อ่านละครนาคี ตอนที่ 14 วันที่ 16 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 14 วันที่ 16 ต.ค.59

“ทำไมล่ะ ถ้าคำแก้วไม่อยากไปอยู่กรุงเทพ เราย้ายไปอยู่ที่อื่นกันก็ได้” ทศพลแปลกใจ
“ที่ไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น มันยังไม่ถึงเวลา”
สุภัทรแปลกใจ “เวลาอะไร”
“คำแก้วก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าตอนนี้ยังไปไหนไม่ได้”
ทศพลซัก “แล้วต้องรอจนถึงเมื่อไหร่”
คำแก้วหันมาตอบทศพล “เมื่อถึงเวลา คำแก้วก็จะรู้เอง”
ทศพลมองหน้าสุภัทรหนักใจ เกลี้ยกล่อมคำแก้วไปกรุงเทพไม่สำเร็จ

กำนันแย้มหารือหน้าเครียด พิมพ์พรร่วมวงอยู่ด้วย
“อีคำแก้วมันยังไม่ตาย ข้าเห็นมันเต็มสองลูกกะตา”


พิมพ์พรคว้าอีโต้ที่ขัดไว้ข้างฝา ท่าทางขึงขังจะเอาเรื่องคำแก้ว “ถ้ามันยังไม่ตาย พิมพ์ก็จะฆ่ามันให้ตายด้วยอีโต้เล่มนี้”
เจิดนภาห้ามไว้ “แต่มันไม่ใช่คนนะยัยพิมพ์ ขนาดดาบเหล็กไหลของหมออ่วมยังทำอะไรมันไม่ได้เลย เธอจะเอาอะไรไปสู้มัน”
“กะอีแค่สัตว์เลื้อยคลานชั้นต่ำ ถ้ามันทำอะไรพวกเราได้ คงทำไปนานแล้ว”
บุญส่งปรามพิมพ์พร “มีสติหน่อยสิยัยพิมพ์ นังปีศาจงูขาวพิษสงมันรอบตัว เมื่อ 19 ปีก่อนมันทำให้พ่อเสียขาไปแล้วข้างนึง พ่อไม่อยากเสียแกไปอีกคน”
พิมพ์พรเถียงไม่ออก เดินกระทืบเท้าปึงปังออกไปมีเจิดนภาเดินตาม
“ตั้งแต่ดาบเหล็กไหลถูกไอ้ทศพลโยนทิ้งน้ำ ไอ้หมออ่วมก็เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน กลัวนังงูผีมันจะกลับมาแก้แค้นจนขี้ขึ้นสมอง ผมยังมองไม่เห็นใครที่จะช่วยเราปราบอีคำแก้วมันได้” กำนันแย้มวิตก
“ยังมีอีกคนที่พอจะช่วยเราได้...” บุญส่งคิดถึงเมืองอินทร์จอมขมังเวทย์ขึ้นมาทันที

บุญส่งพากำนันแย้มมาหาเมืองอินทร์ที่ป่าช้า
เมืองอินทร์แค่นหัวเราะ “ไอ้หมออ่วมมันสิ้นท่าแล้วรึไง พวกเอ็งสองคนถึงได้บากหน้ามาอ้อนวอนข้า”
“ผมมองไม่เห็นใครแล้วจริงๆ นอกจากพ่อหมอเมืองอินทร์เท่านั้น” บุญส่งท่าทีอ่อนลง
“ถ้าพ่อหมอปราบนังงูผีได้ ข้าจะเกณฑ์ลูกบ้านมาปลูกอาศรมหลังงามให้พ่อหมอ เอาให้ใหญ่กว่าที่นาคหนีก็ยังได้” เมืองอินทร์นึกขำในข้อเสนอของกำนันแย้ม “ข้ารักสันโดษ ลาภยศเงินทองข้าไม่ต้องการ ข้าอยากได้แค่อย่างเดียวเท่านั้น ก็คือหนังนังงูเผือก !”
“มีวิธีไหนที่จะกำจัดมันได้อย่างสิ้นซากบ้างพ่อหมอ” บุญส่งไต่ถาม
“ข้าต้องการสื่อวัตถุเพื่อทำพิธีปราบนางงูขาว”
กำนันแย้มสงสัย “สื่อวัตถุ ? อะไร ?”
“อะไรก็ได้ที่มีพลังปีศาจของมันสถิตอยู่”
กำนันแย้มเอามือลูบคาง กลอกตาคิดนึกถึง
ตอนกำนันแย้มเห็นเทวรูปเจ้าแม่นาคีกลายเป็นงูพุ่งเข้ามารัดตัวเอง
“เทวรูปเจ้าแม่นาคี !” กำนันแย้มนึกขึ้นได้
“เทวรูปอะไร ข้าเคยเห็นหรือเปล่า” บุญส่งแปลกใจ
“เทวรูปครึ่งคนครึ่งงู ข้าเคยฝันเห็นงูเผือกหัวหงอนพุ่งออกมาจากเทวรูปนั่น แต่ตอนนี้มันจมน้ำหายไปแล้ว”
“มันจมอยู่ที่ไหน พาข้าไปเดี๋ยวนี้” เมืองอินทร์ตาวาว สนใจขึ้นมาทันที

