อ่านละครนาคี ตอนที่ 13/3 วันที่ 15 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 13/3 วันที่ 15 ต.ค.59

คำแก้วได้ยินเสียง หันกลับมาใจหายวาบเมื่อเห็นทศพลตามมา “พี่พล!”
“ให้พี่ขึ้นไปถือศีลกับคำแก้วด้วยนะ พี่สัญญาว่าจะไม่รบกวนคำแก้วเลย”
“พี่พล กลับไปซะ คำแก้วขอร้อง”
“พี่เป็นห่วงคำแก้ว กลัวว่าพวกกำนันแย้มจะตามขึ้นไปรังควาน ให้พี่ตามไปด้วย มันจะได้ไม่กล้ารังแกคำแก้วอีก”
ทศพลวิ่งมาจับมือคำแก้วเอาไว้
คำแก้วแหงนมองท้องฟ้าใกล้สว่างเต็มทน “พี่พล ปล่อยคำแก้ว ไม่มีเวลาแล้ว คำแก้วต้องไปแล้ว”
“คำแก้วมีอะไรปิดบังพี่ มีอะไรทำไมไม่บอกพี่ตรงๆ แค่ถือศีล ทำไมถึงต้องรีบร้อนขนาดนั้นด้วยห๊ะ คำแก้ว”

พระอาทิตย์โผล่พ้นก้อนเมฆ สาดแสงส่องมายังร่างคำแก้ว ควันขึ้นจากผิวหนังคำแก้วกำลังจะกลายร่างเป็นงู คำแก้วตาโต ความลับต้องแตกแน่คราวนี้


ทันใดนั้น เสียงพิมพ์พรก็ดังขัดจังหวะขึ้น “นั่น! นังคำแก้วมันอยู่นั่น !”
สายตาทศพลหันไปเห็นพิมพ์พรนำพวกของกำนันแย้มตามมา คำแก้วได้โอกาส อาศัยช่วงที่ทศพลเผลอ สลัดจนหลุด แล้วรีบวิ่งหนีไปที่เทวาลัยทันที
“คำแก้ว !!!” ทศพลละล้าละลังทั้งเป็นห่วงคำแก้ว ทั้งโกรธพิมพ์พร
ทศพลประจัญหน้ากับพวกกำนันแย้ม ไม่ยอมให้ตามคำแก้วไป บุญส่ง กำนันแย้ม กอ หมออ่วม ถือดาบเหล็กไหลชูหรามาแต่ไกล
หมออ่วมประกาศ “ไหน ! นังคำแก้วมันอยู่ไหน ข้าจะเอาดาบเหล็กไหลฟันนังงูผีให้ตายห่าตายโหงเดี๋ยวนี้”
ทศพลหันมองทุกคนที่พากันแห่มาอย่างเอาเรื่อง “ใครกล้าแตะต้องเมียผม ก็ลองดู”
กำนันแย้มสั่ง “หลีกไป! ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ไอ้เด็กเมื่อวานซืน”
“ถึงผมจะเป็นเด็กเมื่อวานซืน ก็ยังดีกว่าคนที่รังแกผู้หญิง พวกหน้าตัวเมีย”
“ปากกล้านักนะมึง! เฮ้ย ! สั่งสอนมัน!“ กำนันแย้มโกรธจัด บุ้ยหน้าให้สมุนร่างกำยำเข้าไปจัดการทศพล
ทศพลถูกสมุนกำนันแย้มต่อยที่ท้องจนนอนจุกกับพื้น
พิมพ์พรห้าม “พอแล้ว อย่าทำเค้า!“
บุญส่งพยักเพยิดกับกำนันแย้ม ว่าให้ปล่อยทศพลไป “นังคำแก้วมันหนีไปทางเทวาลัย รีบตามมันไปเร็ว !”
บุญส่งนำพวกของกำนันแย้มตามคำแก้วไปที่เทวาลัย ทศพลนอนตัวงออยู่ที่พื้น พิมพ์พรมองด้วยความสงสารระคนหมั่นไส้

