อ่านละครนาคี ตอนที่ 13 วันที่ 15 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 13 วันที่ 15 ต.ค.59

วัชระปราการเข้าถ้ำมา ฉัตรสุดายิ้มให้ ดีใจที่วัชระปราการทำสำเร็จ ท้าวศรีสุทโธนาคก้าวเข้ามามองนาคีที่นอนนิ่ง ร่างกายเหวอะหวะเต็มไปด้วยบาดแผล ก็สลดหดหู่ใจ เลื่อมประภัสร์กับฉัตรสุดารีบคุกเข่าขอความเมตตา
“ข้ารักคนไม่ผิดจริงๆ ไม่ว่าท่านจะเป็นแม่ทัพไชยสิงห์ หรือทศพล หัวใจท่านก็ยังคงเป็นดวงเดิมไม่แปรเปลี่ยน” เจ้าแม่นาคียิ้มบางๆ น้ำตารื้น ก่อนค่อยๆ หายไปเป็นอากาศธาตุ
“แม่นางไม้ เดี๋ยวก่อน แม่นางไม้ !!!” ทศพลจะพยายามไขว้คว้าร่างแม่นางไม้เอาไว้

ทศพลสะดุ้งตื่นจากความฝัน ยังคงไขว่คว้าหาแม่นางไม้ “แม่นางไม้ !!!!” ทศพลรู้ตัวว่าฝันไป ยกมือขึ้นกุมขมับ คิดว่าตัวเองฟุ้งซ่านไป “เราคงฟุ้งซ่านจนเก็บเอาไปฝัน” ทศพลลุกขึ้น ตลบมุ้งอย่างลวก ลุกออกไปข้างนอก


ทศพลออกมาที่นอกชาน เห็นดาวประกายพรึกส่องสว่างอยู่บนขอบฟ้าสื่อว่าเป็นเวลาเช้ามืด ทศพลเห็นเงาตะคุ่มๆ กำลังฝัดข้าวอยู่ พยายามขยับแว่น เพ่งมองฝ่าความมืด “นั่นใครน่ะ?” ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ ทศพลเห็นคำแก้วกำลังฝัดข้าวอยู่ ทำหน้าที่ศรีภรรยาเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติ “คำแก้ว !!!” ทศพลแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นร่างนั้นชัดๆ

ทศพลถอดแว่น ขยี้ตา แทบไม่อยากเชื่อสายตา “คำแก้ว!!!” ทั้งสองโผเข้ากอดกันน้ำตานองหน้า ทศพลกอดร่างคำแก้วไว้แน่นดีใจสุดชีวิต “คำแก้วจริงๆด้วย... คำแก้วยังไม่ตาย นี่พี่ไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย...พี่คิดว่าชีวิตนี้จะไม่ได้เห็นหน้าคำแก้วอีกแล้ว”
“คำแก้วตายไม่ได้หรอก ถ้าคำแก้วตาย แล้วพี่จะอยู่กับใคร”
“พี่ก็เหงาแย่น่ะสิ... คำแก้วหายไปไหนมา รู้มั้ย พวกชาวบ้านลือกันว่าคำแก้วถูกไอ้หมออ่วมฆ่าตาย แถมยังใส่ร้ายว่าคำแก้วเป็น....”
“เป็นงูผีใช่มั้ยจ๊ะ”
“ใช่ แต่พี่ไม่เชื่อหรอก คำแก้วเป็นเมียพี่ จะเป็นงูผีงูปีศาจได้ยังไง คำแก้วบาดเจ็บตรงไหนมั่งหรือเปล่า ไหนให้พี่ดูซิ พี่จะทายาให้” ทศพลดูตามเนื้อตัวคำแก้ว ไม่เห็นแม้กระทั่งรอยแผลเท่าแมวข่วน ค่อยโล่งใจ
“คำแก้วดวงแข็ง ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกจ้ะ พี่อย่าห่วงเลย”
“พี่จะเข้าเมืองไปแจ้งความจับพวกมัน ข้อหาทำร้ายร่างกาย จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ลากคอพวกมันเข้าคุกให้ได้”
“ไม่มีประโยชน์หรอก กำนันแย้มเป็นคนกว้างขวาง มีอิทธิพลมาก พี่จะพลอยเดือดร้อนเสียเปล่าๆ“
“ขึ้นไปคุยกันบนบ้านเถอะคำแก้ว ยุงกัดพี่ขาลายหมดแล้ว”
“พี่......คำแก้วขอไปหาแม่ก่อนได้มั้ย ป่านนี้แม่คงเป็นห่วงคำแก้วจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ คำแก้วไปเถอะ แล้วรีบกลับมาหาพี่นะ พี่คิดถึงคำแก้วใจจะขาดอยู่แล้ว“ ทศพลหอมหน้าผากคำแก้วด้วยความรักและทะนุถนอม

