อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 13 วันที่ 15 ต.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 13 วันที่ 15 ต.ค.59

เอมอรบอกว่าตนไม่กล้าฟันธงเพราะธนาธิปเป็นผู้ใหญ่บางทีอาจจะไม่ได้คิดอะไรก็ได้ ที่จริงตนก็ไม่ได้รังเกียจอะไร โก้ดีเสียอีกเพียงแต่ไม่แน่ใจท่าทีของเขา บางทีอาจจะแค่สนิทกันตอนอยู่ปีนังก็ได้ บ่นอย่างว้าวุ่นใจว่า

“แล้วยังเรื่องตาทัศนัยอีก คัมพลเองก็ยังไม่รู้เรื่อง เอมว่ามันจะยุ่งไปกันใหญ่”

“ไม่ยุ่งหรอกคุณอีกไม่นานยายนางก็ต้องหมั้นกับทัศนัยถึงตอนนั้นทุกคนก็ต้องรู้ โดยมารยาทก็ต้องหลบหายไปเอง”

“คุณไม่เปลี่ยนใจแน่นะคะ”



“ไม่...เรื่องอื่นผมยอมตามใจลูกทุกอย่างแต่เรื่องนี้ผมยอมไม่ได้ ยังไงยายนางก็ต้องแต่งงานกับทัศนัย”

เด่นชาติเด็ดขาดจนเอมอรหวั่นใจไม่กล้าพูดต่อ ได้แต่นึกสงสารลูก

ผู้ใหญ่มัวมะงุมมะงาหรามโนกันเอง หารู้ไม่ว่า คืนนี้ นางกับธนาธิปต่างไลน์ถึงกันก่อนนอนอย่างมีความสุข นางดูดอกกุหลาบขาวที่ธนาธิปให้แม้ดอกจะเหี่ยวไปแล้วแต่ใจนางยังแช่มชื่น ส่วนธนาธิปก็นอนดูตุ๊กตาลิงที่นางให้อย่างมีความสุข...

วันรุ่งขึ้น พอนางเลิกเรียนเดินลงมาก็เจอธนาธิปยืนรอหล่อเท่อยู่ข้างรถแล้ว นางใจเต้นไม่เป็นส่ำพยายามเก็บอาการยกมือไหว้ประหม่า ธนาธิปถามหิวหรือเปล่า ไปกันเลยไหม

ธนาธิปประหลาดใจมากเมื่อได้รับคำตอบว่า

“ไม่หิว” เขาถามแซวว่าตนมารับผิดคนหรือเปล่าเพราะปกติเห็นขนมเป็นกระโดดเข้าใส่ แล้วจู่ๆนางก็บอกว่า ไม่ดูหนังแล้ว ไปทานข้าวเลย

“มีเรื่องต้องจัดการก่อนเรื่องหนึ่ง” เขามองชุดนักศึกษาที่นางใส่อยู่ แล้วพาเข้าร้านเสื้อหรูบอกว่า “ชุดนักศึกษาเป็นชุดที่ไม่ควรใส่ออกมาเดินเที่ยวเล่นข้างนอก มันไม่เหมาะสม” นางบอกว่าคนอื่นเขาก็ใส่ทั่วไป บางคู่เดินกอดกันด้วยซ้ำ “ก็ไม่น่ารักนี่คะ เวลาเราเห็นคนอื่นทำอะไรไม่ดีเราก็อย่าทำตามสิคะ”

พนักงานเลือกมาให้สองชุดนางมองเขาอย่างขอความเห็น ธนาธิปเข้ามาดูบอกยิ้มๆว่า

“คุณแม่ฉันสอนว่าถ้ามาด้วยกันเสื้อผ้าก็ต้องไปในแนวเดียวกันชุดซ้ายดีไหม สีกระโปรงมันเข้ากับผ้าเสียบกระเป๋าของฉัน” นางตอบเบๆ “ค่ะ”

นางถามประสาคนช่างสงสัยว่าเขาต้องแต่งตัวเนี้ยบอย่างนี้ตลอดเวลาเลยหรือ เขาบอกว่าไม่จำเป็น แต่หน้าที่การงานของตนไปไหนมาไหนเจอคนรู้จักก็ไม่ควรจะซกมกนัก นางถามอีกว่าถ้าคนรู้จักเจอเขามากับตนล่ะ

“ก็เห็นไป เขาก็ต้องรู้ว่า ‘เรา’ มาด้วยกัน” นางงึมงำ ว่า ‘เรา’ อีกแล้ว ธนาธิปมองยิ้มๆพึมพำว่าสวย นางเขินจัดจนไม่รู้จะทำท่าไหนเลยเอามือสอดใต้วงแขน เขาถามว่า “เป็นอะไรของเธอ”

“ชุดใหม่ไม่ได้ซัก ถ้าจั๊กนางเป็นผื่นนางจะโทษคุณธิป” นางทำตลกทะเล้นแก้เกี้ยว

ธนาธิปอึ้ง เอามือขึ้นปิดหน้าแบบ...เชื่อเขาเลย...

