อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 11 วันที่ 11 ต.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 11 วันที่ 11 ต.ค.59

บ่ายวันศุกร์ใกล้เลิกเรียนแล้ว! สินีนาฎตื่นเต้นจนนางกระซิบแซวว่าใจเย็นๆ อีกไม่กี่นาทีก็เลิกเรียนแล้ว พอกริ่งหมดเวลาเรียนดังขึ้น ซิสเตอร์ออกไปแล้ว สายสุดา มีนากับจอยคามก็พุ่งมาหาสินีนาฎร้อง

“It’s Time!!”

พอออกจากห้องเรียนก็ตรงไปที่ห้องล็อกเกอร์ นางกับสายสุดาช่วยกันแต่งตัวให้สินีนาฎ เสร็จแล้วนางชมเปาะ

“สวยงามสมฐานะเด็กในปกครองของท่านกงสุล”

“บอกพี่ธิปให้ซื้อขนมมาฝากฉันด้วยนะ ห้ามลืม” สายสุดาสั่ง ทุกคนยินดีกับเพื่อนที่จะได้ออกจาก “คุก”



เมื่อธนาธิปขับรถมารับออกไป ได้นั่งรถคู่ไปกัน สินีนาฎก็ยิ่งตื่นเต้นจนนั่งเกร็ง เขาถามว่าจะไปซื้อของก่อนหรือทานข้าวก่อนดี เธอตอบออมเสียงว่ายังไงก็ได้ ธนาธิปตัดสินใจพาไปซื้อของก่อน ถามว่า

“หนูอยากซื้ออะไรบ้าง” สินีนาฎอึกอัก “บอกมาเถอะไม่ต้องเกรงใจ นี่ถ้ายายนางอยู่ด้วยป่านนี้สั่งฉันเรียบร้อยแล้วว่าให้ไปไหน จะเอาอะไรบ้าง ว่าไงต้องซื้ออะไรบ้าง”

“มาดามให้ซื้อพวกวิตามินกับน้ำมันตับปลาค่ะแล้วสายสุดาฝากบอกคุณ...เอ้อ...คุณธิปให้ซื้อขนมไปฝากด้วยค่ะ”

ธนาธิปให้ดูเครื่องใช้ส่วนตัวด้วยไม่ต้องรีบเจอเสื้อผ้าถูกใจก็ซื้อเลยไม่ต้องเกรงใจ ความใจดีมีเมตตาของธนาธิปทำให้สินีนาฎใจชื้นขึ้นเป็นกอง

ขณะให้สินีนาฎไปดูเสื้อผ้านั้น ธนาธิปไปนั่งรอและดูอยู่ เห็นพนักงานขายเดินเฉียดไปเฉียดมาไม่ได้สนใจสินีนาฎเลย เขาจึงไปหาผู้จัดการร้าน ครู่เดียวผู้จัดการร้านก็มาให้บริการด้วยตัวเอง หยิบเสื้อผ้าให้ดู ให้ลอง ธนาธิปจึงเดินมาบอกว่า

“เอายังงี้ หนูลองไปเลยตามสบาย ฉันจะไปซื้อพวกวิตามินและขนมให้ แล้วจะกลับมารับนะ เสร็จแล้วจะได้ไปทานข้าวเลย ไม่อยากไปส่งหนูค่ำเกินไปนัก”

แม้จะได้รับการเอาใจใส่อย่างดีจากธนาธิปแต่พอทิ้งให้อยู่ร้านคนเดียว สินีนาฎก็หน้าจ๋อยอดน้อยใจขึ้นมาไม่ได้

ซื้อของเสร็จ ธนาธิปพาเข้าร้านอาหารดูดี เขาถามว่าจะทานอะไรดี สินีนาฎบอกว่าอะไรก็ได้แล้วแต่เขา

ธนาธิปจึงสั่งสามสี่อย่างถามว่าพอไหม เธอบอกว่าพอเขาก็หันไปสั่งอาหาร มาดเท่หล่อสมาร์ทของเขา ทำเอาสินีนาฎมองเพลินแอบเคลิ้ม

