อ่านละครนาคี ตอนที่ 12/3 วันที่ 14 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 12/3 วันที่ 14 ต.ค.59

หมออ่วมคิดว่าเมืองอินทร์ไม่เชื่อก็รีบยืนยัน “ข้าปราบนังงูปีศาจนั่นได้แล้วจริงๆ ถ้าไม่เชื่อเอ็งก็ไปถามกำนันแย้มดูสิวะ”
“ไหนบอกข้ามาซิว่าเอ็งกำจัดมันยังไง”
“ข้าก็เอาดาบเหล็กไหลของข้าฟันสะพายแล่งนังคำแก้วมันน่ะสิวะ”
เมืองอินทร์ได้ยินก็หัวเราะในลำคอ “โง่ ! โง่แล้วยังอวดฉลาด !”
“เอ็งด่าข้าทำไมวะ” หมออ่วมหัวเสีย
“จะฆ่านังปีศาจให้ตาย ต้องรอให้มันกลายร่างกลับคืนเป็นงูก่อนโว้ย ไม่อย่างงั้น มันจะถอดดวงจิตย้ายออกไปสิงร่างอื่นได้ รู้ไว้ซะ”

“นังคำแก้วมันกระเสือกกระสนไปตายที่กลางทุ่ง กำนันส่งคนให้โยนศพทิ้งลงหน้าผา มันจะไม่ตายได้ยังไง”


“คนที่เอ็งฆ่าคือร่างของนังคำแก้ว ส่วนนังงูผีมันก็ย้ายร่างหนีลงดิน พวกเอ็งน่ะหลงกลมันแล้ว”
หมออ่วมขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ชักลังเลว่าคำแก้วตายจริงหรือเปล่า

นาคีนอนอยู่บนแท่นบรรทมยังไม่รู้สึกตัว บาดแผลฉกรรจ์ เลือดแห้งกรัง เริ่มมีเกล็ดขึ้นตามตัว
เลื่อมประภัสร์เห็นตามตัวของนาคี เริ่มขึ้นเกล็ดหนาหยาบตามผิวหนังจะคืนร่างเป็นงู “ร่างกายของเจ้าแม่กำลังกลับคืนตามสัญชาติเดิม อานุภาพดาบเหล็กไหลรุนแรงกว่าที่ข้าคิด ข้าเกรงว่าเจ้าแม่จักทนพิษบาดแผลไม่ไหว”
“ข้าถวายโอสถแทบทุกขนานแล้ว แต่อาการเจ้าแม่ก็ยังไม่ดีขึ้น มีแต่ทรงกับทรุด” ฉัตรสุดาสีหน้ากลัดกลุ้ม
“มีแต่ท่านท้าวศรีสุทโธนาคเท่านั้นที่จักทรงช่วยเจ้าแม่ได้”
“เพลานี้ท่านท้าวบำเพ็ญตบะฌานยังนครพรหมประกายโลก หากไม่มีรับสั่ง ก็ไม่โปรดให้ใครเข้าเฝ้า”
วัชระปราการเข้ามาขันอาสา “ข้าจักไปตามท่านท้าวศรีสุทโธนาคให้มาช่วยเจ้าแม่เอง”
“นครพรหมประกายโลก เป็นดินแดนสัปปายะที่พญานาคชั้นผู้ใหญ่ใช้ปลีกวิเวกบำเพ็ญเพียร งูบริวารอย่างพวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จักเข้าไปรุกล้ำกล้ำกราย” เลื่อมประภัสร์เอ่ยบอก
“หากท่านท้าวพิโรธ ท่านอาจได้รับโทษทัณฑ์แสนสาหัส” ฉัตรสุดาเตือน
“ข้าไม่มีทางเลือก” วัชระปราการเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เปี่ยมด้วยความจงรักภักดี
ทศพลนอนก่ายหน้าผาก หมดอาลัยตายอยากในชีวิต สุภัทรกับป้าอิ่มเข้ากระต๊อบมาเยี่ยม
“พ่อ...” ทศพลน้ำตาคลอ
“คำแก้วเขาไปดีแล้ว” สุภัทรปลอบ
“นี่ผมกำลังฝันร้ายอยู่ใช่มั้ยพ่อ ผมยังไม่ตื่นใช่มั้ย”
ป้าอิ่มสงสารทศพลจับใจ “โธ่ คุณหนูของป้า กลับบ้านเรากันเถอะนะคะลืมเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นที่นี่ซะ”
“ผมไม่มีวันลืมคำแก้วได้หรอก ต่อให้นานแค่ไหน ผมก็ไม่ลืม”
สุภัทรลูบหัวสงสารลูก “แกเป็นซะแบบนี้ หนูคำแก้วจะไปสู่สุคติได้ยังไง”
“จนถึงตอนนี้ ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคำแก้วตายแล้วจริงๆ จิตใจของพวกมันทำด้วยอะไร ถึงได้ฆ่าคนเหมือนผักเหมือนปลา” ทศพลคร่ำครวญเสียใจ
สุภัทรหายถอนใจ “ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดน่ากลัวไปกว่ามนุษย์หรอก หาเหตุฆ่าแกงกันได้ ถึงขนาดใส่ร้ายป้ายสีกันก็เอา”
“พวกชาวบ้านหาว่าหนูคำแก้วเป็นภูตผีปีศาจ งมงายกันไม่เข้าเรื่อง” ป้าอิ่มส่ายหัว
“ตอนนี้ถนนทางเข้าหมู่บ้านก็ซ่อมเสร็จแล้ว แกกลับไปกรุงเทพกับฉันกลับไปเรียนต่อเสียให้จบ ดวงวิญญาณหนูคำแก้วจะได้หมดห่วง”
ทศพลไม่ตอบสุภัทร น้ำตาไหลพราก คิดถึงคำสั่งเสียของคำแก้ว

