อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 13 วันที่ 17 ต.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 13 วันที่ 17 ต.ค.59

ไม่สวยงามอยู่เยอะถึงไม่มีใครมอง “มีสิคะ มีพี่นี่ไง พี่อยากให้สิจำเอาไว้ว่า ถ้าวันไหนที่สิรู้สึกเหมือนไม่มีใคร หรือรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียดแค่ไหน สิยังมีพี่ที่มองเห็นความสวยงามของสิเสมอ”

ชัยพงษ์พูดจริงจัง จริงใจจนสินีนาฎรู้สึกไม่ดีที่ตัวเองทำกับนางวันนี้ เมื่อกลับถึงบ้านแล้วเอ่ยอย่างรู้สึกผิดกับรูปของนางว่า “ฉันขอโทษนะนาง”

จากคำถามของสินีนาฎวันนี้ที่ถามนางว่าธนาธิปเคยบอกรักเธอไหม? คิดถึงที่แมเดิมสอนว่าการที่เรายอมรับวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องยอมแพ้เสมอไป นางคิดแล้วเช็ดน้ำตาจนแห้งเงยหน้าขึ้นอย่างตัดสินใจแล้ว



เช้าวันรุ่งขึ้นเอมอรพานางเข้าไปในห้องรับแขกที่ทุกคนรออยู่แล้ว นางวันนี้ไม่ใช่เด็กสาวที่ร่าเริงแจ่มใสแต่เป็นนางที่ใบหน้าแฝงความเจ็บปวดไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว นางสบตากับพ่อนิ่ง...นาน...

ระหว่างที่นั่งอยู่นั้น นางเหมือนไม่เห็นไม่ได้ยินใครพูดอะไร ในสมองอึงอลวนเวียนแต่คำพูดของแม่เรื่องความรัก และคำขอของธนาธิปที่ให้สัญญาว่าจะไม่มีคนรักและทำตัวเป็นเด็กจนกว่าจะเรียนจบ นางตกอยู่

ในภวังค์จนกระทั่งแหวนเพชรสวมเข้ามาที่นิ้วนางซ้าย นางเงยหน้าเห็นทัศนัยพยายามยิ้มให้และพิทักษ์ปรบมือดีใจ นางมองแหวนที่นิ้วนางตัวเองหัวใจสลาย ดวงหน้านิ่งสนิทเหมือนคนที่ตายทั้งเป็น!

จนเมื่อได้เวลาเล่นบาสกับพ่อตามปกติ นางมองพ่ออย่างห่างเหินและผิดหวัง เด่นชาติเดินเข้าหาหมายง้อ แต่นางมองพ่อด้วยสายตาว่างเปล่าแล้วเดินกลับเข้าข้างในไปเลย เด่นชาติพูดกับเอมอรอย่างสะเทือนใจว่าลูกเกลียดผม

“ผมผิดมากเหรอคุณ ที่รักที่ห่วงลูก ไม่อยากให้เขาต้องไปเจอกับคนไม่ดี”

“ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ลูกก็ไม่ผิดเหมือนกัน ตอนนี้คุณกับลูกต่างเอาเหตุผลของตัวเองเข้าสู้ มันไม่มีวันเข้าใจกันได้ง่ายๆ ขอเวลาแกสักนิดนะคะ คุณให้เวลาตัวเองด้วย คุณเองก็จะได้ทบทวนด้วยว่าความห่วงของคุณมันคือเกราะที่ดีที่สุดของลูกจริงหรือเปล่า”

ooooooo

นางขึ้นห้องนอนหยิบโทรศัพท์ดู ตกใจมากเมื่อเห็นมิสคอลจากธนาธิปมาถึงสองครั้ง นางรีบโทร.กลับ แต่ปลายสายบอกว่าปิดเครื่อง นางว้าวุ่นใจมากเปิดดูใหม่ ธนาธิปส่งไลน์มาพอดี

“คิดถึงที่สุด ผมเพิ่งได้ออกจากป่า กำหนดการมันล่าช้าไปกว่าเดิม ตอนนี้กำลังเดินทางกลับเข้าลอนดอน ผมเป็นห่วงนาง มีอะไรหรือเปล่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นใจเย็นๆนะครับ ผมกำลังกลับไปหา”

นางวางโทรศัพท์น้ำตาซึม มองแหวนหมั้นที่นิ้ว พึมพำเหมือนใจสลาย...“มันไม่ทันแล้วค่ะคุณธิป มันไม่ทันแล้ว...”

