อ่านละครนาคี ตอนที่ 11/4 วันที่ 13 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 11/4 วันที่ 13 ต.ค.59

“งั้นเอ็งคอยดู” หมออ่วมพูดจบก็หลับตาร่ายคาถา แล้วตวัดดาบกลางอากาศ ฟันก้อนเมฆขาด ทุกคนมองอย่างทึ่งๆ “เห็นอิทธิฤทธิ์ดาบเหล็กไหลของข้าหรือยังล่ะ”
กอมองด้วยความโลภ “ขนาดก้อนเมฆ ยังฟันขาด ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ”
ทุกคนต่างฮือฮากับดาบเหล็กไหลของหมออ่วม

วัชระปราการ เลื่อมประภัสร์ และฉัตรสุดา ในชุดชาวบ้าน แอบดูการตีดาบเหล็กไหลอยู่
เลื่อมประภัสร์มองด้วยความครั่นคร้าม “ดาบเหล็กไหล!”
“พวกมันสร้างอาวุธขึ้นมาปราบเจ้าแม่ เจ้าแม่กำลังมีอันตราย” ฉัตรสุดากระซิบบอก

“ต้องรีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม” วัชระปราการไม่พูดพร่ำทำเพลงกลายร่างเป็นงูใหญ่เลื้อยออกไปทันที
“ท่านวัชระปราการ !” ฉัตรสุดาขยับจะตามด้วยความเป็นห่วง แต่เลื่อมประภัสร์รั้งเอาไว้



หมออ่วม กอ กำนันแย้ม บุญส่ง นั่งก๊งเหล้าฉลองความสำเร็จ ดาบเหล็กไหลวางอยู่ข้างหมออ่วม
“ไม่เสียแรงที่ดั้นด้นไปเอาเหล็กไหลถึงภูพระนางจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด” บุญส่งชื่นชม
“ขนาดก้อนเมฆยังฟันขาด นับประสาอะไรกับนังเจ้าแม่นาคี” กำนันแย้มหัวเราะร่า
“ก็ลองเข้ามาดูสิ ได้โดนฟันขาดเป็นสองท่อนแน่” กอเอ่ยมั่นใจ
“นังเจ้าแม่นาคีมีฤทธิ์กล้าแข็งในวันที่เกิดสุริยคราส และอ่อนกำลังลงในวันที่เกิดจันทรคราส รอให้ถึงคืนเดือนดับเมื่อไหร่ ดาบข้าได้บั่นคอนังเจ้าแม่นาคีแน่” หมออ่วมย่ามใจ
“ฆ่านังเจ้าแม่ได้เมื่อไหร่ ผมจะแล่เนื้อมันเอามากินให้สาแก่ใจ” บุญส่งยิ้มเยาะ
กอกับกำนันแย้ม บุญส่งชนจอกกันอย่างถูกคอ หมออ่วมยิ้มลำพองใจ ที่ด้านหลังหมออ่วม งูวัชระปราการค่อยๆ เลื้อยจากพงหญ้าเข้ามาใกล้แคร่ ขณะที่กำลังใกล้จะถึงดาบ ดาบกลับขยับออกจากฝัก หมออ่วมชะงัก เอะใจ รีบจับดาบขึ้นมาถือ มองรอบตัวอย่างระแวงภัย
บุญส่งตกใจ “มีอะไร”
“ดาบขยับออกจากฝัก เป็นสัญญาณอันตราย” หมออ่วมกระชับดาบในมือ
ขณะที่ทุกคนหันกวาดตามอง กอชะงักอ้าปากค้าง ชี้ไปด้านหลังหมออ่วม เมื่อเห็นงูวัชระปราการที่ชูคอขึ้นเตรียมฉกดาบในมือหมออ่วม “เฮ้ย! งู!!”
หมออ่วมรีบตวัดดาบฟันงูวัชระปราการทันที งูใหญ่วัชระปราการหายวับไปกับตา
กำนันแย้มคาด “ต้องเป็นบริวารนังเจ้าแม่นาคีแน่ๆ”
หมออ่วมหัวเราะเยาะสะใจ “แน่จริงก็เข้ามาอีกสิวะ บริวารมึงมีกี่ตัวก็ดาหน้ากันเข้ามาเลย ข้าไม่กลัวหรอกโว้ย” หมออ่วมมองดาบในมือ ยิ้มเหิมเกริม
กอมองดาบเหล็กไหลในมือหมออ่วมไม่วางตา

