อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 13 วันที่ 16 ต.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 13 วันที่ 16 ต.ค.59

สินีนาฎเก็บความว้าวุ่นใจไว้เลียบเคียงถามนางว่าติดต่อกับธนาธิปบ้างหรือเปล่า นางไม่อยากโกหก บอกว่าเจอบ้างโดยบังเอิญ สินีนาฎซักจนรู้ว่า “บังเอิญ” วันไหนบ้างก็ยิ่งแน่ใจว่าสองคนนี้ไม่ปกติ ก็พอดีโทรศัพท์นางดังขึ้น สินีนาฎมองขวับเห็นชื่อ “ท่านขุน” ที่หน้าจอ แม้ใจจะร้อนวูบวาบแต่ก็ยังฝืนยิ้ม พอนางขอลุกไปคุยโทรศัพท์ เธอก็หน้าตึงทันที

ooooooo

เมื่อเด่นชาติกับพิทักษ์เห็นดีเห็นชอบที่จะรวบรัดหมั้นกันไว้ก่อนแล้วกัน เด่นชาติก็เริ่มเกริ่นกับนางว่าจะหาคนมาช่วยตนดูแลนาง นางบอกว่าตนดูแลตัวเองได้ ก็ถูกพ่อย้ำว่า

“พ่อยังจำได้นะที่นางเคยบอกว่าเรื่องนี้จะให้พ่อตัดสินใจให้นางจำได้ไหมลูก”



นางน้ำท่วมปากพูดไม่ออก ส่วนเอมอรถามเด่นชาติว่าแน่ใจหรือที่จะทำอย่างนี้กับลูก เธอได้แต่เห็นใจและสงสารลูกเมื่อเห็นนางนั่งเหม่อก็เลียบเคียงถามว่ามีอะไรที่แม่ไม่รู้หรือเปล่า ท่าทางลูกแม่เหมือนกำลังมีความรัก?

“นางไม่รู้หรอกค่ะ เราจะรู้ได้ยังไงล่ะคะแม่ ว่าเรา ...มีความรักหรือเปล่า?”

ฟังนางแล้ว เอมอรมั่นใจว่าลูกกำลังมีความรัก หว่านล้อมอย่างอ่อนโยนว่า

“คนเรา เวลามีความรักมันเหมือนมีบางอย่างในหัวใจเราที่เคลื่อนที่ไปมา มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราเจอกับใครคนหนึ่งที่เขาเข้ามา แล้วโลกของเราก็ไม่มีวันเหมือนเดิมอีก”

ฝ่ายธนาธิปนั่งอยู่ที่โรงแรมในลอนดอน ใจไม่นิ่ง เขามองตุ๊กตาลิงที่นางให้คิดถึงเจ้าของแล้วยิ้ม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความถึงนาง พอนางเห็นชื่อ “ท่านขุน” ใจก็เต้นรัวรีบรับสายเสียงประหม่า

ทักทายประสาคนมีใจให้กันแล้ว ธนาธิปบอกว่าเขาต้องเดินทางเข้าป่าไปกับ UNSCR สามสี่วันคิดว่าไม่น่าจะมีสัญญาณ เราอาจจะไม่ได้คุยกันสามสี่วัน อีกเรื่องเป็นข่าวดีคือพอออกจากป่าก็จะได้บินกลับบ้านเลย เราจะได้เจอกันเร็วขึ้น

นางฟังแล้วนิ่งไปเพราะคราวนี้แทนที่เขาจะแทนตัวเองว่าฉันแต่เขากลับแทนตัวเองว่าผม พอนางทักเขาบอกว่า

“ฉัน ฟังดูเป็นทางการไป ไม่เหมาะจะใช้กับคนที่...สนิทกัน มีอะไรก็ไลน์หรืออีเมลทิ้งไว้นะคะ มีสัญญาณเมื่อไหร่ผมจะรีบโทร.หานางทันที”

“ค่ะ คุณธิปปลอดภัยนะคะ นางเป็นห่วง”

“ชื่นใจ...”