ที่หน้าผา บริเวณที่คนของกำนันแย้มเอาศพคำแก้วมาโยนไว้ ฟ้าเปลี่ยนสีจวนค่ำ บรรยากาศเศร้าสร้อย
ทศพลเดินมายังปลายหน้าผา ตะโกนกู่ร้องเรียกหาคำแก้วสุดเสียง “คำแก้ววว !!!” ทศพลเข่าอ่อน ไร้วี่แววของคำแก้ว ทรุดลงอย่างหมดแรง “พี่จะอยู่ยังไง ถ้าไม่มีคำแก้ว” น้ำตาทศพลร่วงเผาะลงบนพื้นดิน

ที่เถียงนายามกลางคืน ทั้งสี่นั่งอยู่รอบกองไฟ บรรยากาศตึงเครียด ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ
จู่ๆ วันชนะก็โพล่งขึ้นมา “ฉันอยากกลับบ้านว่ะ” ทุกคนหันไปมองวันชนะเป็นตาเดียวกัน “ตั้งแต่เรามาถึงดอนไม้ป่า เราเสียทั้งลุงชม ยัยรัตน์ อาจารย์ทัศนัย แล้วยังต้องมาเจอเรื่องที่ไม่คาดฝันอีก”
ประกิตเห็นด้วย “ฉันก็ไม่อยากอยู่แล้วเหมือนกัน ฉันกลัวว่ะ ตอนนี้ขวัญหนีดีฝ่อหมดแล้ว”
สมมาตรเสริม “ถ้าฉันไม่เห็นกับตา ให้ตายฉันก็คงไม่เชื่อว่าคำแก้วเป็นงู”
เขษฐ์เล่า “เคยได้ยินแต่พญานาคแปลงร่างมาบวช เพิ่งจะเคยเห็นงูแปลงร่างมาอยู่กินกับคน แล้วดันเป็นไอ้พล เพื่อนพวกเราซะด้วย”
“ในเมื่อหมดข้อสงสัยกันแล้ว คำแก้วเป็นงูชัวร์ งั้นไปเก็บเสื้อผ้าเลยดีกว่า” ประกิตรีบลุกพรวด อยากกลับบ้านเต็มแก่
แต่เชษฐ์ห้ามไว้ “เฮ้ย เดี๋ยวก่อนสิวะ แล้วไอ้พลล่ะ”
สมมาตรปลง “พวกเราเตือน มันยังไม่เชื่อว่าเมียมันเป็นงู แล้วจะให้ทำยังไงวะ ฉันไม่อยากมีเรื่องกับมัน ถึงยังไงมันก็เพื่อน”
“ถ้ามันอยากอยู่ที่นี่รอเมียงูมันมาหาก็ช่างหัวมันเถอะ” วันชนะพูดอย่างตัดใจ

