อ่านละครนาคี ตอนที่ 11 วันที่ 12 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 11 วันที่ 12 ต.ค.59

กระถุ่งกับพวกชาวบ้านได้ยินเสียงกอร้องแร่แห่กระเชิงก็เริ่มแห่กันเข้ามามุงที่หน้าเรือน สุภัทร ทศพล คำแก้ว คำปอง ป้าอิ่ม ลงมาประจันหน้ากับกอและลำเจียก
“เอะอะโวยวายอะไรกัน” สุภัทรถามเสียงดัง
“ยังจะมีหน้ามาถาม ลูกชายเอ็งทำอย่างนี้กับนังลำเจียกได้ยังไง” กอหันไปถามทศพล “เอ็งได้มันเป็นเมียแล้วทิ้งๆ ขว้างๆ ข้าไม่ยอมหรอกนะโว้ย”
“ผู้ชายเมืองกรุงนี่มันเจ้าชู้จริงๆ ดีนะที่ข้าไม่มีผัว” กระถุ่งหัวเราะชอบใจที่ได้รู้เรื่องชาวบ้าน
“ผมมีเมียคนเดียวเท่านั้นก็คือคำแก้ว” ทศพลโพล่งเสียงดัง
ลำเจียกไม่ยอม “ไหนคุณทศพลบอกว่ารักลำเจียกคนเดียวไง”

“ผมไม่เคยรักผู้หญิงอย่างคุณ ไม่เคยเลยแม้แต่จะคิด”


ลำเจียกได้ฟังทั้งอึ้งทั้งเจ็บ “พ่อ!”
กอชี้หน้าทศพลด้วยความโกรธจัด “หนอย ไอ้หน้าตัวเมียนี่เอ็งไม่รับผิดชอบ แล้วยังกล้าพูดชุ่ยๆ แบบนี้อีกเหรอ”
สุภัทรตัดบท “เรื่องนี้ลูกชายฉันไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ นายกอพาลำเจียกกลับไปเถอะ ถ้าไม่อยากอับอายไปกว่านี้”
“ทำไมข้าต้องอายด้วย คนที่ต้องอายคือลูกชายเอ็งต่างหาก เป็นพ่ออย่าให้ท้ายลูกจนไมลืมหูลืมตาสิโว้ย ! คอยดูนะ วันนี้ถ้าข้าเอาเลือดหัวเอ็งออกไม่ได้ข้าก็ไม่ใช่ลูกคนล่ะวะ !” กอชี้หน้าโกรธจัด พุ่งเข้าไปทำร้ายทศพล แต่คำแก้วขยับเข้าขวาง กอชะงักเมื่อเห็นสายตาเอาเรื่องของคำแก้ว
“ก็เอาซี้....คนเราทำอะไรไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ คงไม่ต้องให้จาระไนใช่มั้ย ว่าทำชั่วทำเลวอะไรเอาไว้บ้าง”
กอหันมองลำเจียกอย่างสงสัยว่าลำเจียกทำอะไร
ลำเจียกไม่สะทกสะท้าน เดินเข้าหาคำแก้วอย่างถือไพ่เหนือกว่า “นึกว่าฉันกลัวแกงั้นเหรอ นังงูผี !”
ทุกคนหันมองคำแก้วเป็นตาเดียวโดยเฉพาะทศพล
คำแก้วอึ้งแค้นใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ “แกต้องการอะไร”
ลำเจียกลอยหน้าลอยตาเข้าไปกอดแขนทศพล “ไม่มากหรอก ขอแค่คุณทศพลยอมรับฉันเป็นเมียอีกคนก็พอ”
“ต๊ายยยย อย่างนี้ นังคำแก้วมันก็กินน้ำใต้ศอกนังลำเจียกสิวะ” กระถุ่งปากสว่าง
คำแก้วยืนนิ่ง ไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ ชาวบ้านมองคำแก้ว แล้วยิ่งซุบซิบหนัก ลำเจียกปรายตายิ้มเยาะคำแก้วอย่างผู้ชนะ แต่แล้วไม่ทันไรก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“ยังมีหน้ามาทวงผัวอีกเหรอ”
ลำเจียกและทุกคนหันไปมองตามเสียง พิมพ์พรกับเจิดนภาเดินเข้ามาหลังจากเข้ามาหลังหยุดฟังอยู่พักหนึ่งแล้ว
“ผู้ชายที่แกได้มาเพราะทำเสน่ห์เล่ห์พรายใส่เขา แบบนี้ถ้าจะนับว่าเป็นผัวป่านนี้เธอคงมีผัวครบทุกตำบลแล้วสินะ” ลำเจียกทั้งอึ้งทั้งช็อก ที่พิมพ์พรเข้ามาเปิดโปงความจริง “อีพิมพ์พร!” ลำเจียกโกรธจนตัวสั่น
“ลำเจียก ใครทำเสน่ห์ให้เอ็งวะ พาข้าไปทำมั่งสิ !” กระถุ่งเสนอหน้า
“เอ็งทำเสน่ห์ใส่มันเหรอวะ นังลำเจียก” กอช็อกไม่อยากเชื่อ
“ปะ..ปะ..เปล่านะพ่ออีนั่นมันตอแหล !” ลำเจียกหลบตาไม่กล้าสู้หน้า
“แล้วนี่อะไร” เจิดนภาโยนหุ่นฝังรูปฝังรอยที่ถูกทิ้งลงกลางวง “ถ้ายัยพิมพ์กับฉันไม่ไปค้นห้องแก พลคงถูกแกทำเสน่ห์จนเป็นบ้าเป็นหลังไปแล้ว”
ลำเจียกช็อก ไปไม่เป็นเมื่อเห็นหลักฐานคาตา ชาวบ้านยิ่งฮือฮา กอเห็นสายตาสุภัทรและทุกคนที่มองมาอย่างสมเพชเวทนาก็อายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี
“หมอเสน่ห์เธอเก่งใช้ได้เลยนะ ทำให้พลเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นขี้วัวเป็นกล่องเพชรได้” พิมพ์พรเหยียดยิ้มใส่ลำเจียก
“อีพิมพ์พร!! มึงอย่าอยู่เลย!!” ลำเจียกปรี่เข้าหาพิมพ์พร
กอดึงแขนลำเจียกเอาไว้ “นังลำเจียก !พอได้แล้ว! กลับบ้าน!!”
“พ่อ!!”
“ถ้าเอ็งไม่กลับ ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าพ่อ”
ลำเจียกจะไม่ยอมแต่กอลากลำเจียกออกไปทันที พิมพ์พรแอบกระหยิ่มใจที่ครั้งนี้เธอเป็นฝ่ายช่วยเหลือทศพลเอาไว้ได้

