อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 12 วันที่ 12 ต.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 12 วันที่ 12 ต.ค.59

ทับทิมจัดให้สินีนาฎอยู่ห้องเล็กๆ แยกจากห้องแม่ สินีนาฎเกรงใจ ทับทิมบอกว่าตนอยู่คนเดียวก็เหงา มีเพื่อนมีหลานมาอยู่ด้วยสนุกกว่าเยอะ เปรยๆ ว่าผู้หญิงเราชอบหาเนื้อคู่ในผู้ชาย จริงๆแล้วเพื่อนคือเนื้อคู่ที่จะอยู่กันจนตาย

“สิโชคดีนะลูกที่ได้เป็นเพื่อนกับนาง แม่เห็นว่านางเขารักและหวังดีกับสิจริงๆ เวลาเราทุกข์ยากเขาก็ยื่นมือเข้ามาช่วย เจอเพื่อนดีต้องรักษาไว้นะอย่าให้มีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกระหว่างเพื่อนได้”

“สิกับนางรักกันมากค่ะแม่ ไม่มีเรื่องอะไรที่จะมาแทรกระหว่างเราได้หรอกค่ะ” สินีนาฎบอกแม่อย่างมั่นใจ



ที่บ้านอโณทัย นางดีใจมากที่ได้กลับมาที่ห้อง พอเปิดห้อง เอมอรถามว่าเหมือนเดิมเป๊ะไหมลูก นางเห็นห้องก็ชะงัก ถามแม่ว่าทำไมตนซกมกขนาดนี้ บอกแม่พ่อและเกดสาวใช้ให้ออกไปก่อนตนขอเวลากำจัดจุดอ่อนก่อนไม่อย่างนั้นคืนนี้นอนไม่หลับแน่ เกดบอกว่าตนจะอยู่ช่วย

นางบอกให้เกดหาไม้กวาด ถังน้ำ ผ้าขี้ริ้ว เครื่องดูดฝุ่นมาให้เดี๋ยวตนจัดการเอง ให้พ่อกับแม่ออกไปก่อน

พอทุกคนออกไปแล้วนางปิดประตูห้องเอาผ้าผูกหน้าผากคาดผ้ากันเปื้อนแล้วลุยทำความสะอาดห้องจัดข้าวของเป็นระเบียบที่ไม่ต้องการก็ใส่กล่องเขียนว่า “บริจาค” นางจัดห้องสะอาดเรียบร้อยเหมือนอยู่ที่หอนอนคอนแวนต์อย่างมีความสุข

นางจัดห้องเสร็จเกดยกของว่างมาให้พอดี เอมอรกับเด่นชาติตามเข้าไปด้วย ทุกคนมองตะลึงที่ห้องสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยกลิ่นหอมชื่นใจ เด่นชาติพูดกับเอมอรอย่างภูมิใจและติดตลกว่า

“การส่งลูกไปปีนังคือการตัดสินใจที่ถูกที่สุดของพ่อแม่ พูดจริงๆยอดเยี่ยมกว่าผ่านร่างกฎหมายอีกนะคุณ”

ทุกคนหัวเราะขำ มองนางอย่างชื่นชม

ฝ่ายสายสุดาพอเจอหน้าแม่ก็ตัดพ้อว่าทำไม ไม่ไปรับที่สนามบิน นวลใยขอโทษที่ไม่ได้ไปรับเพราะไปธุระเป็นเพื่อนคุณพ่อ แล้วชวนไปหาคุณพ่อกัน สายสุดาอิดออด

“สาย...ไปลูก เดี๋ยวคุณพ่อก็โกรธเอาหรอก” นวลใยเร่ง พอพาเข้าไปกราบอัคราในห้องรับแขก อัคราถามว่า

“เป็นยังไงบ้าง คราวนี้จะอยู่จนเปิดเทอมหรือจะหนีกลับไปไม่บอกอีก” สายสุดาหน้าจ๋อยรีบขอโทษ

“ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเป็นใหญ่ ทำให้แม่เขาทุกข์ใจมันบาปกรรมรู้ไหม จะทำอะไรอย่าเอาแต่ใจให้มันมากนัก มันไม่ใช่วิสัยของผู้ดี”

“สายกราบขอโทษคุณพ่อคุณแม่ที่สายตัดสินใจทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองไม่เป็นผู้ดีอย่างที่คุณพ่อคาดหวังให้เป็น”