นางฟังแล้วหัวใจฟูตัวแทบจะลอย แม้อยู่ห่างไกลกัน แต่เมื่อใจถึงกันต่างก็ยิ้มได้เหมือนอยู่ใกล้กัน...

ooooooo

เด่นชาติตัดสินใจบอกนางว่าวันก่อนพิทักษ์มาสู่ขอนางให้กับทัศนัย นางช็อกถามว่าคุณพ่อพูดเล่นใช่ไหม เด่นชาติบอกว่าตนไม่ได้พูดเล่นและไม่ได้ปฏิเสธพิทักษ์ พลางหยิบกล่องแหวนให้บอกว่านี่คือแหวนหมั้นของนาง นางรับไม่ได้ บอกว่าตนไม่ได้รักทัศนัย เด่นชาติเสียงเข้มทันทีว่า

“พ่อไม่ได้ถามว่านางยอมหรือเปล่า พ่อไม่ได้บังคับให้นางทำอะไรที่ตกต่ำเสื่อมเสีย ตรงกันข้ามคนที่พ่อแม่เลือกให้คือคนที่คู่ควรกับนางที่สุด” เด่นชาติย้ำความรักที่ต้องการให้นางมีความสุขมีสามีที่ดีที่สุด ปรามว่า “ถ้านางคิดว่าการฉีกหน้าพ่อแม่เป็นสิ่งที่ลูกที่ดีควรกระทำหรือคิดว่านี่คือการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงมา ก็ลองดู”

“ทำไมคุณพ่อว่านางอย่างนี้ล่ะคะ นางไม่เคยคิดจะอกตัญญูหรือฉีกหน้าคุณพ่อเลย แต่นี่มันหมดยุคการคลุมถุงชนแล้ว ทำไมคุณพ่อไม่เชื่อใจนาง ให้นางเลือกคนที่นางรักเองล่ะคะ”

เด่นชาติโกรธจนพูดไม่ออก เอมอรขอให้นางใจเย็นๆ ถามว่าถ้าเป็นคัมพลล่ะ นางจะยอมไหม ก็ถูกเด่นชาติเรียกปรามอย่างขัดใจ นางบอกว่าตนไม่ได้รักทั้งคัมพลและทัศนัย

เด่นชาติให้นางคิดทบทวนให้ดีว่าพ่อกับแม่ไม่เคยขัดใจลูกเลย นี่เป็นครั้งเดียวที่พ่อขอร้อง ถ้าแค่นี้ทำให้พ่อไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดกันอีก ตัดบทว่า

“พรุ่งนี้เช้าแต่งตัวให้สวยและทำหน้าให้ดี อย่าให้พ่อต้องเสียหน้าหรือเสียใจมากไปกว่านี้อีก!”

นางทนไม่ไหว วิ่งร้องไห้ออกไป เอมอรร้องเรียก แต่เด่นชาตินิ่ง หน้าเศร้าอย่างไม่อยากทำกับลูกอย่างนี้เลย

นางไปหาสินีนาฎที่ร้านกาแฟ ร้องไห้บอกเพื่อนรักว่าไม่เชื่อเลยว่าเรื่องแบบนี้ยังมีเหลืออยู่ในโลก เมื่อเล่าให้ฟัง สินีนาฎถามว่าเธอไม่ชอบทัศนัยหรือ? หรือว่าเธอมีคนอื่นอยู่แล้ว? และ “คนที่นางรักเขาเคยบอกหรือเปล่าว่ารักนางอยากแต่งงานกับนาง” พอนางส่ายหน้า ก็เขย่าความรู้สึกของนางถามว่า “งั้นเราจะรู้ได้ยังไงว่า เขารู้สึกเหมือนเราหรือเปล่า”

เป็นประเด็นที่เขย่าความรู้สึกของนางอย่างแรง สินีนาฎเองก็ต่อสู้ความรู้สึกด้านดีและร้ายของตัวเองอย่างรุนแรง ในที่สุดก็ยอมแพ้แก่ด้านมืดของตัวเอง บอกนางว่า

“หยุดร้องไห้เถอะนาง เดี๋ยวพรุ่งนี้ตาบวมไม่สวยนะ ฉันว่าเธอยอมตามใจคุณพ่อไปก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ไขทีหลังดีกว่า จำที่แมเดิมเคยสอนพวกเราได้ไหม ว่าการที่เรายอมแพ้วันนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องแพ้เสมอไปนะ”

นางเหมือนได้สติจากคำสอนของแมเดิม เงยหน้าขึ้นถามเพื่อนรักว่า

“สิ...ถ้ามันเกิดขึ้นกับเธอ เธอจะทำแบบนั้นใช่ไหม” พอเห็นแววตาเพื่อนนางก็อึ้ง “ใช่ไหมสิ...ตอบหน่อยเถอะ ตอนนี้ สิคือที่พึ่งสุดท้ายของเรา”

สินีนาฎมองหน้านางอย่างกระอักกระอ่วนใจ แต่ในที่สุดก็เลือกที่จะทำเพื่อตัวเอง!