ระหว่างที่ธนาธิปไม่อยู่ ชัยพงษ์มาหาที่บ้านบอกว่าจะเอาขนมมาแลกข้าวเย็นที่นี่สักหน่อย บันลือแซวว่าทำเหมือนที่บ้านไม่มีฐานะอย่างนั้นแหละ ชัยพงษ์หัวเราะบอกว่าไม่รู้จะอวดใครไปทำไมอยู่อย่างนี้สบายดี

“ก็ดีครับแต่ถ้าอยากให้ผู้หญิงประทับใจบางทีก็ต้องทรงร่างเจ้าชายบ้างนะครับ” ชัยพงษ์ถามว่าท่านกงสุลไม่อยู่หรือ“ไม่อยู่ครับ วันนี้ท่านไปรับคุณหนูสินีนาฎไปซื้อของและทานข้าวข้างนอกครับ”

ชัยพงษ์ชะงัก อึ้งไปนิดหนึ่ง

สินีนาฎนั่งเกร็งดูธนาธิปทานอาหารเพลินจนตัวเองแทบไม่ได้ทานอะไรเลย เขาถามว่าไม่อร่อยหรือ ถ้านางมาด้วยคงเกลี้ยงหมดทุกจานแล้ว สินีนาฎเซ็งที่ไม่ว่าตนจะทำอะไรเขาก็พูดถึงและเปรียบเทียบกับนางแทบทุกเรื่อง เมื่อเขาชวนทานของหวานแล้วจะได้ไปส่งโรงเรียนเพราะถ้ากลับค่ำเดี๋ยวซิสเตอร์จะเป็นห่วง

“หนูมากับคุณธิป มาดามคงไม่ห่วงหรอกค่ะ” ธนาธิปติงว่าถึงท่านไม่ห่วงเราก็ต้องทำตามกฎ เธอบอกงอนๆว่า “งั้นหนูไม่ทานของหวานก็ได้” แต่ธนาธิปไม่สนใจสั่งขนมหวานมาสองถ้วย

เมื่อพากลับมาส่งที่โรงเรียนแล้ว ธนาธิปบอกว่าปิดเทอมใหญ่จะซื้อตั๋วเครื่องบินให้กลับไปเยี่ยมคุณแม่

สินีนาฎบอกว่าเกรงใจ เขาบอกให้กลับเพราะทุกคนกลับหมด ถามว่านางก็กลับไม่ใช่หรือ

“กลับสิคะ ถ้านางไม่กลับ พี่คัมพลคงไม่ยอมหรอกค่ะ สองคนนั้นเขาติดกันจะตาย” สินีนาฎพูดแทงใจดำเขาบ้างหลังจากที่เขาพูดถึงนางให้บาดใจตลอดเวลา พูดแล้วเห็นธนาธิปนิ่งไปก็ยิ่งแน่ใจ น้อยใจ เอ่ยสวัสดีแล้วลงจากรถไปเลย

ธนาธิปถูกสินีนาฎทิ้งระเบิดเรื่องนางกับคัมพล ก็ถึงกับนั่งจุกอยู่ในรถ

พอกลับถึงหอนอน เพื่อนๆต่างกรูกันมารุมล้อม นางถามว่าสนุกไหม สายสุดาถามว่าซื้ออะไรมาฝากบ้าง มีนาถามหาขนม จอยคามถามว่าธนาธิปหล่อมากไหมเลยถูกเพื่อนโห่ที่เป็นเอามาก ส่วนสินีนาฎนิ่งเศร้าจนสายสุดาถามว่าไม่สนุกหรือ

“ก็...ไม่มีอะไรนี่ ก็แค่ไปซื้อของ กินข้าวไม่มีอะไรพิเศษ...ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ อ้ะ...นี่ของฝากเธอสายสุดา”