วัชระปราการกระเด็นกลับมาที่เทวาลัย แขนเป็นแผลเหวอะเป็นทางยาว โชกไปด้วยเลือด เลื่อมประภัสร์กับฉัตรสุดารีบเข้าประคองวัชระปราการด้วยความเป็นห่วง วัชระปราการกัดฟันทน
“ไอ้หมอผีชั่ว” ฉัตรสุดาแค้นจะรีบผลุนผลันออกไป
เลื่อมประภัสรร้องห้าม “เจ้าจะไปไหน ฉัตรสุดา”
“ข้าจะไปจัดการมันให้รู้สำนึกน่ะสิมันทำกับท่านขนาดนี้ ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่”
เลื่อมประภัสร์เตือน “ดาบนั่นอานุภาพร้ายแรงยิ่งนัก เจ้าไปก็ตายเปล่า”
“ข้าไม่กลัวหรอก ยิ่งปล่อยเอาไว้ มันจะยิ่งเหิมเกริม”
“ถ้าเจ้าไป เราจะเสียแผนที่ท่านวัชระปราการอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตก็เท่ากับสูญเปล่า”
ฉัตรสุดาชะงัก หันกลับมามองอย่างงงๆ แผนอะไร? “ท่านจักทำอะไรกันแน่ ?”
“ความโลภ และความเห็นแก่ตัวทำให้มนุษย์พบกับความวิบัติมาแล้วนักต่อนัก” วัชระปราการยิ้มอย่างมั่นใจว่าแผนคราวนี้ต้องสำเร็จแน่

ดาบน้ำพี้เหล็กไหลห่อด้วยผ้าวางอยู่บนพาน จู่ๆ ก็มีมือลึกลับเอื้อมมาหยิบดาบไป ไม่ทันไรหมออ่วมที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จนุ่งผ้าขาวม้า มีผ้าอีกผืนหนึ่งพาดบ่า เดินเข้ามาแต่พอหันไปมองดาบเหล็กไหลวางอยู่บนพานอีกทีแล้วช็อก
“ฉิบหายแล้ว!!” หมออ่วมสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดาบหายไปได้ยังไง!!

