อ่านละครนาคี ตอนที่ 13 วันที่ 14 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 13 วันที่ 14 ต.ค.59

วัชระปราการเข้าถ้ำมา ฉัตรสุดายิ้มให้ ดีใจที่วัชระปราการทำสำเร็จ ท้าวศรีสุทโธนาคก้าวเข้ามามองนาคีที่นอนนิ่ง ร่างกายเหวอะหวะเต็มไปด้วยบาดแผล ก็สลดหดหู่ใจ เลื่อมประภัสร์กับฉัตรสุดารีบคุกเข่าขอความเมตตา
เลื่อมประภัสวิงวอน “ได้โปรดช่วยเจ้าแม่ด้วยเถิดเจ้าข้า”
ฉัตรสุดาย้ำ “อาการเจ้าแม่เข้าขั้นตรีทูต มีเพียงท่านท้าวเท่านั้นที่จักช่วยเจ้าแม่ได้”
เลื่อมประภัสร์กับฉัตรสุดามองเจ้าปู่อย่างอ้อนวอน

ท้าวศรีสุทโธนาคมองเจ้าแม่นาคีนิ่งก่อนจะถอนใจ “เพราะความดื้อรั้นของเจ้าแท้ๆ ทำให้ต้องมีสภาพเยี่ยงนี้”


ท้าวศรีสุทโธนาคหลับตาแล้วพึมพำร่ายคาถาอยู่ครู่ ก่อนจะกวาดมือไปเหนือร่างเจ้าแม่นาคีที่นอนอยู่ ลำแสงสีทองอาบไล้ไปทั่วร่างเจ้าแม่นาคี ครู่เดียว เจ้าแม่นาคีก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
“เจ้าแม่ฟื้นแล้ว!!” ฉัตรสุดาดีใจ
“หากเจ้าไม่ใช่หลานข้า ข้าคงปล่อยให้เจ้าตายๆ ไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด” ท้าวศรีสุทโธนาคประชด
“เจ้าปู่....”
“เจ้ายังเห็นว่าข้าเป็นปู่อยู่อีกรึ เจ้าก่อเรื่องวุ่นวายให้ข้าต้องมาคอยตามแก้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“เจ้าปู่ออกจากการบำเพ็ญฌานที่พรหมประกายโลกเพื่อมาช่วยข้า ข้าผิดไปแล้วเจ้าปู่...” เจ้าแม่นาคีรู้สึกสำนึกผิด
“ถ้ารู้แล้วก็อย่ากลับไปโลกมนุษย์อีก จงอยู่ถือศีลที่วังบาดาลนี่”
“เจ้าปู่....ข้ารอไชยสิงห์มานับพันปี และตอนนี้ข้าก็ได้เจอเขาแล้ว ข้าอยากใช้ชีวิตอยู่กับเขา”
“ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ ข้าน่าจะสาปให้เจ้าเป็นหินไปชั่วกัปชั่วกัลป์”
“เจ้าปู่สาปข้าได้แต่กาย แต่สาปหัวใจข้าไม่ได้”
“หลานเอ๋ย.... เจ้าอาจจะเคยเป็นเนื้อคู่กันในอดีตชาติ แต่ถ้าเจ้ามัวยึดติดกับอดีตชาติอยู่เยี่ยงนี้ เจ้าจักหาความสุขมิได้” เจ้าแม่นาคีเงียบไป เถียงไม่ออก ท้าวศรีสุทโธนาคมองเจ้าแม่นาคีอย่างทั้งระอาทั้งสงสาร “ถ้ามันทรมานมากนัก ข้าจักลบความทรงจำให้เจ้าเอาหรือไม่”
“ข้ายอมทนทุกข์ทรมานไม่ว่าจะกี่ภพกี่ชาติ แลกกับความสุขที่ข้าได้อยู่กับเขาเวลานี้ แค่นี้ก็พอแล้ว”
ท้าวศรีสุทโธนาคมองหน้าเจ้าแม่นาคีนิ่ง “เจ้าเลือกแล้ว นาคี... เยี่ยงนั้น เจ้าก็จงรอรับชะตากรรมที่เจ้าเป็นผู้เลือกเองเถิด… สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
เจ้าแม่นาคีมองสบตาท้าวศรีสุทโธนาคสายตาหนักแน่นแทนคำตอบ

เจ้าแม่นาคีค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากแท่นหิน มีสองบริวารช่วยกันประคอง
ฉัตรสุดาขอร้อง “ร่างกายของเจ้าแม่ยังไม่แข็งแรง พักฟื้นอีกสักหน่อยเถิด”
“ข้าไม่เป็นไรแล้ว ข้าจักกลับไปหาไชยสิงห์”
“เพลานี้พวกมันมีดาบเหล็กไหลอยู่ในมือ หากพวกมันรู้เข้า ต้องกลับมาทำร้ายเจ้าแม่อีกเป็นแน่”
“ต่อให้ตายข้าก็ต้องไป ไชยสิงห์กำลังรอข้าอยู่ ข้าต้องไปหาเขา ไปเพื่อบอกให้เขารู้ว่าข้ายังไม่ตาย เขาได้หมดห่วง”
เจ้าแม่นาคีพยายามทรงตัวลุกออกไปทั้งๆ ที่ยังไม่หายดี เลื่อมประภัสร์กับฉัตรสุดามองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทัดทานอย่างไร

