อ่านละครนาคี ตอนที่ 10/5 วันที่ 12 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 10/5 วันที่ 12 ต.ค.59

วันชนะตบหัวประกิตดังผัวะ “แหกตาดูสภาพไอ้พลตอนนี้สิ กว่าแกจะถ่อแพไปวัดที่หนองไทร กลับมาไอ้พลคงขึ้นอืดไปแล้ว”
“แกจะให้ฉันนั่งกระดิกเท้าแคะขี้ฟันรอไอ้พลมันเน่าแล้วเอาไปฝังหรือไงวะ” ประกิตชักโมโห
สมมาตรตัดบท “แกสองคนอย่าเพิ่งเถียงกันได้มั้ยวะ คนยิ่งเครียดๆ อยู่”
เชษฐ์นึกขึ้นได้ “ยังมีน้ำที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าน้ำมนต์วัดไหน แล้วก็อยู่ไม่ไกลด้วย”
“น้ำอะไรของแกวะ หลวงปู่” วันชนะคิ้วขมวด
“บอกฉันมาเถอะ ต้องให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ ฉันก็จะดั้นด้นไปเอามาให้ได้” คำแก้วและทุกคนมองไปยังเชษฐ์เป็นตาเดียวกัน

คำแก้วล้างเท้าให้สุภัทรในอ่างดิน
“แน่ใจเหรอ ว่าน้ำล้างเท้าฉันจะช่วยไอ้พลมันได้” สุภัทรถามน้ำเสียงอ่อนโยน


“คุณเชษฐ์บอกว่าน้ำล้างเท้าพ่อแม่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าน้ำมนต์วัดไหนๆ”
สุภัทรได้ยินก็หัวเราะในลำคอ “พาเจ้าพลไปส่งโรงพยาบาลที่ตัวเมืองไม่ดีกว่าเหรอ”
“อาการของพี่พลไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บธรรมดาๆ หมอในเมืองรักษาไม่ได้หรอกจ้ะพ่อ”
“ถ้าคิดว่าทำแล้วสบายใจก็เชิญ” คำแก้วล้างเท้าให้สุภัทรเสร็จก็เอาผ้าซับเท้าให้ด้วยความนอบน้อม สุภัทรเริ่มนึกเอ็นดูคำแก้ว “เธอรักลูกชายฉันมากเหรอ” คำแก้วพยักหน้าแทนคำตอบ “ไอ้พลมันหัวดื้อยิ่งกว่าฉัน เธอคิดว่าจะดูแลมันได้มั้ย” สุภัทรถามหยั่งเชิง
“จะพยายามจ้ะ” คำแก้วตอบด้วยความจริงใจ
“ฉันฝากเจ้าพลด้วยนะ หนูคำแก้ว” สุภัทรคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้คำแก้ว แทนคำตอบรับคำแก้วเป็นลูกสะใภ้ คำแก้วยิ้มยินดี
คำแก้วเอาขันตักน้ำล้างเท้าสุภัทรในอ่างดินมากรอกปากทศพล ทศพลที่อิดโรย ตาลึกโหล ใบหน้าหมองคล้ำ กลับมามีชีวิตชีวาดังเดิม ทศพลค่อยๆ ลืมตาขึ้น ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของเพื่อนๆ
ประกิตโล่งอก “ไอ้พลฟื้นแล้วโว้ย เฮ !!! อย่างนี้ต้องฉลอง”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกแกถึงได้ดีใจกันนัก” ทศพลงง
วันชนะโบ้ย “ถามเมียแกดูเอาเองละกัน จริงมั้ยวะพวกเรา”
ประกิต สมมาตร เชษฐ์พยักพเยิดกับเห็นด้วย พร้อมบุ้ยหน้าไปทางคำแก้ว ทศพลมองคำแก้ว งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คำแก้วบ่ายเบี่ยง “เรื่องมันยาวน่ะจ้ะ”
“งั้นคืนนี้พี่จะนอนหนุนตักฟังคำแก้วเล่าทั้งคืนเลย” ทศพลเข้าไปอ้อนคำแก้ว
ทุกคนต่างโห่ในความหวานจนน้ำตาลหกของทศพล บรรยากาศชื่นมื่น

