อ่านละครนาคี ตอนที่ 14/3 วันที่ 16 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 14/3 วันที่ 16 ต.ค.59

คำปองอธิบาย “ข้าสงสาร นึกเวทนาปลาไหลเผือกตัวนั้น จนกินเนื้อมันไม่ลง”
“โง่เง่า ! ไม่กินก็ไม่ต้องกิน เอาส่วนแบ่งของมันมาให้ข้า ข้ากินเอง” บาดึงเนื้อปลากลับ
“แบ่งข้าด้วยสิโว้ย”
อี่กับบา ต่างแย่งส่วนแบ่งจากชิ้นปลาเผือกส่วนของคำปองกันวุ่นวาย นางกำนัลคำปองมองด้วยความสลดใจ

ทหารไขเปิดประตูคุก แม่ทัพไชยสิงห์และเหล่าเสนาทั้งสี่ถูกล่ามโซ่ตรวนอยู่ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกแม่ทัพมรุกขนคร (เลื่อง) ทรมาน ขุนวังและมหาอำมาตย์เดินเข้ามาทหารที่ตามมาเอาเนื้อปลาไหลเผือกย่างเข้ามายื่นให้แม่ทัพมรุกขนคร


แม่ทัพมรุกขนครหยิบชามปลาไหลเผือกโยนลงตรงหน้าแม่ทัพไชยสิงห์ "เนื้อปลาไหลเผือก พระบาทเจ้าประทานปลอบใจเชลยศึกแพ้สงครามเยี่ยงพวกเจ้ากินซะ ถือว่าเป็นอาหารมื้อสุดท้ายก่อนตาย”
แม่ทัพไชยสิงห์มองชามปลาไหลเผือกนิ่ง แววตาคั่งแค้น ก่อนปัดชามทิ้ง “ข้าไม่กิน!”
ชามกลิ้งไปหยุดอยู่ที่พระบาทของพระเจ้านิรุทธราชที่ดำเนินเข้ามาพอดี “เจ้านี่มันโง่จริงๆ ชาวเมืองข้าต่างเฉลิมฉลองชัยชนะเหนืออริราชศัตรูด้วยการกินเนื้อปลาไหลเผือกกันถ้วนหน้า ข้าอุตส่าห์เมตตาให้เชลยอย่างเจ้า แต่เจ้ากลับปฏิเสธไม่ไยดี ปัตตนครพินาศย่อยยับก็เพราะมีแม่ทัพโง่เง่าอย่างเจ้านี่เอง”
แม่ทัพไชยสิงห์มองสบตาพระเจ้านิรุทธราชอย่างสาปแช่ง เหล่าเสนาทั้งสี่พลอยแค้นไปด้วย “ข้ายอมเป็นคนโง่ดีกว่าเป็นคนอำมหิต กระหายสงคราม จิตใจโหดร้ายยิ่งกว่าสัตว์ป่าเยี่ยงเจ้า องค์นิรุทธราช”
พระเจ้านิรุทธราชโกรธจัด ยังไม่เคยมีใครกล้าหยามหมิ่นพระเกียรติมากถึงเพียงนี้ “ทหาร! ลากตัวมันไปตัดหัวที่ลานหน้าเทวาลัยบัดเดี๋ยวนี้ กูจักเอาเลือดมันเซ่นสังเวยผีหลวงที่ปกปักรักษามรุกขนคร !!”
พระเจ้านิรุทธราชเดินโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไป แม่ทัพไชยสิงห์มองตาม อย่างทำใจยอมรับแล้วใจชะตากรรม

