อ่านละครนาคี ตอนที่ 12 วันที่ 13 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 12 วันที่ 13 ต.ค.59

“ต่อไปจะพูดอะไรก็หัดดูตาม้าตาเรือมั่งสิวะ ขืนคำแก้วได้ยินเข้ามีหวังพวกเราคงกลายเป็นเครื่องสังเวยเจ้าแม่นาคี” ประกิตเตือน
เพื่อนๆ มองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี อยากช่วยเพื่อนก็อยาก แต่ก็รักตัวกลัวตายเหมือนกัน
สมมาตรกังวลเป็นห่วงทศพล “แล้วจะปล่อยให้มันอยู่กินกับเมียงูอย่างนี้เหรอวะ”
“เออ ! สักวันไอ้พลมันคงตาสว่างเองแหละ” ประกิตปลงๆ
“ถ้ามันไม่ลงไปอยู่ในท้องคำแก้วซะก่อนนะ” วันชนะเอ่ยขัด
ทุกคนมองหน้ากันแล้วถอนหายใจอย่างจนปัญญา

บ้านหมออ่วม หมออ่วมนั่งคิดทบทวนว่าใครกันแน่ที่ขโมยดาบไป “กำนัน บุญส่ง ไอ้กอ ต้องเป็นใครสักคนที่ขโมยดาบ” หมออ่วมคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น


กำนันแย้มฉุน “เอ็งอย่าพูดชุ่ยๆ นะโว้ย ไอ้หมออ่วม”
“เราก็อยู่ด้วยกันทุกคน จะมีเวลาไปขโมยดาบตอนไหน”
กอเปรย “ดีไม่ดี หมออ่วมอาจเป็นคนเอาดาบไปซ่อนซะเอง แล้วแกล้งตีโพยตีพายว่าดาบหายก็ได้ใครจะไปรู้”
หมออ่วมเห็นพิรุธของกอ ที่พูดไม่ยอมสบตา ท่าทางมีพิรุธจนปิดไม่มิด “ไอ้กอ ต้องเป็นมึงแน่ๆ ที่กล้าหักหลังกู ไอ้สันดาน !!!” หมออ่วมแค้นใจ หันไปหยิบห่อผ้า คลี่ออกเห็นเมล็ดมะเขือบ้า หรือลำโพง “คนเจ้าเล่ห์อย่างมึง ต้องเจอกับกู” หมออ่วมเอาเมล็ดลำโพงผสมกับเหล้าขาว หมออ่วมยิ้มเจ้าเล่ห์
(หมายเหตุ : ถ้ากินเมล็ดมะเขือบ้าเข้าไปจะทำให้คอแห้ง ลิ้นแข็ง หัวใจเต้นเร็ว เสียสติคล้ายคนบ้า อาการจะปรากฏภายในเวลา 5-10 นาทีหลังจากกินเข้าไป แต่ไม่ถึงกับทำให้เสียชีวิต)