สายสุดาเพิ่งรู้เรื่องเมื่อกลับจากเชียงใหม่ รีบไปที่ร้านกาแฟของสินีนาฎ พอเห็นนางก็รีบเข้าไปหา ถามว่าพี่ธิปรู้เรื่องหรือยัง นางบอกว่าเขาเดินทางสวนกันไปสวนกันมา ตนติดต่อไม่ได้

“ใจเย็นๆนะนาง เดี๋ยวพอพี่ธิปกลับมา เขาต้องจัดการทุกอย่างให้เธอได้แน่ๆ เอาล่ะ ทีนี้เล่าทุกอย่างมาอย่างละเอียดว่ามันไปยังไงมายังไง ทำไมคนเก่งทุกเรื่องอย่างเธอถึงมาเสียท่ากับเรื่องนี้ได้ ขออย่างละเอียดนะ”

นางมองหน้าสายสุดาอย่างซึ้งใจ รวบรวมสติค่อยๆ เล่าให้ฟัง พอฟังนางเล่าจบ สายสุดาร้องอย่างรับไม่ได้ว่า

“เฮ้ย ทำไมยายสิพูดแบบนั้นล่ะ”

พอดีชัยพงษ์เอามอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดเปิดกล่องดูกุหลาบแดงดอกใหญ่สวยงามที่ตั้งใจเอามาให้สินีนาฎ เขาเข้ามาได้ยินสายสุดาถามนางพอดี ถามนางอย่างเป็นห่วงว่า “นางเป็นไง โอเคหรือเปล่า”

“โดนจับหมั้นกับคนที่ไม่ได้รักไม่โอเคหรอกค่ะพี่ชัยพงษ์”

“พี่เข้าใจ พี่ยังไม่อยากเชื่อเลยว่านางจะยอม” สายสุดาถามว่าแล้วสินีนาฎล่ะ “ไปเรียนครับ น่าจะเข้าร้านตอนบ่าย สายมีอะไรกับสิหรือเปล่า”

“มีค่ะ สายอยากจะถามสิว่าคิดอะไรหรืออะไรเข้าสิงอยู่ตอนที่บอกให้นางยอมรับหมั้นพี่ทัศนัย!”

“สาย...” นางพยายามไม่ให้เล่าแต่ไม่ทันแล้ว พอชัยพงษ์ได้ฟังถึงกับช็อก พรวดพราดออกจากร้านไปทันที

คืนนี้เมื่อสินีนาฎกลับถึงบ้านป้าทับทิมเจอชัยพงษ์จอดรถรออยู่ เขามองเธอนิ่งนาน เหมือนจะถามอะไร แต่ไม่กล้าถามเพราะกลัวคำตอบ จนสินีนาฎถามว่าเป็นอะไร เขาจึงโพล่งถามว่า

“สิเป็นคนบอกให้นางรับหมั้นพี่ทัศนัยหรือ” สินีนาฎอึ้ง ชัยพงษ์เสียงเข้มขึ้นว่า “พี่ถามว่าน้องสิเป็นคนขอให้นางรับหมั้นพี่ทัศนัยเหรอ” สินีนาฎมองหน้าเขาแทนคำตอบ ต่างจ้องหน้ากันนิ่ง

สินีนาฎพยายามหลีกเลี่ยงที่จะคุยกับชัยพงษ์แต่เขาตามไปพูดด้วยหัวใจสลายว่า

“สิกลัวว่านางจะลงเอยกับคุณธนาธิปมากขนาดนี้เลยเหรอ...สิรักคุณธนาธิปมาก ขนาดยอมส่งเพื่อนรักของตัวเองไปแต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รักเลยเหรอ”

สินีนาฎพยายามจะแก้ตัว แต่ชัยพงษ์เสียใจจนสุดจะทน ส่งกล่องดอกกุหลาบให้ พูดอย่างสะเทือนใจว่า

“พี่ตั้งใจเอามาให้สิวันนี้ จะเก็บหรือทิ้งไปก็ได้เพราะมันไม่ได้มีความหมายอะไร แล้วก็คงเป็นดอกสุดท้ายที่พี่จะให้ พี่ตั้งใจจะเอามาให้ มาบอกว่าพี่รักสิ แต่พี่ไม่ได้รักสินีนาฎคนนี้ สิตอนนี้ไม่ใช่สินีนาฎที่พี่รักตลอดมา” สินีนาฎถามว่าไหนบอกว่าจะเห็นด้านสวยงามของตนเสมอ “เอาไว้ถ้าสินีนาฎคนเดิมกลับมาเมื่อไหร่ เราค่อยมาว่ากันอีกทีแล้วกันค่ะ”

สินีนาฎใจหายเหมือนเพิ่งรู้ใจตัวเองว่าแอบมีเขาอยู่ในใจเสมอมา แต่นาทีนี้ชัยพงษ์ที่เคยอบอุ่น อ่อนหวานกับเธอตลอดมากลับมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า ใส่หมวกกันน็อก ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป

สินีนาฎหมดแรง ทรุดร้องไห้หนักอย่างรู้สึกถึงความสูญเสีย...

