อ่านละครนาคี ตอนที่ 13/5 วันที่ 15 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 13/5 วันที่ 15 ต.ค.59

วันชนะปราม “ค่อยๆพูดค่อยๆจากันก็ได้ คำแก้วไม่ได้กลับมาที่นี่ ส่วนไอ้ทศพลก็ถูกกำนันกระทืบจนป่านนี้ยังสลบเหมือดไม่รู้สึกตัว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ละกัน”
กำนันแย้มไม่ฟัง “กูไม่เชื่อ ! ผัวมันอยู่นี่ นังคำแก้วมันต้องกลับมาหามัน”
เสียงพวกชาวบ้านต่างผสมโรง เห็นดีเห็นงามตามกำนันแย้ม
ประกิตพูดเบาๆกับวันชนะ “ทำไมชาวบ้านที่นี่ถึงได้พูดยากพูดเย็นกันนักวะ”
กำนันแย้มตะโกน “ไอ้ทศพล มึงได้ยินกูมั้ย กูบอกให้มึงพาเมียมึงออกมาเดี๋ยวนี้”

กอออกความเห็น “ถ้ามันไม่ยอมออกมาก็เผากระต๊อบมันเลย“


ชาวบ้านเซ็งแซ่ “เผามันเลย ! เผามัน !”
สมมาตรตกใจ “เฮ้ย! อย่านะ! จะวางเพลิงกันเลยเหรอ”
“เอาเว้ย ! เผามันให้ราบ!“ กำนันแย้มคว้าไต้จากลูกบ้านแล้วโยนใส่หลังคากระต๊อบทศพลทันที
ชาวบ้านคนอื่นๆโยนตาม หลังคาตับจากติดไฟลุกพรึ่บ ลามอย่างรวดเร็ว เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี
เชษฐ์ตกใจ “ไอ้พล ! “
พวกเพื่อนๆจะเข้าไปช่วยทศพล แต่ไม่ทันเสียแล้ว ไฟลุกท่วมกระต๊อบ ทศพลติดอยู่ข้างใน
วันชนะต่อว่า “ไอ้พลยังอยู่ข้างใน กำนันกะจะเผามันทั้งเป็นเลยเหรอ !”
“มันดื้อด้านไม่ยอมออกมาเอง ช่วยไม่ได้โว้ย” กำนันแย้มยิ้มสะใจ หาเรื่องแก้แค้นที่ทศพลขโมยดาบเหล็กไหล
สมมาตรสติดีกว่าเพื่อน “เฮ้ย ! ยืนบื้อกันอยู่ได้ รีบหาน้ำมาดับเข้าสิวะ เดี๋ยวไอ้พลก็เกรียมเป็นปลาดุกย่างกันพอดี”
เพื่อนๆของทศพลวิ่งกันวุ่น ช่วยกันหาน้ำมาดับไฟ

ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็คำรามครืน ก่อนที่สายฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างแรง
กอโมโห “ฝนบ้าอะไรเทลงมาตอนนี้ !! “
ไฟที่ไหม้กระต๊อบทศพลมอดดับลงอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น กำนันแย้มก็เห็นร่างหนึ่งก้าวออกมาจากกระต๊อบทศพล ถึงกับตาเหลือกตาค้าง คำแก้วก้าวออกมาจากกระต๊อบ ท่าทางน่าเกรงขาม
กำนันแย้มคำราม “นังคำแก้ว!!!”
เพื่อนทั้งสี่ กอ และพวกชาวบ้านต่างตกตะลึงไม่แพ้กัน
ประกิตเสียงสั่น “คะ....คะ....คำแก้ว !”
“กำนันอยากเจอฉันนักไม่ใช่เหรอ ฉันอยู่นี่แล้วไง!“
ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาใกล้ๆบริเวณที่กำนันแย้มยืนอยู่! พวกชาวบ้านต่างหวาดกลัว วิ่งหนีกระเจิดกระเจิง กระจัดพลัดพรายกันไปหมด
“ฉันเปล่านะจ๊ะ แม่คำแก้ว กำนันให้ฉันมาเป็นเพื่อนเฉยๆ” กอพูดจบก็เผ่นแน่บ โกยป่าราบ หนีเตลิดไป
กำนันแย้มด่า “ไอ้กอ ! ทิ้งกูเลยนะมึง ! “
“ฉันทำอะไรให้ กำนันถึงได้จงเกลียดจงชังฉันนัก”
“มึงฆ่าลูกกู อีงูผี สักวันกูจะเด็ดหัวมึงเซ่นวิญญาณไอ้เลื่องให้ได้” กำนันแย้มกล่าวอาฆาตคำแก้วเสียงสั่น ก่อนรีบหนีไปท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
คำแก้วประคองทศพลที่ยังไม่ได้สติ ออกมาจากกระต๊อบ เพื่อนทั้งสี่ค่อยยิ้มออกด้วยความโล่งอกที่ทศพลไม่ต้องถูกไฟคลอกตาย

