อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 14 วันที่ 19 ต.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 14 วันที่ 19 ต.ค.59

ทัศนัยที่มุ่งมั่นแต่การเรียนและการงาน เมื่อได้เจอปูเป้ก็รู้สึกถูกใจแต่แรกและเมื่อยิ่งได้ทำงานใกล้ชิดและปูเป้ดูแลรักษาบาดแผลที่ถูกคัมพลชก ก็ยิ่งรู้สึกดี จากรักษาบาดแผลทางกายก็ได้ปลูกต้นรักทางใจที่นับวันงอกงาม...

วันนี้ ขณะทัศนัยพาปูเป้ไปทานข้าวในร้านอาหาร คัมพลกับสายสุดาเห็น สายสุดาเล่าให้ธนาธิปฟัง ทำให้ธนาธิปตัดสินใจที่จะคุยกับทัศนัยเรื่องนาง

วันต่อมาเขาไปที่คลินิก ทัศนัยขอบคุณที่เขาช่วยตนวันที่ถูกคัมพลชก พูดติดตลกว่า

“คัมพลเวลาตกมันนี่เอามันไม่อยู่จริงๆ ครับ... คุณธนาธิปมาหาผมไม่น่าจะใช่เรื่องคัมพล”



ธนาธิปบอกว่าตนมาเรื่องของอภิรดี เห็นทัศนัยงง ธนาธิปบอกว่า “นางน่ะครับ คุณหมอไม่ทราบชื่อจริงของคู่หมั้นหรือครับ” ทัศนัยยอมรับว่าตนรู้เรื่องของนางไม่เท่าเขา ธนาธิปบอกว่าตนรู้เรื่องของนางดี มีเรื่องเดียวที่ตนไม่เข้าใจตอนนี้คือทำไมถึงหมั้นกับหมอ เขายอมรับคุณสมบัติของหมอแต่ “สิ่งที่ผมข้องใจก็คือ คุณรักนางหรือเปล่า”

ทัศนัยยอมรับว่าตนไม่ได้สนใจเรื่องแต่งงานเลย ชีวิตตนมีเรียนและทำงาน คิดแต่ว่าถ้าจะแต่งงานหากคุณพ่อคุณแม่เห็นดีก็จบ ยอมรับว่า “ตอนที่คุณพ่อบอกผมเรื่องนาง ส่งรูปมาให้ดู ผมก็ว่าน่ารักดี ได้พูดคุยก็ไม่ได้มีอะไรสะดุด ตอนนั้นผมยังไม่มีคนรัก”

ธนาธิปสะดุดใจทันที พอดีปูเป้เอากาแฟมาเสิร์ฟ ธนาธิปเห็นสายตาที่ทั้งสองมองกันก็ดูออก แต่พอเลียบเคียงถามทัศนัยก็แบ่งรับแบ่งสู้ จนธนาธิปบ่นตัวเองว่า

“เออ ผมเป็นนักการทูตแท้ๆแต่วันนี้รู้สึกเหมือนจะเจรจาสู้คุณหมอไม่ได้”

“เรื่องหัวใจของตัวเองเป็นเรื่องที่เจรจายากนะครับ”

ธนาธิปถามว่า แสดงคุณหมอมีคนรักอยู่แล้ว “ผมเพิ่งเคยได้เจอคนที่ทำให้ผมรู้สึกรักขึ้นมาไม่นานนี้เอง”

“ถ้าอย่างนั้นคุณหมอก็คงไม่อยากจะแต่งงานกับคนที่คุณหมอไม่ได้รัก”

ทัศนัยมองหน้าธนาธิปอย่างค้นหาความจริง ถามว่าเขารักนางหรือ ธนาธิปรับว่าใช่

“แล้วทำไมถึงปล่อยให้นางมาหมั้นกับผมได้”

“เรื่องมันยาวนะครับ แต่เอาเป็นว่าถ้าเราเข้าใจกันดีอย่างนี้แล้ว คุณทัศนัยจะทำยังไงต่อไปครับ”

ถามแล้วมองหน้าลุ้นคำตอบ

ooooooo

หลังจากคุยกับทัศนัยแล้ว ธนาธิปโทร.บอกนางว่าตนจะเข้าไปคุยกับพิทักษ์เอง นางบอกว่าก็เหลือแต่คุณพ่อ ธนาธิปหวังว่าคุณพ่อเธอจะเข้าใจเรา ถามว่าตอนนี้นางอยู่ไหน นางบอกว่ากำลังไปหาสินีนาฎเพื่อจะไปบอกเรื่องของเราด้วยตัวเอง

เป็นเวลาที่สินีนาฎไปหาธนาธิปที่คอนโดพอดี เธอเล่าให้ฟังว่าเพิ่งได้ยินคุณแม่พูดว่าชัยพงษ์มาสู่ขอตนกับคุณแม่ตั้งแต่ก่อนตนกลับจากปีนัง เขาถามว่า