กระต๊อบทศพล คำแก้วกำลังทำกับข้าวอยู่ ทศพลเข้ามาโอบด้านหลัง ฝังจูบที่ซอกคอคำแก้ว หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ มาได้ “ถ้าพี่ยังไม่หลุดพ้นจากคุณไสยมนต์ดำ จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
“ตอนนี้พี่ก็คงนอนกกลำเจียกอยู่ล่ะมั้ง” คำแก้วประชด
“โธ่! คำแก้ว ยังไม่หายโกรธพี่อีกเหรอจ๊ะ” ทศพลทำเสียงออดอ้อน
“ผู้ชายคนไหนเห็นลำเจียกก็จ้องตาเป็นมันกันทั้งนั้น ฉันเป็นผู้หญิงด้วยกัน ยังอดชมลำเจียกไม่ได้”
“ผู้หญิงอย่างลำเจียก อาจสวยต้องตาเมื่อแรกเห็น แต่สำหรับคนที่เป็นคู่ครอง เป็นเมีย เป็นแม่ของลูกพี่ขอผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านแม่เรือน รู้สึกเย็นใจเมื่ออยู่ใกล้เหมือนคำแก้วดีกว่า”
“แต่คำแก้วทำให้พี่เดือดร้อน ถ้าพี่ไม่แต่งงานกับคำแก้ว คงไม่เป็นแบบนี้” คำแก้วรู้สึกผิด
“เป็นเพราะความไม่รู้จักพอของคนพวกนั้นต่างหาก”
“ถ้าพี่ยังอยู่ที่นี่ต่อก็ต้องเดือดร้อนใจไม่จบไม่สิ้น”
“ถึงยังไงพี่ก็จะอยู่ที่นี่ จนกว่าคำแก้วจะหมดรักพี่แล้ว”
“คำแก้วไม่มีวันหมดรักพี่ แต่คำแก้วไม่อยากเห็นพี่เป็นอะไรไปอีก..พ่อพี่ก็คงคิดไม่ต่างจากคำแก้ว”
ทศพลทำหน้าฉงน “พ่อเคยเป็นห่วงพี่ด้วยเหรอ”
“พ่อห่วงพี่จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ที่พี่รอดจากคุณไสยของต่ำพวกนั้นมาได้ก็เพราะท่าน”
ทศพลอึ้งไป ไม่คิดว่าพ่อจะเป็นห่วงเขาขนาดนี้

พิมพ์พร และเจิดนภาแอบมองทศพลและคำแก้วอยู่
พิมพ์พรกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ “อุตส่าห์ช่วยพลให้พ้นจากเสน่ห์นังลำเจียกแท้ๆ แต่นังคำแก้วมันดันมาชุบมือเปิบคว้าพลไปจนได้ เจ็บใจจริงๆ”
“นี่แหละน๊า ที่เค้าว่า ตาอินกับตานาแย่งหัวปลาหางปลากันเกรียว ตาอยู่มาเดี๋ยวเดียวคว้าพุงเพียวๆ ไปกิน.... ความรักก็เช่นกัน” เจิดนภาทำเสียงน่าหมั่นไส้
“เธอเป็นพวกใครห๊ะ ยัยเจิด ถ้ามือไม่พายก็อย่าเอาเท้าราน้ำได้มั้ย”
เจิดนภาคิดแผนการใหม่ “หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง เอางี้ ! เธอก็ทำเสน่ห์แย่งทศพลกลับคืนมามั่งซี๊”
“ทำเสน่ห์ ? ทำยังไง ?” พิมพ์พรคิ้วขมวด
“ไม่เห็นจะยาก” เจิดนภาถือตุ๊กตาดินปั้น 2 ตัวในมือลักษณะเหมือนกับตุ๊กตาฝังรูปฝังรอยของลำเจียกเป๊ะ “ตุ๊กตาตัวนี้คือทศพล ส่วนตัวนี้คือเธอ ยัยพิมพ์ ห่อด้วยใบรักซ้อนเสร็จแล้วก็เอาด้ายสายสิญจน์มาผูกหุ่นทั้งสองมัดประกบติดกันจนแน่น”
เจิดนภาบรรยายอย่างฉะฉาน จนพิมพ์พรทึ่ง “รู้ได้ยังไงว่าทำแบบนี้จะได้ผล”
“ฉันเคยอ่านตำรา “วิธีทำเสน่ห์” ที่ซื้อมาจากแถวท่าพระจันทร์ ขลังสุดๆ ทำแบบนี้ รับรองเสร็จทุกราย...”
พิมพ์พรมองเจิดนภาอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อถือสักเท่าไรนัก “แค่นี้เองเหรอ ?”
“ยัง ! ต้องว่าคาถามหาเสน่ห์กำกับด้วย เธอว่าตามฉันนะ อย่าให้ผิดเพี้ยนแม้แต่คำเดียว” พิมพ์พรพยักหน้า เอาก็เอาวะ ไม่ลองก็ไม่รู้ เจิดนภาว่าคาถา แอ่นหน้าแอ่นหลัง น้ำเสียงกระแทกกระทั้น “โอม...เมื่อเวลาเข้านอนให้อกมึงร้อนเหมือนกับไฟ ให้ใจมึงร้อนเหมือนหม้อพลุ่ง ให้มึงนอนสะดุ้ง คิดถึงกูจนอยู่มิได้ พ้วงงงงง เอ้า ! ว่าตามสิ ทำท่าด้วย”
พิมพ์พรยอมว่าคาถาและทำท่าเด้งหน้าเด้งหลังตามเจิดนภา