ทุกคนมองสินีนาฎงงๆ กับท่าทีแปลกๆของเธอ โดยเฉพาะนาง...เลยตามไปถามที่หน้าห้องน้ำว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ไปเที่ยวมาไม่สนุกหรือ สินีนาฎเลยโมเมว่าตนไม่กล้าทำท่าสนุกกลัวสายสุดาจะโกรธเอา บอกว่าปิดเทอมใหญ่ธนาธิปยังจะซื้อตั๋วให้เรากลับไปด้วยกัน

“เย้!! ลุงนี่เข้าท่าแฮะ ดีๆฉันสบายใจแล้ว จะให้รอก่อนไหม”

สินีนาฎทำเสียงสดใสบอกว่าไม่ต้องเดี๋ยวอาบน้ำเสร็จแล้วจะตามไป พอนางไปเธอก็หน้าเศร้าทันที

ooooooo

นางเขียนจดหมายเล่าให้พ่อกับแม่ฟังว่าตนสอบเสร็จแล้ว ดีใจที่จะได้กลับบ้าน ขอบคุณคุณแม่ที่ไป ดูแลน้าสายสนมให้อยากให้คุณแม่สนิทกับน้าสายสนม เหมือนที่ตนสนิทกับสินีนาฎ บอกข่าวดีว่า

“คุณธนาธิปจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้สินีนาฎกลับไปเมืองไทยพร้อมกับนางช่วงปิดเทอม นางว่าถ้าได้เห็นหน้าสินีนาฎ คุณน้าสายสนมต้องอาการดีขึ้นแน่ๆ”

จดหมายยังเล่าว่า ช่วงนี้ลุงพิทักษ์มาปีนังบ่อย มาทีไรก็แวะมาเยี่ยม มากับคัมพลบ้าง ชัยพงษ์บ้าง แต่ถ้าวันไหนมาคนเดียวก็จะเล่าเรื่องลูกชายคนโตดูเหมือนจะชื่อทัศนัยให้ฟัง ซึ่งตนก็จำไม่ได้ไม่รู้ว่าจะเล่าให้ฟังทำไม แล้วทะเล้นตามประสาว่า

“นี่ถ้านางเป็นผู้ชายแล้วพี่ทัศนัยเป็นผู้หญิงนางต้องคิดว่าลุงพิทักษ์คงอยากจะยกพี่ทัศนัยให้นางแน่ๆเลย”

จดหมายยังเล่าว่า “อีกไม่กี่วันโรงเรียนนางจะมีงานแฟร์ประจำปีค่ะน่าสนุกมากค่ะคุณแม่ มีการออกร้านขายของหลายอย่าง และทางโรงเรียนก็อนุญาตให้ผู้ปกครองและญาติโกโหติกาของนักเรียนทุกคนมาเที่ยว แถมยังสนับสนุนให้ชวนเพื่อนๆมาเที่ยวอีกด้วย เรียกว่างานนาที ทอง ครั้งเดียวแห่งปี” เล่าอย่างสนุกว่าคัมพลกับชัยพงษ์จะมางานนี้ คาดว่าท่านกงสุลก็คงจะมา หวังว่าตอนเจอกันจะไม่มีอะไรมาว่าตนอีกไม่งั้นเจอกันทีไรมีเรื่องมาดุทุกที...

อ่านจดหมายของนางแล้ว เอมอรเปรยว่าท่าทางพิทักษ์ จะเอาจริง ถามเด่นชาติว่าเขาได้คุยกับเพื่อนบ้างหรือยัง เด่นชาติบอกว่ายังไม่ได้คุยตัดบทว่าเอาน่ะไม่เป็นไรแล้วเร่งให้อ่านจดหมายของนางต่อ

ooooooo

ที่โรงเรียน ซิสเตอร์ออเดรย์เดินมาเจอพวกนางนั่งจับกลุ่มกันอยู่ก็บ่นแกมตำหนิว่าหนีมานั่งกันอยู่ตรงนี้เอง ปล่อยให้ครูบาอาจารย์ทำงานกันหน้าดำไปหมด นางกับมาเรียบอกว่าพวกตนกำลังพับถุงอยู่แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว

“แค่นี้บ่นเหนื่อย ต่อไปถ้ามีลูกกันคนละสองสามคนจะทำยังไงกัน”

“นางเขาไม่มีลูกหรอกค่ะมาดาม เขาบอกหนูว่าเขาจะไม่รักใครเลยตลอดชีวิต” มาเรียบอก ถูกนางหาว่าขี้ฟ้อง แล้วแฉบ้างว่าตัวเองล่ะรักใครอยู่ สายสุดาบอกว่ามาเรียรักได้ทุกคนที่ทำตาหวานใส่แหละ มาเรียเลยจิกบ้างว่าทีตัวเองลูกไฮโซภูเก็ตคนนั้นไม่ได้ทำตาหวานใส่สักหน่อยเธอยังชอบเขาเลย

ซิสเตอร์ออเดรย์ฟังสาวๆแฉกันก็ถามว่าว่างๆ พวกเธอพูดถึงผู้ชายกันอย่างนี้เหรอ แล้วก็ยิ่งเซ็งเมื่อจอยคามบอกว่าไม่ใช่แค่ตอนว่างตอนไม่ว่างก็พูด พูดตลอดเวลาโดยเฉพาะมาเรียข้าวเต็มปากก็ยังพูดเลย

“แหม...นี่รุมฉันกันนะพวกเด็กประจำ เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวฉันจะฟ้องมาดามว่าคืนนี้พวกเธอจะทำอะไรกัน”

พอมาเรียขู่ ทุกคนก็ร้องกรี๊ดกร๊าดห้ามกันเสียงหลง ออเดรย์มองเด็กๆหยอกล้อกันอย่างเข้าใจและเอ็นดู

ooooooo

ความลับที่ทุกคนนัดทำกันคืนนี้คือ แอบม้วนผมเตรียมสวยในงานแฟร์พรุ่งนี้ มาเรียกับฮองลันเป็นเด็กไปกลับจึงม้วนผมได้จากบ้าน แต่พวกนักเรียนประจำต้องอาศัยนางรวบรวมกิ๊บดำมาแอบม้วนกันตอนนอน

นางหากิ๊บดำได้มาหนึ่งกำมือ แต่เพื่อนๆมีถึงห้าคนแต่ละคนผมดกบ้าง ไว้ผมหน้าม้าบ้าง ต่างต้องการกิ๊บจำนวนมาก นางจัดสรรให้แต่ละคนตามความจำเป็น แต่มีปัญหาอยู่ว่าแล้วจะแอบทำอย่างไรไม่ให้มาดามรู้?

นางวางแผนให้ทุกคนทำเป็นเข้านอน พอได้จังหวะมาดามไปแล้วก็แอบม้วนกัน โดยนอนคว่ำแล้วม้วน มาดามไม่เห็นแน่ ทุกคนทำตามแผนแต่สินีนาฎยังเสียใจเรื่องธนาธิปไม่มีแก่ใจจะทำนางจึงอาสาม้วนให้ พูดกระตุ้นให้อยากสวยว่า

“พรุ่งนี้พี่ชัยพงษ์จะมาด้วยนะ เดี๋ยวจะทำผมให้สิสวยๆให้พี่ชัยพงษ์ตะลึงไปเลย”

สินีนาฎตัดสินใจถามนางว่าเธอทำผมอยากสวยให้คัมพลเห็นหรือ นางหัวเราะคิกบอกว่าคัมพลน่ารักแต่เด๋อตนไม่ชอบแบบนั้น สินีนาฎถามว่างั้นก็สวยเพื่อชัยพงษ์ นางพูดเข้าเป้าทันทีว่า

