อ่านละครนาคี ตอนที่ 10/2 วันที่ 11 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 10/2 วันที่ 11 ต.ค.59

“ลูกมันเลี้ยงได้แต่ตัว เลี้ยงหัวใจมันไม่ได้ ฉันผิดเองที่ไม่เคยทำหน้าที่พ่อที่ดีให้ลูกมันได้ภูมิใจสักครั้ง ตำแหน่งหน้าที่การงานที่ใครๆ ต่างยกย่องสรรเสริญ ไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวฉันมีความสุขเลยสักนิด กว่าจะรู้ว่า “ครอบครัว” สำคัญแค่ไหน มันก็สายเกินไปเสียแล้ว” สุภัทรสำนึกผิด
“คนเป็นพ่อเป็นแม่ยอมลำบากเพื่อให้ลูกได้สบายทั้งนั้นวันใดที่พ่อทศพลมีลูก เขาจะเข้าใจหัวอกของดอกเตอร์ว่าห่วงใยเขามากแค่ไหน” คำปองสงสารเอ่ยปลอบ
สุภัทรเห็นคำแก้วนั่งน้ำตาร่วงเผาะๆ “หนูคำแก้ว... อย่าเสียใจไปเลยนะ สักวันไอ้ทศพลมันหูตาสว่าง รู้ว่าอะไรเป็นเพชร อะไรเป็นกรวด มันก็จะกลับมาเอง”

“จ้ะ พ่อ ฉันจะรอวันนั้น” คำแก้วตอบเหมือนคนสิ้นหวัง
คำปองกับสุภัทรมองคำแก้วด้วยความสงสาร



สัปเหร่อคงพาเมืองอินทร์มายังป่าช้าผีดิบ “ศพที่เป็นเครื่องสังเวยเจ้าแม่นาคีจะถูกแยกมาฝังต่างหากที่ป่าช้าผีดิบนี่”
“คนตายแล้วก็เป็นผีเหมือนๆ กัน จะต้องแยกฝังให้ยุ่งยากทำไม” เมืองอินทร์สงสัย
“เป็นธรรมเนียมของหมู่บ้านดอนไม้ป่า เชื่อกันว่าคนที่ถูกงูฉกตายจะต้องกลายเป็นบริวารเจ้าแม่นาคีจนกว่าจะมีตัวตายตัวแทน... แน่ใจนะว่าคืนนี้จะพักแรมที่นี่” สัปเหร่อคงสีหน้าหวาดๆ
“ต่อให้เฮี้ยนกว่านี้ข้าก็เคยนอนมาแล้ว” เมืองอินทร์วางสัมภาระบนเชิงตะกอน ใช้เป็นที่พำนัก
“คนที่ลบหลู่ท้าทายเจ้าแม่นาคีไม่เคยตายดีสักกะคน... ยังหนุ่มยังแน่น ริจะต่อกรกับเจ้าแม่นาคี คิดดีแล้วเหรอ”
“ข้าเรียนไสยศาสตร์มาจากหลายสำนักร้อนวิชาต้องออกตะเวนไปทั่ว ทั้งผีโป่ง ผีป่า ผีตายห่า ตายโหง ข้าเคยปราบมาแล้วทั้งนั้น” เมืองอินทร์คุยโว
“แล้วพ่อหมอมาที่ดอนไม้ป่านี่ทำไม อย่าบอกนะว่า....” สัปเหร่อคงกลืนน้ำลายเอื๊อก
เมืองอินทร์ยิ้มมุมปากแทนคำตอบ สัปเหร่อคงตกใจเมื่อรู้ว่าเมืองอินทร์จะมาปราบเจ้าแม่นาคี