“แล้วหนูว่ายังไงคะ” เธอกลับถามว่าแล้วเขาว่าอย่างไร “ชัยพงษ์เป็นคนดี ฐานะทางบ้านก็ดี การงานก็ดี นิสัยใจคอก็เป็นคนดี ฉันว่าถ้าหนูได้แต่งงานกับเขา ชัยพงษ์น่าจะเป็นคู่ชีวิตที่ดีของหนูได้”

นาทีนี้ ไม่มีอะไรที่จะต้องอ้อมค้อมปิดบังกันอีกแล้ว สินีนาฎบอกว่าตนไม่ได้รักชัยพงษ์

“ผู้ชายดีๆสมัยนี้หาไม่ได้ง่ายๆ หนูได้ลองเปิดใจกับชัยพงษ์ดูบ้างหรือเปล่า ฉันเชื่อว่าถ้าหนูได้ลองเปิดใจดู หนูน่าจะรักเขาได้ไม่ยาก”

สินีนาฎตัดพ้อว่าเขาพูดเหมือนไม่เข้าใจความรัก แล้วเปลี่ยนเป็นถามว่าเขาจะย้ายไปอเมริกาเมื่อไร พอเขาบอกว่าอาจจะปีหน้า สินีนาฎขอไปทำงานด้วย ธนาธิปบอกว่าตนเป็นเพียงลูกจ้างของรัฐบาลคนหนึ่งเท่านั้นไม่มีอำนาจที่จะจ้างลูกน้องส่วนตัว

กระนั้นสินีนาฎก็ขอไป ไม่ว่าจะให้ทำงานบ้านหรืองานอะไรตนก็ทำได้ ตนไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ไปแล้วจะทำงานหาเงินส่งกลับมาให้แม่กับป้าทับทิมใช้ ธนาธิปบอกว่าเธอต้องขออนุญาตคุณแม่ดีๆ

“หมายความว่าคุณธิปยอมพาสิไปด้วยเหรอคะ”

“ถ้าคุณแม่หนูอนุญาตน่ะจ้ะ” สินีนาฎดีใจมาก ธนาธิปมองเธอเต็มตาก่อนบอกว่า “นางคงจะดีใจถ้ารู้ว่าหนูจะไปอเมริกากับเรา”

“นางจะไปอเมริกากับคุณด้วยเหรอคะ” สินีนาฎถามเสียงสะท้านหลังจากอึ้งไปชั่วขณะ

“เราจะแต่งงานกันทันทีหลังจากที่นางเรียนจบ แล้วนางจะตามไปอยู่กับฉันที่โน่น”

“นางกับคุณธนาธิปจะแต่งงานกัน...สิไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณรักนางและนางก็รักคุณ สิ...สิจะไม่ไปอเมริกากับคุณแล้วค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ สิขอโทษที่มารบกวน สิ...” สินีนาฎร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดที่จะกลั้นไว้ได้

“สินีนาฎ...ฉันเข้าใจหนูนะ ฉันคิดว่าฉันเข้าใจความรู้สึกของหนูมานานแล้ว ขอบใจมากในความรู้สึกนั้น...ฉันอาจจะมีบางอย่างที่หนูรู้สึกว่าหนูขาดไป เหมือนกับความฝัน เมื่อหนูโตขึ้นและพึ่งตัวเองได้ ตื่นขึ้นมาแล้วความฝันอันนี้มันอาจจะหายไปก็ได้ สำคัญที่ว่ากว่าหนูจะตื่น อย่าปล่อยให้ความฝันนี้มีอานุภาพรุนแรงเกินไป จนมันบดบังสายตาของหนูจากสิ่งอื่นและคนที่มีคุณค่าต่อหนูอย่างแท้จริง”

“ทำไมความฝันของสิมันไม่เคยเป็นจริงเลยคะ ทำไม...”

“อาจจะเพราะว่าในโลกของความจริง หนูเองก็อาจจะมีคนคนนั้นอยู่แล้วโดยที่หนูไม่รู้ตัวก็ได้”

สินีนาฎนึกถึงชัยพงษ์ทันที แต่เธอยังไม่พร้อมที่จะตื่นจากความฝันมาสู่ความเป็นจริงที่เจ็บปวด...

ooooooo

แม้ว่าชัยพงษ์จะทำใจตัดใจจากสินีนาฎมาทำงานให้พ่อในบริษัทแล้ว แต่ในการประชุมผู้บริหารเมื่อพนักงานเอากาแฟและขนมเค้กมาเสิร์ฟ พอเห็นขนมเค้กชัยพงษ์ก็ใจแว่บคิดถึงสินีนาฎ

นางรออยู่ที่บ้านป้าทับทิมจนสินีนาฎกลับมา พอเจอหน้านาง สินีนาฎก็มองด้วยความเกลียดชังแล้วจะเดินเลี่ยงไป พอนางถามว่านี่มันอะไรกัน สินีนาฎหาว่านางแอบคบกับธนาธิปจนจะไปอยู่อเมริกาด้วยกัน ซ้ำมโนจากเรื่องในอดีตว่า

“นี่น่ะเหรอนาง เหตุผลที่เธอเคยบอกให้ฉันตัดใจจากคุณธนาธิป เหตุผลที่เธอผลักฉันไปให้พี่ชัย–พงษ์ เพราะเธอชอบคุณธนาธิปเหมือนกันใช่ไหม?!”