หมออ่วมกำนันแย้ม บุญส่ง และกอ นั่งล้อมวงกินเหล้ากันอยู่
“หมออ่วมครึ้มอกครึ้มใจอะไรขึ้นมา ถึงได้นัดกินเหล้าตั้งแต่หัววัน” กำนันแย้มสงสัย
“ข้าก็แค่อยากพูดคุยตามประสาคนรู้จักมักจี่ก็เท่านั้น” หมออ่วมทำเฉยแต่แอบปรายตาไปมองกอที่กระดกเหล้าไม่สนใจใคร
บุญส่งซัก “ได้เบาะแสหรือยังว่าใครขโมยดาบเหล็กไหลไป”
กอแอบสะดุ้ง รีบสวนทันที “จะเป็นใครไปได้ ถ้าไม่ใช่ไอ้หมอผีเมืองอินทร์มันคงไม่อยากให้หมออ่วมปราบนังงูผีได้สำเร็จน่ะซี๊...” กอพูดจบก็พยายามทำตัวไม่ให้มีพิรุธกินเหล้าต่อ
หมออ่วมหันไปมองกอนิดนึง ก่อนจะหันไปหาบุญส่ง “ข้าไปถามมันมาแล้วมันบอกไม่ได้ขโมย”
กอรีบพูด “หัวขโมยที่ไหนมันจะยอมรับเล่าหมออ่วม” กอทำเป็นหัวเราะขำกลบเกลื่อน ก้มหน้าก้มตากระดกเหล้าเข้าปาก ไม่กล้าสบตาหมออ่วม
หมออ่วมปรายตามองท่าทางของกอแล้วแสยะยิ้ม “ข้าจะถามอีกที เอ็งขโมยดาบเหล็กไหลไปใช่มั้ยไอ้กอ”
กำนันแย้มกับบุญส่งรู้สึกผิดสังเกตกับท่าทางของหมออ่วม
“เปล๊า!!! ข้าบอกว่าเปล่าก็เปล่าสิ” ยังไม่ทันพูดจบ กอก็รู้สึกแปลกๆ ลิ้นเริ่มแข็ง หัวใจเต้นเร็ว ท่าทางเสียสติคล้ายๆ คนบ้า “ข้าเคยโกหกใครซะที่ไหน... เอิ๊ก อะจะบ๊ะเฮ๊ย กิ๊วๆ !!!”
กำนันแย้มกับบุญส่งตกตะลึง กำนันแย้มร้อง “เฮ้ย! ไอ้กอ! เป็นอะไรวะ พูดจาไม่รู้เรื่อง”
“ทำไมท่าทางมันเหมือนคนบ้าเสียสติอย่างนี้ล่ะ หมออ่วม” บุญส่งตกใจ
หมออ่วมแสยะยิ้ม “ดาบเล่มนี้เป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ มันผู้ใดก็ตามที่ขโมยดาบไป มันผู้นั้นจะต้องมีอันเป็นไปทันตาเห็น”
กอหน้าซีด เงยหน้ามองหมออ่วม กลัวว่าจะเป็นบ้า “ยอมแล้วๆ เอิ๊ก...สะบะล่ะเฮ้ กิ๊วๆ !!! ข้าเป็นคนเอาดาบไปเอง กิ๊วๆ !!!”
“ไอ้กอ !!!! ไอ้ทรยศ ! มึง !!!” กำนันแย้มชักดาบออกมาจากฝักจะฟันกอทิ้ง
แต่บุญส่งห้ามไว้ “อย่า กำนัน ! ไว้ชีวิตมันเถอะ เห็นแก่ที่เราเคยร่วมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกัน ผมขอ!”
กำนันแย้มเก็บดาบเข้าฝัก ยอมทำตามบุญส่งโดยดุษฎี
“เอ็งเอาดาบไปซ่อนไว้ที่ไหน บอกมา แล้วข้าจะให้ยารักษา !” หมออ่วมถามเสียงเหี้ยม
กอหน้าสลด กลัวตาย

คำแก้วกำลังล้างจานอยู่หลังบ้าน มีสายตาใครบางคน กำลังจ้องมองด้านหลังคำแก้วอยู่ คำแก้วชะงักรู้สึกได้เลยนิ่งไปครู่ แล้วหันขวับไปมอง
คำแก้ว เห็นงูเขียวสองตัวเลื้อยเข้ามาใกล้ “เจ้านั่นเอง” งูเขียว 2 ตัวเลื้อยเข้ามาชิดคำแก้ว จ้องหน้าคำแก้วเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง คำแก้วนิ่วหน้าสงสัย “มีอะไรเหรอ” คำแก้วนิ่งฟังงูเขียว 2 ตัวบอกอะไรบางอย่าง
คำปองกำลังตากปลาแห้งในกระด้งอยู่ ร้องเสียงหลง “เอ็งจะให้แม่ไปขโมยของงั้นเหรอ !”
“ฉันแค่อยากให้แม่แอบเอามา อย่าให้เขารู้” คำแก้วอึกอัก
“นั่นแหละ ถึงจะไม่ได้เอามาเป็นของตัว ก็ได้ชื่อว่าขโมยอยู่ดี แกก็รู้ว่าแม่ไม่อยากทำผิดศีล มันบาป”
คำแก้วอ้อนวอน “ถึงยังไงฉันก็ต้องชิงเอามันมาก่อนที่จะถึงวันจันทร์ดับ ถ้าฉันแตะต้องดาบนั่นได้ ฉันคงลงมือไปนานแล้ว”
“ดาบนั่นมันสลักสำคัญอะไรนักหนา เอ็งถึงอยากได้มันนัก” คำปองสงสัย
“หมออ่วมจะเอาดาบเหล็กไหลนั่นมาฆ่าฉัน”
คำปองได้ยินถึงกับอึ้งไป “จริงเหรอวะ”
“แม่จ๋า... เรื่องนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย มีแค่ฉันกับแม่เท่านั้นที่รู้ ฉันหันหน้าพึ่งใครไม่ได้แล้วจริงๆ”
คำปองเริ่มใจอ่อน เพราะเห็นเป็นเรื่องความเป็นความตายของลูก “ดาบนั่นอยู่ที่ไหน ?” คำปองตัดสินใจที่จะช่วยลูก