ภูพระนางตอนเย็น หมออ่วมเดินนำเข้ามาในถ้ำ ตามด้วยกำนันแย้ม บุญส่ง และกอที่เหนื่อยจนแทบคลาน“ถึงแล้ว ! ที่นี่แหละ !”
กอเห็นถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย “ไหนล่ะ เหล็กไหล ข้าเห็นมีแต่หินงอกหินย้อยเต็มถ้ำไปหมด”
หมออ่วมย่อตัวลงนั่งแล้วลูบไปที่พื้นถ้ำ มีขุยผงสีดำๆ ติดมือมา ทุกคนมองอย่างสนใจ
“นั่นอะไรน่ะหมออ่วม” กำนันแย้มมองเขม็ง
“ขี้ดิบเหล็กไหล เกิดจากการเคลื่อนตัวของเหล็กไหล ยังใหม่ๆ อยู่ แสดงว่าตัวเหล็กไหลยังอยู่ในถ้ำนี่” หมออ่วมชี้แจง
“จะทำอะไรก็รีบๆ ลงมือเข้าเถอะ ในนี้มันวังเวงพิกล ข้าไม่ค่อยไว้ใจ” บุญส่งเหลียวซ้ายแลขวา
“ข้าจะเริ่มพิธีอัญเชิญเหล็กไหลไม่ว่าเห็นหรือได้ยินอะไร หุบปากให้สนิท อย่าเอะอะเสียงดังเป็นอันขาด” หมออ่วมกำชับทุกคนน้ำเสียงเฉียบ

ผ่านเวลา ตะวันตกดินความมืดครอบคลุมทั่วบริเวณภูพระนาง หมออ่วมนั่งพนมมืออยู่บนโขดหินสวดมนต์พึมพำ กำนันแย้ม บุญส่ง และกอ นั่งลุ้นใจจดจ่อ
หมออ่วมเทน้ำผึ้งใส่มือ เอาไว้ล่อเหล็กไหลให้มากิน เขาสวดคาถาพึมพำ“สัมมะ สัมมา สัมมา สัมมะ มะอะอุ นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ”
ทันใดนั้นก็มีงวงสีดำโผล่ห้อยลงมาจากผนังถ้ำด้านบนคล้ายกับสิ่งมีชีวิตกำลังเลื้อยลงมาตามกลิ่นน้ำผึ้ง ทุกคนเบิกตากว้างอย่างอัศจรรย์ใจ เหล็กไหลไหลย้อยลงมาจากผนังถ้ำลงมากินน้ำผึ้ง หมออ่วมชักมีดหมอฟันฉับไปที่เหล็กไหลขาดกระเด็น งวงที่เหลือรีบหนีหายไปในรอยแตกผนังถ้ำทันที
กอตะโกนลั่น “สำเร็จแล้ว !”
“ในที่สุด เหล็กไหลก็อยู่ในกำมือข้าจนได้” หมออ่วมหัวเราะลั่น
ภายนอกท้องฟ้าคำรามครืนเปรี้ยงปร้าง แต่ไม่มีฝนเทลงมา ทันใดนั้น ถ้ำสั่นสะเทือนขึ้นมาราวเกิดแผ่นดินไหวจนทุกคนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
“ถ้ำจะถล่มแล้ว !!” กำนันแย้มเซไปมา
“พ่อแก้ว ! แม่แก้ว ! ช่วยลูกช้างด้วย !” กอยกมือไหว้ปลกๆ
“รีบหนีออกจากถ้ำเร็ว !!” บุญส่งรีบวิ่งอ้าว
ถ้ำค่อยๆ ทรุดตัวลง ทั้งสี่วิ่งหนีไม่คิดชีวิต แล้วพุ่งกระโจนออกจากปากถ้ำที่ถล่มพังครืนฉิวเฉียด ทั้ง 4 คนหมดแรงนั่งหอบแฮ่กหลังจากผ่านพ้นความตายมาเส้นยาแดงผ่าแปด

