อ่านละครนาคี ตอนที่ 11/3 วันที่ 13 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 11/3 วันที่ 13 ต.ค.59

“คิดอะไรเหรอ หรือว่า... คิดถึงพี่ เอ้อ... เมื่อคืนไม่สบาย คำแก้วหายดีแล้วเหรอ” ทศพลกุลีกุจอช่วยยกน้ำในกระชุเทใส่โอ่ง แล้วรีบหันมาหอมแก้มคำแก้ว
“จ้ะพี่ หายแล้ว”
“เพิ่งฟื้น ยังไม่น่ารีบทำงานหนัก เดี๋ยวไข้ก็กลับกันพอดี มา พี่ช่วย”
ทศพลเทน้ำใส่ตุ่ม ขณะที่คำแก้วมองไปทางตุ่มน้ำ ภาพนิมิตลึกลับยังคงกวนใจ

ข้าวในนาออกรวงเหลืองทองอร่าม ทศพลกำลังโปรยข้าวเปลือกให้ไก่กิน ทศพลเห็นลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆ ที่เพิ่งฟักออกมา ก็ยิ้มร่า พอดีกับคำแก้วเดินเข้ามา “คำแก้ว.....ดูนี่สิ ลูกเจี๊ยบเพิ่งฟักออกจากไข่ น่ารักมั้ย” ทศพลประคองลูกเจี๊ยบในมือส่งให้คำแก้ว “อีกหน่อย พี่จะขยายเล้าไก่ให้เป็นโรงเพาะเลี้ยง จะได้ฟักไข่ได้มากๆ คำแก้วว่าดีมั้ย”



พอมือคำแก้วสัมผัสลูกเจี๊ยบ ก็จ้องตาไม่กะพริบตามสัญชาตญาณ เพื่อนๆ ของทศพลโผล่เข้ามาเห็นเข้าพอดี ประกิตตกใจ “แกเห็นสายตาคำแก้วเหมือนที่ฉันเห็นมั้ยวะ ไอ้นะ”
“ชัดเลยว่ะเพื่อน จ้องตาไม่กะพริบเลย”
คำปองเดินมาจากอีกทางหนึ่งพอดี เห็นแววตาของคำแก้ว ใจหายวาบ สมมาตรและเชษฐ์หันไปมองคำแก้ว จังหวะเดียวกับที่คำปองเดินเข้ามาพร้อมกระจาดตำลึงพอดี
คำปองรีบเรียกขัดจังหวะ “คำแก้ว!!”
คำแก้วสะดุ้ง สติคืนกลับมา แววตาคำแก้วกลับเป็นปกติตามเดิม ทศพลมัวแต่มองลูกเจี๊ยบจึงไม่ทันเห็น เงยหน้ายิ้มให้คำปองอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่

คำแก้วตามคำปองเข้ามาในครัว คำปองเอาตำลึงมาให้ “ตำลึงแตกยอดอ่อนเต็มไปหมด แม่เลยเก็บมาให้เอ็งทำแกงจืดกินกับผัว”
“แม่ ! หมู่นี้ฉันเป็นอะไรไม่รู้ บางทีฉันก็รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง เหมือนกำลังจะกลายเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน”
“หมั่นสวดมนต์ รักษาศีล 5 อย่าให้ขาด ศีลจะช่วยให้ใจสงบ ไม่ทุกข์ ไม่ร้อน ไม่ถูกยั่วยุต่อสิ่งที่มากระทบได้ง่าย”
“เวลาถูกยั่วให้โกรธ ฉันจะควบคุมตัวเองไม่ได้... เวลาแม่โกรธ แม่ทำยังไง”
“แม่ก็ระงับความโกรธไงลูก ฝืนต้านแรงโกรธที่อยู่ในใจ ไม่ให้มันบีบบังคับเราให้ทำเรื่องร้ายๆ”
“ความโกรธมันเหมือนสัตว์ร้ายที่อยู่ในใจ ฉันจะสู้กับมันได้มั้ยแม่”
“เอ็งต้องเข้มแข็ง ใช้ธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว...ผู้อยู่ในศีลในธรรม ย่อมพบเจอแต่ความสุขความเจริญ หมั่นสวดมนต์ไหว้พระอย่าให้ขาด คุณพระคุณเจ้าจะได้ช่วยปกปักรักษา”
คำแก้วฟังคำแม่แล้วนิ่งคิดตาม

