อ่านละครนาคี ตอนที่ 13/2 วันที่ 15 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 13/2 วันที่ 15 ต.ค.59

สมมาตรเอามือตบเบาๆที่หน้าทศพล เช็คดูว่าประสาทยังดีอยู่หรือเปล่า“นี่แกคิดมากเรื่องเมียตาย จนเพ้อเห็นภาพหลอนหรือเปล่าวะไอ้พล”
วันชนะกังวล “ท่าทางจะอาการหนักว่ะ ฉันว่าเตรียมส่งมันไปอยู่หลังคาแดงได้เลย”
“ฉันไม่ได้บ้านะเว้ย ไอ้มาตร ไอ้นะ คำแก้วยังไม่ตายจริงๆ คำแก้วกลับมาหาฉันที่กระต๊อบตอนใกล้สว่าง”
ประกิตกลัว “ใกล้สว่าง! ชัดเลย! ผีชัวร์!“

“ผีบ้าผีบออะไรวะ ฉันไม่ได้เห็นคำแก้วคนเดียว น้าคำปองก็เห็น พวกแกรู้แล้ว ก็ปิดปากให้สนิท อย่าให้ใครรู้เด็ดขาดว่าคำแก้วยังไม่ตาย แม้กระทั่งพิมพ์พรกับเจิดนภา”
เพื่อนทศพลทั้งสี่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าคำแก้วยังไม่ตาย



ระหว่างทางไปเถียงนา วันชนะ ประกิต สมมาตร เชษฐ์ ยังคาใจเรื่องที่ทศพลบอก
วันชนะเอ่ยขึ้น “พวกแกเชื่อเรื่องที่ไอ้พลมันพูดรึเปล่าวะ”
เชษฐ์ไม่แน่ใจ “เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คำแก้วอาจจะตาย หรืออาจจะยังไม่ตายก็ได้”
สมมาตรเป็นห่วงเพื่อน “หวังว่าไอ้พลคงไม่ได้สติแตกเห็นภาพหลอนคำแก้วลอยไปลอยมานะเว้ย”
ประกิตผวา “ตอนยังอยู่ เป็น “งูผี” ก็น่ากลัวจะแย่ ตอนนี้คำแก้วตายไปแล้วเป็น “ผีงู” จะน่ากลัวสักแค่ไหนวะ”
เชษฐ์มองในแง่ดี “บางทีคำแก้วอาจจะยังไม่ตายก็ได้ “
วันชนะยังไม่สบายใจ “ยังไงไอ้พลมันก็เพื่อน ฉันว่าพวกเราลองบอกมันอีกทีมั้ยว่าเมียมันเป็นงู “
เชษฐ์เตือน “สัจจัง เว อมตะ วาจา...ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนที่พูดความจริงอาจตายได้”
ประกิตชักไม่กล้า “ถ้าพูดแล้วตายก็อย่าเสี่ยงดีกว่า จะได้ตายช้าหน่อย”
ทั้งสี่ต่างก็เป็นห่วงทศพล

เวลากลางคืน เสียงหรีดหริ่งเรไรร้องระงม ทศพลผุดลุกผุดนั่ง ชะเง้อคอรอคำแก้วอย่างกระวนกระวายใจที่หน้ากระต๊อบ
คำแก้วกลับมาบ้าน ทศพลเข้าไปหาอย่างเป็นห่วง “คำแก้ว... ไปถือศีลพี่ไม่ว่า แต่ทำไมถึงกลับเอาป่านนี้ พี่เป็นห่วงรู้มั้ย”
“กำนันแย้มส่งคนออกล่าตัวคำแก้วแทบจะพลิกดอนไม้ป่า ต้องรอจนกว่าตะวันตกดิน คำแก้วถึงจะกลับมาหาพี่ได้”
“ทำไมไอ้คนพวกนี้ มันถึงได้ตามราวีคำแก้วไม่ยอมเลิกรา”
“อย่าหาเหตุผลของคนพาลเลย ไม่มีหรอก พวกมันทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะกำจัดคำแก้ว”
“ตราบใดที่พี่ยังอยู่ พี่จะไม่ยอมให้พวกมันทำอะไรคำแก้วเป็นอันขาด”
ทศพลจ้องตาคำแก้วด้วยความมุ่งมั่น ทำให้คำแก้วเผลอยิ้มออกมา “พี่หิวมั้ย เดี๋ยวคำแก้วรีบทำกับข้าวให้พี่กินนะ”
“จ้า... คำแก้วเมียพี่น่ารักที่ซู๊ด.....”
คำแก้วเลี่ยงไปที่ครัว