หมออ่วม กำนันแย้ม บุญส่ง และกอ นั่งอยู่รอบกองไฟ
กอหมุนก้อนเหล็กไหลในมืออย่างพินิจ“เหล็กไหลก้อนเท่าหัวแม่มือปาหัวยังไม่แตกจะเอาไปทำอะไรได้” กอมองอย่างดูแคลน
หมออ่วมรีบคว้าก้อนเหล็กไหลจากมือกอไปเก็บไว้อย่างหวงแหน “เท่านี้ก็มากพอที่จะใช้เป็นมวลสารสร้างอาวุธปราบนังงูผีได้แล้ว”
“อาวุธศักดิ์สิทธิ์ ? อะไร ?” บุญส่งสงสัย
“ดาบเหล็กไหล! ข้าจะเอาเหล็กไหลก้อนนี้ทำพิธีตีดาบศักดิ์สิทธิ์ คราวนี้ ต่อให้มีงูบริวารเจ้าแม่นาคีอีกกี่ตัว ข้าก็จะฟันมันให้ยับ” หมออ่วมสีหน้ามั่นใจ
“ข้าอยากเห็นนังงูผีถูกดาบเหล็กไหลบั่นคอเสียวันนี้วันพรุ่ง วิญญาณเจ้าเลื่องจะได้ตายตาหลับ ไปผุดไปเกิดเสียที” กำนันแย้มเอ่ยอย่างมีความหวัง
“อีกไม่นานเกินรอหรอกกำนัน เลือดนังงูปีศาจจะต้องสังเวยคมดาบของข้า” หอมอ่วมหัวเราะลั่น
กอมองไปที่เหล็กไหลในมือหมออ่วมอย่างคิดไม่ซื่อ

กระต๊อบทศพล ดึกสงัด คำแก้วยังไม่หลับ ครุ่นคิดหาวิธีช่วยทศพลให้พ้นจากมนต์เสน่ห์ “พี่พลโดนมนต์เสน่ห์ของลำเจียกจนไม่เป็นผู้เป็นคน.... ทางเดียวที่จะช่วยพี่พลได้ ต้องหาของที่ใช้ทำเสน่ห์ให้เจอ แล้วทำลายมันซะ” คำแก้วรีบร้อนออกจากกระต๊อบไป

คำแก้วลอดรั้วบ้านนายกอ ท่าทางลับๆ ล่อๆ จะหาทางเข้าไปข้างใน แล้วหยุดยืนที่เชิงบันไดบ้านกอ เหลียวซ้ายแลขวา แล้วขึ้นบันไดไป

เมืองอินทร์ที่นั่งสมาธิอยู่เหนือเชิงตะกอน ลืมตาโพลง รู้โดยทางในว่าคำแก้วมาเพื่อทำลายเสน่ห์ “กูนึกแล้ว ว่ามึงต้องมา” เมืองอินทร์ท่องมนต์ เป่าพรวดไปที่มือข้างขวาของตน “คิดจะมาทำลายหุ่นฝังรูปฝังรอยข้า มันไม่ง่ายหรอกโว้ย” เมืองอินทร์เอามือล้วงลงไปในดินหลุมศพในป่าช้า

ปรากฏว่ามือของเมืองอินทร์ไปโผล่ออกมาจากประตูบ้านกอ แล้วบีบคอคำแก้วอย่างแรง คำแก้วแกะมืออาคมของเมืองอินทร์ไม่ออก ทันใดนั้น มือของเมืองอินทร์ก็กลายเป็นสีแดงเหมือนถ่านติดไฟบีบคอคำแก้ว จนรู้สึกร้อนเหมือนโดนไฟลวก
ร่างคำแก้วถูกมืออาคมของเมืองอินทร์ เหวี่ยงลงจากบ้านกอ ลงไปที่พื้นทันที “อ๊ายยยยยย” คำแก้วรู้สึกร้อนที่คอไปหมด มองไปที่บ้านนายกออย่างหมดสิ้นหนทาง จนต้องถอยกลับไปตั้งหลัก
งูเขียวฉัตรสุดาที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่รีบเลื้อยไปทันที

เมืองอินทร์ชักมือขึ้นจากดิน หัวเราะอย่างอหังการ์ “นึกว่าจะแน่ หนีเป็นหมาถูกน้ำร้อนเลยนะมึง นี่น่ะเหรอวะ! งูบริวารเจ้าแม่นาคี ฮ่าๆๆ” เมืองอินทร์ย่ามใจ คิดว่าการปราบคำแก้วไม่ใช่เรื่องยาก