คำปองนั่งเก็บเสื้อผ้าคำแก้วใส่หีบ แต่พอหันกลับมาก็ตะลึง เมื่อเห็นคำแก้วยืนอยู่
คำแก้วโผเข้ากอดแม่ทั้งน้ำตา “แม่!!”
คำปองลูบหน้าตา เนื้อตัวคำแก้วด้วยมือสั่นเทา “คำแก้ว!! นี่เอ็งจริงๆ เหรอเอ็งยังไม่ตายจริงๆ เหรอ”
“จ้ะแม่ ฉันยังไม่ตาย”
“เป็นไปได้ยังไง ในเมื่อข้าเห็น..เห็นเอ็ง...”
“มีคนช่วยฉันไว้...ชะตาของฉันคงยังไม่ถึงฆาต”
คำปองทั้งดีใจทั้งโล่งอกที่ได้คำแก้วกลับคืนมา “แล้วนี่เอ็งจะทำยังไง พ่อพลเขารู้รึยัง”
“ฉันไปหาพี่พลมาแล้ว ถึงมาลาแม่"
“ลาข้า? เอ็งจะลาไปไหน?“ คำปองมองคำแก้วอย่างหวาดหวั่นว่าคำแก้วจะไปที่ไหน
“ฉันจะลาแม่ไปถือศีลจ้ะ” คำแก้วพูดด้วยแววตามุ่งมั่น

คำแก้วลงบันไดบ้านคำปอง จะรีบไปที่เทวาลัย “ฝากบอกคุณทศพลด้วยนะจ๊ะแม่ ตะวันตกดินเมื่อไหร่ฉันจะกลับไปหาเค้าเอง”
แขนของคำแก้วที่พ้นจากแขนเสื้อ เมื่อถูกแสงแดด เริ่มขึ้นเกล็ดจะกลายร่างเป็นงู คำแก้วรีบเอามือซ่อนไว้ที่ด้านหลัง กลัวว่าแม่จะเห็นเข้า
“แค่ไปถือศีล ทำไมเอ็งไม่บอกผัวเอ็งเองล่ะ เขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”
“แม่.... ฉันต้องรีบไปแล้ว “ คำแก้วพูดจบก็รีบวิ่งหายไปในดงไม้
“คำแก้ว !!” คำปองวิ่งตามคำแก้วไป ทว่า ร่างคำแก้วหายไปแล้ว “นังคำแก้วมันจะรีบร้อนทำไมนักหนา เทวาลัยไม่หนีไปไหนสักหน่อย” คำปองเท้าสะเอวมองตาม อดสงสัยในท่าทีแปลกๆของคำแก้วไม่ได้

คำแก้วมาถึงเชิงบันไดเทวาลัย เกล็ดขึ้นตามเนื้อตัวหนาและชัดเจนขึ้น คำแก้วแหงนขึ้นไปมอง เห็นพระอาทิตย์ส่องแสงจ้า ยิ่งถูกแสงอาทิตย์ เกล็ดยิ่งขึ้นชัดเจน คำแก้วฝืนสังขารที่กำลังจะกลายเป็นงูเผือก ตะเกียกตะกายขึ้นบันไดเทวาลัย

คำแก้วกระเสือกกระสนเข้ามาภายในเทวาลัย ล้มลง ท่อนขาขึ้นเกล็ด เตรียมจะกลายเป็นงูแล้ว คำแก้วตะเกียกตะกายเข้าไปภายในซุ้มประตูที่ลงสู่ถ้ำใต้ดิน มีแสงกระเพื่อมพรายเล็กน้อย ทันทีที่คำแก้วลอดซุ้มประตูเข้าไปก็กลายร่างเป็นเจ้าแม่นาคีกายทิพย์ เกล็ดหายไป