กอลากลำเจียกมาถึงบ้าน ลำเจียกกระชากแขนออกจากมือกอ “ปล่อยฉัน!!” กอปล่อยมือลำเจียก แล้วตบหน้าลำเจียกเต็มแรง “พ่อ!! ตบฉันทำไม” ลำเจียกเอามือคลำหน้า
“ตบให้เอ็งหายโง่ไง ข้าห้ามนักห้ามหนา ไม่ให้ยุ่งกับของต่ำๆ พวกนั้น เอ็งยังกล้าขัดคำสั่ง แค่ผู้ชายคนเดียว เอ็งถึงกับกล้าเอาชีวิตเข้าแลกเลยรึไง”
“ก็ฉันรักเค้า”
“แล้วสุดท้ายมันรักเอ็งมั้ยล่ะ เสนอตัวให้มันถึงที่ แต่โดนมันไล่มายังกะหมูกับหมา เอ็งไม่อาย แต่ข้าอายโว้ยอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดไว้ที่ไหนแล้ว”
“ถ้านังพิมพ์พรไม่เข้ามาแส่ ป่านนี้ฉันคงทำสำเร็จไปแล้ว”
กอโมโห ลากลำเจียกมาชะโงกหน้าส่องดูตัวเองในตุ่มน้ำ “สำเร็จกับผีน่ะสิ ไม่ตายโหงก็บุญแล้ว เอ็งแหกตาดูสารรูปตัวเองตอนนี้ซิ เหมือนศพเดินได้เข้าไปทุกวัน”
ลำเจียกอึ้ง เห็นสภาพตัวเองที่โทรมมาก็เถียงไม่ออกทั้งเสียใจทั้งคับแค้นใจ “พ่ออ่ะ!”
กอกุมขมับเครียด “โว้ย กูอยากจะบ้า อยู่ดีไม่ว่าดีไปหาเรื่องนังเจ้าแม่ แหวนพิรอดก็หายไปแล้ว ทีนี้จะเอาอะไรมาคุ้มกบาลวะ”
ลำเจียกนิ่งคิด เหลือทางรอดอยู่ทางเดียวคือเมืองอินทร์