กำนันแย้มพาเมืองอินทร์มายังริมฝั่งแม่น้ำโขง แล้วชี้มือลงไปกลางน้ำ “โน่น ! มันจมอยู่ตรงกลางแม่น้ำโน่น !”
เมืองอินทร์เดินเข้ามาหยุดยืนมองจุดที่กำนันแย้มชี้นิ้วไปอย่างหมายมาด เมืองอินทร์ถอดเสื้อ ขมวดผ้านุ่งถกเขมร รัดให้แน่น เตรียมตัวลงไปงม
บุญส่งงง “พ่อหมอจะทำอะไร”
เมืองอินทร์หันมาตวาด “ถามโง่ๆ ก็ดำลงไปงมสิวะ”
กำนันแย้มมองกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก “แม่น้ำทั้งลึกทั้งเชี่ยว ขืนพ่อหมอดำลงไปงมก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น”
“หุบปากซะ แล้วอยู่เฉยๆ ข้าต้องใช้สมาธิ” เมืองอินทร์ร่ายคาถาให้ดำน้ำอึด ทำปากขมุบขมิบชั่วครู่ เมืองอินทร์กระโดดน้ำตูม ดำลงไปทันที

เมืองอินทร์ดำน้ำลึกลงไปถึงสะดือแม่น้ำโขง กระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก เมืองอินทร์เห็นเทวรูปเจ้าแม่นาคีอยู่ก้นแม่น้ำ
เทวรูปนัยน์ตาเรืองแสงวาบ เกิดน้ำวนเชี่ยวกรากรอบๆ ร่างเมืองอินทร์ เมืองอินทร์หลับตาพนมมือร่ายคาถา เป่าพ้วง แล้วโยนเชือกนาคบาศก์คล้องเอาไว้ทันที เทวรูปสิ้นฤทธิ์

กำนันแย้มกับบุญส่งยืนลุ้นระทึกอยู่บนฝั่ง ชั่วอึดใจ เมืองอินทร์ โผล่พรวดขึ้นมาพร้อมกับเทวรูปเจ้าแม่นาคี
“นั่น ! พ่อหมอเมืองอินทร์งมมันขึ้นมาได้แล้ว” กำนันแย้มดีใจ
“ไปช่วยพ่อหมอเร็ว!”
บุญส่งกับกำนันแย้มกุลีกุจอช่วยกันยกเทวรูปเจ้าแม่นาคีขึ้นจากน้ำ
“คราวนี้แหละ มึงเสร็จกูแน่ นังงูผี !!!” เมืองอินทร์ หัวเราะอย่างอหังการ์ ท้องฟ้ามืดทะมึน คำรามครืน !!!