คำแก้วตำน้ำพริกอยู่ในครัว ที่หน้าต่างกลุ่มเพื่อนทั้ง 4 ค่อยๆโผล่หัวออกมาแอบดูคำแก้วทีละคนๆ
ประกิตโผล่หัวขึ้นมาดูเป็นคนสุดท้าย พอเห็นคำแก้วเข้า ก็ช็อก “ผะ..ผะ...ผี !!!! “
สมมาตรและเชษฐ์ ช่วยกันเอามือปิดปากวันชนะและประกิตที่กำลังจะแหกปากร้องด้วยความตกใจ คำแก้วเห็นอะไรแว้บๆที่หน้าต่างก็เงยหน้าขึ้นมอง แต่หัวของทั้งสี่ผลุบหายไปอย่างรวดเร็ว คำแก้วไม่สนใจ ตำน้ำพริกต่อไป

เหล่าเพื่อนๆ ทศพลวิ่งหน้าตั้งมาหยุดมาหอบแฮกๆ ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่ไกลจากกระต๊อบทศพลนัก
ประกิตเสียงสั่น “พวกแกเห็นเหมือนที่ฉันเห็นรึเปล่าวะ”
วันชนะโวย “ไม่เห็นก็ตาบอดแล้ว จะจะขนาดนั้น”
เชษฐ์สงสัย “ตกลงนั่นผีหรือคนกันแน่วะ”
สมมาตรท้วง “โธ่!! ขนาดหลวงปู่อย่างแกยังดูไม่ออก แล้วพวกฉันจะไปดูออกได้ยังไง”
วันชนะสรุป “คนหรือผีไม่รู้ แต่คำแก้วกลับมาหาไอ้พลแน่ๆ”
พิมพ์พรยืนอยู่ทางด้านหลังทั้งสี่ “นังคำแก้วมากลับมาแล้วเหรอ“
ประกิตย้อน “ก็เออสิ ! ตำน้ำพริกโป๊กๆๆๆจนทุ่งสะเทือนอยู่ในครัวโน่น”
ทั้งสี่แปลกใจ ว่าใครถาม ค่อยๆหันไปมองพร้อมกัน “ยัยพิมพ์ !!”
“กลับมาแล้วก็ดี คราวนี้มันได้ตายจริงแน่”
เจิดนภาตกใจ “เดี๋ยว! ยัยพิมพ์ ใจเย็นๆก่อน”
พิมพ์พรไม่รอช้า บุกไปยังกระต๊อบทศพลทันที
วันชนะหวั่นใจ “ฉิบโหงแล้วคราวนี้ คนกับผีจะได้ตีกันตาย !”
ประกิตเตือน “รีบไปช่วยกันห้ามทัพเร็ว”
เพื่อนทั้งสี่รีบวิ่งตามพิมพ์พรไปห้ามทัพทันที

คำแก้วกำลังกินน้ำพริกปลาร้ากับทศพล
อยู่ๆ เสียงพิมพ์พรทุบประตูดังปังๆๆๆ ส่งเสียงตะโกนโหวกเหวก “เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะพล!!“ คำแก้วกับทศพลมองหน้ากันเลิ่กลั่ก กลัวว่าความจะแตก “จะเปิดหรือไม่เปิด ถ้าไม่เปิดพิมพ์จะพังเข้าไปเดี๋ยวนี้ !”
คำแก้วตกใจ ไม่อยากมีเรื่องกับพิมพ์พร