คำแก้วเดินสีหน้าไม่สบายใจ ทศพลเดินตามรั้งคำแก้วเอาไว้อย่างเป็นห่วงความรู้สึกคำแก้วหยุดยืนนิ่ง
“อย่าไปใส่ใจคำพูดของพิมพ์เลย คนเอาแต่ใจอย่างพิมพ์ พอไม่ได้ดั่งใจอะไร ก็ต้องหาทางเอาชนะให้ได้” ทศพลปลอบ
“คำแก้วไม่ได้คิดมากเรื่องนั้นหรอก”
ทศพลจับหน้าคำแก้วเงยขึ้น “งั้นคำแก้วคิดมากเรื่องอะไร ไหนบอกพี่ซิ” คำแก้วยังอึกอัก “เราเป็นผัวเมียกันนะคำแก้ว มีอะไรไม่ต้องปิดบัง”
คำแก้วหวั่นใจ “พี่ยังเชื่อใจในตัวคำแก้วอยู่ใช่มั้ย”
“โธ่ นึกว่าเรื่องอะไร”
“พี่ไม่สงสัยเหรอว่าความจริงที่คุณพิมพ์พรพูดคืออะไร
“พี่จะสงสัยทำไม ในเมื่อพี่รู้อยู่แล้วว่าความจริงมันเป็นยังไง ถึงใครจะพูดยังไง พี่ก็ไม่มีวันเชื่อว่าคำแก้วจะเป็นอย่างที่ใครต่อใครพากันกล่าวหา” คำแก้วยิ่งฟังยิ่งสะท้อนใจ “กว่าเราจะผ่านอุปสรรคมาได้มันไม่ง่ายเลยนะ แล้วนี่พ่อก็ยอมรับความรักของเราแล้ว เราจะยอมแพ้เพียงแค่เพราะคำพูดของคนอื่นที่ไม่หวังดีกับเราเหรอ”
คำแก้วคลายใจ แต่ยังไม่วายห่วงเรื่องพิมพ์พร

คืนข้างขึ้น แต่พระจันทร์นวลกลับมีเมฆดำทะมึนลอยเข้ามาบดบัง คำแก้วยังนอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงความฝันที่ตัวเองเป็นนาคีในอดีตชาติ ตอนที่นาคีมาร่ำลาแม่ทัพไชยสิงห์
คำพูดของพิมพ์พรยังคงก้องอยู่ในหัว
“ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนหรอก แม้แต่ความรัก คนอย่างพิมพ์อยากได้อะไร ก็ต้องได้ คอยดูกันไปก็แล้วกัน”
คำแก้วคิดไม่ตก เกรงกริ่งความบ้าดีเดือดของพิมพ์พรอยู่ในที “พิมพ์พร... ทั้งหน้าตา ทั้งท่าทาง ทำไมถึงคุ้นนักนะ.... ถ้าเราเคยเป็นนาคแล้วพิมพ์พรล่ะ ?”
คำแก้วคิดย้อนอดีตกรรมระหว่างทศพลกับพิมพ์พรในชาติที่แล้ว

