเง้อมองหาชินานาง เผอิญเธอออกมาเดินเล่นชมจันทร์เห็นเขาจึงทักทำไมยังไม่นอนปกติเห็นนอนเร็ว เขาฝืนยิ้มบอกคืนนี้อากาศดีอยากชวนเธอออกมาสูดอากาศก่อนนอน

“เป็นอะไรรึเปล่าสีหน้าไม่ค่อยดีนะ ไปเข้าห้องน้ำซะดีไหม”

“พูดซะเสียเลย” หัฏฐ์หัวเราะออกมาได้

ชินานางถามหัวเราะได้แล้วสบายขึ้นบ้างไหม แล้วถามกลุ้มเรื่องอะไร หัฏฐ์เล่าเรื่องในวันนี้ให้ฟัง ชินานางจึงอาสาไปช่วยคุยกับบุญเรือนและพร้อมพรให้ เพราะเป็นผู้หญิงด้วยกันน่าจะพูดกันง่ายกว่า หัฏฐ์ถามต้องลงไปสงขลาจะไปได้หรือ เธอคิดๆแล้วบอกว่าถือเป็นการตอบแทนที่เขาขับรถพาตนไปซ่อมหลังคาบ้านที่ต่างจังหวัด หัฏฐ์ยิ้มดีใจ

ooooooo

วันต่อมา เสนีย์ หัฏฐ์และชินานางมาถึงสงขลา เสนีย์เสนอให้แยกกันไปเจรจา ตัวเขาจะไปหาพร้อมพร ให้หัฏฐ์กับชินานางไปหาบุญเรือนตามสถานที่ที่ได้ข้อมูลมา

หัฏฐ์กับชินานางเดินผ่านสวนยางมาด้วยความหมายมั่นจะได้เจอบุญเรือน พลันกลับเจอสุนัขวิ่งไล่ ทั้งสองตกใจจูงกันวิ่งหนีออกมาที่ถนน หยุดหอบเหนื่อยมองหน้ากันหัวเราะ ชินานางเปรยทำไมข้อมูลไม่บอกว่ามีสุนัขดุด้วย หัฏฐ์หัวเราะเอามือปัดผมที่ปรกหน้าให้

ชินานาง เธอสบตาเขาอึ้งๆ พอดีมีชาวบ้านเดินมา หัฏฐ์จึงถามหาบ้านบุญเรือน

“ป้าบุญเรือนอยู่หน้าสวนโน่น ทำไมไม่เดินบนถนนดีๆล่ะ เห็นวิ่งกันออกมาจากสวนยาง บนถนนเดินง่ายไม่ต้องตัดสวนยาง”

“อ้าว ไม่ใช่ทางที่มาเหรอคะ”

“ทางสวนยางมันทางลัด แต่หมาดุ วิ่งหนีกันมาล่ะสิ”

ทั้งสองหัวเราะเขินๆ...พอเดินมาถึงบ้านบุญเรือนก็ตะโกนเรียก บุญเรือนออกมาเห็นหัฏฐ์ก็จำได้ จึงนั่งคุยกัน บุญเรือนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับภาวนาและปุ๊กกี้ก็เสียใจ ยินดีจะไปเป็นพยานให้

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 10 วันที่ 9 ต.ค.59

ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทโทรทัศน์โดย พรดี และ โซติกซ์ทีม
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ กำกับการแสดงโดย ชุดาภา จันทเขตต์ และ วรวุฒิ นิยมทรัพย์
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอาการทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