ที่หน้าต่างถูกลมตีกระแทกปึงปัง ลมพัดอู้ ฟ้าครึ้ม เกิดพายุพัดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย คำปองเก็บผ้าที่ตากไว้ที่ราวตากผ้าที่ลานบ้าน หันมาตะโกนสั่งคำแก้ว “ฝนหลงฤดูหรือไง คำแก้วเอ๊ย ! พายุมาแล้วลูก ปิดประตูหน้าต่างเร็วเข้า”
คำแก้วที่เก็บกระด้งที่ตากปลาแห้งเข้าบ้าน “จ้ะแม่!” คำแก้วพยายามปิดหน้าต่าง แต่ลมแรงมาก ทำให้ต้องยื้อหน้าต่างกับแรงลม
ทันใดนั้น แสงฟ้าผ่าวาบขาวเข้าตาจนคำแก้วตาพร่า คำแก้วถูกดึงกลับเข้าสู่อดีต

ผิวน้ำกระเพื่อมพรายที่คูหาบาดาล เลื่อมประภัสและฉัตรสุดาต่างตกใจ
เลื่อมประภัสอุทาน “เจ้านางน้อยตั้งครรภ์!!”
“อีก 15 ราตรี ท้าวศรีสุทโธนาคก็จักกลับจากบำเพ็ญเพียรที่นครพรหมประกายโลก หากท่านท้าวรู้เข้า จักต้องพิโรธแน่เจ้าข้า” ฉัตรสุดาสีหน้ากังวลใจ
“เรื่องนี้มีแต่พวกเจ้ากับข้าเท่านั้นที่รู้ พวกเจ้าจักต้องช่วยข้าปิดเรื่องนี้เป็นความลับ อย่าให้เจ้าปู่ล่วงรู้โดยเด็ดขาด” นาคีขอร้อง
เลื่อมประภัสร์กับฉัตรสุดาลอบสบตากันอย่างหวั่นวิตกกลัวอำนาจเจ้าปู่ศรีสุทโธ แต่ก็สงสารนาคีจับใจ นาคีนั่งนิ่งใบหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่ในใจร้อนรุ่มยิ่งนัก
ผ่านเวลาไป 15 วัน นาคีนอนดิ้นเจ็บปวดทุรนทุรายอยู่บนเตียง เหงื่อซึมไปทั้งตัว ใกล้ถึงเวลาจะสำรอกไข่ออกมาตามกำหนด เลื่อมประภัสและฉัตรสุดาคอยเฝ้าอย่างเป็นห่วง
เลื่อมประภัสปลอบประโลม “จวนแล้วเจ้าข้า.... จวนแล้ว”
ฉัตรสุดาช่วยให้กำลังใจ “เจ้านางแข็งใจไว้นะเจ้าข้า”
“เลื่อมประภัส ฉัตรสุดา ข้าทรมานเหลือเกิน ช่วยข้าด้วย” นาคีร้องด้วยความเจ็บปวด
เลื่อมประภัสและฉัตรสุดาสบตากันคิดหาทางช่วยนาคี

เลื่อมประภัสเดินอย่างรีบร้อนเข้ามาหาวัชระปราการที่ยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าปากถ้ำ
“จะรีบไปไหน เลื่อมประภัสร์” วัชระปราการเอ่ยถาม
“เจ้านางน้อยเรียกหา สั่งให้ท่านรีบไปพบบัดเดี๋ยวนี้”
วัชระปราการสงสัย “มีเรื่องอันใดรึ”
“ท่านเข้าไป ก็จะรู้เอง รีบไปเถอะ”
วัชระปราการรีบไปเข้าเฝ้า คล้อยหลังวัชระปราการ ฉัตรสุดาก็ประคองนาคีออกมา นาคีปวดท้องแทบจะไม่มีแรงยืน เลื่อมประภัสและฉัตรสุดาช่วยกันพานาคีออกจากปากถ้ำไปอย่างทุลักทุเล