เลื่อมประภัส ฉัตรสุดาดีใจเมื่อรู้เรื่องดาบเหล็กไหลจากวัชระปราการ
เลื่อมประภัสโล่งอก “ในที่สุดแม่ทัพไชยสิงห์ก็เป็นผู้ทำลายอาถรรพ์ดาบเหล็กไหลได้สำเร็จ”
ฉัตรสุดายังรู้สึกกังวล “แต่ถึงกระนั้นก็แทบเอาชีวิตตัวเองไม่รอด พวกของอ้ายนิรุทธราชมันคงไม่ยอมเลิกราแค่นี้แน่”
“ข้าจักไปกำจัดพวกมันซะ ทุกอย่างจักได้สิ้นสุดกันเสียที” วัชระปราการเอ่ยเสียงเข้ม
“ข้าไปด้วย” ฉัตรสุดาขันอาสา
“ช้าก่อ ! บุญบาปทำหน้าที่ตามกฎแห่งกรรมอยู่แล้ว เราปล่อยเขาไปตามทางที่เขาสร้างเองเถิด หากยังผูกใจเจ็บก็เท่ากับพลอยกระโจนไปร่วมรับวิบากกรรมบนเส้นทางของเขาด้วย” เลื่อมประภัสปราม
“เจ้าจักให้ข้ายอมแพ้พวกมันกระนั้นรึ เลื่อมประภัส” วัชระปราการหันมาถาม
เลื่อมประภัสเตือน “เจ้าแม่ยอมให้พวกมันทรมานทรกรรมโดยไม่ตอบโต้ ก็หวังตัดห่วงโซ่แห่งวิบากกรรมที่ร้อยรัดกันมาแต่ปางก่อนให้ขาดกันในชาตินี้ เพลานี้ พวกมันก็สิ้นไร้หนทางต่อกรกับเจ้าแม่แล้ว ท่านอย่าจองเวรต่อไปอีกเลย”
ฉัตรสุดาคล้อยตามเลื่อมประภัส วัชระปราการค่อยเย็นลง แต่ก็ไม่วางใจพวกกำนันแย้มเสียทีเดียว

ทศพลนอนอยู่บนเสื่อ สภาพบอบช้ำ ตาบวมช้ำ แทบจะลืมตาไม่ขึ้น สภาพสะบักสะบอม ทศพลเห็นคำแก้วเช็ดบาดแผลตามตัวให้ เอ่ยเสียงแผ่วเบา “พี่นึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าคำแก้วอีกแล้ว”
“รู้ตัวมั้ยว่าทำอะไรลงไป มีเรื่องกับพวกกำนันแย้ม ไม่กลัวตายหรือไง”
“กลัวสิ แต่พี่กลัวคำแก้วเป็นอะไรมากกว่า”
คำแก้วซึ้งใจ “ถ้าพี่ตาย คำแก้วก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร”
“พี่ไม่ตายง่ายๆ หรอก พี่ยังไม่ได้มีลูกกับคำแก้วเลย” ทศพลยิ้มทะเล้น
คำแก้วเขิน “เจ็บปางตายยังไม่วายปากเก่ง”
คำปองเดินเข้ามานั่งข้างๆ คำแก้ว เอาน้ำต้มใบบัวบกมาให้ทศพล “น้ำใบบัวบก กินซะ จะได้แก้ช้ำใน” คำแก้วประคองทศพลให้ลุกขึ้นนั่งกินน้ำใบบัวบก “กำนันแย้มคงแค้นพ่อทศพลมากที่ขโมยดาบเหล็กไหลไปโยนทิ้ง เลยกะจะเผาให้ตายคากระต๊อบ เดชะบุญ ฝนเทลงมาซะก่อน พ่อเลยรอดมาได้”
“พวกมันใจคออำมหิต คิดฆ่าได้กระทั่งคนไม่มีทางสู้ อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน” คำแก้วโกรธมาก
“คำแก้วเอ๊ย แม้แต่พระพุทธองค์ยังมีพญามารตามราวี มารมันจะคอยขัดขวางไม่ให้เราอยู่เป็นสุข แต่เมื่อใดที่เราวางเฉย ก็จะเป็นอิสระจากอำนาจของมารนะลูก”
คำแก้วคิดตามที่คำปองพูด พยายามปล่อยวางโทสะที่อยู่ในใจ