เจ้าแม่นาคีในสภาพอิดโรยเข้ามาในถ้ำ
“เจ้าแม่ !!!! “
เลื่อมประภัส ฉัตรสุดาช่วยกันประคองเจ้าแม่นาคีมายังแท่นหิน
“กายหยาบของข้าจักกลับกลายเป็นงูเมื่อต้องแสงอาทิตย์”
“เป็นเพราะอำนาจของดาบเหล็กไหล แม้บาดแผลภายนอกจักหายดีแล้ว แต่อาถรรพ์ของดาบเหล็กไหลยังอยู่ ร่างที่เจ้าแม่สิงสู่จึงมิอาจต้านทานต่อแสงอาทิตย์”
“ดาบเหล็กไหลทำให้ข้าสูญเสียพละกำลังไปมาก จนข้ามิอาจฝืนอยู่ในร่างมนุษย์ตอนกลางวันได้”
“เพลานี้ดาบเหล็กไหลอยู่ในเงื้อมือพวกคนชั่ว เจ้าแม่ควรประทับอยู่แต่ในเทวาลัย อย่าเพิ่งออกไปภายนอกเลยนะเจ้าข้า”
“ฉัตรสุดา... ข้ามอบกายและหัวใจให้ไชยสิงห์ไปแล้ว ทุกวันนี้ข้าอยู่ได้ด้วยความรักที่มีต่อไชยสิงห์เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงลมหายใจ หากข้าต้องตายเพราะความรัก ข้าก็ยินดีพลีให้ มิได้อาลัยเลย”
เลื่อมประภัส ฉัตรสุดา มองเจ้าแม่นาคีด้วยความเห็นใจ

ทศพลมาตามคำแก้วที่บ้านคำปอง “ถือศีลเหรอจ๊ะแม่! “
คำปองปอกหน่อไม้ใส่ไหดอง “ช่วงนี้คำแก้วมันมีเคราะห์ ก็เลยอยากไปถือศีลบนเทวาลัยสักระยะ พ่อทศพลไม่ต้องห่วงมันหรอก เดี๋ยวเย็นๆค่ำๆ มันก็กลับมาเองแหละ”
“แม่จะไม่ให้ผมห่วงได้ยังไง เทวาลัยนั่นมีแต่ซากปรักหักพังเต็มไปหมด จะถล่มลงมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมยังมีงูเงี้ยวเขี้ยวสารพัด ผมกลัวว่าคำแก้วจะเป็นอันตราย “
“คำแก้วมันโตมากับที่นั่นก็เลยผูกพันกับเทวาลัย แม่ยกมันให้เป็นลูกเจ้าแม่นาคีตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง เจ้าแม่จะช่วยคุ้มครองมันเอง”
“งั้นผมจะไปถือศีลกับคำแก้วด้วย”
“ถ้าพ่อทศพลขึ้นไปถือศีลที่เทวาลัย คนอื่นๆจะพากันสงสัย น้ายังไม่อยากให้ใครรู้ว่านังคำแก้วมันยังไม่ตาย เดี๋ยวจะเป็นเรื่องเอิกเกริกกันเสียเปล่าปล่อยให้มันถือศีลให้ใจสงบสักพักเถอะ อย่าไปรบกวนมันเลย”
ทศพลยังอดเป็นห่วงคำแก้วไม่ได้

