อ่านละครนาคี ตอนที่ 11/5 วันที่ 13 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 11/5 วันที่ 13 ต.ค.59

เชษฐ์เสริม “ถ้าหาจารึกแผ่นที่เหลือเจอ เราก็จะรู้เรื่องราวทั้งหมดของมรุกขนคร”
ประกิตครุ่นคิด “ต้องอยู่ในถ้ำใต้เทวาลัยแน่ๆ ! แต่ใครจะลงไปเอามาวะ”
วันชนะแกล้งพูด “แกนั่นแหละไอ้กิต อยู่ไปก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ ลงไปเป็นอาหารงูในถ้ำนั่นแหละดี ได้บุญน่ะเว้ย”
ประกิตหน้าเหวอ “แค่ได้ยินชื่อถ้ำนั่น ฉันก็กลัวจนฉี่จะราดอยู่แล้ว”
ทศพลเอามือลูบฝุ่นที่เกาะอยู่ที่ศิลาจารึก เห็นตัวอักษรชัดเจนขึ้น “อักษรปัลลวะ อายุน่าจะเก่าแก่ราวศตวรรษที่แปดถึงสิบเอ็ด”

สุภัทรยิ้มชื่นชมในตัวลูกชาย “อักษรปัลลวะถูกใช้ในดินแดนที่รับอารยธรรมจากอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นมอญ จาม เขมร หรือมัชปาหิต ผ่านทางพวกพราหมณ์ที่มาเผยแผ่ศาสนา คนที่จารึกมันขึ้นมาน่าจะเป็นนักบวชที่อยู่ยุคนั้น”


ทศพลและเพื่อนๆ ต่างพยักหน้าอือออเห็นด้วย ทศพลมองจารึกเห็นตัวอักษรปัลลวะลางเลือนมาก “ตัวอักษรมันเลือนขนาดนี้ จะอ่านได้เหรอครับ”
“ฉันเป็นนักโบราณคดี ไม่ใช่นักอ่านจารึกหรือผู้สันทัดภาษาโบราณ ลบเลือนเสียหายไปก็มาก ฉันจะพยายามอ่านเท่าที่อ่านได้ก็แล้วกัน” สุภัทรมองศิลาจารึกราวสมบัติล้ำค่าที่จะไขปริศนาตำนานเมืองลี้ลับ