ชายป่า ริมลำธาร นาคีสำรอกไข่ออกมาทางปาก นาคีมองไข่เปลือกสีขาวนวลที่วางอยู่บนพื้นหญ้าริมลำธารด้วยแววตารักใคร่หวงแหน เปลือกไข่สีขาวนวลค่อยๆ ปริร้าว ก่อนแตกออกเกิดลำแสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ ปรากฏทารกเพศชาย ผิวขาวใส ใบหน้าเปื้อนยิ้ม หน้าตาน่ารักอยู่ภายในเปลือกไข่
นาคีอุ้มทารกน้อยขึ้นมาแนบอก น้ำตาแห่งความปลื้มปีติไหลอาบแก้ม “ลูกแม่”
ฉัตรสุดามองทารกน้อยอย่างเอ็นดู ผิดกับเลื่อมประภัสที่มองทารกน้อยด้วยแววตากังวล
ฉัตรสุดาชม “ทารกน้อยผู้นี้มีเลือดผสมระหว่างนาคกับมนุษย์ ช่างน่าเอ็นดูแท้”
แต่นาคีกลับหมองเศร้า “หากเจ้าปู่รู้เข้าจะต้องฆ่าลูกของข้าเป็นแน่”
เลื่อมประภัสเตือน “เจ้านางน้อยจักทรงเลี้ยงทารกผู้นี้ได้เยี่ยงไร หากอยู่ในร่างนาคท่านท้าวก็ย่อมต้องรู้ แต่หากอยู่ในร่างมนุษย์ ก็จักพากลับเมืองบาดาลไม่ได้”
นาคีเศร้าจนน้ำตาซึม ครุ่นคิดหาทางออก ก่อนจะค่อยๆ บรรจงจูบหน้าผากทารกน้อยอย่างอาลัย เป็นจูบแรกและจูบลาในคราวเดียวกัน นาคีร่ายมนต์เสกให้ทารกน้อยกลายเป็นปลาไหลเผือก เพื่ออำพรางเจ้าปู่ศรีสุทโธนาค
“ลูกแม่ ลูกจงอยู่ในร่างปลาไหลเผือกนี้จวบจนอายุครบ 15 ขวบปี แล้วเจ้าจักกลายร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง ขอให้ลูกแม่แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงด้วยเถิด” นาคีค่อยๆ ปล่อยปลาไหลเผือกลงลำธารทั้งน้ำตานองหน้า
ปลาไหลเผือกว่ายไปในลำธารอย่างรวดเร็ว นาคีทรุดลงนั่งสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวด ทรมานใจ
เจ้าปู่ศรีสุทโธยืนหน้านิ่งรออยู่แล้ว นาคีมาถึงพร้อมเลื่อมประภัสร์และฉัตรสุดา ทั้งสามคนชะงัก หน้าซีด
เจ้าปู่ศรีสุทโธมองนาคีอย่างกดดัน นาคียิ่งก้มหน้าหลบสายตา “เจ้าไปไหนมา”
นาคีสะดุ้งกลัวความผิด “เอ่อ เจ้าปู่ ข้า... ข้าไปเล่นน้ำมา”
เจ้าปู่ศรีสุทโธตะคอกลั่น “อย่ามาปดข้า! ข้าบำเพ็ญเพียรอยู่นครพรหมประกายโลก หยั่งรู้ทั่วทั้ง 3 ภพ รู้แม้กระทั่งว่า เจ้าไปทำบัดสีอันใดมาบ้าง”
นาคีตกใจ เงยมองหน้าเจ้าปู่ศรีสุทโธก่อนจะรีบเข้าไปกราบเท้าเจ้าปู่ เลื่อมประภัสร์และฉัตรสุดาก้มกราบ
“ข้าผิดไปแล้ว เจ้าปู่ลงโทษข้าเยี่ยงใดก็ได้ แต่อย่าทำอันใดลูกข้าเลย ถึงอย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นเหลนของเจ้าปู่” นาคีกลัวจนตัวสั่น
“เจ้าทำผิดกฎบาดาลยังมีหน้ามาเรียกร้องกับข้าอีกเหรอ”
“เจ้าปู่ ยกโทษให้หลานด้วย” นาคีสะอื้น แนบหน้ากับเท้าเจ้าปู่ศรีสุทโธ
เจ้าปู่ศรีสุทโธนิ่งไปครู่ใหญ่ “ความผิดของเจ้าใหญ่หลวงนัก ข้าจักจองจำเจ้าไว้ที่นี่ จงถือศีลภาวนาอยู่ในถ้ำ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนกว่าจักรู้สำนึก” นาคีเงยหน้ามองเจ้าปู่ยิ้มทั้งน้ำตาดีใจที่เจ้าปู่ไม่ทำอะไรลูกตน “ส่วนลูกเจ้า ต่อให้ข้าไม่ทำอันใด ก็มีคนลงมือให้อยู่ดี”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 14 วันที่ 16 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