ทศพลเปิดประตูให้ พิมพ์พรหน้าตาเอาเรื่อง รีบผลักประตูเข้าไปทันที ชูว่านพญาลิ้นงูในมือหรา “ไหนนังคำแก้วมันอยู่ไหน ! นังงูผี ออกมาเดี๋ยวนี้นะ” พิมพ์พรเดินสำรวจจนทั่วกระต๊อบแต่ไร้วี่แววของคำแก้ว
“นี่มันอะไรกันพิมพ์ ดึกดื่นป่านนี้ยกโขยงกันมาทำไม”
พวกเพื่อนๆตามมาสมทบ ยิ้มแหยๆให้ทศพล
เจิดนภาต่อว่า “เอ้า! เป็นใบ้หรือไง พวกแกบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเห็นนังคำแก้วน่ะ”
ทศพลจ้องเพื่อนๆทั้งสี่ตาเขียว ที่เก็บความลับไว้ไม่อยู่
วันชนะรีบแถ “เปล๊า.... พวกฉันขาดวิตามินเอ ก็เลยตาฝาดตอนกลางคืนน่ะ“
ประกิตแกล้งหาวหวอดๆ “ฉันง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะ“
สมมาตรตั้งท่าเผ่นตาม “ฉันไปด้วย เพิ่งนึกขึ้นได้ ฉันตากผ้าไว้ ลืมเก็บ เดี๋ยวกระสือมาเช็ดปาก”
เจิดนภารีบเข้ามาขวาง “ยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น จนกว่าพวกแกจะเป็นพยานว่านังคำแก้วยังไม่ตาย”
ทศพลไล่ “พิมพ์ ถ้าจะมาหาเรื่องก็กลับไปซะ “
พิมพ์พรเห็นน้ำพริกปลาร้าที่คำแก้วกับทศพลกินค้างอยู่ “ไม่ยักรู้ว่าพลตำน้ำพริกปลาร้าเป็นกับเขาด้วย“
เหล่าเพื่อนๆ หน้าถอดสี กลัวว่าความจะแตก
ทศพลแก้ตัว “อะไรที่ทำไม่เป็น ก็หัดกันได้...คำแก้วเคยสอนให้ผมทำกับข้าวพวกนี้“
“งั้นเหรอคะ แล้วข้าวนี่ล่ะ พลคดไว้กินเองทั้งสองจานเลยหรือไง”
“พิมพ์ เมื่อไหร่คุณจะเลิกยุ่งเรื่องของผมเสียที“
“ก็จนกว่านังคำแก้วมันจะไปลงนรก”
“ต่อให้ไม่มีคำแก้ว ผมก็ไม่มีวันรักผู้หญิงใจคอโหดเหี้ยมอย่างคุณ อย่าทำให้ผมต้องเสียความรู้สึกกับพิมพ์มากไปกว่านี้เลย ทุกวันนี้แม้แต่หน้าพิมพ์ ผมก็ยังไม่อยากจะมอง”
“พล !!” พิมพ์พรโกรธจนตัวสั่น จนเจิดนภาต้องเตือนสติ
เจิดนภากระซิบกับพิมพ์พร “บรรยากาศเริ่มตึงเครียด กลับกันก่อนมั้ย“
“หนีอะไรก็หนีได้ แต่พลไม่มีวันหนีความจริงพ้น นังคำแก้วมันเป็นงู!“ พิมพ์พรมองทศพลอย่างร้าวรานใจที่เขาไม่สนใจใยดีเธอแม้แต่น้อย ก่อนจะสะบัดหน้าลงจากกระต๊อบไป
เพื่อนๆของทศพลรีบเพ่นลงจากกระต๊อบตามๆกันไป คำแก้วแอบอยู่อีกด้านหนึ่งของกระต๊อบ ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด กังวลใจไม่น้อย