ที่บ้านกำนันแย้ม บุญส่งสั่งพิมพ์พรกับเจิดนภา “เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย พรุ่งนี้กำนันจะให้คนไปส่งพวกเราที่ท่ารถในเมืองแต่เช้า”
เจิดนภาลิงโลด “ในที่สุดเราก็ได้กลับบ้านกันสักที ฉันคิดถึงพ่อกับแม่จะแย่อยู่แล้ว”
“พ่อแน่ใจนะว่านังคำแก้วมันตายแล้ว” พิมพ์พรสีหน้ากังวล
“นังงูผีถูกดาบเหล็กไหลฟันจนยับ สมุนกำนันแย้มเอาศพมันโยนทิ้งหน้าผา มันไม่กลับมาให้ลูกเห็นหน้าอีกแน่นอน” บุญส่งยืนยัน
“พิมพ์ขอพาพลกลับไปกับเราด้วยนะคะ”
บุญส่งไม่พอใจหันขวับ “นี่ลูกยังไม่ตัดใจจากมันอีกเหรอ เมียมันก็มีแล้ว แถมยังตาต่ำคว้างูมาทำเมียอีก ผู้ชายดีๆ มีออกถมไป ทำไมถึงไม่ลืมมันเสียที”
“พิมพ์รักพลค่ะพ่อ รักมาตั้งนานแล้ว ถ้านังคำแก้วมันแย่งพลไปจากพิมพ์ พิมพ์คงได้เป็นเจ้าสาวของพลไปแล้ว” เจิดนภาแย้ง “แน่ใจเหรอ ?”
พิมพ์พรหันมาจ้องเจิดนภาตาเขียวปั้ด จนเจิดนภาหงอ
“จะรักกันชอบกัน พ่อไม่ว่า แต่จำไว้ อย่ารักใครมากกว่าตัวเองนะลูก”
“พิมพ์รู้แล้วน่า” พิมพ์พรกอดบุญส่ง เห็นความรักที่บุญส่งมีให้พิมพ์พร ถึงจะดื้อรั้นเอาแต่ใจ แต่ยังไงก็ลูก

ทศพลยังนั่งตากยุง รอคำแก้วกลับมาอยู่ที่หน้ากระต๊อบ
พิมพ์พรเข้ามาหา “กลับกรุงเทพกับพิมพ์เถอะนะคะ ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ซะ แล้วเรามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน”
ทศพลหันหน้าหนี “ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมจะอยู่รอคำแก้วที่นี่”
“เมื่อไหร่พลจะยอมรับความจริงซะทีว่านังคำแก้วมันเป็นงู”
“สาแก่ใจคุณแล้วใช่มั้ยพิมพ์ คำแก้วถูกใส่ร้ายว่าเป็นงูจนถูกพวกชาวบ้านฆ่าตาย นี่ใช่มั้ยสิ่งที่คุณต้องการ”
“ถึงพลจะโกรธ จะเกลียดพิมพ์ แต่ความจริงก็คือความจริงวันยันค่ำ คำแก้วมันตายไปแล้ว แต่พิมพ์ยังอยู่นะคะ เมื่อไหร่พลจะเห็นความรักที่พิมพ์มอบให้พลเสียที” ทศพลนิ่ง พิมพ์พรเข้าไปจู่โจมทศพล จะปลดกระดุมทศพลออก
“คุณจะทำอะไรน่ะพิมพ์” ทศพลจับมือพิมพ์ออก
“ก็ทำให้คุณลืมนังคำแก้วไง” พิมพ์พรจูบปากทศพล
ทศพลผลักออก “อย่าทำบ้าๆ น่ะ”
“พิมพ์รักพลนะคะ”
“แต่ผมไม่ได้รักคุณ แล้วก็ไม่มีวันที่จะรักคุณได้ !” ทศพลหนีเข้ากระต๊อบไป
พิมพ์พรเจ็บปวดร้าวรานใจที่ทศพลไม่เคยเห็นค่าของเธอเลย