นวลใยรู้สึกถึงความตึงเครียดจึงบอกให้สายสุดาไปอาบน้ำเสีย แล้วเดี๋ยวลงมากินข้าวด้วยกัน แม่ทำของโปรดไว้ให้ สายสุดามองพ่ออย่างน้อยใจก่อนลุกไป พอเธอเดินไปอัครามองด้วยแววตาที่อ่อนลง

ooooooo

นางกลับมาก็จัดห้องดูแลเรื่องอาหารการกินของใช้ในบ้านอย่างถี่ถ้วน จนเด่นชาติชมว่ารู้งี้ส่งไปเรียนตั้งแต่อนุบาลแล้ว อดถามเรื่องความรักไม่ได้ว่าอยู่ที่นั่นทำให้ใครอกหักบ้างหรือเปล่า นางบอกว่าก็น่าจะมี

นางเล่าเรื่องคัมพลว่าดูท่าจะชอบตนจริงๆ เขาน่ารักแต่ก็เด๋อๆ ตนไม่ได้ชอบแบบเป็นแฟนเพราะเขาเบบี๋ไป เอมอรถามว่าแล้วชัยพงษ์ล่ะ นางบอกว่าชัยพงษ์เขาชอบสินีนาฎแต่สิไม่ชอบเขากลับไปแอบชอบคนอื่นตนเตือนหลายทีแล้วว่าไม่เหมาะสมกันหรอกเพราะเขาแก่กว่าเยอะซ้ำหัวโบราณด้วย

เด่นชาติเดาถูกว่าสินีนาฎชอบธนาธิป เอมอรถามว่าแล้วนางไม่ชอบเขาหรือ

“โอ้ยยย...เจอหน้าก็เอาแต่ดุนาง แต่เอาจริงๆ ถึงคุณธนาธิปจะโบราณแต่ก็ดีกว่าเด็กๆแบบพี่คัมพลนะคะ”

ทั้งพ่อและแม่ถามไล่ไปทีละคนจนถึงทัศนัย นางตอบทะเล้นว่าคิดว่าตนจะต้องได้กันแน่ พูดแล้วหัวเราะขำ แซวพ่อกับแม่ว่านี่มันงานจับคู่กันชัดๆ ยืนยันว่าตนยังเด็กไม่ชอบคิดเรื่องพวกนี้ ต่อไปอาจจะชอบเขาก็ได้หรือไม่ก็อาจจะหนีไปบวชเป็นแม่ชีเสียเลยก็ได้

เด่นชาติกับเอมอรมองหน้ากันทำนองว่า อย่างน้อยก็ได้ถามและรู้ความคิดของลูกบ้างแล้ว

ฝ่ายสินีนาฎพูดถึงธนาธิปที่เป็นผู้ปกครองตนให้แม่ฟังว่าเป็นคนใจดี สุภาพบุรุษน่ารักมาก สายสนมฟังแล้วนึกเป็นห่วงลูกขึ้นมา ถามว่าแอบรักเขาหรือเปล่า สินีนาฎปฏิเสธเสียงสูงว่าเปล่า สายสนมกอดลูกไว้เตือนว่า อย่าเพิ่งคิดเรื่องนี้เลยคนต่ำต้อยอย่างเราจะไปสู้ใครเขาได้ ตั้งใจเรียนให้ดี ทำตัวให้มีค่า เมื่อมีทุกอย่างเราจะได้
ไม่ต้องเป็นตัวเผื่อเลือกของใคร

ทับทิมติงว่าอย่าเอาอดีตของตัวเองมาขโมยความสุขของลูก ลูกอาจเจอความรักที่ดีจากคนดีๆก็ได้

“มันไม่มีจริงหรอกพี่ ฉันอยากให้ลูกรักตัวเองให้ได้ก่อน ไม่อยากให้ต้องมาเจอสภาพเดียวกับแม่มัน”

สายสนมพูดอย่างคนหัวใจสลายกับชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลว ทับทิมได้แต่มองอย่างเห็นใจ

ธนาธิปเหงาอยู่ได้ไม่กี่วัน บันลือก็เอาตั๋วเครื่องบินมาให้บอกว่ามีหมายเรียกให้เขากลับกรุงเทพฯด่วน น่าจะเป็นเรื่องที่ใกล้จะหมดวาระที่ปีนัง ตนเลยจองตั๋วเครื่องบินให้ เครื่องออกพรุ่งนี้เช้า

พอเห็นตั๋วเครื่องบินกลับไทย ธนาธิปก็ยิ้มจนบันลือแอบหยอกว่า “คุณธิปอยากกลับเมืองไทยมากนะครับ”