พิมพ์พรกับเจิดนภาซุ่มหาจังหวะที่ทศพลอยู่คนเดียว ครั้นพอสบโอกาส พิมพ์พรก็รีบวิ่งจู๊ดปรี่เข้าไปหาทศพลแล้วท่องมนต์ใส่ทันที “โอม...เมื่อเวลาเข้านอนให้อกมึงร้อนเหมือนกับไฟ ให้ใจมึงร้อนเหมือนหม้อพลุ่ง ให้มึงนอนสะดุ้ง คิดถึงกูจนอยู่มิได้ พ้วงงงงงงง !!!!” พิมพ์พรร่ายคาถาเป่าใส่หน้าทศพลเต็มที่
ทศพลหันมาจ้องหน้าพิมพ์พร “พิมพ์.....” พิมพ์พรเห็นท่าทศพล คิดว่าทำเสน่ห์สำเร็จแน่แล้ว บิดไปบิดมา เสร็จกูแน่ “ทีหลังกินส้มตำ หัดแปรงฟันด้วยนะ กลิ่นแรงมาก”
พิมพ์พรหุบยิ้ม อายแทบมุดแผ่นดินหนี ทศพลเดินออกไป
เจิดนภาวิ่งหน้าเริ่ดเข้ามาหาพิมพ์พร “สำเร็จมั้ย”
“สำเร็จกับผีน่ะสิ! ฉันไม่ไม่น่าหลงทำตามวิธีโง่ๆ ของเธอเลย ยัยเจิด”
เจิดนภาเกาหัวแกรกๆ ไม่เข้าใจว่าพลาดตรงไหน ก็ทำตามหนังที่ตัวเองเคยดูทุกอย่าง