เจิดนภากระดี๊กระด๊า เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเดินทาง
พิมพ์พรกระฟัดกระเฟียดเข้ามา “โง่...โง่ๆๆ ที่สุด ลงทุนทำถึงขนาดนี้แล้ว ยังจะละเมอเพ้อพกถึงมันอยู่ได้”
“นี่อย่าบอกนะว่าเธอวิ่งโร่ไปหาทศพลถึงกระต๊อบน่ะ” พิมพ์พรพยักหน้าแทนคำตอบ ยังรู้สึกเสียหน้าไม่หาย “โอ๊ยยยย...ฉันจะเป็นลม ! อกนังเจิดจะแตก เป็นสาวเป็นนาง ไปทอดสะพานให้ท่าเขาถึงที่ คนอื่นรู้เข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“ก็ฉันอยากให้พลลืมนังคำแก้วไวๆ นี่”
เจิดนภาปลอบ “เรื่องมันยังแดงๆ อยู่ เมียตายทั้งคน ให้เวลานายทศพลทำใจบ้างสิ”
“ฉันจะทำยังไง พลถึงจะตัดใจจากนังนั่นได้สักที” พิมพ์พรหัวเสีย
“กลับไปอยู่กรุงเทพ เดี๋ยวก็ตัดใจได้เองแหละ ผู้ชายน่ะลืมง่ายจะตายไป ขี้คร้านจะลืมกระทั่งชื่อนังคำแก้ว”
พิมพ์พรฟังหูไว้หู ยังไม่คลายใจเสียทีเดียว

ทางด้านทศพลยังคงว้าวุ่นใจเรื่องพิมพ์พรอยู่
เขานึกถึงตอนที่พิมพ์พรเข้ามาจู่โจม จะปลดกระดุมเขาออก
“คุณจะทำอะไรน่ะพิมพ์”
“ก็ทำให้คุณลืมนังคำแก้วไง” พิมพ์พรจูบปากทศพล
ทศพลผลักออก “อย่าทำบ้าๆน่ะ”
“พิมพ์รักพลนะคะ”
ทศพลพยายามสลัดพิมพ์ออกไปจากหัว “ผมรักคุณไม่ได้หรอก พิมพ์ หัวใจผมยกให้คำแก้วไปหมดแล้ว” ทศพลเอาหมอนของคำแก้วที่อยู่ข้างๆ มากอด มาหอม น้ำตารื้น เคลิ้มหลับไปเข้าสู่นิมิตอดีตชาติ

เสนาทั้งสี่ และนางเพ็ง นางแพน นอนหลับใหลด้วยความอ่อนระโหยโรยแรง แม่ทัพไชยสิงห์เอาฟืนเติมเชื้อกองไฟเพื่อไล่สัตว์ร้าย
พิมพาวดีเข้ามานั่งเบียดใกล้ จนแม่ทัพไชยสิงห์ต้องขยับถอยห่าง “องค์หญิง !”
“ข้าช่วยเจ้าหนีออกจากมรุกขนคร เจ้าจักตอบแทนข้าเยี่ยงไร”
“เมื่อถึงปัตตนคร องค์หญิงปรารถนาแก้วแหวนแสนสิ่ง ข้าก็จักนำมาให้”
“แก้วแหวนแสนสมบัติ ข้ามีมากโขแล้ว หาต้องการไม่”
“องค์หญิงปรารถนาสิ่งใด จงเร่งบอกข้ามาเถิด”
“ก็ตัวเจ้าเยี่ยงไรเล่า!”
แม่ทัพไชยสิงห์ตกใจ พิมพาวดีเข้าจู่โจม แต่แม่ทัพไชยสิงห์จับมือพิมพาวดียุดเอาไว้ “องค์หญิงเป็นธิดาขององค์นิรุทธราช ข้าหาคู่ควรไม่”
“หากเจ้ายอมเป็นของข้า ข้าจักเกลี้ยกล่อมให้กองกำลังจากหัวเมืองประเทศราชที่กระด้างกระเดื่อง มาช่วยเจ้ากู้ทัพรับศึกมรุกขนคร” แม่ทัพไชยสิงห์เริ่มลังเล พิมพาวดียิ่งหว่านล้อม “จะมัวลังเลอะไรอยู่เล่า ปัตตนครมีไพร่พลน้อยนิด หากไม่มีทัพหนุนจากหัวเมืองอื่น ลำพังแค่มรุกขนครยกทัพมาหยิบมือ เมืองของเจ้าก็ราบเป็นหน้ากลองแล้ว ข้าช่วยเจ้าได้นะ... ไชยสิงห์”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 12/3 วันที่ 14 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