แม่ทัพไชยสิงห์นั่งเหม่อมองผิวน้ำ คิดไม่ตกเรื่องต้องเข้าพิธีสยุมพรกับองค์หญิงกรรเจียก แม่ทัพไชยสิงห์เห็นเงาตะคุ่มลับๆ ล่อๆ อยู่หลังพุ่มไม้
แม่ทัพไชยสิงห์ชักดาบออกมาอย่างระวังตัว “นั่นใคร ออกมาบัดเดี๋ยวนี้ !”
พิมพาวดีแสร้งหวีดร้องตกใจ วิ่งพรวดออกมาทันที “อย่า ข้าเอง !”
“องค์หญิงพิมพาวดี !”
“วันพรุ่งเจ้าต้องเข้าพิธีสยุมพรกับเจ้าพี่กรรเจียกแล้วแทนที่จักยิ้มระรื่น เหตุไฉนถึงได้มานั่งอกไหม้ไส้ขมเพียงลำพังเยี่ยงนี้เล่า”
“ระหว่างหัวใจกับการค้ำจุนบ้านเมือง องค์หญิงจักเลือกสิ่งใด ?”
“ไม่น่าถาม เป็นใครก็ต้องคิดถึงตัวเองก่อนทั้งนั้น”
“หากข้าไม่เข้าพิธีสยุมพร เมืองปัตตนครก็จักต้องมีภัย”
“หากเจ้ายังคิดหาหนทางช่วยเหลือตัวเองมิได้ แล้วจักคิดอ่านกอบบ้านกู้เมืองได้เยี่ยงไร” แม่ทัพไชยสิงห์นิ่ง ครุ่นคิดถึงคำพูดของพิมพาวดี “เจ้าก็รู้ เจ้าพ่อข้ากระหายสงคราม ต้องการแผ่แสนยานุภาพไปทั่วทั้งสิบทิศ คิดรึว่าหากเจ้ายอมเป็นสวามีเจ้าพี่กรรเจียกแล้ว บ้านเมืองของเจ้าจักรอดพ้นจากการศึกไปได้”
“ตราบใดที่ยังตกเป็นเชลยเยี่ยงนี้ ข้าคงมิอาจช่วยผู้ใดได้แม้แต่สหายของข้าเอง ข้ายังไม่มีปัญญาจะช่วย”
“หากข้าช่วยให้เจ้ากับสหายของเจ้าหนีไปได้ เจ้าจักให้สิ่งใดตอบแทนน้ำใจข้าเล่า” พิมพาวดีพูดทีเล่นทีจริง
กรรเจียกตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ เลือกสร้อยพระศอที่จะใส่เข้าพิธีสยุมพรกับแม่ทัพไชยสิงห์ในวันพรุ่ง “พิมพาน้องพี่ เจ้าว่าวันพรุ่งพี่สวมสร้อยเส้นนี้หรือเส้นนี้ดี” พิมพาวดีนั่งเหม่อ อย่างคนกำลังใช้ความคิด กรรเจียกสำทับ “พิมพา!”
พิมพาวดีสะดุ้ง “เจ้าพี่.... เจ้าพี่เรียกข้ารึ”
กรรเจียกหัวเราะเบาๆ “ก็ใช่สิ....พี่ถามว่าวันพรุ่งพี่สวมสร้อยเส้นใดดี”
“เจ้าพี่จักสวมเส้นใดก็งามทั้งนั้น”
“เจ้ากำลังใจลอยคิดถึงเรื่องใดอยู่รึ”
“วันพรุ่งเจ้าพี่ก็จักเข้าพิธีสยุมพรกับแม่ทัพไชยสิงห์แล้ว ข้าอดยินดีกับเจ้าพี่มิได้”
“ถึงพี่จักออกเรือน แต่เราก็ยังเป็นพี่น้องกันมิใช่รึ เจ้าทำหน้าราวกับว่าจักมิได้เข้าพบคบหากับพี่อีก”
“เจ้าพี่คงรักแม่ทัพไชยสิงห์มาก”
“ชาตินี้พี่คงรักใครมิได้อีกแล้ว นอกจากไชยสิงห์ ถึงแม้ว่าเขาเคยรักหญิงใดมาก่อน แต่พี่จักเป็นคนสุดท้ายที่เขารัก”
“ข้าก็หวังว่าเช่นนั้น”
“แต่ถึงพี่จักรักไชยสิงห์มากเพียงใด เจ้าก็ยังคงเป็นน้องสาวที่ข้ารักมากที่สุดอยู่ดีนะ พิมพา” กรรเจียกกอดพิมพาวดีด้วยความรัก มิได้นึกระแวงแคลงใจแม้แต่น้อยเลยว่าน้องสาวกำลังคิดไม่ซื่อ

ประตูเมืองมรุกขนคร ฟ้ายังไม่สางดี ขบวนเสลี่ยงของพิมพาวดีมีนางโขลนร่างกำยำ 4 คนแบกเสลี่ยง และบรรดานางกำนัลถือพานบายศรีสักการะเพื่อไปบูชาที่เทวาลัย ในขบวนฝ่ายในเป็นหญิงล้วน ไม่มีผู้ชายแม้แต่คนเดียว
แม่ทัพไชยสิงห์และเสนาทั้งสี่ปลอมตัวเป็นนางกำนัลร่วมอยู่ในขบวนนั้นด้วย
เคนซึ่งในอดีตชาติเป็นทหารยามที่เฝ้าประตูเมืองเอาดาบขวางไว้ตรวจตราคนเข้า-ออกประตูเมือง
“นี่ขบวนเสลี่ยงขององค์หญิงพิมพาวดี หลีกไป !”
เคนย้อนถามอี่ “วันนี้มีพิธีสยุมพรขององค์หญิงกรรเจียกที่หอคำหลวง องค์หญิงพิมพาวดีจักเสด็จที่ใด”
“พระโหราธิบดีให้องค์หญิงนำบายศรีและเครื่องบัตรพลีเหล่านี้ไปบูชาท้าวศรีสุทโธนาคที่เทวาลัยก่อนพิธีจักเริ่ม” บาอธิบาย
“ท่านพราหมณ์เจ้าอินทร์เตรียมเครื่องบัตรพลีไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วมิใช่รึ” เคนสงสัย
“พระโหราธิบดีกับท่านพราหมณ์เจ้าอินทร์ไม่ลงรอยกัน พวกเจ้าก็รู้... เปิดทางให้พวกข้า ขืนชักช้าจักไม่ทันฤกษ์” เพ็งเร่งเร้า
“หากองค์หญิงพิมพาวดีกลับมาไม่ทันร่วมพิธีสยุมพร หัวของพวกเจ้าสองคนจักหลุดจากบ่า” แพนช่วยเสริมอีกแรง

อ่านละครนาคี ตอนที่ 11 วันที่ 12 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