ooooooo

คืนนี้นางเข้าห้องนอนหยิบโทรศัพท์กดดูพบข้อความของธนาธิปบอกว่าขึ้นเครื่องแล้ว คิดถึงที่สุด อีกสิบชั่วโมงเจอกัน นางวางโทรศัพท์ล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนเพลียน้ำตาไหลพึมพำ “รีบกลับมาหานางเถอะค่ะคุณธิป”

เป็นความบังเอิญที่คัมพลก็กลับมาในเที่ยวบินเดียวกัน ธนาธิปถามว่าจะอยู่กรุงเทพก่อนหรือกลับภูเก็ตเลย

“อยู่กรุงเทพฯก่อนครับอยากเจอนางก่อน เอ่อ...ไม่ ค่อยได้เจอกันก็เลย...” คัมพลเผลอพูดถึงนาง เห็นธนาธิปชะงักก็ไปไม่เป็น หัวเราะแหะๆ แก้เกี้ยว ส่วนธนาธิปก็หน้าตึงแต่รีบเก็บอาการ

รุ่งเช้านางตื่นขึ้นมาเห็นโทรศัพท์มีสายโทร.เข้าชื่อ “ท่านขุน” นางลุกขึ้นลืมตาโพลง มองโทรศัพท์เหมือนเห็นแสงทองจากสวรรค์ เหมือนต้นไม้เหี่ยวเฉาได้รับน้ำทิพย์จากฟากฟ้าในเฮือกสุดท้าย...นางรีบกดรับอย่างตื่นเต้น

ธนาธิปบอกว่าจะเข้าไปหาวันนี้เข้าไปกราบคุณพ่อ คุณแม่เธอด้วย นางรีบบอกว่าไม่สะดวก ตนไปหาเขาดีกว่า

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

“นางมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับคุณธิป คุยที่บ้านไม่ได้ เดี๋ยวนางไปหานะคะ”

สายๆนางไปหาเขาที่คอนโด ทันทีที่เห็นหน้ากัน เขามองนางไม่วางตาบอกว่า

“คิดถึงนางมากๆเลยรู้ไหม มีของมาฝากเต็มเลยไม่รู้นางจะชอบหรือเปล่า” นางตอบทันทีว่าชอบ เขาถามอย่างพร้อมจะเปิดใจว่า “แล้วชอบคนให้บ้างไหม”

ทั้งสองต่างคุยกันอย่างเปิดใจถึงความรู้สึกที่มีต่อกัน ธนาธิปบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะไปหาคุณพ่อคุณแม่เธอ ไปเรียนท่านว่า...แล้วเขาก็ชะงักเมื่อเห็นแหวนเพชรที่นิ้วนางซ้ายของนาง ถามว่านี่มันอะไร นางบอกว่าตอนที่เขาไม่อยู่คุณพ่อบังคับให้ตนหมั้นกับทัศนัย

ธนาธิปอารมณ์ขาดผึง! อึ้ง เหวอ งง ตกใจแล้วกลายเป็นโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็น นางได้แต่มองเขาน้ำตาคลอ...

นางร้องไห้อย่างหนัก ธนาธิปส่งผ้าเช็ดหน้าให้ถามว่าทำไมเธอไม่บอกพ่อว่าเรารักกัน นางบอกว่าตนไม่แน่ใจว่าเขารักตนเพราะเขาไม่เคยบอกรัก ธนาธิปบอกว่าตนรอเวลาที่เหมาะสม คว้ามือนางไปถอดแหวนหมั้นบอกว่าไว้รอใส่แหวนตนคนเดียว ถามว่านางรักตนหรือเปล่า นางขอไม่ตอบ เขาถามว่าทำไม

“ก็...ก็นาง...นางอายนี่คะ” ตอบแล้วก้มหน้างุด ธนาธิปยิ้มอย่างเอ็นดู ดึงนางเข้าไปกอด นางใจเต้นแรงเมื่อได้รับสัมผัสแรกจากเขา...ธนาธิปกอดนางไว้แนบอก บอกว่า

“ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ผมไม่ยอมให้นางแต่งงานกับคนอื่น ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”

ธนาธิปกอดจูบนางอย่างไม่ปิดบังความรู้สึกอีกแล้ว นางเองปล่อยไปตามใจปรารถนา ครู่เดียวก็ผละออกบอกว่าไม่ควร เพราะแมเดิมสอนว่ามันไม่ดีถ้าไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม

“ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนี้กับใครอีก แถมให้อีกข้อ ผมจะไม่ทำแบบนี้กับนางด้วย จนกว่าจะถึงเวลาที่สมควร” นางขอบคุณ เขาบอกนางว่า “ผมรักนาง” นางบอกว่าทราบแล้ว “ทราบแล้วก็ไม่เป็นไร จะแจ้งให้ทราบเรื่อยๆ”

ooooooo

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 13 วันที่ 17 ต.ค.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