ทศพลนอนหลับอยู่ข้างกายมีลำเจียกนอนกอดก่าย ก่อนจะสะดุ้งตื่นลืมตาโพลง “คำแก้ว !”
ลำเจียกงัวเงีย “ฝันร้ายเหรอจ๊ะ”
“ผมฝันเห็นคำแก้ว”
พอลำเจียกรู้ว่าทศพลละเมอถึงคำแก้วก็โมโหหายงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง “หน็อย ! นังงูผี! มันคงอยากแย่งคุณทศพลไปจากลำเจียกจนตัวสั่น ขนาดในความฝันมันยังตามมาราวี”
“ผมไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่ชื่อคำแก้วจะเป็นงู”
“นังคำแก้วมันเกิดวันสุริคราส นาคราชกลืนดวงตะวัน งูบริวารเจ้าแม่นาคีเลยเข้าสิงร่างนังคำแก้วตั้งแต่เด็ก ทำให้มันมีสภาพครึ่งคนครึ่งงู มีอิทธิฤทธิ์กลายร่างเป็นงูเผือกมีหงอนได้”
“งูสิงร่างคน! ไม่น่าเป็นไปได้” ทศพลสับสน
ลำเจียกยืนยัน “ลำเจียกบอกว่าเป็นก็เป็นสิ ทำไมคุณทศพลถึงไม่เชื่อ หรือว่าคุณทศพลไม่รักลำเจียกแล้ว” ลำเจียกแกล้งงอนค้อนควัก
ทศพลงอนง้อด้วยอำนาจมนตร์เสน่ห์ “รักสิครับผมรักลำเจียกคนเดียว จะให้ผมตายเพื่อคุณก็ยังได้”
“ถ้างั้น ทำให้ลำเจียกเห็นสิจ๊ะว่าคุณทศพลรักลำเจียกมากแค่ไหน” ลำเจียกโน้มคอทศพลลงจูบ บรรเลงบทเพลงสวาทอีกรอบ