วันชนะ ประกิต ยังยืนเหวออยู่ที่เดิม สมมาตรและเชษฐ์ยืนมองทั้งคู่อย่างสงสัยว่าเป็นอะไร
“ไม่เห็นมีอะไรเลย” เชษฐ์เอ่ยงงๆ
“ทำไมจะไม่มี แกกับไอ้หลวงปู่ไม่เห็นตอนคำแก้วมองลูกเจี๊ยบนั่นรึไง” ประกิตโวย
“เห็น” สมมาตรตอบซื่อๆ
“นั่นไง แกเห็นเหมือนที่พวกฉันเห็นใช่มั้ย” วันชนะกับประกิตรอฟังคำตอบใจจดจ่อ
“คำแก้วคือคำแก้ว ไก่ก็คือไก่พวกแกจะตื่นเต้นไปทำไมวะ หรือแกเห็นคำแก้วหน้าเหมือนไก่ ?”
ประกิตเซ็ง “ปัดโธ่! พวกแกนี่มีตาหามีแววจริงๆ ที่พวกฉันเห็นน่ะมันไม่ธรรมดา”
“ไม่ธรรมดายังไง” เชษฐ์สงสัย
วันชนะมองระแวดระวัง กระซิบ “ฉันกับไอ้ประกิตเห็นคำแก้วจ้องไก่ตาไม่กะพริบน่ะสิวะ”
“ท่าทางเหมือนงูที่กำลังจะขย้ำเหยื่อยังไงยังงั้น” ประกิตนึกแล้วยังเสียวไม่หาย
สมมาตรรำคาญ “นี่พวกแกยังไม่เลิกบ้าตามยัยพิมพ์อีกเหรอถ้าแกอยากดูเมียงู ไปหาดูตามงานวัดโน่น”
ประกิตแย้ง “ฉันไม่ได้บ้านะเว้ย ฉันเห็นจริงๆ คราวก่อนตอนพังพอนก็ทีนึง ฉันว่าคืนนี้คำแก้วเขมือบไก่ยกเล้าแน่ๆ”
สมมาตรไม่เชื่อ“คำแก้วเลี้ยงไก่เก็บไข่เอาไปขาย ถ้าจะกิน คงกินไปตั้งนานแล้วล่ะโว้ย”
“สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นหากปราศจากการมองด้วยปัญญาแล้ว สิ่งเหล่านั้นเป็นได้เพียงแค่ภาพลวงตา” เชษฐ์เทศนา
วันชนะ ประกิตเซ็งที่เพื่อนไม่เชื่อแถมยังโดนเทศน์อีก จู่ๆ ก็มีมือมาจับที่ไหล่ของทั้งสองคนพร้อมกัน
วันชนะ ประกิต ตกใจ ร้องจ๊าก
“เฮ้ย!! ฉันเอง!!”
วันชนะประกิตรีบลืมตาดูเห็นเป็นทศพลก็โล่งอก