กำนันแย้ม บุญส่ง กอ สีหน้าตกใจเมื่อหมออ่วมมาแจ้งข่าวว่าดาบหาย
“อยู่ดีๆ มันหายไปได้ยังไง” บุญส่งแปลกใจ
“นอกจากพวกเราสี่คนแล้ว ข้าสั่งห้ามไม่ให้ใครมายุ่งที่สำนักข้าเด็ดขาด ถ้ามันจะหาย ก็ต้องเป็นฝีมือใครสักคนในนี้แน่ๆ” หมออ่วมมองทุกคนอย่างระแวง
กำนันแย้มฉุน “เอ็งอย่าพูดชุ่ยๆ นะโว้ย ไอ้หมออ่วม”
“เราก็อยู่ด้วยกันทุกคน จะมีเวลาไปขโมยดาบตอนไหน” บุญส่งสงสัย
“ดีไม่ดี หมออ่วมอาจเป็นคนเอาดาบไปซ่อนซะเอง แล้วแกล้งตีโพยตีพายว่าดาบหายก็ได้ใครจะไปรู้”
หมออ่วมยัวะที่กอพูดแบบนี้ “ไอ้กอ ! มึงพูดหมาๆ !”
“อุตส่าห์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกัน อย่าระแวงกันเองเลยดีกว่า !” บุญส่งประนีประนอม
“ถ้าไม่ใช่เกลือเป็นหนอน จะเป็นใครไปได้ หรือว่า....” หมออ่วมฉุกคิดถึงเมืองอินทร์ขึ้นมา
หมออ่วมบุกมาหาเมืองอินทร์ที่ป่าช้า เมืองอินทร์ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ ลืมตาขึ้นมาทันที
“เอ็งเอาดาบข้าไปซ่อนไว้ที่ไหน” หมออ่วมร้อนใจตวาดดังลั่น
“ดาบอะไร” เมืองอินทร์งุนงง
“ก็ดาบเหล็กไหลของข้าไง”
เมืองอินทร์ย้อนทันควัน “ดาบเหล็กไหลเอ็งก็ต้องอยู่ที่เอ็งสิวะ ข้าจะเอาไปทำไม”
“เอ็งหาทางปราบเจ้าแม่นาคีไม่ได้ ก็เลยคิดมาขโมยดาบข้า”
“ฮ่าๆๆ คนอย่างข้ามีศักดิ์ศรีพอ ไม่คิดจะลักของใครหรอกโว้ย”
หมออ่วมเห็นสายตาเมืองอินทร์ก็เริ่มลังเล “ถ้าไม่ใช่เอ็ง แล้วจะเป็นใคร”
“แก่จนหัวหงอกทั้งหัว กะอีเรื่องแค่นี้ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้ หรือต้องให้ข้าสอนว่าต้องทำยังไง
หมออ่วมหน้าม้านเมื่อถูกเมืองอินทร์ตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า ในใจคิดแค้น ต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นฝีมือใคร

กอคลี่ดูผ้าพันดาบออกดูจ้องดาบในมือแววตาละโมบ “ดาบอยู่นี่ อย่างน้อยก็อุ่นใจล่ะวะ”
ลำเจียกก็เข้ามาเห็นเข้า “ทำอะไรน่ะพ่อ”
กอสะดุ้งโหยง รีบซ่อนดาบ “เปล่า...ไม่มีอะไร”
“ไม่มีอะไรก็เอามาดู” ลำเจียกแย่งดาบไปเปิดดู “นี่มันดาบของหมออ่วมนี่ พ่อขโมยมาเหรอ”
กอจำต้องยอมรับ “ก็เออสิวะ เอ็งเบาๆ หน่อยได้มั้ย เดี๋ยวไอ้หมออ่วมมันได้ยินเข้าก็ตามมาแหกอกข้าถึงนี่หรอก”
“พ่อขโมยมาทำไม ถ้าหมออ่วมรู้ เอาพ่อตายแน่”
“ก็ข้าไม่มีทางเลือกแล้วนี่หว่า แหวนพิรอดเอ็งก็ทำหายเราก็ต้องหาอะไรไว้ป้องกันตัวสิวะ เกิดนังเจ้าแม่ออกอาละวาดขึ้นมา เราจะเอาอะไรไปสู้กับมัน ไอ้หมออ่วมมันมีวิชาอาคมป้องกันตัว มันไม่ตายง่ายๆ หรอก”
“แต่ขโมยของเขา มันบาปนะพ่อ”
“อย่าเรียกขโมยเลย เรียกสมบัติผลัดกันชมดีกว่า.... ข้าอุตส่าห์บุกป่าฝ่าดงเสี่ยงชีวิตไปเอาเหล็กไหลมา ดาบนี่ข้าก็สมควรได้เป็นเจ้าของด้วย” กอคิดเข้าข้างตัวเองอย่างคนเห็นแก่ตัว