กำนันแย้ม บุญส่ง กอ หมออ่วม และบรรดาสมุนถืออาวุธครบมือบุกมาถึงหน้าเทวาลัย
กำนันแย้มบ่น “กลิ่นสาบงูแรงชะมัดยาด นังงูผีมันต้องซ่อนตัวอยู่ในนี้แน่ๆ”
บรรยากาศวังเวง แฝงด้วยความน่ากลัวของเทวาลัย ทำเอาสมุนมองอย่างหวาดๆ กลืนน้ำลายเอื๊อก
บุญส่งสั่ง “ไม่ต้องไปกลัวมัน ! บุกเข้าไปเลย !”
กอหวาดๆ “ชักเสียวสันหลังวาบๆ หมออ่วมนำเข้าไปสิ พวกข้าจะได้ตาม”
“วันนี้ล่ะ ข้าจะเอาเลือดนังเจ้าแม่นาคีเซ่นสังเวยดาบเหล็กไหลของข้า” หมออ่วมชักดาบเหล็กไหลออกจากฝักชูโร่ก้าวขึ้นบันไดไปอย่างฮึกเหิม
บุญส่ง กำนันแย้มและกอก้าวตามแต่ละคนย่ำขึ้นไปบนเทวาลัย

คำแก้วตัวขึ้นเกล็ดเมื่อถูกแสงอาทิตย์หนีเข้ามายังเทวาลัย หูของคำแก้วได้ยินเสียงฝีเท้าผู้บุกรุกเทวาลัยด้วยสัญชาตญาณงูที่มีอยู่ในตัว คำแก้วรู้สึกถึงภัยที่กำลังจะมาถึง คิดหาทางหนีทีไล่ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า คำแก้วหนีเข้าไปยังซุ้มประตู หนีลงไปยังถ้ำใต้ดิน หายวับเข้าผนังเทวาลัยไป

บุญส่ง กำนันแย้ม กอ หมออ่วมเดินนำสมุนเข้ามา บุญส่งตาลุกวาวเมื่อเห็นเทวรูปที่ประดับเรียงรายอยู่ในเทวาลัย
กอหันไปพูดกับบุญส่งอย่างละโมบโลภมาก“สมบัติโบราณพวกนี้ ถ้าเอาไปขายนายฝรั่งคงได้หลายสตางค์”
บุญส่งหมายมั่นปั้นมือ “กำจัดนังเจ้าแม่ได้เมื่อไหร่ ข้าจะเอาคนมาขนให้เกลี้ยง”
กำนันท้วง “ผมเป็นกำนันที่นี่ อย่าลืมส่วนแบ่งของผมล่ะ”
หมออ่วมวางก้าม หันมาตวาดเสียงแข็ง “มัวแต่ตะลึงตะไลอยู่นั่นแหละอยากเป็นผีเฝ้าสมบัติอยู่ในเทวาลัยนี่หรือไง”
ทุกคนจำต้องยอมหุบปากแบบเสียไม่ได้
กอกระซิบเบาๆกับบุญส่ง “ทำเป็นวางท่าไปเถอะ หมดประโยชน์เมื่อไหร่ ข้าจะยุให้กำนันกำจัดไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์นี่ซะ”
บุญส่งหันมาสบตากับกอ ยิ้มนิดๆที่มุมปากเห็นพ้องต้องกัน
กำนันแย้มสั่ง “แยกกันค้นหาให้ทั่ว ลากตัวมันออกมาให้ได้”
สมุนกำนันแย้มแยกกันออกตามหาคำแก้วให้ควั่ก