เมื่อเข้าไปดูหนัง นางเปิดกล่องช็อกโกเลตไม่ออกเขารับไปเปิดให้ นางถามว่าจะทานไหมเขาบอกว่าปกติไม่ชอบของหวาน นางถามว่าวันนี้ปกติไหม เขาบอกว่าไม่ปกติ นางจะแบ่งให้ก็ไม่เอา อ้างว่าไม่อยากเปื้อนมือ ป้อนให้หน่อยได้ไหม นางมองช็อกโกแลตที่เทอยู่ในมือตัวเองไม่รู้จะทำอย่างไร ธนาธิปจับมือนางขึ้นมาและทานช็อกโกแลตจากมือเธอ นางเขินจนทำอะไรไม่ถูกเลย...

เอมอรผิดสังเกตว่าหลายวันมานี้ธนาธิปมารับนางไปไหนมาไหนบ่อย เด่นชาติติงว่าคิดมากไปเองเขาคงไม่ได้มาจีบลูกสาวเราหรอก ถามว่าเขามารับนางพาไปไหนบ้าง เอมอรบอกว่าไปดูหนังสือ ทั้งหนังสือประวัติศาสตร์ วรรณคดี ศิลปะเหมือนเขากำลังเตรียมให้นางเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ให้เข้าสังคมกับคนชั้นสูง และมีความรู้ เหมือนเตรียมนางไว้เป็นภรรยาของเขาที่เป็นผู้ช่วยเอกอัครราชทูต

“คิดมากไปมั้งคุณ เขาคงแค่เอ็นดูลูกเราน่ะ” เด่นชาติ ทำเป็นล้อ แต่ที่จริงตัวเองก็แอบหวั่นไหวเหมือนกัน

ฝ่ายธนาธิปเมื่อได้พานางมาแล้ว หลังจากดูหนังยังพาไปเที่ยวสวนสาธารณะ แล้วจะพานางไปขับรถเล่นอีก นางติงว่าคุณพ่อคุณแม่ประชุมตลอดตนไม่รู้จะขออนุญาตใคร

“ขออนุญาตใจตัวเองก็พอ” นางตัดพ้อว่าเลิกแกล้งตนได้แล้ว “แกล้งยังไงฉันพูดจริงทุกอย่าง”

“แกล้งค่ะ นางไม่รู้เป็นอะไร เวลาคุณพูดเล่นกับนางแบบนี้ มันแปลกๆ”

“ฉันขอโทษนะนาง แต่จำไว้นะ ว่าฉันไม่ได้แกล้งฉันหมายความตามที่พูดทุกอย่าง แล้ววันหนึ่งเธอจะค่อยๆ เข้าใจเอง” เขามองนางอย่างอบอุ่น จริงใจ นางสบตาอย่างมีความสุข...

ooooooo

กลับมาถึงหน้าบ้าน ธนาธิปถามนางว่า จำสัญญาที่ตนเคยขอไว้ได้ไหม นางถามว่าสัญญาอะไร

“จำไม่ได้จริงๆ หรือแกล้งฮึ? สัญญาที่ฉันขอให้เธอเก็บใจให้เป็นเด็ก อย่าสนใจเรื่องผู้ชายจนกว่าจะเรียนจบ แล้วเธอก็ถามฉันว่าที่ฉันเข้มงวดกับเธอเพื่ออะไร จำได้ไหมว่าฉันตอบเธอว่าอะไร” นางอึกอัก “ฉันตอบว่า เพื่อฉัน จำได้ใช่ไหม?” นางพูดพยักหน้า “พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานที่ลอนดอนเกือบสองอาทิตย์ ฉันขอให้เธอรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับฉันในเวลาที่ฉันไม่อยู่ได้ไหม”

นางถามว่าตั้งสองอาทิตย์แล้วตนจะทำอะไร เขาให้อ่านหนังสือที่ซื้อมาให้หมด ห้ามเที่ยวไหน ห้ามไปดูหนังกับใครเด็ดขาดเดี๋ยวกลับมาตนจะสอบ นางบ่นว่าโหดไป ธนาธิปมองหน้านางนิ่งสองคนสบตากัน นางใจหวิวอย่างประหลาดเลยเฉไฉหันไปหยิบหนังสือจะลงจากรถ

“มาฉันหยิบให้มันหนัก” พลางเอี้ยวไปหยิบให้ พอนางชะงักหันกลับปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน ต่างตกอยู่ในภวังค์ นางรีบหันกลับ พอเขาหยิบหนังสือส่งให้นางรับมาใจเต้นรัวทำอะไรไม่ถูก เขายิ้มขำๆแซวว่า เบาๆหน่อย นางถามเหวอๆว่าอะไร “เสียงหัวใจเต้นน่ะ ดังออกมาข้างนอกแล้ว” นางเขิน ทำหน้างอนรีบลงจากรถไป ธนาธิปยิ้ม พึมพำ “น่ารัก...”