นับแต่นั้น...กรุงเทพฯก็กลายเป็นสนามชิงเชิงกันของหนุ่มๆต่างวัยวุฒิและคุณวุฒิอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!

ooooooo

สินีนาฎอยากทำคุกกี้ให้แม่กับป้าทานแต่ที่บ้านไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย พอดีชัยพงษ์มาหา เขาอาสาจะพาไปซื้อ บอกสินีนาฎว่าดีใจที่เธอชอบทำขนม ซื้อเครื่องแล้วจะสอนให้ด้วยยินดีต้อนรับว่าที่เชฟคนใหม่ หวังว่าวันหนึ่งจะได้ทานขนมฝีมือเธอ

ความสัมพันธ์ของชัยพงษ์กับสินีนาฎอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ ทับทิมบอกสายสนมว่าชัยพงษ์คงสนใจหนูสิแต่สายสนมมองออกว่าลูกเหมือนจะปลื้มท่านกงสุล มากกว่า แต่อย่างไรตนก็เห็นว่าลูกยังเด็กเกินไปท่านกงสุลคงจะไม่มาสนใจเด็กอย่างสินีนาฎหรอก มีข้อสังเกตว่าคนเราถ้ามีใจให้กันทนอยู่ห่างกันนานไม่ได้หรอก

ฝ่ายธนาธิป มาถึงกรุงเทพฯก็ไปหานางทันที แต่เจอทัศนัยที่เทียวเอาขนมมาฝากนางแทบทุกวัน พิทักษ์แนะนำลูกชายแก่ธนาธิปเชิงตีกันไว้ก่อนว่า เรียนศัลยแพทย์ที่อเมริกาปีหน้าก็จบแล้วต่อไปก็จะได้เจอกับนางบ่อยขึ้น เอมอรชวนทุกคนอยู่ทานข้าวด้วยกัน ธนาธิปขอตัวเพราะจะไปเยี่ยมสินีนาฎ นางได้ทีขอไปด้วย

สินีนาฎดีใจที่ธนาธิปมา แต่พอรู้ว่าเขาไปรับนางที่บ้านมาด้วยก็กร่อยไป สินีนาฎชวนนางเข้าครัวไปทำคุกกี้กัน นางได้กลิ่นขนมก็น้ำลายสอขอชิมได้ไหม

“ยังๆอีกแป๊บนึง รอก่อน เดี๋ยวจะได้เอาไปให้คุณธิปทานด้วย”

นางไม่ได้คิดอะไรแต่หน้าจ๋อยที่อดกินขนม

สินีนาฎถามนางว่าคุณธิปจะชอบขนมนี้ไหม สองสาวจิกกันเบาๆเรื่องธนาธิป สินีนาฎถามให้สะกิดใจว่านางได้เจอคัมพลบ้างหรือเปล่า นางบอกคุยกันแต่ทางไลน์แต่เจอทัศนัยพี่ชายคนโตของเขาบ่อย บ่นๆว่าตนจะถูกจับคลุมถุงชนเพราะผู้ใหญ่เชียร์กันเหลือเกิน สินีนาฎถามว่าแล้วเธอชอบเขาไหมล่ะ

“ไม่ชอบใครทั้งนั้นแหละ ชอบคุกกี้” นางเฉไฉกลบเกลื่อน

สายสนมคุยกับธนาธิปขอบคุณเขาที่ให้ความกรุณาเราสองแม่ลูก ธนาธิปพูดตามเคยว่าเป็นหน้าที่ของตนและไม่ต้องห่วงตนยินดีส่งเสียต่อจนสินีนาฎเรียนจนจบ สายสนมขอบคุณถามว่าจะรับกาแฟเพิ่มไหม สงสัยสิจะทำขนมเสร็จพอดี

ธนาธิปชิมคุกกี้ชมว่าอร่อยมาก สินีนาฎปลื้มจนยิ้ม ชวนอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันไหม ธนาธิปบอกว่าตนมีธุระ นางบอกว่าเดี๋ยวตนกลับเองก็ได้

“ไม่ได้ ฉันรับมาก็ต้องพาไปส่ง อยากไปไหนก่อนหรือเปล่า” ธนาธิปขึงขังจนนางเงียบ สินีนาฎใจร้อนวูบแต่ทำเป็นล้อนางกันท่าว่า

“นางเขาคงไม่อยากไปไหนแล้วล่ะค่ะ เพราะพี่ทัศนัยคงพาไปหมดแล้ว”