บุญส่งก้มลงมองช่องโพรงลึกด้านหลังรูปสลักพญานาคที่ทศพลเคยตกลงไปข้างล่าง “นังคำแก้วมันต้องเลื้อยหนีลงไปในถ้ำทางนี้แน่ๆ”
กอหนักใจ “ทั้งมืด ทั้งลึกแบบนี้ เราจะตามมันลงไปได้ยังไง ดีไม่ดีตกไปแข้งขาหัก”
“เอาเชือกมา”
ลูกน้องกำนันแย้มเอาเชือกมายื่นให้บุญส่ง บุญส่งจัดการมัดเชือกกับฐานรูปปั้นขณะที่กำลังจะโรยตัวลงไป คบไฟที่ทุกคนถือมาก็ดับพรึ่บพร้อมกัน เสียงแสกสากของงูวัชระปราการเลื้อยดังน่ากลัว พร้อมๆ กับกลิ่นสาบงูคลุ้งไปทั่ว
กออุทาน “สะ..เสียง..นั่น !”
กำนันแย้มเตือน “กลิ่นสาบงู ทุกคนระวังตัวให้ดี“
ชาวบ้านและลูกน้องกำนันเริ่มผวา ถอยหลังกรูดเข้ามารวมตัวกันอย่างระวังภัย บุญส่ง หมออ่วม กำนันแย้ม และกอ หน้าเครียด เสียงแสกสากดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะปรากฏกองทัพงูบริวารเลื้อยกันเข้ามาทุกสารทิศ
กำนันแย้มตาเหลือก “เฮ้ย!! งู!!!!”
บุญส่ง และกอ เห็นกองทัพงูก็มองตะลึง ล้อมเข้ามาทุกทิศ เต็มพรืดไปหมด
บุญส่งโมโห “งูระยำ!“
งูวัชระปราการจะฉกหมออ่วม แต่หมออ่วมกวัดแกว่งดาบเหล็กไหลในมือ งูวัชระปราการไม่กล้าเข้าใกล้
หมออ่วมเตือนทุกคน “พวกมันเป็นงูบริวารเจ้าแม่นาคี !”
กำนันแย้มสั่ง “ฆ่ามันให้หมด !!!”
บุญส่งได้สติก่อน รีบคว้าปืนขึ้นมายิงงู เสียงดังเปรี้ยง ก้องไปทั่วเทวาลัย สมุนกำนันแย้มที่ถือดาบและอาวุธอื่นๆ มา พยายามใช้อาวุธสู้กับงู สมุนคนหนึ่งโดนงูวัชระปราการฉกล้มลง ฝูงงูเข้ากลุ้มรุมฉกทึ้งเนื้ออย่างรวดเร็ว ทุกคนช็อก สยดสยอง
กอเร่ง “รีบทำอะไรสักอย่างสิวะหมออ่วม”
หมออ่วมชูดาบหรา “เข้ามาเลย กูไม่กลัวหรอกโว้ย”
“ปัดโธ่โว้ย!!! ข้าให้จัดการมัน ไม่ใช่ให้ท้าทายมัน เอ็งมีดาบเหล็กไหลแต่พวกข้าไม่มีนะโว้ย”
“ดาบนี่เคยฟันนังปีศาจงูปางตายมาแล้ว นับประสาอะไรกับพวกงูบริวารชั้นต่ำพวกนี้ เอ็งคอยดูก็แล้วกัน”
หมออ่วมยกดาบขึ้นตวัดไปทางฝูงงู ฝูงงูแหวกเป็นทางก่อนเลื้อยหนีไปอย่างรวดเร็ว กลัวดาบเหล็กไหล
ทุกคนฮือฮาในความศักดิ์สิทธิ์ของดาบเหล็กไหล ทันใดนั้น สมุนคนหนึ่งก็ร้องโวยวายล้มลง นอนตายตาเหลือกโพลง ที่หัวมีรอยถูกงูฉก
“อ๊ากกกกกก !!!! “
ทุกคนเงยหน้ามองข้างบน ต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นฝูงกองทัพงูที่เลื้อยลงมาตามเสาเทวาลัยด้านบน แล้วทิ้งตัวลงกลางรัดคอสมุนกำนันแย้ม แล้วฉกตายร่วงลงไปทีละคนจนเกลี้ยง
บุญส่งเห็นท่าไม่ดีรีบหันบอกกำนันแย้ม “ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่หมด ยิ่งฆ่า พวกมันก็ยิ่งแห่กันมา“
กำนันแย้มประกาศ “เราสู้มันไม่ไหวแน่ ไอ้หมออ่วม ถอยก่อนโว้ย!!”
“กูเผ่นก่อนล่ะ!“ กอวิ่งนำคนแรก
หมออ่วมร้อง “ไอ้กอ รอกูด้วย !!!“
บุญส่ง หมออ่วม กำนันแย้ม กอ รีบวิ่งหนีตายออกมาจากเทวาลัย งูวัชระปราการกลายร่างเป็นมนุษย์ยืนมองสายตาเหี้ยมเกรียม