ทางด้านบุญส่ง กำนันแย้ม กอ หมออ่วม มารวมตัวกันก๊งเหล้าที่บ้านกำนันแย้ม
กำนันแย้มวิตก “งูตัวเมียมันอาฆาตแรงนัก ถ้ามันยังไม่ตาย มันต้องย้อนกลับมาเล่นงานพวกเราแน่”
“นังปีศาจนั่นมันโดนเราทำร้ายไปครั้งนึงแล้ว มันไม่ปล่อยให้เราเล่นงานง่ายๆ เป็นครั้งที่สองแน่” บุญส่งเห็นด้วย
หมออ่วมมุ่งมั่น “ครั้งนี้เราจะพลาดอีกไม่ได้เด็ดขาด เพราะถ้าพลาดก็หมายถึงชีวิต”
“ถ้านังคำแก้วยังไม่ตาย มันต้องกลับมาหาผัวมัน” กอมั่นใจ
กำนันแย้มคิดได้หันไปสั่งลูกน้อง “งั้นพวกเอ็งรีบไปเฝ้าที่กระต๊อบนังคำแก้วไว้ ถ้ามันกลับมาเมื่อไหร่ รีบมารายงานข้าทันที”
ลูกน้องกำนันแย้มรับคำแล้วผละไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทุกคนหันมองหน้ากันเครียดๆ อีกครั้ง ครั้งนี้เห็นทีจะเล่นงานเจ้าแม่นาคีลำบากซะแล้ว

ลำเจียกมาหาเมืองอินทร์ที่ป่าช้า
เมืองอินทร์ระบุ “ตอนนี้นังคำแก้วมันต้องกบดานอยู่ที่ไหนสักแห่ง พวกมันไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมนังปีศาจงูหรอก”
“จะตีงูต้องตีให้ตาย ถ้ารอดไปได้ มันจะย้อนมาทวงคืน ตอนนี้มันกำลังบาดเจ็บอยู่ เราต้องรีบชิงกำจัดมันก่อน”
“ถ้ามันไม่โผล่หัวออกมาจากรู เราก็ไม่รู้ว่ารังมันอยู่ที่ไหน”
ลำเจียกโวย “โอ๊ยยยย... แล้วทำยังไงถึงจะรู้ล่ะ ทำอะไรสักอย่างพ่อหมอ ฉันจะคับใจตายอยู่แล้ว”
เมืองอินทร์หยิบดินตรงหน้าปั้นเป็นเป็นรูปพังพอน ร่ายอาคมขมุบขมิบ เป่าพ้วงแล้วปาไปเบื้องหน้า พังพอนปั้น กลายเป็นพังพอนธนู ดวงตาแดงเหมือนลูกไฟทันที
ลำเจียกตาโตด้วยความตกใจ รีบหลบอยู่หลังเมืองอินทร์“พังพอนไฟ !”
“เจ้าจงไปตามหานังงูผีให้พบ เจอมันเมื่อไหร่ จัดการมันได้ทันที”
พังพอนธนูผงกหัวรับคำเมืองอินทร์ ก่อนกระโจนแผล็วปฏิบัติตามคำสั่งทันที

คำแก้วลืมตาขึ้นรู้สึกตัว พบว่าตัวเองอยู่ภายในเทวาลัย เบื้องหน้ารูปสลักพญานาค คำแก้วมองบาดแผลที่ถูกหมออ่วมฟัน แผลหายเป็นปลิดทิ้ง เพียงแค่ไม่ค่อยมีแรงเท่านั้น “แผลหายแล้ว” คำแก้วยกมือไหว้รูปสลักพญานาคด้วยความศรัทธา เชื่อว่าเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่นาคี “ถ้าเจ้าแม่นาคีไม่ช่วยลูกไว้ ลูกคงตายไปแล้ว” คำแก้วยันกายลุกขึ้น รีบกลับบ้านไปหาทศพลทันที

คำแก้วเดินทางผ่านชายป่า จะกลับบ้านไปหาทศพล แต่คำแก้วเห็นพังพอนธนูที่เมืองอินทร์เสกมาโผล่เข้ามาขวาง
“พังพอน !!!” พังพอนธนูตาแดงก่ำเหมือนลูกไฟดูน่ากลัว พร้อมโจมตีคำแก้ว คำแก้วกลัวลนลาน รีบวิ่งหนีทันที มีพังพอนวิ่งไล่ตาม