เช้าวันใหม่ เพื่อนทศพลทั้งสี่มาส่งข่าวกับสุภัทรที่กำลังจิบกาแฟอยู่อย่างใจเย็น
สมมาตรเอ่ย “ไอ้พลมันถูกซ้อมจนยับเยิน ผมเห็นแล้วยังอดนึกเวทนามันไม่ได้”
ป้าอิ่มตกใจ “ตายแล้ว ! แล้วคุณหนูของป้าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“ยังป้า ยังไม่ตาย ! แค่คางเหลือง !” วันชนะปลอบ
สุภัทรวางเฉย “ผู้ชายยกพวกต่อยตีกันเป็นเรื่องปกติ เจ้าทศพลโดนซะบ้างก็ดี จะได้เป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ป้อแป้ปวกเปียกอย่างทุกวันนี้จะปกป้องใครเขาได้”
ป้าอิ่มรู้สึกโกรธ “คุณหนูถูกทำร้ายปางตาย คุณท่านจะไม่ทำอะไรสักอย่างเลยเหรอคะ”
“แล้วจะให้ฉันทำอะไร ไปแจ้งความเอาผิดกำนันแย้มหรือไง รู้ทั้งรู้ กฎหมายมันใช้กับคนที่นี่ไม่ได้”
สมมาตรแย้ง “คราวนี้กำนันแย้มทำเกินกว่าเหตุ ถึงขนาดยกพวกมาเผากระต๊อบไอ้พล”
เชษฐ์เสริม “ถ้าคำแก้วไม่มาช่วยไว้ ไอ้พลคงถูกประชุมเพลิงไปแล้ว”
“ก็มันอยากหาเรื่องใส่ตัวไปขโมยของของเขา เขาก็ตามมาเอาเรื่องสิ” สุภัทรโบกมือไล่ “ไปกันได้ละ ฉันจะทำงาน เดี๋ยวสายๆ ฉันจะไปเยี่ยมมันเอง”
ป้าอิ่มกับเพื่อนทั้งสี่ของทศพลออกไป แปลกใจที่สุภัทรไม่แสดงออกว่าเป็นห่วงทศพลเลยสักนิด
บุญส่งเข้ามาหาสุภัทร “ผมขอคุยกับดอกเตอร์หน่อย เรื่องไอ้ทศพล”
สุภัทรเคืองที่ลูกตัวเองถูกรังแก แต่ไม่แสดงออกต่อหน้าเด็กๆ

บุญส่งโวยวายเรื่องทศพลกับสุภัทร “กว่าจะได้เหล็กไหลจากภูพระนาง พวกผมแทบเอาชีวิตไม่รอด ลูกชายดอกเตอร์มันกล้าดียังไง ขโมยดาบเหล็กไหลไปทิ้ง”
สุภัทรสวน “มันทำผิดก็ว่าไปตามผิด แต่ไม่เห็นถึงกับต้องวางเพลิงเผากระต๊อบมันเลย ถ้าลูกผมติดอยู่ในนั้นขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ”
“นังคำแก้วมันไม่ยอมปล่อยให้ผัวมันเป็นอะไรง่ายๆ หรอก ยิ่งนับวัน อิทธิฤทธิ์มันก็ยิ่งมากขึ้นทุกที แม้แต่ดาบเหล็กไหลยังทำอะไรมันไม่ได้”
“บ้ากันไปใหญ่แล้ว คำแก้วเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ จะเป็นงูไปได้ยังไง”
“ถ้าดอกเตอร์เห็นอย่างที่ผมเห็นจะไม่พูดอย่างนี้ ต่อให้ผมอธิบายจนปากฉีก ดอกเตอร์ก็ไม่มีวันเข้าใจ”
“คุณจะปราบงูผีงูเจ้าที่ไหนก็เชิญ แต่อย่ามายุ่งกับครอบครัวลูกชายผม”
บุญส่งไม่รับปาก เดินจากไป
คำแก้วป้อนข้าวต้มให้ทศพลอยู่
สุภัทรขึ้นมาบนบ้าน “ถึงกับต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มกันเลยเร๊อะ”
“พ่อ...”
สุภัทรยื่นปืนให้ “ปืนนี่ แกเอาพกติดตัวไว้ มีอะไรขึ้นมาจะได้ใช้ป้องกันตัว”
“ผมยิงปืนเป็นซะที่ไหนล่ะ พ่อก็รู้”
สุภัทรสอน “จะไปยากอะไร แค่ยิงให้ถูกเป้าก็พอ” คำแก้วขยับจะออกไป ปลีกตัวให้พ่อลูกได้คุยกันตามลำพัง แต่สุภัทรร้องห้าม “อย่าเพิ่งไป ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อย” คำแก้วนั่งลงตามเดิม รอฟังสุภัทรใจจดจ่อ “พวกชาวบ้านเขาหาว่าเธอเป็นงู รู้หรือเปล่า”
“รู้จ้ะ” คำแก้วพยักหน้ารับ
“รู้...แล้วทำไมยังทนอยู่ที่นี่”
“ถ้าไม่อยู่ที่นี่ คำแก้วกับแม่ก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน”
ทศพลรีบสอดขึ้นมา “ไปอยู่กับพี่ที่กรุงเทพไง คำแก้ว”
“เชื่อเจ้าพล เก็บข้าวเก็บของซะ แล้วไปกรุงเทพกับฉัน นี่เป็นหนทางเดียวที่จะพาหนูกับแม่ไปให้พ้นจากผู้คนที่ดอนไม้ป่า”
คำแก้วรู้สึกได้ถึงความเมตตาของสุภัทร “คำแก้วอยากไป แต่ยังไปไม่ได้”
“ทำไมล่ะ ถ้าคำแก้วไม่อยากไปอยู่กรุงเทพ เราย้ายไปอยู่ที่อื่นกันก็ได้” ทศพลแปลกใจ
“ที่ไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น มันยังไม่ถึงเวลา”
สุภัทรแปลกใจ “เวลาอะไร”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 13/5 วันที่ 15 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