ฉัตรสุดาดูแลเอาสมุนไพรทาที่แขนให้วัชระปราการ “ท่านยอมเสี่ยงชีวิต ก็เพื่อให้พวกมันเห็นอิทธิฤทธิ์ของดาบเหล็กไหลแล้วบังเกิดความโลภ”
“ใช่ ! สุดท้ายพวกมันก็แตกคอกัน เพราะความโลภบังตา”
“อีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดสุริยคลาส ความปรารถนาของเจ้าแม่ที่จะเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ใกล้จะเป็นจริงแล้ว”
“ตราบใดที่ดาบเหล็กไหลนั่นยังไม่ถูกทำลาย เราก็ยังวางใจไม่ได้”
ฉัตรสุดารู้สึกวิตกไปด้วย “ดาบเหล็กไหลมีอานุภาพมากนัก เราจักป้องกันเจ้าแม่เยี่ยงไรดี”
“ชีวิตข้าเป็นของเจ้าแม่ ข้ายอมตายเพื่อปกป้องเจ้าแม่”
ฉัตรสุดามองวัชระปราการหัวใจร้าวราน หลงรักงูหนุ่มข้างเดียว

สุภัทรใช้แว่นขยายนักโบราณคดีส่องดูหงอนนาคีในมือแล้วผงะ เมื่อเห็นเซลล์คล้ายเซลล์มนุษย์ จู่ๆ หงอนนาคีก็เรืองแสงวาบ สุภัทรรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตที่มืออย่างแรงจนเผลอปล่อยหงอนนาคีหลุดมือร่วงลงไปบนโต๊ะ
ทศพลเข้ามาเห็นพอดีรีบเข้ามาหาสุภัทรด้วยความเป็นห่วง “พ่อ....เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“แค่ชานิดหน่อยเหมือนถูกไฟดูด”
“ถูกไฟดูดงั้นเหรอครับ” ทศพลแปลกใจ
“หงอนนั่นเหมือนมีพลังงานไฟฟ้าในตัวเองคล้ายสิ่งมีชีวิตพวกปลาไหลไฟฟ้าหรือกระเบนไฟฟ้า”
“อาจารย์ทัศนัยก็เคยบอกผมแบบนี้เหมือนกัน แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงครับในเมื่อเทวรูปไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นแค่รูปปั้นหินธรรมดา”
“แล้วถ้าฉันบอกแกว่า หงอนนี่คือหงอนของสิ่งมีชีวิต แกจะเชื่อมั้ย”
“หมายความว่าไงครับ” ทศพลสีหน้าตื่นเต้น
“ฉันเจอชั้นเชลล์ที่เหมือนเซลล์มนุษย์เนื้อสารของชิ้นส่วนนี่ไม่ใช่หินแต่เป็นชิ้นส่วนมนุษย์ที่แข็งจนเป็นหิน...เหมือนมัมมี่”
ทศพลอึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบปฏิเสธ “เป็นไปไม่ได้หรอกครับชิ้นส่วนนี้ผมได้มาจากเทวรูปที่ครึ่งบนเป็นคนครึ่งล่างเป็นงู พ่อคงไม่คิดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตแบบนี้จริงๆ ใช่มั้ยครับ”
“ครึ่งคน ครึ่งงูงั้นเหรอ? หรือว่าจะเป็น...พญานาค”
ทศพลมองหงอนศิลาในมืออย่างอึ้งๆ!!

แคร่หน้ากระต๊อบทศพล ศิลาจารึกแผ่นแรกที่ทัศนัยกับแผ่นที่สองที่สุภัทรเจอประกบต่อกันได้พอดี ทศพลกับเพื่อนทั้ง 4 ดูมีความหวัง ตื่นเต้นที่ปริศนามรุกขนครค่อยๆ คลี่คลายทีละน้อย
ทศพลอุทาน “ศิลาจารึกทั้งสองชิ้นนี่เป็นแผ่นเดียวกันจริงๆ ด้วย!”
เชษฐ์เสริม “ถ้าหาจารึกแผ่นที่เหลือเจอ เราก็จะรู้เรื่องราวทั้งหมดของมรุกขนคร”
ประกิตครุ่นคิด “ต้องอยู่ในถ้ำใต้เทวาลัยแน่ๆ ! แต่ใครจะลงไปเอามาวะ”
วันชนะแกล้งพูด “แกนั่นแหละไอ้กิต อยู่ไปก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ ลงไปเป็นอาหารงูในถ้ำนั่นแหละดี ได้บุญน่ะเว้ย”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 11/4 วันที่ 13 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