“โอย...คนนั้นน่ะเคยมองคนอื่นด้วยเหรอ นอกจากเธอน่ะ” สินีนาฎกลั้นใจถามว่างั้นเธอสวยเพื่อธนาธิป นางร้องว้ายเมื่อนึกได้ว่าท่านกงสุลจะมางานนี้ ตนต้องหาทางหลบหน้าไม่งั้นโดนดุแน่ๆ สินีนาฎถามย้ำว่าเธอไม่ได้สวยเพื่อเขาใช่ไหม “ทำไมต้องสวยเพื่อใครด้วย สวยเพื่อตัวเองไม่ได้เหรอคุณเพื่อน” นางถามประชดแล้วตัดบทชวนนอนกันดีกว่า

แต่พอลุกขึ้นก็ตาเหลือกเมื่อซิสเตอร์ฟรานซิสเดินเข้ามาพอดีนางเลยใช้มุกเก่าทำเป็นละเมอเดินเปะปะ ฟรานซิสบ่นว่าละเมออีกแล้วพลางพาไปที่เตียง แต่จับได้ว่านางม้วนผมก็โวยวาย จับตัวเขย่าให้ตื่นสั่งให้แกะผมออกเดี๋ยวนี้

รุ่งขึ้นเพื่อนๆทุกคนผมสวยเป็นลอนแต่ผมนางกลับเหยียดตรง สินีนาฎปลอบใจว่าผมตรงก็สวยดี

ทุกคนสดใสร่าเริงมากที่วันนี้จะได้อวดสวยกับนักเรียนชายที่ตัวเองถูกใจ จอยคามถามสายสุดาที่แต่งสวยแต่หน้าเศร้าว่าพี่ชายสุดหล่อของเธอจะมาไหม พอสายสุดาบอกว่าน่าจะมา สินีนาฎก็หูผึ่งใจเต้นรัว

แต่หารู้ไม่ว่า บันลือกับชัยพงษ์ถามธนาธิปว่าจะไปงานนี้ไหม เขาบอกชัยพงษ์ว่าคงไม่ไป ฝากดูแลเด็กๆ ด้วยแล้วกัน ชัยพงษ์ร้องอ้าว ถามว่าไม่ไปด้วยกันหรือ นางกับสินีนาฎคงอยากให้เขาไป

“ผมขอตัวดีกว่าผมอาจจะโตเกินกว่างานแฟร์แบบนี้เสียแล้ว” ธนาธิปสีหน้าว้าวุ่นใจโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้สาเหตุ

บันลือพยายามลุ้นให้ธนาธิปไป แต่เขาบอกว่าบางทีก็เกรงตัวเองจะทำเกินหน้าที่ไป บางวันก็คงต้องให้เด็กๆเขาได้สนุกกันบ้าง บันลือติงว่า

“บางครั้งผมว่าคุณธิปไม่ต้องทำตามหน้าที่เสมอไปก็ได้นะครับ” ธนาธิปบอกว่าถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่เหมาะสม “เหมาะสมเป็นคำที่เข้าใจยากนะครับ บางครั้งความเหมาะสมก็ทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องถูกต้อง แต่บางครั้ง ความเหมาะสมก็อาจทำให้เราพลาดอะไรสนุกๆในชีวิตไปได้เยอะ”

ooooooo

นางไปเล่นโยนห้วงกับสินีนาฎแต่โยนไม่เข้าเป้าสักที ชัยพงษ์เข้ามาบอกว่าให้คัมพลสอนให้เพราะขานั้นขั้นเซียนเลยล่ะแล้วชวนสินีนาฎไปเดินดูงานกับตนเปิดโอกาสให้คัมพลอยู่กับนาง นางนัดพบกันที่ซุ้มขายลักซา ได้ทานกลางวันด้วยกัน

มีนากับจอยคามก็มองหาหนุ่มที่จะมาติดกับเดินตาม เพราะมาเรียก็มีมานุมาเข็นรถพาไปแล้ว มองไปเจอมนตรีเดินมาคนเดียวจอยคามพุ่งไปหาทันที มีนาจะตามไปก็ถูกสายสุดาดึงไว้บอกว่าห้ามทิ้งตนไว้คนเดียวนะ