ลำเจียกลืมตาฟื้นขึ้นมา ซ่อนกลิ่นเรียกด้วยความดีใจ “ลำเจียกฟื้นแล้ว!”
ซ่อนกลิ่นกับชบารีบเข้าไปประคองลำเจียกให้ลุกขึ้นนั่ง ท่าทางยังอ่อนแรงผมเผ้ากะเร้อกะรัง สารรูปดูไม่ได้
ลำเจียกเงยหน้าสบตาเมืองอินทร์ที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็เสียงดังด้วยความโมโห “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ไหนพูดนักหนาว่าเก่งยังไม่ทันไร คาถาก็เสื่อมซะแล้ว”
“คาถาข้าไม่มีทางเสื่อมง่ายๆ หรอกโว้ยต้องมีใครสักคนทำลายหุ่นนั่นแน่ๆ” เมืองอินทร์โต้กลับ
“นังคำแก้ว!” ชบาพึมพำ
เมืองอินทร์ส่ายหัว “ไม่มีทางอาคมของข้า พวกงูชั้นต่ำอย่างนั้นไม่มีทางทำลายได้”
“ถ้าไม่ใช่นังคำแก้ว แล้วใครล่ะพ่อหมอ” ซ่อนกลิ่นสงสัย
“จะใครก็ช่างมันก่อนเถอะ รีบทำเสน่ห์ให้ฉันใหม่เดี๋ยวนี้เลย” ลำเจียกตัดบท
เมืองอินทร์หันขวับ “ข้าไม่ทำ”
“เอ๊ะ นี่พ่อหมอจะไม่ช่วยฉันเหรอแก้วแหวนเงินทองจะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันจ่ายไม่อั้น”
เมืองอินทร์ชักไม่พอใจลำเจียก “อุวะ นังนี่ ของแบบนี้ ถ้าพลาดแล้วทำซ้ำไม่ได้ มันจะเป็นภัยกับตัว ดูสารรูปเอ็งตอนนี้สิยิ่งกว่าผีตายซาก เอ็งอยากไปเกิดใหม่รึไง”
“งั้นพ่อหมอก็รีบหาวิธีกำจัดนังคำแก้วมันสิก่อนที่มันจะเล่นงานเรา” ชบาออกความเห็น
“ไม้ตะพดกลดนาคของข้าก็ป่นปี้หมดแล้ว ขอเวลาให้ข้าตั้งหลักสักหน่อย ข้าไม่ปล่อยนังงูผีไว้แน่”
ลำเจียกยิ่งเครียดหนัก นี่เธอหมดที่พึ่งจะต้องเสียทศพลไปจริงๆ เหรอ