เมื่อนางชี้แจงว่าตนก็เพิ่งรู้ตัวว่ารักธนาธิปเมื่อไม่นานนี้เอง ก็ถูกสินีนาฎตบหน้าฉาดใหญ่ ด่าว่าหน้าไม่อาย ถ้าคิดว่าตนเป็นเพื่อนรักจะเสียสละธนาธิปให้ตนได้ไหมล่ะ!

“ไม่ได้ เพราะต่อให้ฉันเสียสละ คุณธิปเขาก็จะไม่เปลี่ยนใจไปหาคนอื่น”

สินีนาฎสติแตกตบ ด่าและไล่นางให้กลับไปเสีย อย่ามาให้เห็นหน้าอีก นางยอมกลับไปแต่จะกลับมาอีกเพราะตนจะไม่ยอมแตกกับเพื่อนเพียงเพราะเรื่องผู้ชายคนเดียว

เมื่อแยกกันแล้ว ทั้งนางและสินีนาฎต่างร้องไห้เสียใจ เมื่อนึกถึงความรักความผูกพันเมื่อครั้งเรียนอยู่ที่ปีนังด้วยกัน

ที่บ้านพิทักษ์ คืนนี้บ้านแทบแตกเมื่อทัศนัยเสนอให้พ่อถอนหมั้นกับนาง พิทักษ์ด่าขโมงโฉงเฉง จนทัศนัยต้องขอให้ดุษฎีผู้เป็นแม่ช่วยอธิบายให้ตนด้วยเพราะตนไม่ได้รักนางแม้สักนิดเดียว ดุษฎีบอกพิทักษ์ว่าครอบครัวที่จะอยู่ด้วยกันไปจนตายนั้นต้องมีความรักเป็นพื้นฐาน พิทักษ์ถามประชดว่า

“คุณหญิงครับ ทำไมไม่เข้าข้างสามีบ้างล่ะครับ คุณจะให้ผมคลานเข่าเข้าไปหาเด่นชาติแล้วขอถอนหมั้นหลังจากที่คะยั้นคะยอเขาแทบตายให้เขาเลือกลูกชายของเราสักคน คุณจะไม่ให้ผมเหลือศักดิ์ศรีในตัวเองบ้างเลยหรือ”

ดุษฎีเตือนสติพิทักษ์ว่าอย่าเยอะไปหน่อยเลย เด่นชาติเป็นเพื่อนรักของเขา แค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้ เพราะคนที่ลูกเขารักนั้นเป็นถึงผู้ช่วยเอกอัครราชทูตไม่ใช่ผู้ชายบ้านๆที่ไหน ทัศนัยย้ำว่ายังไงพ่อก็ต้องถอนหมั้นให้ตนเพราะตนไม่ได้รักนาง ตนมีคนรักแล้ว เธอชื่อปูเป้เป็นผู้ช่วยของตน

“พยาบาลผู้ช่วย ไม่!” พิทักษ์ปฏิเสธเด็ดขาด แต่ดุษฎีบอกว่าดี เพราะเวลาตนหรือเขาป่วยจะได้มีคนช่วยดูแล

ทัศนัยบอกว่าไม่สู่ขอก็ไม่มีปัญหา ตนได้เขาแล้วยังไงก็ต้องดูแล ไม่แต่งก็ไม่เป็นไร ตนจะพาไปจดทะเบียนแล้วย้ายเข้ามาเลย พิทักษ์ฟังแล้วแทบจะเป็นลม โบ้ยให้คุณหญิงจัดการแทนตน คุณหญิงบอกว่าตนไม่ได้บ้าอำนาจเหมือนเขา พิทักษ์จึงหันถามลูกชายทั้งสามว่า

“แล้วไง ทัศนัยไม่หมั้น ชัยพงษ์ยกตึกให้ผู้หญิงไปเฉยๆ คัมพล! แกยังไง? ว่ามาซิมีอะไรที่พ่อควรรู้จะรู้ให้จบๆเลยในวันนี้ไหม”

“เรื่องของผม พ่อห้ามยุ่ง!”

พิทักษ์ถามว่าทำไม ไปชอบผู้หญิงที่ไหนหรือ พอคัมพลบอกว่า สายสุดาน้องสาวธนาธิป พิทักษ์ปรี๊ดเส้นเลือดในสมองแทบแตก มองลูกชายตาเหลือก

ooooooo

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 14 วันที่ 19 ต.ค.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