สินีนาฎทำเป็นยิ้มล้อ แต่ธนาธิปหน้าตึงทันที พอขับรถออกมาก็ถามนางว่า ตกลงทัศนัยจีบเธอหรือ นางบอกว่าก็น่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะเห็นมาทุกวันและคุณพ่อคุณแม่กับอาพิทักษ์ก็เชียร์สุดพลังมาก ธนาธิปถามว่าแล้วเธอว่ายังไง

“ไม่ว่ายังไงค่ะนางต้องกลับไปเรียน พี่ทัศนัยก็ต้องกลับไปเรียนมันเป็นเรื่องอนาคต มาดามสอนว่า อย่าไปกังวลกับอนาคตให้มากนักเพราะมันไม่แน่นอน ให้มีความสุขกับปัจจุบันดีกว่า”

“แล้วปัจจุบันนี้เธอมีความสุขดีหรือเปล่า”

“ปัจจุบันก็...ก็แฮปปี้ดีนะคะ” นางหันมายิ้มให้

หัวใจของธนาธิปแช่มชื่นขึ้นมาทันที...โลกก็สดใสขึ้นใสพริบตา...

ooooooo

ธนาธิปมาส่งนางที่หน้าบ้านแล้วจะไปทำธุระต่อ นางถามว่าเขาจะกลับปีนังเมื่อไร เขาบอกว่าอีกสองสามวันแต่จะแวะมาหาก่อนกลับ นางลงจากรถทำผ้าเช็ดหน้าตกไว้ ธนาธิปจะบอกแต่ไม่ทัน เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นดูยิ้มๆ

นางกลับเข้าบ้านก็รู้สึกแปลกใจตัวเองที่ใจเต้นแรงผิดปกติ สงสัยว่าตัวเองกินชากับคุกกี้มากไป ฝ่ายธนาธิปกลับถึงคอนโด ในมือถือผ้าเช็ดหน้าของนาง กุมขมับรำพึงอย่างค้นพบตัวเองว่า...

“หลงรักเด็กเนี่ยนะ โอยยยย” แล้วหยิบมือถือที่ถ่ายรูปนางกับสายสุดาตอนประกวดร้องเพลงบอกตัวเองว่า “ฉันจะรอจนกว่าถึงเวลาที่เหมาะสม อภิรดี”

ชัยพงษ์ตัดสินใจไปหาสายสนมขอเป็นผู้อุปการะสินีนาฎแทนธนาธิป บอกว่าที่จริงตนดำเนินเรื่องตั้งแต่เกิดเรื่องแล้วแต่ไม่ทัน สายสนมขอบคุณที่เขาทำทุกอย่างให้ถูกต้องตนก็ไม่ได้รังเกียจเขา แต่ลูกสาวยังเด็กเหลือเกิน ตนกับลูกผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมายเหลือเกิน ตนยังไม่อยากให้ลูกมาสนใจเรื่องนี้

ชัยพงษ์บอกว่าตนไม่ได้รีบร้อนเพียงแต่แนะนำตัวไว้ก่อน สายสนมขอให้ลูกเรียนจบก่อน ทำงานใช้หนี้ให้เรียบร้อยตั้งตัวให้ได้ด้วยตัวเองก่อน ถึงวันนั้นถ้าเขายังเหมือนเดิมเราค่อยมาคุยกันอีกครั้ง ชัยพงษ์ยิ้มรับอย่างอ่อนน้อม

แต่พอกลับถึงบ้าน เห็นพ่อมอบโฉนดที่ดินให้ทัศนัยบอกว่าเอาไว้เปิดคลินิกกับสร้างเรือนหอ ชัยพงษ์บอกว่าตนก็อยากดูแลหญิงได้บ้าง พิทักษ์จึงมอบโฉนดให้ไปแก้ปัญหา บ่นว่าโง่ มีพ่อรวยก็ไม่รู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์

วันต่อมา ขณะนาง สินีนาฎ สายสุดาและมีนานั่งทานขนมเค้กกันอยู่ในห้าง ทุกคนตื่นเต้นเมื่อสินีนาฎเล่าว่าแม่เซ้งตึกได้ราคาถูกมาก ปีนี้แม่กับป้าทับทิมจะเปิดร้านขายข้าวแกงไปก่อน ปีหน้าตนกลับมาเรียนต่อที่นี่ก็จะเปิดร้านกาแฟเล็กๆ นางดีใจที่ครอบครัวสินีนาฎจะได้มีความสุขสักที บอกว่าวันนี้ดูหนังเสร็จจะไปบ้านเธอ