ที่ป่าช้า บรรยากาศวังเวง เงียบสงัด มีเสียงหมาหอนชวนขนลุก เมืองอินทร์นั่งหลับตาพนมมือ ท่องคาถา เบื้องหน้ามีเทียนสีขาวจุดอยู่ทำพิธีเหนือเชิงตะกอน พายุพัดฮือต้นไม้ใหญ่ไหวเอนซู่ซ่า ท้องฟ้าแลบแปลบปลาบเหมือนฝนจะตก เทียนชัยตรงหน้าดับพรึ่บ ! เมืองอินทร์นั่งสมาธิอยู่บนเชิงตะกอนลืมตาขึ้น วัชระปราการในร่างมนุษย์ปรากฏร่างขึ้นตรงหน้าเมืองอินทร์ เผชิญหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างไม่กลัวเกรง
“มึงเป็นบริวารของนังเจ้าแม่นาคี แน่จริงก็กลายร่างเป็นงูสิวะ กูจะได้ถลกหนังมึงอีกตัว ไอ้หัวหงอน” เมืองอินทร์ชี้หน้าประกาศกร้าว
“ไอ้หน้าตัวเมีย รังแกได้กระทั่งผู้หญิง หมอผีทุศีลอย่างมึงอยู่ไปก็หนักแผ่นดิน เดรัจฉานวิชาจักนำพาให้มึงวิบัติฉิบหาย” แสงฟ้าคำรามครืน จับดวงหน้าวัชระปราการดูน่าเกรงขาม
เมืองอินทร์หัวเราะลั่น “มึงฆ่าคนสังเวยไปแล้วกี่ศพวะ ถึงได้มีฤทธิ์เดชจำแลงร่างเป็นมนุษย์ได้”
“จักกี่ศพก็ช่าง แต่ศพต่อไปจักเป็นมึง ไอ้หมอผีชั้นต่ำ !” วัชระปราการเสียงเขียว
“กูเคยกำราบนายมึงจนกลายเป็นงูไร้พิษสงต้องเลื้อยหนีหัวซุกหัวซุนมาแล้ว ทำไมคราวนี้กูจะจับบริวารชั้นต่ำอย่างมึงแล่เนื้อถลกหนังไม่ได้วะ” เมืองอินทร์คุยโว
“ที่นั่นมันนาคหนี แต่ที่นี่ดอนไม้ป่าจะเป็นป่าช้าฝังศพเจ้า เจ้าอินทร์” วัชระปราการไม่เกรงกลัว
“อยากลองดีกับกูก็เข้ามา !” เมืองอินทร์ท้าทาย
วัชระปราการกลายร่างเป็นงูใหญ่ ขู่ฟ่อแล้วพุ่งเข้าฉกเมืองอินทร์ แต่เมืองอินทร์ก็ควงไม้ตะพดปัดป้องหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว เมืองอินทร์ไม้ตะพดฟาดใส่งูวัชระปราการโดนที่ขนดหาง วัชระปราการตวัดฟาดหางใส่เมืองอินทร์จนกระเด็นห่างออกไปเล็กน้อย แต่ก็ลุกขึ้นยืนตั้งหลักได้อีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายสู้กันดุเดือด หมายจะให้ตายกันไปข้าง เมืองอินทร์สู้ยิบตา ฟาดไม้ตะพดใส่ไม่เลี้ยง งูวัชระปราการเลื้อยหลบหลีกแต่พลาดท่า วัชระปราการโดนไม้ตะพดฟาดจนหมอบ เมืองอินทร์ยิ้มเหี้ยมเงื้อไม้ตะพดจะพุ่งใส่งูวัชระปราการหมายปลิดชีพ วัชระปราการตัดสินใจอ้าปากพ่นลูกไฟลูกใหญ่ใส่เมืองอินทร์ เมืองอินทร์เบิกตาโพลงยกไม้ตะพดขึ้นมาบังลูกไฟ เกิดแรงระเบิดดังบรึ้ม ! กึกก้องกัมปนาท ไม้ตะพดหักครึ่งเป็นสองท่อน เสื่อมอาคมในที่สุด
“ไม้ตะพดกลดนาค !!!!” เมืองอินทร์มองไม้ตะพดด้วยความตกใจ งูวัชระปราการโดนพลังจากไม้ตะพดสะท้อนแรงปะทะกลับเช่นกัน รีบเลื้อยหนีหายไปในบัดดล เมืองอินทร์มองไม้ตะพดที่หักครึ่ง สองท่อนในมือ “เจ็บใจนัก ฝากไว้ก่อนเถอะมึง กูจักฆ่าล้างพวกมึงทั้งโคตร!” แววตาเมืองอินทร์ทั้งเจ็บใจ ทั้งเสียดายที่ต้องเสียอาวุธสำคัญคู่กายไป

วัชระปราการกระเสือกกระสนหนีกลับมาที่เทวาลัย กระอักเลือดสีเขียวข้น
เลื่อมประภัสร์และฉัตรสุดาต่างพากันร้องด้วยความตกใจ “ท่านวัชระปราการ !!!”
“ไอ้เมืองอินทร์มันตามจองล้างจองผลาญเจ้าแม่ไม่เลิก” วัชระปราการเอ่ยด้วยความเจ็บปวด
ฉัตรสุดาโมโห “ข้าจะไปฆ่ามัน”
เลื่อมประภัสร์ร้องห้ามดา “เจ้าอินทร์มีอาคมแก่กล้า เจ้าจักเอากระไรไปสู้กับมัน”
“เจ้าไปก็เอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ ฉัตรสุดา ข้าเองยังแทบเอาตัวไม่รอด” วัชระปราการช่วยห้ามอีกแรง
ฉัตรสุดาฮึดฮัด เจ็บใจที่หาวิธีต่อกรกับเมืองอินทร์ไม่ได้ “ไม่มีวิธีใดจักปลิดชีพอ้ายหมออาคมชั่วผู้นั้นได้เลยหรือ”
“สู้กับเจ้าอินทร์ จักใช้แต่กำลังเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้เล่ห์กลด้วยจึงจักมีชัยเหนือมัน”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 10/2 วันที่ 11 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