คำแก้ววิ่งหนีพังพอนธนูหัวซุกหัวซุน พังพอนธนูกระโจนเข้าทำร้ายคำแก้ว “อ๊ายยยยยย !!!”
ทันใดนั้น งูใหญ่วัชระปราการก็พุ่งเข้าฟัดกับพังพอนธนูทันที งูวัชระปราการใช้หางรัดพังพอนธนูแล้วชูคอขึ้นแยกเขี้ยวพุ่งเข้าฉก พังพอนธนูพ่ายแพ้หายวับไปในพริบตา
“ขอบใจเจ้ามากนะ”
งูวัชระปราการผงกหัวให้คำแก้วก่อนเลื้อยหนีหายเข้าพงหญ้าไป คำแก้วยังคงใจสั่นเต้นระรัว กลัวพังพอน แต่รู้สึกว่างูเหมือนเป็นเพื่อน

เมืองอินทร์ผงะหงาย เมื่อรู้ว่าพังพอนธนูถูกทำลาย “เจ็บใจนัก ! บริวารนังเจ้าแม่มันมาช่วยเอาไว้ได้ !”
“รู้แล้วใช่มั้ย นังคำแก้วมันซ่อนตัวอยู่ที่ไหน”
“เทวาลัยเจ้าแม่นาคี”
“งั้นพ่อหมอก็รีบไปจัดการมันเลยสิ”
เมืองอินทร์เอ็ดใส่ในความเจ้ากี้เจ้าการของลำเจียก “ที่นั่นเป็นอาณาเขตของมัน ทะเล่อทะล่าบุกเข้าไป มีแต่จะตายโหง”
ลำเจียกพึมพำ “นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็กลัวตายเหมือนกันล่ะว๊า”
เมืองอินทร์เงี่ยหูได้ยินไม่ถนัด “เอ็งว่ายังไงนะ นังลำเจียก”
“เปล๊า..... ฉันก็แค่จะรอดู ว่าหมอเมืองอินทร์ที่ว่าแน่ จะปราบนังงูบริวารเจ้าแม่ได้เมื่อไหร่ ฉันจะได้บอกกำนันให้ล้มวัวล้มควายฉลอง”
“อีกไม่นานหรอก ข้าจะถลกหนังมันให้เอ็งเห็นเป็นบุญตา”
ลำเจียกลอยหน้าท้าทายเมืองอินทร์

งูวัชระปราการกลายร่างเป็นคน
ฉัตรสุดามาถามด้วยความเป็นห่วง “ท่านได้รับบาดเจ็บหรือไม่ท่านวัชระปราการ”
วัชระปราการรู้สึกหวั่นไหวเมื่อฉัตรสุดาอยู่ใกล้ เริ่มมีใจ แต่ก็ต้องข่มความรู้สึก “พวกมันรู้แล้วว่าเจ้าแม่ยังไม่ตาย ขืนปล่อยไว้ จักเป็นภัยต่อเจ้าแม่”
“ไม่ได้เด็ดขาด ท่านท้าวศรีสุทโธนาคสั่งกำชับข้านักหนาให้พวกเราตั้งมั่นอยู่ในศีล”
“อยู่ในศีลในสัตย์แต่กลับถูกรังควาน เยี่ยงนี้มันไม่ยุติธรรม” วัชระปราการแย้ง
“อีกไม่นานเจ้าแม่ก็จักเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ เพลานั้นจักไม่มีมนตราอาคมใดทำอันตรายเจ้าแม่ได้อีก”
วัชระปราการไม่สบอารมณ์ เดินผละไป ส่วนฉัตรสุดาได้แต่มองตาม

ในความฝันของทศพล ทศพลได้ยินเสียงนาคีดังอยู่ไกลๆ
“ไชยสิงห์ ! ไชยสิงห์ !”
“แม่นางไม้ นั่นเธอเหรอ ?” ทศพลเดินตามเสียงนั้นไปเรื่อยๆ เห็นร่างของแม่นาคีในชุดแพรเยื่อไม้ยืนย้อนแสง มองไม่เห็นหน้า ยื่นมือมายังเขา “เดี๋ยวก่อน แม่นางไม้ รอฉันด้วย” ทศพลวิ่งตามไป แต่ยิ่งวิ่งตาม ก็เหมือนร่างของนาคีเคลื่อนห่างออกไปทุกที

ทศพลวิ่งตามแม่นางไม้อย่างไม่ลดละ “แม่นางไม้..... รอฉันด้วย....” เจ้าแม่นาคีในชุดแพรเยื่อไม้หยุดรอ ยืนหันหลังให้ทศพล “แม่นางไม้ เธอกลับมาหาฉันแล้วเหรอ”
“ระหว่างข้ากับคำแก้ว ท่านรักใครกันแน่ ?” เจ้าแม่นาคีถามลองใจ
“คุณเป็นแค่นางในฝัน แต่คำแก้วคือคนที่ผมเลือกเป็นคู่ชีวิต หัวใจของผมมอบให้คำแก้วไปหมดแล้ว”
“ถึงแม้ว่านางจักตายไปแล้วน่ะหรือ”
“ไม่ว่าตอนนี้คำแก้วจะอยู่ที่ไหน เธอก็ยังอยู่ในหัวใจของผมเสมอ ไม่มีเธอ ชาตินี้ ผมคงรักใครไม่ได้อีก”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 13 วันที่ 14 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