มีนาเห็นคนมาดูหนังมากเราคงจะได้ดูรอบสี่ทุ่มแน่ สายสุดาเลยชวนไปทำสวยกันก่อนดีกว่าเพราะอยู่โรงเรียนไม่ได้ดูแลตัวเองเลย สายสุดากับมีนาคึกคักขึ้นมา แต่นางกับสินีนาฎทำหน้าสยอง แต่ก็ถูกสายสุดากับมีนาลากไปจนได้

ทั้งหมดเข้าร้านทำผมก่อน ผมสวยออกมาแล้วก็เข้าร้านเสื้อผ้าลอกคราบเป็นสาวทันสมัยกันทุกคน จากนั้นเข้าร้านขายเครื่องสำอางวัยรุ่นจบกระบวนการแล้ว สี่สาวที่หน้าตาจืดชืดแต่งตัวเชย ก็กลายเป็นเด็กสาวสมัยใหม่สวยน่ารักกันทุกคน

ooooooo

ระหว่างนั้นธนาธิปไปที่บ้านสินีนาฎก่อนกลับไปปีนังเพื่อดูว่าเธอยังขาดเหลืออะไรก่อนจะกลับไปเรียน สายสนมบอกว่าพวกเด็กๆไปดูหนังกันตั้งแต่ตอนสายๆ คาดว่าเดี๋ยวคงกลับ

ไม่นานพวกสาวๆก็กลับมา นางเห็นรถของธนาธิปก็ใจหายไม่กล้าเข้าไปให้เขาเห็นในสภาพนี้คาดว่าต้องถูกดุแน่ๆ สายสุดาปลอบว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในเวลางานไม่ดุหรอก นางจึงทำใจกล้าเข้าไป แต่หลบๆหน้าไม่กล้าสบตา

เมื่อสินีนาฎเข้าไปทำขนมต้อนรับธนาธิปนางก็ขอตามไปด้วย แต่ก็ถูกสายสนมวานให้เอากาแฟไปให้ธนาธิปและช่วยนั่งคุยเป็นเพื่อนด้วย นางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกลั้นใจเอากาแฟไปให้

แล้วนางก็ถึงกับน้ำตาร่วงเมื่อถูกถามว่าทำไมแต่งหน้าแต่งตัวแบบนี้ นางถามว่าไม่สวยหรือ เขาบอกว่า “ดูไม่ได้เลย!” บอกว่าอย่ารีบทำตัวเป็นสาวนักเลย เธอไม่แต่งหน้าสวยกว่า ถามว่าร้องไห้ทำไมโกรธตนหรือ นางบอกว่าไม่ใช่ เพราะตนไม่เคยสนใจอยู่แล้วว่าท่านกงสุลจะว่าอะไรเพราะโดนว่าตลอด

“แต่ตอนนี้เธอแคร์ใช่ไหมว่าฉันพูดว่าอะไร” นางนิ่งตอบไม่ถูก เขาย้ำถาม “ใช่ไหมนาง?”

ooooooo

เปิดเทอมแล้ว นักเรียนประจำทั้งนักเรียนเก่าและนักเรียนใหม่ทยอยกันหิ้วกระเป๋าเข้าโรงเรียน

ณ จุดตรวจกระเป๋าที่นางเคยถูกตรวจและถูกยึดของไปหลายอย่าง วันนั้นนางรับไม่ได้และต่อต้าน แต่วันนี้ ผ่านการขัดเกลาของโรงเรียน นางและเพื่อนๆกลายเป็นผู้ช่วยซิสเตอร์ตรวจกระเป๋านักเรียนใหม่ ยึดขนมได้เพียบ

ปีก่อนพวกนางเป็นนักเรียนเข้าใหม่ที่ทำให้ซิสเตอร์ปวดหัวไม่น้อย ปีนี้ก็มีตัวแสบรายใหม่ซ่าไม่เบา หัวโจกคือศยาเด็กไทยมีลิ่วล้อสองคนคือ เปรมมี่หรือเปรมมิกาเป็นเด็กไทย อีกคนเป็นมาเลย์ชื่อแอฟริน่า

วันนี้ ขณะทั้งสามออกจากห้องน้ำที่ลานกิจกรรม ต่างหยิบลิปกลอสออกมาทาปาก ทันใดก็มีมือมาคว้าลิปไป ทั้งสามหันขวับ เจอสายสุดา มีนา และจอยคาม หน้านิ่งจริงจัง

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 12 วันที่ 12 ต.ค.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