สุภัทรนั่งอยู่ที่โต๊ะ ตรงหน้ามีเอกสารเกี่ยวกับเมืองมรุกขนครกางอยู่แต่สายตาสุภัทรไม่ได้จับจ้องอยู่ที่เอกสาร เพราะใจนึกเป็นห่วงทศพล สุภัทรนึกถึงเรื่องในอดีตที่ทำไม่ดีกับทศพลต่างๆ นานา สุภัทรสีหน้าขรึมลง รู้สึกผิดต่อทศพล ระหว่างเขากับทศพลมีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ไม่เคยมีความสุข
ป้าอิ่มเข้ามาในห้องสุภัทร “คุณท่านคะ มีคนมาขอพบค่ะ”
“ใคร ?”
ทศพลเข้ามาพร้อมคำแก้ว “พ่อ...”
“เจ้าพล...” แววตาสุภัทรฉายแววดีใจที่เห็นทศพลกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่ก็ต้องเก็บอาการดีใจเอาไว้ สุภัทรยืนหันหลังให้ทศพล “หายบ้าแล้วเหรอ”
“ครับ ผมมันทั้งบ้า ทั้งโง่ ทั้งอวดดี อย่างที่พ่อว่าไว้ไม่มีผิด”
สุภัทรแปลกใจที่ทศพลคิดได้ “รู้ตัวก็ดีแล้ว ยังไม่สาย ถ้าแกจะกลับตัวเสียใหม่”
“ที่ผ่านมาผมเอาแต่ตั้งแง่ประชดพ่อ ทำร้ายจิตใจพ่อสารพัดเพราะผมคิดว่าพ่อไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง พ่อควรจะรับรู้ว่าสิ่งที่พ่อทำ คนอื่นรู้สึกยังไง..แต่ผมเพิ่งรู้ว่าผมคิดผิด ถ้าไม่มีพ่อ ผมคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ผม...ขอโทษ...ยกโทษให้ผมนะครับพ่อ” ทศพลทรุดลงนั่งกราบเท้าสุภัทรอย่างเคารพสูงสุด
สุภัทรนิ่งขึงราวรูปปั้น คำแก้ว ป้าอิ่ม มองภาพตรงหน้าอย่างซาบซึ้ง
“คุณหนูยอมขอโทษแล้ว คุณท่านอย่าโกรธคุณหนูเลยนะคะ” ป้าอิ่มปลื้มใจ
สุภัทรน้ำตาซึม ใจอ่อนยวบ แต่แล้วกลับหันมองเมินไปทางอื่น ฝืนพูดเสียงเรียบหน้าขรึม “ลุกขึ้นเถอะ…ฉันอยากจะโกรธแกให้ได้จริงๆ สักครั้ง แต่ฉันก็ทำไม่ได้ เพราะคนที่สมควรโดนโกรธที่สุด และไม่น่าให้อภัยก็คือตัวฉันเอง” ทศพลชะงักมองสุภัทรแบบอึ้งๆ “ฉันเป็นพ่อ แต่ไม่เคยทำหน้าที่พ่อที่ดีฉันละเลยครอบครัว เอาแต่บ้างาน แม้แต่วันที่แม่แกตาย ฉันก็ไม่ได้มาดูใจ แต่ไม่ใช่ฉันไม่เสียใจ เพราะฉันเสียใจ ถึงเอาแต่เข้มงวดกับแก ฉันอยากชดเชยเวลาที่ฉันละเลยแก อยากให้แกได้สิ่งที่ดีที่สุด โดยไม่เคยสนใจเลยว่าแกต้องการมันรึเปล่า” ทศพลอึ้ง น้ำตาคลอ เมื่อได้รับรู้ความในใจของสุภัทร “ยิ่งแกดื้อรั้น ฉันก็ยิ่งอยากเอาชนะ แต่สิ่งที่ฉันได้กลับมาคือสายตาที่แกมองฉันเป็นคนอื่น...ถ้าฉันไม่เอาแต่บังคับ แกคงมีความสุขมากกว่านี้ แกจะยกโทษให้พ่อที่ไม่เอาไหนอย่างฉันได้มั้ย”
ทศพลยิ้มให้สุภัทรทั้งน้ำตา “พ่อ...”
สองพ่อลูกโผเข้ากอดกันแน่น หลังจากที่ไม่เคยกอดกันอีกเลยนับตั้งแต่แม่ทศพลตาย คำแก้ว ป้าอิ่ม ยิ้มดีใจที่เรื่องบาดหมางระหว่างทศพลกับสุภัทรคลี่คลายเสียที
ทศพลผละจากสุภัทร “ผมมีอีกเรื่องนึง อยากจะขอร้องพ่อครับ”
“เรื่องอะไร”
ทศพลจับมือคำแก้วที่นั่งอยู่ข้างๆ “เรื่องคำแก้ว....ผม...” ทศพลไม่กล้าพูดต่อ กลัวพ่อจะโกรธ
สุภัทรมองอย่างเข้าใจว่าทศพลต้องการอะไร “เอาเถอะ ฉันบังคับแกมามากแล้ว ในเมื่อแกอยากเลือกชีวิตของตัวเอง ฉันก็จะไม่บังคับขืนใจแกอีก”
“หมายความว่าพ่อยอมรับคำแก้วเป็นสะใภ้แล้วใช่มั้ยครับ” ทศพลดีใจ
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ในเมื่อหนูคำแก้ว ทำให้ฉันเห็นแล้วว่าความรักมันมีอานุภาพมากแค่ไหน”
ทศพลหันไปมองคำแก้ว ยิ้มดีใจ ป้าอิ่มพลอยหันไปยิ้มชื่นใจไปด้วย
ทันใดนั้น เสียงกอก็ดังลั่นออกมาจากด้านนอกเรือนรับรอง “ไอ้ทศพล ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
ทศพล คำแก้ว และทุกคนชะงัก หันมองไปทางเสียงทันที

กอยืนอยู่หน้าเรือนรับรองพร้อม ลำเจียก ซ่อนกลิ่น ชบา
กอตะโกนดังลั่น “เจ้าข้าเอ๊ย มาดูน้ำหน้ามัน ไอ้พวกคนเมืองพวกนี้ มันหลอกย่ำยีลูกฉัน ได้กันไม่ทันข้ามวันมันก็ทิ้งคนเลวๆ แบบนี้ อย่าปล่อยให้อยู่รกดอนไม้ป่าเลย จริงมั้ยวะ”
กระถุ่งกับพวกชาวบ้านได้ยินเสียงกอร้องแร่แห่กระเชิงก็เริ่มแห่กันเข้ามามุงที่หน้าเรือน สุภัทร ทศพล คำแก้ว คำปอง ป้าอิ่ม ลงมาประจันหน้ากับกอและลำเจียก
“เอะอะโวยวายอะไรกัน” สุภัทรถามเสียงดัง

อ่านละครนาคี ตอนที่ 10/5 วันที่ 12 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