“สาย การที่เธอมายืนอยู่ตรงนี้มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย เธอก็ชวด ฉันก็ชวดไปด้วย เพราะฉะนั้นเดินไปเลย นู่นเป้าหมาย” มีนาบุ้ยใบ้ไปที่คัมพลกับนางแล้ววิ่งตามจอยคามไป สายสุดามองคัมพลรวบรวมความกล้าเดินตรงไปหา

นางกับคัมพลชวนเล่นโยนห่วงด้วยกัน สายสุดาอาสาสอนให้นาง นางขอไปซื้อห่วงก่อน สายสุดาถามคัมพลเขินๆว่าแน่ใจหรือว่าอยากให้ตนอยู่ด้วย คัมพลบอกว่าแน่ใจทำให้สายสุดาสดชื่นขึ้นทันทีแต่แล้วก็ยิ้มค้างเมื่อคัมพลบอกว่า

“แต่สายอย่าลืมนะ ต้องช่วยพี่จีบนางด้วย นี่ไม่รู้จะได้เรื่องไหม พี่ให้ลิปมันตามที่สายแนะนำไปแล้ว แต่นางก็ดูไม่เห็นจะสนใจเลย พี่ชักจะหมดมุกแล้วนะ”

สายสุดายิ้มค้าง แต่พยายามฝืนยิ้มให้กำลังใจคัมพลทั้งที่ตัวเองใจสลาย...

ooooooo

สายสุดาสอนนางโยนห่วงจนได้รางวัลมากมาย เมื่อได้เวลารวมพลทานข้าวกลางวันกัน สายสุดาถามชัยพงษ์ว่าทำไมธนาธิปไม่มา ชัยพงษ์บอกว่าตนชวนแล้ว แต่ไม่มาบอกว่างานของเด็กๆ ให้เด็กๆสนุกกันเองดีกว่า

สินีนาฎบ่นกับนางว่าตนไม่สบายใจเพราะวันที่ไปซื้อของและทานข้าวตนอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยพูดอะไรไม่ค่อยคิดท่านกงสุลคงจะโกรธ ตนอยากขอโทษ แต่ถ้าไม่เจอกันวันนี้มะรืนเราก็กลับบ้านแล้วจะไม่ได้เจออีกตั้งสองเดือน นางบอกว่าเธอคิดมากไปเอง เอาไว้วันที่เจอกันที่สนามบินค่อยขอโทษวันนั้นก็ได้

แต่ค่ำวันนี้นางก็เอาตุ๊กตาลิงที่ได้รางวัลจากการโยน ห่วงไปที่กำแพงกั้นเรียกบันลือมายื่นตุ๊กตาลิงให้บอกว่า

“นางมีเรื่องรบกวนค่ะ ฝากให้ท่านกงสุลหน่อยนะคะ พี่ชัยพงษ์บอกว่าวันนี้ท่านกงสุลดูเครียดๆ นางเลยเป็นห่วงกลัวท่านกงสุลจะคิดสั้น ฝากลิงมาให้ บอกด้วยนะคะว่านี่เป็นรางวัลที่นางได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงและความสามารถล้วนๆ”

บันลือถามว่าไม่ข้ามมาให้เองหรือ นางบอกว่าไม่ดีกว่า มันผิดกฎ

เมื่อได้รับตุ๊กตาลิงธนาธิปอ่านการ์ดที่ติดมากับตุ๊กตา เป็นลายมือนางเขียนด้วยอารมณ์อย่างลิงๆว่า

“ท่านกงสุลไฟท์โตะ ไฟติ้ง นี่ถ้วยรางวัลของนางได้มาจากคำสอนของอาแปะคนหนึ่งบอกว่า ให้เรามีสมาธิ คริๆ”