คำปองยืนลับๆ ล่อๆ อยู่หลังต้นไม้หน้าบ้าน มองสอดส่องเข้าไปในบ้านกอ คำปองเห็นบ้านกอปิดเงียบ ดูเหมือนไม่มีคนอยู่ คำปองนิ่วหน้าอย่างลังเลแต่สุดท้ายเห็นแก่ชีวิตของลูก คำปองตัดสินใจทำเรื่องที่ฝืนใจตัวเอง คำปองมองซ้ายขวาก่อนจะค่อยๆ ย่องเข้าไปในบ้านกอ คำปองค้นไปตามมุมต่างๆ ของบ้าน ทั้งบนโต๊ะ ในตู้ ตามชั้นวางของ จนกระทั่งเจอดาบเหล็กไหลห่อผ้าคลุมไว้ที่หีบบนหลังตู้ คำปองยิ้มดีใจรีบหยิบออกมาแล้วเก็บทุกอย่างไว้ที่เดิม
คำปองกำลังจะเดินออกจากบ้านกอ แต่ชะงักเพราะลำเจียกเปิดประตูเดินเข้าบ้านมาพอดี คำปองรีบซ่อนดาบไว้ด้านหลังทันที
“มาหาใคร ?” ลำเจียกตวาด
“เอ่อ...ข้ามาหาพี่กอน่ะ”
“พ่อไปกินเหล้าที่บ้านหมออ่วม ถ้าอยากเจอก็ไปที่นู่นแล้วกัน”
“เหรอ ? ข้าไปล่ะ” คำปองรีบออกจากบ้าน เพราะไม่อยากให้ลำเจียกเห็นดาบที่ซ่อนไว้
ลำเจียกนิ่วหน้ากับท่าทางพิรุธของคำปอง ก่อนจะเห็นปลายผ้าคลุมดาบที่โผล่ออกมา “เดี๋ยว! นั่นอะไร?”
คำปองสะดุ้งเฮือก ไม่กล้าหันไปมองลำเจียก
“นั่นมันดาบเหล็กไหลของพ่อนี่ !! เอามานี่นะ !” ลำเจียกจะเข้าไปคว้า
คำปองกอดดาบแน่นรีบวิ่งหนี แต่ยังไม่ทันพ้นประตูก็ต้องชะงักเบิกตากว้าง ที่หน้าประตูบ้าน หมออ่วม กำนัน บุญส่ง และกอ เดินเข้ามาพอดี คำปองผงะถอยหลัง เจอลำเจียกวิ่งเข้ามายื้อดาบไป แต่คำปองก็ไม่ยอมปล่อยยื้อกลับ
หมออ่วม กำนัน บุญส่ง และกอ เห็นลำเจียกกับคำปองยื้อยุดกันอยู่ก็ตกใจ
กองง “นังคำปอง ! เอ็งมาทำอะไรที่นี่ !”
คำปองชะงัก หันไปมองก็เห็นทุกคนจ้องเธอเขม็ง คำปองหน้าซีด เหงื่อแตกพลั่ก
คำปองถูกจับตัวมาที่บ้านกำนันแย้มน้ำตาไหลพราก
“เอ็งกล้ามากนะอีคำปอง ข้าอยากจะตัดมือเอ็งทิ้งซะ !” กำนันแย้มขู่
“มันคงขโมยดาบเพราะอยากช่วยลูกสาวมัน” บุญส่งคิดได้
“กำนันจะจองล้างจองผลาญนังคำแก้วมันไปถึงไหน”
กำนันแย้มหันไปตอบคำปองน้ำเสียงเคียดแค้น “อีคำแก้วมันฆ่าไอ้เลื่องลูกชายข้า กี่ศพแล้วที่ต้องสังเวยให้กับมัน”
“ลูกเอ็งมันเป็นปีศาจ จะนำความพินาศมาสู่หมู่บ้านเรา เอ็งยังเลี้ยงมันไว้อีกเหรอ”
“ถึงยังไงนังคำแก้วมันก็เป็นลูกฉัน ฉันทนเห็นมันตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้”
บุญส่งพยายามอธิบาย“ผมเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ แต่นังคำแก้วมันตายไปตั้งแต่ 19 ปีที่แล้ว งูบริวารเจ้าแม่นาคีอาศัยสิงร่างมันอยู่ ตัดอกตัดใจเสียบ้างเถอะ”
“อย่ามัวพูดกับมันให้เสียเวลาเลย จับมันมัดเอาไว้ที่นี่ก่อน ฆ่านังคำแก้วสำเร็จเมื่อไหร่ แล้วข้าจะปล่อยเอ็ง” กำนันแย้มสั่ง
กอมัดคำปองไว้กับเสาเรือนไต้ถุนไม่ให้คำปองหนี