ลำเจียกคาบข่าวจากเมืองอินทร์มาบอกต่อ “พ่อหมอเมืองอินทร์บอกว่านังคำแก้วมันยังไม่ตาย แต่มันหนีไปกบดานแถวๆปราสาทร้างท้ายหมู่บ้านโน่น”
กำนันแย้มวิเคราะห์ “วิสัยของงู มักอาศัยอยู่ในที่รกทึบชื้นแฉะ หรือมันจะมุดหัวอยู่ในถ้ำใต้เทวาลัยเจ้าแม่นาคี”
บุญส่งนึกได้ “ไอ้กอ เอ็งจำได้ใช่มั้ย เมื่อ 19 ปีก่อน ไอ้เคน ผัวนังคำปองก็จับงูเผือกมีหงอนได้ที่นั่น”
กออุทาน “งูเจ้าแม่! ใช่! ต้องเป็นที่ถ้ำนั่นแน่ๆ”
ลำเจียกเร่ง “เอ้า ! รู้แล้วจะทำอะไรก็รีบๆทำเข้าสิ มัวมะงุมมะงาหรากันอยู่ได้ ดาบเหล็กไหลก็มีแล้ว บุกลงไปฆ่าที่รังซะให้จบๆ ดอนไม้ป่าจะได้พ้นอาถรรพ์นางงูผีนี่เสียที”
หมออ่วมปราม “แต่ที่นั่นเป็นถิ่นของมัน ขืนบุ่มบ่ามเข้าไป จะพากันตายโหงหมด”
กอเห็นด้วย “หมออ่วมพูดก็ถูก ข้าว่าอย่าเสี่ยงเลยดีกว่า ทางใครก็ทางมัน”
บุญส่งควักแบงก์ปึกใหญ่ให้หมออ่วม “เงินนี่ถือเป็นค่ามัดจำ ส่งนังงูผีกลับลงนรกเมื่อไหร่ ฉันจะให้อีกครึ่ง”
หมออ่วมตาโตด้วยความโลภ รีบคว้าเงินหมับทันที เงินใช้ผีโม่แป้งได้จริงๆ บุญส่งยิ้มมาดมั่น รู้สึกเป็นต่อ มั่นใจว่าดาบเหล็กไหลปราบงูผีได้แน่
บุญส่งเอาปืนมาขัด ขณะคุยกับพิมพ์พร เจิดนภา
พิมพ์พรออกความเห็น “ความลับไม่มีในโลก ถ้านังคำแก้วมันหนังเหนียว ฆ่าไม่ตาย สักวัน มันต้องย้อนกลับมา “
บุญส่งมั่นใจ “ทั้งแม่ ทั้งผัวมันอยู่ที่นี่ มันหนีไปไหนไม่ได้ไม่ได้หรอก”
“พิมพ์จะคอยเฝ้าทศพล เอิ่บ ! กระต๊อบทศพล... ไม่ให้คลาดสายตา พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ พิมพ์จะเอายัยเจิดไปเป็นเพื่อน”
เจิดนภาอ้าปากหวอ “ห๊า! ฉันด้วยเหรอ!“
“ไม่ได้! พ่อไม่อนุญาต มันเสี่ยงเกินไป“
“หมออ่วมบอกว่านังคำแก้วกลัวว่านพญาลิ้นงู พิมพ์จะเอาติดตัวไปด้วย ต้องทำให้ทศพลรู้เช่นเห็นชาตินังงูผีให้ได้”
เจิดนภาท้วง “แต่มันเป็นงูนะพิมพ์”
“งูก็งูสิ! งูมันจะมาสู้คนได้ยังไง“ พิมพ์พรพูดจบก็สะบัดหน้าเดินหนีไปทันที
เจิดนภาหน้าเลิ่กลั่กวิ่งตามไป
กำนันแย้มซึ่งแอบฟังอยู่ ดูออกว่าบุญส่งเป็นห่วงลูกตามประสาคนเป็นพ่อ “ผมจะส่งคนตามไปดูแลลูกสาวคุณให้ “
บุญส่งอดเป็นห่วงในความกล้าบ้าบิ่นของพิมพ์พรไม่ได้

เพื่อนทศพลทั้งสี่หน้าตาตื่นเมื่อรู้เรื่องจากทศพล ต่างอุทานพร้อมกัน “คำแก้วยังไม่ตาย !!!”
“ชู่วววว์... เบาๆสิวะ เดี๋ยวพวกกำนันแย้มก็แห่กันมาหรอก ฉันอยากปิดเรื่องนี้เป็นความลับ คำแก้วจะได้ไม่เดือดร้อน”
สมมาตรเอามือตบเบาๆที่หน้าทศพล เช็คดูว่าประสาทยังดีอยู่หรือเปล่า“นี่แกคิดมากเรื่องเมียตาย จนเพ้อเห็นภาพหลอนหรือเปล่าวะไอ้พล”
วันชนะกังวล “ท่าทางจะอาการหนักว่ะ ฉันว่าเตรียมส่งมันไปอยู่หลังคาแดงได้เลย”
“ฉันไม่ได้บ้านะเว้ย ไอ้มาตร ไอ้นะ คำแก้วยังไม่ตายจริงๆ คำแก้วกลับมาหาฉันที่กระต๊อบตอนใกล้สว่าง”
ประกิตกลัว “ใกล้สว่าง! ชัดเลย! ผีชัวร์!“

อ่านละครนาคี ตอนที่ 13 วันที่ 15 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