คำแก้วเร่งมือจัดสำรับกับข้าวมื้อเย็น เตรียมให้ทศพลกับคนอื่นๆอยู่ในครัว เธอยกถาดกับข้าวออกจากครัวไปยังแคร่หน้ากระต๊อบ
“กินข้าวกินปลากันก่อนจ้ะ วันนี้น้ำพริกปลาร้ากับแกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง”
สายตาคำแก้วเหลือบเห็นศิลาจารึกในมือสุภัทร ตัวอักษรบนจารึกด้านหลังเรืองวาบขึ้น เสียงพราหมณ์เจ้าอินทร์ที่สวดในอดีตชาติดังแว่วเข้ามา สำเนียงน่ากลัว คำแก้วยกมือขึ้นปิดหู จนถาดกับข้าวที่ถือมาด้วยหลุดมือ กระจายเกลื่อน คำแก้วจ้องมองศิลาจารึกไม่วางตา หายใจหอบระรัว
“โธ่...คำแก้ว ยกไม่ไหวก็น่าจะเรียก พวกพี่จะได้ไปช่วย” ทศพลเข้าไปช่วย
“คำแก้วซุ่มซ่ามไปหน่อย เดี๋ยวจัดสำรับมาให้ใหม่นะจ๊ะ” คำแก้วรีบลนลานกลับเข้าครัวไป
ประกิตกับวันชนะเห็นคำแก้วท่าทางแปลกๆ ก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
สุภัทรเอ็ด “เอ้า ! มองกันอยู่ได้ รีบไปช่วยหนูคำแก้วเค้าสิ จะรอเค้าเอามาประเคนให้ถึงที่หรือไง”
เชษฐ์กับสมมาตรรีบตามไปช่วยคำแก้วในครัว
คืนนั้น ที่เถียงนา วันชนะหน้านิ่วคิ้วขมวด คิดสงสัยในตัวคำแก้ว ก่อนที่จะโพล่งขึ้นมา “คำแก้วชอบทำตัวพิลึกๆ พวกแกว่ามั้ย”
เขษฐ์ค้าน “พิลึกยังไงวะ ฉันก็เห็นปกติดี งานบ้านงานเรือนก็ไม่ขาดตกบกพร่อง”
ประกิตขนลุก “แกไม่เห็นตอนที่คำแก้วจ้องลูกไก่ตาเป็นมัน ฉันว่าคำแก้วต้องเป็นงูล้านเปอร์เซ็นต์”
สมมาตรเอาหมอนปาใส่หน้าประกิต “ไอ้บ้า ! แค่เขามองไก่ แกก็หาว่าเค้าเป็นงู ไอ้โรคจิต !”
ประกิตเถียง “แต่พวกชาวบ้านเค้าลือกันให้โขมงว่าคำแก้วเป็นงูนะเว้ย”
เชษฐ์แย้ง“อันนินทากาเลเหมือนเทแกลบ มันไม่แสบเหมือนเอาตูดไปครูดหิน มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่จะเชื่อลมปากของคนพาล”
“มันต้องพิสูจน์เอากันให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยว่าคำแก้วเป็นงูจริงหรือเปล่า” วันชนะครุ่นคิด
“พิสูจน์ยังไงวะ” ประกิตสงสัย
วันชนะคิดไม่ออกหันไปถามเชษฐ์ “ไอ้หลวงปู่ แกรู้วิธีที่งูที่แปลงเป็นมนุษย์กลับคืนร่างเดิมมั่งมั้ยวะ”
“งูไม่เคยได้ยิน เคยได้ยินแต่พญานาคว่ะ”
“เออ ! นั่นแหละ นาคกับงูมันก็สปีชีส์เดียวกันแหละวะ”
“ตามพุทธประวัติ บอกว่าพญานาคจะกลับคืนร่างเดิมด้วยเหตุ 5 ประการ ได้แก่ เกิด ตาย เสพสังวาส ออกหากิน แล้วก็นอนหลับด้วยเหตุนี้พระพุทธองค์ถึงได้มีพุทธบัญญัติห้ามพญานาคเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา”
สมมาตรอยากรู้ “แล้วแกจะพิสูจน์คำแก้วยังไงวะ”
วันชนะดีดนิ้วเป๊าะ “ดีล่ะ!คราวนี้ไอ้พลแล้วก็แกสองคนจะได้ตาสว่างกันเสียที!” วันชนะยิ้มอย่างมีแผนการในใจ