อีกมุมหนึ่งพิมพ์พร กับเจิดนภายืนอยู่ รู้เรื่องราวทั้งหมด
“น่าสงสารน้าคำปองเหมือนกันนะลูกใคร ใครก็รัก” เจิดนภามองด้วยความหดหู่
“มีลูกเป็นงูจะเก็บไว้ทำไม เลี้ยงยังไงก็ไม่เชื่อง”
“ถ้านังคำแก้วมันถูกหมออ่วมฆ่าตายเมื่อไหร่ ทศพลก็เป็นพ่อม่ายเนื้อหอม คราวนี้ก็ถึงโอกาสของเธอแล้วนะ ยัยพิมพ์”
“ฉันอยากเห็นนังคำแก้วมันถูกกำจัดจนแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว” พิมพ์พรเหยียดยิ้ม นึกอยากให้คำแก้วตายเสียเร็วๆ

คำแก้วยืนกระวนกระวายชะเง้อรอคำปองอยู่หน้าบ้าน คำแก้วหันมา เห็นพิมพ์พรยืนกอดอกอยู่ข้างหลังก็ผงะตกใจเล็กน้อย “พิมพ์พร !”
“รอแม่แกอยู่เหรอ” คำแก้วขมวดคิ้วสงสัย พิมพ์พรพูดเหมือนมีเลศนัย “ฉันแค่จะมาส่งข่าวว่าแม่แกถูกจับได้ว่าไปขโมยของที่บ้านนายกอ” คำแก้วเบิกตากว้างอย่างตกใจ “แม่แกย่องไปขโมยอะไรน๊า ท่าทางจะเป็นของสำคัญ”
คำแก้วทำอะไรไม่ถูก ร้อนใจ เป็นห่วงคำปอง “ตอนนี้แม่ฉันอยู่ที่ไหน”
“บ้านกำนันแย้ม.... ไม่ต้องห่วงหรอกนะกำนันแย้มก็แค่จับตัวแม่แกไว้สอบสวน ยังไม่ได้ฆ่าแกง แต่ต่อไปก็ไม่แน่เหมือนกัน” คำแก้วได้ยินก็เข่าอ่อน แทบล้มทั้งยืน“ขโมยดาบแค่เล่มเดียว หวังว่ากำนันแย้มคงจะไม่ใช้ศาลเตี้ยเอาผิดแม่แกถึงหรอกตายนะ” พิมพ์พรยิ้มสะใจที่ปั่นหัวคำแก้วสำเร็จก่อนสะบัดหน้าจากไป
คำแก้วมาที่บ้านกำนันแย้มทันที คำแก้วเห็นคำปองถูกมัดอยู่ สภาพอิดโรยมาก “แม่ !” คำแก้วรีบเข้าไปหาคำปอง จะช่วยแก้มัด
“คำแก้ว... หนีไป ลูก...”
ทันใดนั้นเสียงตีเกราะเคาะไม้รัวๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของพวกกำนันแย้ม “ข้านึกแล้วว่าเอ็งจะต้องมา นังปีศาจ !”
“ปล่อยแม่ฉันไปซะ แม่ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย” คำแก้วอ้อนวอน
หมออ่วมชูดาบเหล็กไหลในมือหรา “ข้าปล่อยนังคำปองแม่เอ็งแน่ แต่หลังจากที่ดาบเหล็กไหลของข้าได้กุดหัวเอ็งซะก่อน นังคำแก้ว”
“ลูกข้าไม่ได้เป็นปีศาจ พวกเอ็งต่างหากที่เป็นปีศาจในร่างมนุษย์”
กำนันแย้มเอาไม้ตะพดตบปากคำปองอย่างแรงจนเลือดกบปาก “ชาวดอนไม้ป่าล้มตายเป็นเบือก็เพราะมีปีศาจงูกาลีบ้านกาลีเมืองอย่างลูกมึง ถึงเวลาแล้วที่ลูกมึงต้องชดใช้”
หมออ่วมเอ่ย “ข้าตั้งใจจะรอให้ถึงวันจันทร์ดับเสียก่อน แล้วค่อยกำจัดเอ็ง แต่ในเมื่อเอ็งมันรนหาที่ตาย ข้าก็จะช่วยสงเคราะห์ให้ ถือซะว่าโปรดสัตว์”
“ข้าจะให้โอกาสเอ็งได้สั่งลาแม่เอ็งเป็นครั้งสุดท้าย นังคำแก้ว” กำนันแย้มปล่อยคำแก้วเข้าไปหาคำปอง
คำแก้วเข้าไปหาคำปองที่ถูกมัดอยู่ กราบลา น้ำตาไหล “แม่จ๋า... ชาตินี้ลูกบุญน้อย เกิดมายังไม่ทันได้ทดแทนพระคุณของแม่ ไว้ชาติหน้าลูกจะขอกลับมาทดแทนคุณแม่นะจ๊ะ”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 12 วันที่ 13 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