นางอาบน้ำเข้าห้องนอนแล้วใจยังสั่นนั่งบนเตียงคิดถึงตอนที่เขาพาไปซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนชุดนักศึกษา...คิดถึงตอนที่ให้ป้อนช็อกโกแลตแล้วยิ่งเขิน ครู่เดียวก็มีไลน์เข้ามาถามว่า “นอนหรือยัง” นางตื่นเต้นจนลงไปดิ้นกับที่นอนก่อนตั้งสติลุกขึ้นมาตอบว่า “ยังค่ะ”

คืนนี้ ธนาธิปจัดกระเป๋าเดินทางไปก็โทรศัพท์คุยกับนางไปอย่างมีความสุข เหลือบมองตุ๊กตาลิงที่วางอยู่ข้างๆเหมือนเจ้าตัวอยู่ใกล้ๆ จนดึกแม้นางจะง่วงแต่เมื่อเขาถามก็บอกว่าไม่ง่วง

“ไปนอนเถอะดึกมากแล้ว ฝันดีนะคะ” นางอวยพรให้เดินทางปลอดภัย “จะรีบกลับให้เร็วที่สุด อย่าลืมสัญญา ของเรา” นางตอบค่ะ เมื่อวางโทรศัพท์แล้ว ต่างก็ยิ้มอย่างคิดถึงกัน

ooooooo

วันนี้พิทักษ์มาแต่เช้า พอนางลงบันไดมาเอมอรถามว่าวันนี้ตื่นสายเมื่อคืนนอกดึกหรือ เด่นชาติถามว่าวันนี้มีเรียนหรือเปล่า พอนางบอกว่าไม่มีก็บอกว่า ทัศนัยเพิ่งมาขออนุญาตจะพาไปดูหนัง

นางสะดุ้ง ใจนึกถึงคำสัญญากับธนาธิปเมื่อคืนหลุดปากไปทันทีว่าไม่ได้ เพราะนัดติวหนังสือกับสายสุดา ทำเป็นขอโทษบ่นเสียดายที่สองอาทิตย์นี้ตนมีสอบเยอะ

นางหาทางหลบเลี่ยง ขนหนังสือไปขอลี้ภัยที่ร้านเค้กสินีนาฎไม่อย่างนั้นตนต้องไปดูหนังกับทัศนัยแน่ สินีนาฎแปลกใจถามว่าไหนเคยบอกว่าแล้วแต่คุณพ่อ

คุณแม่หรือว่าไปเจอคนที่ใช่แล้ว นางเขินนึกถึงสัญญาที่ให้ไว้กับธนาธิปเผลอตอบไปว่า “ขอเก็บใจไว้เป็นเด็กอีกแป๊บบบบ”

เด่นชาติปรารภกับพิทักษ์ว่าช่วงนี้ธนาธิปมารับนางไปเที่ยวบ่อยๆ พิทักษ์ร้อนใจเห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้เสียแล้ว เสนอให้หมั้นกันเลยดีกว่า เด่นชาติถามว่าเมื่อไร

“ก็เร็วที่สุด อาทิตย์หน้าเลยก็ได้ ชิลๆ”

เร็วจนเด่นชาติตกใจแต่ก็ไม่ทักท้วงอะไร

ฝ่ายชัยพงษ์ทุ่มเทสุดตัวนอกจากยกตึกให้สินีนาฎเปิดร้านกาแฟแล้ว ยังสอนทำเค้กและช่วยดูแลร้านเหมือนเป็นร้านของตัวเอง แต่นั่นก็ทำได้แค่สินีนาฎซึ้งใจและรู้สึกดี แต่ในใจลึกๆ เธอยังมีธนาธิปอยู่ วันนี้ขณะนางกับสายสุดาไปเข้าห้องน้ำ โทรศัพท์นางดังขึ้น สินีนาฎเห็นหน้าจอชื่อ “ท่านขุน” ก็ใจร้อนวูบวาบขึ้นทันที ความโกรธน้อยใจอิจฉาพุ่งขึ้นทันที!

สินีนาฎเก็บความว้าวุ่นใจไว้เลียบเคียงถามนางว่าติดต่อกับธนาธิปบ้างหรือเปล่า นางไม่อยากโกหก บอกว่าเจอบ้างโดยบังเอิญ สินีนาฎซักจนรู้ว่า “บังเอิญ” วันไหนบ้างก็ยิ่งแน่ใจว่าสองคนนี้ไม่ปกติ ก็พอดีโทรศัพท์นางดังขึ้น สินีนาฎมองขวับเห็นชื่อ “ท่านขุน” ที่หน้าจอ แม้ใจจะร้อนวูบวาบแต่ก็ยังฝืนยิ้ม พอนางขอลุกไปคุยโทรศัพท์ เธอก็หน้าตึงทันที

ooooooo

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 13 วันที่ 15 ต.ค.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