ทศพลเปิดแฟ้มที่ได้มาจากสุภัทร ดูรูปภาพซากเมืองมรุกขนครแล้วร่างเป็นภาพสเก็ตช์
คำแก้วเห็นทศพลหน้าดำคร่ำเคร่งกับการศึกษาโบราณคดีก็ถามขึ้น “พี่อยากกลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพมั้ย”
ทศพลดึงคำแก้วมากอด พลางยิ้มปลอบใจ “การเรียนไม่จำเป็นต้องเรียนที่มหาวิทยาลัยก็ได้ มีหลายเรื่องที่ตำราก็ไม่ได้สอน ต้องเรียนรู้เอาเองจากชีวิตจริง”
“แต่ถ้าพี่พลได้เรียนจนจบ พี่จะได้เป็นเจ้าคนนายคนมีงานมีการดีๆ ไม่ต้องทำไร่ไถนา เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่อย่างทุกวันนี้ บางทีคำแก้วก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเราไม่รู้จักกัน พี่น่าจะมีอนาคตที่ดีกว่า”
“อนาคตของพี่พี่เลือกแล้ว ขอแค่มีคำแก้วอยู่กับพี่ ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง จะลำบากยากแค้นแค่ไหนพี่ก็พร้อมยอมรับมัน” ทศพลจับมือคำแก้วขึ้นมาจูบ ก่อนจะสบตาคำแก้วอย่างแนวแน่ “พี่ไม่เคยเสียใจเลยสักนิดที่ตัดสินใจใช้ชีวิตกับคำแก้ว”
คำแก้วสบตาทศพล ซึ้งใจที่ทศพลยอมทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับตน
ทศพลกับคำแก้วนอนหลับกอดกันอยู่ในมุ้ง วันชนะ ประกิต สมมาตร และเชษฐ์โผล่หัวขึ้นมาจากหน้าต่าง
“แกพาพวกฉันมาทำไมวะ ดึกดื่นป่านนี้ ไอ้พลกับเมียมันหลับแล้ว” สมมาตรบ่นเบาๆ
“หลับสิดี ! คืนนี้พวกแกจะได้ตาสว่างกันเสียที” วันชนะชะเง้อชะแง้
“แกจะทำอะไรกันแน่วะ” เชษฐ์ชักสงสัย
“ฉันจะพิสูจน์ให้พวกแกเห็นว่าคำแก้วไม่ใช่คน” วันชนะค่อยๆ ยื่นไม้ยาวๆ เขี่ยปลายมุ้งให้เลิกขึ้นอย่างสั่นๆ ทุกคนจ้องในมุ้งเขม็ง มุ้งค่อยๆ เปิดขึ้น เห็นทศพลนอนกอดคำแก้วเป็นปกติ
วันชนะลดไม้ลงจนปลายมุ้งปิด สมมาตรกับเชษฐ์ก็หันขวับไปมองวันชนะกับประกิต
สมมาตรต่อว่า “ไม่เห็นจะมีอะไรเลย ไอ้พลมันก็นอนกอดกับเมียมัน”
เชษฐ์เหน็บ “ถ้าคำแก้วเป็นนางพญานาคีจริง ป่านนี้คงคืนร่างเป็นงูใหญ่ไปแล้ว”
ประกิตนิ่วหน้า “ลองดูอีกทีซิ เผื่อเมื่อกี้จะตาฝาด”
“มันจะตาฝาดพร้อมกันกันทั้ง 4 คนเลยหรือไง” เชษฐ์กับสมมาตรทำหน้าเอือมๆ คิดว่ายังไงก็เหมือนเดิม
“เมื่อไหร่แกสองคนจะเลิกปรักปรำหาว่าคำแก้วเป็นเมียงูเสียทีวะ” สมมาตรชักหัวเสีย
“เอาน่ะ! ขอฉันพิสูจน์อีกที ทีเดียวเท่านั้น !” วันชนะหันไปเขี่ยมุ้งให้เปิดอีกรอบ
มุ้งค่อยๆ เปิดขึ้นอีกครั้ง ทุกคนเห็นทศพลนอนกอดอยู่กับงูเผือกมีหงอนตัวใหญ่
“งะ...งะ...งู... !!! ไอ้พลมีเมียเป็นงู !!!” สมมาตรตกใจสุดขีด
ทุกคนเบิกตากว้าง ช็อคจนต้องรีบเอามืออุดปาก วันชนะรีบอุดปากสมมาตร แล้วรีบลากตัวไป