เห็นลิงและอ่านการ์ดแล้ว ธนาธิปยิ้ม บันลือเห็นแล้วก็ยิ้มสบายใจไปด้วย

ก่อนปิดเทอมลาจากกัน น้องๆต่างถือดอกกุหลาบแสดงความยินดีกับจรรยาที่เรียนจบแล้ว มาเรียร้องเพลงอวยพรอย่างไพเราะจนจรรยาน้ำตาซึม จบเพลงทุกคนโผเข้ากอดจรรยาร้องไห้กันกระจองอแง

“ปีหน้า พวกเราต้องเป็นพี่ใหญ่แทนพี่แล้วนะ” จรรยาเอ่ย ออเดรย์กับเทเรซ่ามองหน้ากัน ออเดรย์เอ่ย ขำๆว่า

“ฉันนึกภาพเด็กพวกนี้เป็นพี่ใหญ่ไม่ออกเลยจริงๆ”

ซิสเตอร์ทั้งสองมองเด็กๆอำลาอาลัยกันอย่างเอ็นดู

ooooooo

รุ่งขึ้นออเดรย์ไปส่งเด็กๆที่สนามบิน ชัยพงษ์กับคัมพลมาถึงออเดรย์ถามคัมพลว่าเรียนจบแล้วจะไปเรียนที่ไหนต่อ คัมพลบอกว่าคุณพ่อจะส่งไปอังกฤษ

ขณะนั้นเองสายสุดาเดินเข้ามากับธนาธิป ทุกคนจึงไปนั่งที่เลานจ์ในสนามบิน ชัยพงษ์แอบมองสินีนาฎ สินีนาฎแอบมองธนาธิป ส่วนธนาธิปแอบสังเกตนางกับคัมพล และสายสุดาก็แอบมองคัมพล ต่างมองกันเป็นทอดๆ จนมีนาอึดอัด ขออนุญาตไปดูของอีกทาง สายสุดาขอไปด้วย ธนาธิปเลยฝากคัมพลให้ไปดูแลสายสุดากับมีนาอย่าให้เถลไถลไปไหน พลางเอาของขวัญมอบให้สินีนาฎสายสุดาและมีนา มีนากับสายสุดาไหว้ รับของแล้วลุกไป นางทวงว่าแล้วของตนล่ะ?

“ความประพฤติไม่ผ่าน” ธนาธิปพูดหน้าตาเฉย นางร้องอ้าวพูดงอนๆว่าไม่เห็นอยากได้เลยแล้วลุกไปห้องน้ำ ชวนสินีนาฎไปด้วยแต่เธอไม่ไป ตามองแต่ธนาธิปจนชัยพงษ์น้อยใจ ธนาธิปรู้สึกอึดอัดฝากสินีนาฎไว้กับชัยพงษ์แล้วลุกตามนางไป

ooooooo

พอนางออกจากห้องน้ำก็ตกใจเมื่อธนาธิปยื่นกล่องของขวัญมาตรงหน้า นางถามว่าไหนว่าความประพฤติไม่ผ่านไง ธนาธิปบอกว่าไม่ผ่านถึงต้องเอามาให้ต่างหากเพราะต้องให้พร้อมคำเทศน์จากตน นางโอดครวญว่าทำไมตนโดนคนเดียว

“ก็เธอน่ะแสบสุด นี่ตกลงว่าคัมพลเขาจีบเธอแน่ๆใช่ไหม”

เป็นคำถามที่ทำเอานางงง บอกว่าจีบหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกันเพราะตนไม่ได้รักใคร ธนาธิปบอกว่าดีตนอยาก ให้เธอ “รอ” จนถึงเวลาที่เหมาะสม ส่วนจะเป็นเวลาไหน ตนจะบอกเอง เปลี่ยนเรื่องถามว่าไม่เปิดดูหรือว่าในกล่องเป็นอะไร

พอนางเปิดเห็นปากกาด้ามสวยมีชื่อตนสลักอยู่ด้วย ชมว่าสวย บ่นว่านี่กะจะให้ทำการบ้านตลอดสองเดือนเลยหรือ