ooooooo

เมื่อนางกลับไปแล้ว สายสนมถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ สินีนาฎบอกว่านางโดนบังคับให้แต่งงานกับทัศนัย คนที่ไม่รัก สายสนมบอกว่าเป็นธรรมดาคนระดับนั้นเขาไม่ปล่อยให้ลูกมาแต่งงานกับใครที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าหรอก

ความคิดสินีนาฎสะดุดกึก สายสนมย้ำอย่างดูออกว่า

“ถ้าหนูนางเขาจะต้องแต่งงานกับคุณทัศนัย แม่ก็ไม่อยากให้สิตั้งความหวังกับคุณธนาธิปให้สูงนักนะลูก” สินีนาฎตกใจที่แม่พูดแทงใจ “อย่าคิดว่าแม่ไม่รู้ เห็นอยู่แล้วว่าขนาดพ่อแม่หนูนาง เขาตามใจลูกอย่างกับอะไรดี พอถึงเรื่องนี้ เขายังไม่ยอมให้ตัดสินใจเอง คนระดับนั้น เขาจับคู่กันไว้หมดแล้ว ยิ่งลูกหวังสูงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเสียใจมากเท่านั้น แม่เตือนเพราะแม่รักนะ” พูดแล้วสายสนมเดินออกไป

สินีนาฎปิดหน้าร้องไห้ทั้งอับอายและเสียใจ ชัยพงษ์เดินเข้ามาเห็นตกใจถามว่า “สิ เป็นอะไรครับ”

“พี่ชัยพงษ์ไม่ต้องมายุ่งกับสิ”

ชัยพงษ์ตกใจ พอสินีนาฎหลุดปากไปแล้วก็ตกใจ มองหน้าชัยพงษ์แล้วเป็นฝ่ายหลบตา เอ่ยขอโทษ

“ไม่เป็นไรครับ คนเรามันก็มีจังหวะที่ไม่ไหวเหมือนกัน พี่เข้าใจ สิมีอะไรอยากเล่าให้พี่ฟังไหม” สินีนาฎบอกว่าเขาไม่มีวันเข้าใจหรอก “ลองดูไหมล่ะครับพี่เข้าใจอะไรง่ายนะ”

“คนระดับพี่ชัยพงษ์ไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ ว่าคนที่ไม่มีอะไรเลยมันรู้สึกไร้ค่าแค่ไหน ไม่ว่าสิจะทำดีให้ตายแค่ไหน ก็ไม่มีวันเป็นที่ยอมรับของใคร ไม่เคยอยู่ในสายตาของใครเลย”

“ทำไมพี่จะไม่เข้าใจล่ะครับว่าการที่ต้องเป็นคนนอกสายตามันรู้สึกยังไง” ชัยพงษ์พูดจากความรู้สึกของตัวเอง บอกว่า “พี่รู้วิธีแก้ด้วยนะ”

“วิธีแก้?” สินีนาฎสนใจ ชัยพงษ์ยิ้มเมื่อเห็นเธอสนใจ

ooooooo

ชัยพงษ์พาสินีนาฎซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปบนถนนสวยอย่างเท่ ถึงทะเลเป็นเวลาพระอาทิตย์ตกพอดี เขาถามสินีนาฎว่าสวยไหม เธอบอกว่าสวยมากเลย

ชัยพงษ์บอกว่า “โลกมันสวยของมันอยู่แล้วอยู่ที่เราจะมองเห็นหรือเปล่า เรามัวแต่เศร้าสงสารตัวเองเราก็จะพลาดความงดงามที่อยู่ตรงหน้าไป น่าเสียดายนะครับ” แล้วยกกล้องจะถ่ายพระอาทิตย์ตกทะเล สินีนาฎหันมองพระอาทิตย์อย่างชื่นชมเขาจะถ่ายรูปเธอด้วย

“พี่ชัยพงษ์ไม่เอาห้ามถ่ายค่ะ สิน่าเกลียดจะตาย”

“น่าเกลียดตรงไหน สวยจะตาย” ชัยพงษ์ชมแล้วเขินที่ตัวเองหลุดรีบกลับลำ “ทุกคนทุกอย่างมีด้านสวยงามด้วยกันทั้งนั้นอยู่ที่เรามอง” สินีนาฎบอกว่าตนคงมีที่

ไม่สวยงามอยู่เยอะถึงไม่มีใครมอง “มีสิคะ มีพี่นี่ไง พี่อยากให้สิจำเอาไว้ว่า ถ้าวันไหนที่สิรู้สึกเหมือนไม่มีใคร หรือรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียดแค่ไหน สิยังมีพี่ที่มองเห็นความสวยงามของสิเสมอ”

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 13 วันที่ 16 ต.ค.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