ที่เถียงนา วันชนะตบเข่าฉาดที่ได้พิสูจน์ให้เชษฐ์กับสมมาตรเห็นกับตา “เห็นมั้ยล่ะ ! คำแก้วเป็นงูอย่างที่พวกชาวบ้านเขาร่ำลือกันจริงๆ”
ประกิตตอกย้ำ “เต็มลูกกะตาแบบนี้ แกสองคนยังจะเถียงคอเป็นเอ็นอยู่อีกมั้ย”
สมมาตรกับเชษฐ์หันมองหน้ากัน เถียงประกิตไม่ออก เพราะคราวนี้เห็นคาตา
สมมาตรยอมรับ “เออๆ พวกฉันเชื่อแล้วก็ได้ แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อ บอกไอ้พลให้รู้ดีมั้ย”
วันชนะยืนยัน “ยังไงก็ต้องบอก คนกับงูจะอยู่กินกันได้ยังไง ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก”
เชษฐ์แย้ง “ตำนานของเขมรยังมีเรื่องราวความรักระหว่างคนกับงู ไม่แน่นะ สองคนนี้อาจจะเป็นเนื้อคู่กันแต่ชาติปางก่อนก็ได้” วั
นชนะกับประกิตพร้อมใจตบกะโหลกเชษฐ์ ประกิตสำทับ “จะรักกันมาแต่ชาติปางไหน แต่ยังไงงูก็คืองูเว้ย สัญชาตญาณงูไว้ใจได้ที่ไหน วันดีคืนดีเกิดหิวหน้ามืดขึ้นมา ผัวก็ผัวเถอะ เขมือบลงท้องได้หมด ถึงตอนนั้นความรักก็ช่วยอะไรไม่ได้”
“ถึงพวกแกบอกไปไอ้พลก็ไม่เชื่อหรอก มันรักคำแก้วขนาดนั้น” เชษฐ์คลำหัวป้อย
สมมาตรหนักใจ “ฉันไม่อยากปล่อยให้ไอ้พลมันอยู่กินกับงูแบบนี้ว่ะ ยังไงก็ต้องลองเตือนมันดูก่อน จะเชื่อหรือไม่ก็ให้มันตัดสินเอาเอง”
ทุกคนพยักหน้าตกลง หน้าตากังวล ไม่มั่นใจว่าทศพลจะเชื่อที่บอกหรือเปล่า