ที่ถ้ำใต้เทวาลัย วัชระปราการเข้ามารายงานเจ้าแม่นาคี “พวกมันไปกันหมดแล้วเจ้าแม่ “
ฉัตรสุดาไม่พอใจ “เมื่อไรพวกมันจักเลิกตามจองล้างจองผลาญเจ้าแม่เสียที”
“ก็จนกว่าชีวิตของพวกมันจักฉิบหายเยี่ยงไรเล่า”
เจ้าแม่นาคีเศร้าใจ “ข้าไม่อยากก่อกรรมทำเข็ญอีกแล้ววัชระปราการ บาปบุญเป็นเช่นไร ข้าแจ้งแก่ใจแล้ว ที่ข้าต้องเป็นนางพญางูเผือกอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นเพราะวิบากกรรมเมื่อพันปีก่อนที่ข้าเคยทำไว้”
เลื่อมประภัสปลอบ “อีกไม่นาน คำสาปสรรของท่านท้าวศรีสุทโธนาคก็จักเสื่อมคลาย เจ้าแม่จักได้เป็นมนุษย์สมดังปรารถนา”
วัชระปราการสายตาหม่นลงเล็กน้อย
ฉัตรสุดายังไม่สบายใจ “แต่ดาบเหล็กไหลยังอยู่ในมือคนชั่ว พวกมันคงไม่เลิกราแค่นี้แน่”
วัชระปราการหนักใจ “งูอย่างพวกเรามิอาจเข้าใกล้ดาบเหล็กไหลได้ จักมีก็แต่มนุษย์เท่านั้น”
“นางคำปองเคยเสี่ยงชีวิตเข้าไปขโมยดาบนั่นมาให้ข้า แต่ก็ไม่สำเร็จ ข้าไม่อยากให้ใครต้องมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อข้าอีกแล้ว”
เลื่อมประภัสเปรย “จักมีผู้ใดเล่าที่หาญกล้าล้างอาถรรพณ์ดาบเล่มนั้นได้ “
เจ้าแม่นาคีได้ฟังด้วยดวงตาเปี่ยมด้วยความกังวล

พวกบุญส่งหนีกลับมาตั้งหลักที่บ้านกำนันแย้ม
บุญส่งหงุดหงิด “เจ็บใจนัก เกือบจะล่านังปีศาจงูได้อยู่แล้วเชียว”
กำนันแย้มฉุน “นังงูผีมันเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก คนของข้ากี่คนๆถูกมันฆ่าตายเรียบ”
กอต่อว่า “ไหนว่าดาบเอ็งศักดิ์สิทธิ์นักศักดิ์สิทธิ์หนาไงวะ ทำไมถึงสู้กับมันไม่ได้”
หมออ่วมเถียง “งูเป็นกองทัพแบบนี้ ดาบเหล็กไหลก็เอาไม่อยู่หรอกโว้ย”
กำนันแย้มคิดๆ “ตราบใดที่มันยังมุดหัวอยู่ในถ้ำใต้เทวาลัย เราก็ทำอะไรมันไม่ได้”
“ดาบเหล็กไหลอยู่ในมือเรา มันหนีได้ก็ให้มันหนีไป กลับมาเมื่อไหร่ มันก็ลงนรกเมื่อนั้น” บุญส่งพูดด้วยความแค้นจัด ขบกรามเป็นสันนูน

ทางด้านทศพลปรับทุกข์กับเพื่อนๆ “ฉันเป็นห่วงคำแก้วว่ะ ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้”
วันชนะเปรย “คำแก้วเป็นงูบริวารเจ้าแม่นาคี ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก”
สมมาตรเห็นวันชนะปากหมา เลยหยิกหัวนมจนวันชนะหน้าเบี้ยว “นั่นปากหรือฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัขห๊ะ ! “

อ่านละครนาคี ตอนที่ 13/3 วันที่ 15 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