“เอาไว้ทำอะไรก็ได้ แต่ห้ามเอาไว้เขียนจดหมายรักเด็ดขาด” นางหัวเราะบอกว่าเดี๋ยวนี้พิมพ์ไลน์กันแล้ว รอส่งจดหมายไม่ทันกินพอดี ธนาธิปตัดบทเร่งให้รีบไปเดี๋ยวตกเครื่อง

ฝ่ายชัยพงษ์ที่ธนาธิปให้อยู่ดูแลสินีนาฎนั้น ก็มอบของขวัญให้เป็นต่างหูเล็กๆ เป็นรูปพระจันทร์น่ารักจนสินีนาฎยิ้มขอบคุณ ชัยพงษ์พูดปลื้มว่า “สิชอบพี่ก็ดีใจ” พอดีนางมาถึงเร่งให้รีบไปเดี๋ยวจะตกเครื่อง

นั่งเครื่องลัดฟ้าจากปีนังมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ พอเจอกับพ่อแม่ที่มารับทุกคนดีใจวิ่งเข้าหากัน สินีนาฎกอดแม่ร้องไห้ มีนาออกไปกับแม่ สายสุดามีแต่คนขับรถ ที่บ้านมารับ เธอบอกเพื่อนๆว่าแม่ติดธุระ เด่นชาติจะไปส่งสินีนาฎกับสายสนม แต่พอจะไปขึ้นรถเขาบอกนางว่ายังมีคนมารอรับลูกอีกคน

นางหันมองเห็นพิทักษ์เดินนำทัศนัยที่แต่งตัวดีสะอาดเนี้ยบหล่อเกาหลีเป๊ะ เข้ามาทักแนะนำว่า

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะจ๊ะหนูนาง หนูสิ นี่พี่ทัศนัยลูกชายคนโตที่อาเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆไง”

“สวัสดีคะ” นางไหว้ เอมอรกระซิบกับเด่นชาติว่าไม่เร็วไปหน่อยหรือลูกเราเพิ่งจบมอห้ามันยังไม่เหมาะสม

“แค่แนะนำให้รู้จักกันน่ะคุณ เดี๋ยวค่อยว่ากัน...” เด่นชาติตอบปัดไปตามเคย

ระหว่างนั่งรถตู้ไปส่งสินีนาฎกับสายสนมนั้น นางกับสินีนาฎนั่งด้วยกันที่เบาะหลัง นางบอกว่าอีกไม่กี่วันยัวร์บอยเฟรนด์คงจะไปเยี่ยมชัวร์ สินีนาฎถามว่าใคร นางทำหน้าล้อว่าทำเป็นไม่รู้ก็พี่ชัยพงษ์ไงล่ะ ตนเชื่อว่าแม่ของเธอคงชอบเขา

“ชอบหรือไม่ชอบก็ไม่มีประโยชน์เพราะฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่ชัยพงษ์” พอนางเชียร์ชัยพงษ์ สินีนาฎก็กลับชมว่าคัมพลก็ดีหน้าตาความรู้ดีเล่นกีฬาเก่งแถมยังจะได้ไปเรียนเมืองนอกด้วย นางฟังแล้วคล้อยตาม

สินีนาฎเลยดักคอว่า “แล้วเธอชอบพี่คัมพลไหมล่ะ” นางอึ้ง เจอไม้นี้เข้าทำเอาไปไม่เป็นเลย

เมื่อธนาธิปส่งทุกคนขึ้นเครื่องไปแล้วตัวเองกลับมานั่งเหม่อใจลอยจนบันลือมาเรียกให้ไปทานอาหารกลางวันเขาจึงวางปากกาในมือลง จัดเอกสารตรงหน้าให้เรียบร้อย ทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าเขาคือโน้ตต่างๆที่นางส่งมาให้ตลอดทั้งปี...

ooooooo

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 11 วันที่ 11 ต.ค.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