ทศพลเดินนำเหล่าเพื่อนมาหน้ากระต๊อบ ทศพลแปลกใจ “พวกแกเป็นอะไรวะ ทำหน้าอย่างกะเห็นผี”
วันชนะบ่นกระปอดกระแปด “ก็แกเล่นมาเงียบๆ นี่หว่า”
“แล้วใครใช้ให้ไปสุมหัวกันตรงนั้นล่ะ ฉันก็คิดว่าพวกแกจะเล่นพิเรนทร์อะไรอีกน่ะสิ”
ประกิตบ่ายเบี่ยง “เปล่า ไม่มีอะไร..พวกฉันจะมาชวนแกไปหาดอกเตอร์สุภัทรน่ะ”
“ไปหาพ่อ มีอะไร” ทศพลสงสัย
เขษฐ์เอ่ย “ดอกเตอร์ลงไปที่ถ้ำใต้เทวาลัยนั่นอีกครั้ง บางทีอาจจะได้เบาะแสของอาจารย์ทัศนัยก็ได้”
สมมาตรเห็นด้วยกับเชษฐ์ “ถ้ามีเบาะแส พวกเราจะได้ไปช่วยกันแกะรอยตามหาอาจารย์ทัศนัยในถ้ำ”
“ไม่มีประโยชน์หรอก” ทุกคนหันมองทางเสียง เห็นสุภัทรเดินเข้ามา
ทศพลและเหล่าเพื่อนมองสุภัทรอย่างสงสัย ว่าหมายความว่ายังไง
“หมายความว่ายังไงครับพ่อ”
“ทัศนัย.... เขาไปแล้ว...”
ทศพลและเหล่าเพื่อนช็อกตีความว่า อาจารย์ทัศนัยตายแล้วก็ใจเสีย
“อะไรนะครับ” ทศพลถามย้ำ
“ทัศนัยเขาไม่กลับมาอีกแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่พวกเธอจะตามหาอีกต่อไปตอนนี้ สิ่งที่พวกเธอต้องทำ คือสานต่อเจตนารมณ์ของทัศนัยที่ยังคั่งค้างอยู่ให้สำเร็จ ทัศนัยเขาจะได้หมดห่วง”
ทศพลกับเพื่อนๆ ตั้งตัวไม่ติด ทำใจไม่ได้ คิดว่าอาจารย์ทัศนัยตายไปแล้วจริงๆ

ทศพลกับเพื่อนๆ ใจหายต่อการจากไปของอาจารย์ทัศนัย
วันชนะตัดพ้อ “อาจารย์ทัศนัยคงจะมาเข้าฝันดอกเตอร์สุภัทร สั่งเสียให้เดินหน้าศึกษาเรื่องมรุกขนครต่อ”
“เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องช่วยดอกเตอร์สุภัทรค้นคว้าต่อ วิญญาณของอาจารย์จะได้หมดห่วง ไปสู่สุคติ” เชษฐ์หน้าเศร้า
“ฉันยังไม่อยากเชื่อ ว่าอาจารย์ทัศนัยจะตายแล้วจริงๆ” ทศพลครุ่นคิด
สมมาตรเอ่ย “พ่อแกบอกว่าปากถ้ำถล่มลงมา อาจารย์ทัศนัยติดอยู่ในถ้ำ ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร อากาศในถ้ำก็แทบไม่มีให้หายใจ ฉันว่ายังไงก็ไม่รอด”
ประกิตแย้ง “วิเคราะห์ให้มันดีๆ บ้างไม่ได้หรือไงวะ ไอ้มาตร อาจารย์อาจจะขุดเผือก ขุดมันในถ้ำกินประทังชีวิตก็ได้”
“ถ้าอาจารย์ทัศนัยยังอยู่ ก็คงกลับมาหาพวกเราแล้ว ฉันว่าทำใจเถอะว่ะ” วันชนะเอ่ยปลงๆ
“ไม่ว่าอาจารย์จะอยู่ที่ไหน ขอให้รับรู้ พวกเราจะสืบทอดเจตนารมณ์ของอาจารย์จนกว่าภารกิจไขปริศนามรุกขนครจะสำเร็จลุล่วง” ทศพลตั้งปณิธานแน่วแน่ เดินหน้าศึกษาเมืองโบราณมรุกขนครต่อไป

ที่แคร่หน้ากระต๊อบทศพล ทศพลยื่นห่อผ้าหงอนนาคีให้สุภัทร
“อะไร?” สุภัทรรับห่อผ้ามา
“ของที่อาจารย์ทัศนัยฝากผมให้ช่วยเก็บรักษาเอาไว้น่ะครับ”
สุภัทรคลี่เปิดผ้าออกดู พอเห็นหงอนนาคีที่อยู่ภายในก็ตะลึง สุภัทรตื่นเต้น “ไม่ใช่หิน แต่คล้ายหิน ฉันไม่เคยเนื้อสารที่แปลกแบบนี้มาก่อน แกไปเอามาจากไหน”
“เทวรูปที่อยู่ในถ้ำใต้เทวาลัย ผมกับอาจารย์กำลังจะช่วยกันขนเทวรูปออกมาแต่พลาดหลุดมือ ชิ้นส่วนหงอนบริเวณหน้าผากก็เลยหักออกมา”
“แล้วตอนนี้เทวรูปนั่นอยู่ที่ไหน”
“จมน้ำหายไปแล้วครับ ที่เหลืออยู่ก็มีแค่นี้”
“เอาไว้ว่างๆ ฉันจะดูให้ก็แล้วกัน” สุภัทรมองหงอนนาคีในมืออย่างสนใจ