พิมพ์พรที่เดินออกมายังหัวเสียไม่หาย “นังคำแก้วมันต้องกลับมาหาพลแน่ๆ”
“กระต๊อบหลังเท่ารังหนู ถ้านังคำแก้วมันอยู่ เราก็ต้องเห็นมันแล้วสิ บางทีไอ้สี่คนนั่นอาจจะตาฝาดก็ได้”
“นังคำแก้วมันไม่ใช่คน มันจะล่องหนหายตัวได้ทั้งนั้น”
“งูหายตัวได้ด้วยเหรอ” เจิดนภาถามซื่อๆ
พิมพ์พรหันมาจ้องตาเขียวใส่ “ก็มันเป็นงูผีน่ะสิ !” เจิดนภายิ้มจ๋อย ถูกพิมพ์พรข่มตลอดเวลา “นังคำแก้วมันรนกลับมาหาที่ตายแท้ๆ“ พิมพ์พรสายตาอาฆาตแค้น ไม่ยอมลดราวาศอกง่ายๆ

ทศพลล็อคประตูเรียบร้อยแล้ว ก็ส่งเสียงเรียกคำแก้ว “คำแก้วออกมาเถอะ พวกนั้นไปกันหมดแล้ว” คำแก้วค่อยๆเดินออกมา สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก “กลัวเหรอ ดูสิ หน้าซีดเชียว”
“ไม่มีอะไรที่คำแก้วกลัวยิ่งไปกว่าการพลัดพราก”
“คำแก้วกลัวว่าพี่จะทิ้งคำแก้วเหรอ ไม่มีวันซะหรอก”
“พี่รักคำแก้วเพราะอะไร”
“รักก็คือรัก ไม่มีเหตุผล พี่อยู่ใกล้คำแก้วแล้วมีความสุข อยากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันจนแก่ก็แค่นั้น สำคัญด้วยเหรอว่าต้องรักเพราะอะไร”
“รอคำแก้วอีกหน่อยนะ อีกไม่นาน คำแก้วจะยอมเป็นของพี่ เราจะมีความสุขด้วยกันตามประสาผัวเมีย จนกว่า...ความตายจะพรากเราไปจากกัน”
ทศพลรีบปิดปากคำแก้ว “ไม่เอา... พี่ไม่อยากได้ยินคำนี้ อย่าพูดเรื่องเป็นเรื่องตายให้พี่ได้ยินอีก ฟังแล้วพี่ใจไม่ค่อยดี”
คำแก้วพยักหน้า รับคำ ทศพลยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นดูไร้เดียงสาเหมือนเด็ก คำแก้วหัวใจแทบละลาย
กระต๊อบทศพล จวนฟ้าสาง ท้องฟ้าใกล้สว่างแล้ว คำแก้วที่นอนอยู่ข้างๆ ทศพลลืมตาตื่นขึ้นมา คำแก้วลุกขึ้นมามอง เห็นทศพลยังหลับอยู่ คำแก้วมองใบหน้าทศพลที่หลับอยู่ด้วยความพิศวาส คำแก้วตัดใจ ฟ้าใกล้จะสว่างแล้ว ค่อยๆเปิดมุ้ง แล้วย่องออกนอกกระต๊อบไป หลังคำแก้วออกไปไม่ทันไร ทศพลก็ลืมตาตื่นขึ้น หันไปไม่เห็นคำแก้วเสียแล้ว

คำแก้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งมุ่งหน้าตรงไปยังเทวาลัยก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น
ทศพลตามคำแก้วมา ส่งเสียงตะโกนเรียก “คำแก้วรอพี่ด้วย!“
คำแก้วได้ยินเสียง หันกลับมาใจหายวาบเมื่อเห็นทศพลตามมา “พี่พล!”
“ให้พี่ขึ้นไปถือศีลกับคำแก้วด้วยนะ พี่สัญญาว่าจะไม่รบกวนคำแก้วเลย”
“พี่พล กลับไปซะ คำแก้วขอร้อง”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 13/2 วันที่ 15 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