กระต๊อบทศพลยามเช้า ทศพลขุดดินอยู่ที่แปลงนาอย่างขยันขันแข็ง แล้วหยุดพักปาดเหงื่ออย่างเหนื่อยๆ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเพื่อนๆ ทั้งสี่คนเดินเข้ามาหา แต่ละคนหน้าตาเจื่อนๆ ลุกลี้ลุกลนแปลกๆ
“มีอะไรกันหรือเปล่าวะ มาหาฉันถึงนี่เลย”
“คือ.... พวกฉันมีเรื่องจะบอกแกน่ะ” สมมาตรหันรีหันขวาง
“เรื่องอะไรวะ”
ทั้งสี่คนเหลือบมองกันแล้วเริ่มเกี่ยงกันไปมา สมมาตรพยักพเยิดให้วันชนะเริ่ม วันชนะเหงื่อตกส่ายหน้าแล้วมองไปที่ประกิต ประกิตสั่นหัวรัวๆ เหลือบมองเชษฐ์ เชษฐ์ไม่ยอมสบตา มองไปทางอื่นเฉย
ทศพลมองขำๆ งงๆ “อะไรของพวกแกวะ มีเรื่องอะไรกันแน่”
ประกิตกระทุ้งศอกใส่วันชนะ ส่งสายตาให้เริ่มพูดสักที วันชนะตาโตจะไม่ยอม แต่ก็โดนสมมาตรกับเชษฐ์มองกดดัน
วันชนะเลยจำต้องเป็นคนเสี่ยงตายบอกความจริง “เอ่อ คือ เรื่องที่พวกฉันจะบอกเนี่ย มันเกี่ยวกับ...” วันชนะเว้นวรรคไปนานจนทศพลเลิกคิ้วรอ วันชนะเหล่เพื่อนๆ เพื่อนก็จิกตาใส่ บอกให้พูดไปเลย วันชนะถอนใจ “เกี่ยวกับ... เมียแกน่ะ”
“เมียฉัน? คำแก้วทำไมวะ?” ทศพลตกใจ “หรือคำแก้วเป็นอะไร ?!?”
วันชนะรีบปฎิเสธ “เปล่าๆ คำแก้วไม่ได้เป็นอะไร เอ้ย จริงๆ ก็เป็นแหละ แต่ไม่ได้เป็นแบบที่แกคิด”
“อะไรของแกวะ สรุปเป็นหรือไม่เป็นกันแน่”
“เป็น เอ้ย ไม่ได้เป็นอะไร คำแก้วสบายดี ไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหน แต่ที่ฉันจะบอกแกเนี่ยเพราะจริงๆ แล้วคำแก้วเป็น... เป็น...” วันชนะลากเป็น... อยู่นานจนอีกสามคนลุ้นกันตัวโก่ง สุดท้ายวันชนะก็ไม่กล้าพูดสักที วันชนะถอนหายใจ แล้วตัดสินใจทำท่าเลื้อยๆ เหมือนงูแทน เพื่อนสามคนที่ลุ้นอยู่กรอกตาเซ็งไปตามๆ กัน
“แกจะบอกอะไรฉันกันแน่วะไอ้นะ เมียฉันเป็นอะไรงั้นเหรอ” ทศพลขมวดคิ้วนิ่วหน้า
วันชนะทนไม่ไหวเลยตัดสินใจจะพูดให้มันจบๆ “เอาวะ บอกก็บอก ไอ้พล เมียแกเป็น...”
“เป็นอะไรเหรอจ๊ะ” เพื่อนทั้งสี่พากันสะดุ้งโหยง หันขวับไปมองคำแก้วที่เดินยิ้มหวานเข้ามาแต่แววตาไม่พอใจสุดๆ ในมือคำแก้วถือปิ่นโตมาให้ทศพลด้วย ทศพลรีบเดินเข้าไปหาแล้วรับปิ่นโตมาถือไว้ “คำแก้วเป็นอะไรหรือจ๊ะคุณวันชนะ”
วันชนะตาเหลือกเมื่อเห็นคำแก้วปรายตามามองแล้วจ้องเขาเขม็ง “เอ่อ เป็น.. เป็นคนสวยไงจ้ะ จิตใจก็ดี๊...ดี...เหมือนนางฟ้านาสวรรค์” เขาเอาศอกกระทุ้งประกิตให้รีบช่วย
“จริงๆ จ้ะ.... อุตส่าห์เอาปิ่นโตมาส่งให้ไอ้พลทั้งๆ ที่แดดร้อนเปรี้ยงแบบนี้ น่ารักจริงๆ เนอะไอ้พลเนอะ”
วันชนะกับประกิตปั้นยิ้มเจื่อนๆ พยักพเยิดกับทศพล สมมาตรกับเชษฐ์ก็รีบพยักหน้าช่วยอย่างเห็นด้วย ทศพลทำหน้างงๆ แต่ก็ยิ้มปลื้มที่เพื่อนชมเมียตัวเอง วันชนะได้แต่ยิ้มแหยหลบสายตาคำแก้วที่จ้องมาอย่างไม่เป็นมิตร

วันชนะ ประกิต สมมาตร และเชษฐ์เดินหน้าตาเซ็งมาตามทาง
เชษฐ์โวย “ไหนว่าจะบอกความจริงกับไอ้พลไง”
วันชนะย้อน “ใครจะไปกล้า ขืนฉันพูดอะไรออกไป คำแก้วคงได้ฉกฉันตายคาที่”
“ต่อไปจะพูดอะไรก็หัดดูตาม้าตาเรือมั่งสิวะ ขืนคำแก้วได้ยินเข้ามีหวังพวกเราคงกลายเป็นเครื่องสังเวยเจ้าแม่นาคี” ประกิตเตือน
เพื่อนๆ มองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี อยากช่วยเพื่อนก็อยาก แต่ก็รักตัวกลัวตายเหมือนกัน

อ่านละครนาคี ตอนที่ 11/5 วันที่ 13 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