เหล็กไหลในห่อผ้าขาววางไว้บนพานที่อยู่บนโต๊ะพิธี ถัดลงมาคือดานเหล็กศักดิ์สิทธิ์และตะปูตอกโลงศพที่หามาได้ ตามด้วยบายศรี สำรับกับข้าวคาวหวาน เหล้า ผลไม้ หมออ่วมนุ่งขาวห่มขาวปักธูปลงในกระถาง ดูศักดิ์สิทธิ์น่าเกรงขาม บุญส่ง กำนันแย้ม กอ และชาวบ้านอีก 2 คน ที่นุ่งขาวห่มขาว มาร่วมพิธี หมออ่วมเทเหล็กไหล เหล็กศักดิ์สิทธิ์ และตะปูตอกโลงศพจากห่อผ้า ลงในเตาหลอม
เวลาผ่านไป เหล็กที่หลอมรวมเป็นก้อน ถูกนำไปเผาไฟจนแดง แล้วเอาออกมาวางบนแท่นตีดาบ หมออ่วมใช้คีมคีบเหล็ก ชาวบ้านอีก 2 คนออกแรงตี หมออ่วมคอยจับเหล็ก บังคับให้ขึ้นรูปจากก้อนเหล็ก เริ่มขึ้นรูปเป็นแท่ง จากแท่งเริ่มกลายเป็นดาบ หมออ่วมคอยจับเหล็กบังคับขึ้นรูปไป บริกรรมคาถาไปตลอดพิธี บุญส่ง กำนันแย้ม และกอ ยืนมองลุ้น
“หมออ่วมตีดาบสำเร็จเมื่อไหร่ นังงูผีมันต้องเสร็จเราแน่” กอหมายมั่น
กำนันแย้มยังไม่มั่นใจ “แล้วถ้าดาบเหล็กไหลไม่ได้ผลล่ะ”
กอท้วง “โธ่ กำนัน ที่ภูพระนางก็เห็นอิทธิฤทธิ์หมออ่วมเรียกเหล็กไหลมากินน้ำผึ้งกับตา ยังไม่ศรัทธาอีกเรอะ”
“ข้ารู้ว่ามันเก่ง แต่ถึงจะเก่งแค่ไหน ก็ไม่ควรประมาท” กำนันแย้มติง
“ไม่ต้องห่วงหรอก เรามีจอมขมังเวทย์ถึงสองคน ทั้งหมออ่วม แล้วก็หมอเมืองอินทร์ ไม่ใครก็ใครจะต้องปราบนังเจ้าแม่นาคีนั่นได้แน่” บุญส่งยิ้มลำพองใจ ที่จะได้กำจัดเจ้าแม่นาคีให้หายแค้น
บุญส่ง กำนันแย้ม กอ พิมพ์พร เจิดนภา มารวมตัวกันที่สำนักหมออ่วม หมออ่วมชูดาบเหล็กไหลเงาวับให้ทุกคนดูอย่างภาคภูมิใจ
“เนี่ยน่ะเหรอ ดาบเหล็กไหลที่ว่าศักดิ์สิทธิ์นักศักดิ์สิทธิ์หนา” เจิดนภามองดูดาบไม่เชื่อสายตา
“นั่นสิ ไม่เห็นต่างจากดาบของพวกชาวบ้านตรงไหน” พิมพ์พรสีหน้าดูถูก
“งั้นเอ็งคอยดู” หมออ่วมพูดจบก็หลับตาร่ายคาถา แล้วตวัดดาบกลางอากาศ ฟันก้อนเมฆขาด ทุกคนมองอย่างทึ่งๆ “เห็นอิทธิฤทธิ์ดาบเหล็กไหลของข้าหรือยังล่ะ”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 11/3 วันที่ 13 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