แม่ทัพไชยสิงห์/ เสนาทั้งสี่ถูกผูกไว้กับหลักประหาร ทุกคนสีหน้าสงบไม่หวั่นเกรงต่อความตาย พระเจ้านิรุทธราชส่งสัญญาณกับมหาอำมาตย์ให้เริ่มทำพิธีประหาร เพชฌฆาตร่ายรำก่อนลงดาบตัดหัวแม่ทัพไชยสิงห์และเสนาทั้งสี่
แม่ทัพไชยสิงห์หลับตาลงตั้งจิตอธิษฐานคิดถึงนาคี “ข้าแจ้งแก่ใจตัวเองแล้ว ไม่ว่าเจ้าจักเป็นมนุษย์ เป็นนาค หรือเป็นอันใดก็ตาม ข้าก็รักเจ้า รักเจ้าเพียงผู้เดียว เกิดชาติหน้าฉันใด ขอให้ข้าได้ครองคู่กับเจ้าทุกภพทุกชาติ…”
สิ้นคำอธิษฐาน เพชฌฆาตก็ลงดาบตัดหัวแม่ทัพไชยสิงห์เลือดพุ่งกระฉูดแดงฉานทั่วทั้งลานประหาร เหล่าเสนาทั้งสี่ถูกฟันคอขาดสะบั้นตามแม่ทัพไชยสิงห์

ที่หน้าต่างบ้านคำปองถูกตีด้วยแรงลมกระแทกดังปัง ! เมฆดำทะมึนเคลื่อนผ่านไปแล้ว คำแก้วหลุดจากภวังค์ตัวชาดิก สั่นเทาด้วยความกลัว
คำปองเข้ามาเขย่าตัวคำแก้ว “คำแก้ว เอ็งเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงได้หน้าซีด มือไม้เย็นเฉียบอย่างนี้”
“แม่... ฉันเห็น....” คำแก้วละล่ำละลัก
“เห็นอะไร”
“เห็นฉัน เห็นคุณทศพล เห็นแม่ เห็นทุกคนในอดีตชาติ ทุกคนแต่งตัวประหลาดเหมือนอยู่ในยุคขอม”
“เหลวไหล ! เอ็งไม่ใช่ผู้วิเศษ จะระลึกชาติได้ยังไง”
“ฉันเห็นจริงๆ นะแม่ ชาติที่แล้วฉันเคยเป็นพญานาค !”
สีหน้าคำปองตกใจไม่น้อย สีหน้าท่าทางของคำแก้วชวนให้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง “มันก็แค่ภาพลวงตา ลืมมันไปซะ อย่าเล่าให้ใครฟังเด็ดขาดโดยเฉพาะผัวเอ็ง เขาจะหาว่าเอ็งบ้าเอา” คำปองพูดจบก็เดินไป แสร้งทำทีเป็นไม่สนใจ
ส่วนคำแก้วยังอกสั่นขวัญแขวน ภาพยังคงติดตา ว่ายวนในหัว ที่มุมลับตา คำปองอดมองคำแก้วด้วยความเป็นห่วงไม่ได้
ทศพลวาดภาพสเก็ตช์เทวรูปเจ้าแม่นาคีส่งให้สุภัทรดู
“เทวรูปครึ่งคนครึ่งงูแบบนี้ ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน จะว่าเป็นเทวรูปมนสาเทวี (มะ-นะ-สา-เท-วี) เทวีแห่งอสรพิษ ธิดาของพระศิวะก็ไม่น่าใช่”
“อาจเป็นคติความเชื่อเรื่องนาคที่มาจากอินเดียผสมผสานเข้ากับความเชื่อดั้งเดิมในท้องถิ่น แต่ที่น่าแปลกก็คือเทวรูปนี่หน้าตาเหมือนกับคำแก้วราวกับถอดแบบมา”
“เทวรูปศตวรรษที่ 17 จะหน้าตาเหมือนคนทุกวันนี้ได้ยังไง แกคิดอุปโลกน์เอาเองน่ะสิว่าเหมือนเมียแก” สุภัทรหัวเราะเบาๆ คำแก้วยกสำรับกับข้าวมื้อเย็นมาให้สุภัทรพอดี สุภัทรเอ่ยบอก “ไอ้เจ้าทศพลมันบอกว่าหน้าหนูคำแก้วเหมือนเทวรูปนี่แน่ะ” สุภัทรชี้ให้คำแก้วดูภาพสเก็ตช์ในกระดาษ
คำแก้วเห็นภาพวาบในอดีตแวบเข้ามาในหัว ตอนนาคีถูกสาปให้กลายเป็นหิน คำแก้วผงะ มองภาพสเก็ตช์เทวรูปเจ้าแม่นาคีอย่างตะครั่นตะครอ
“คำแก้วของพี่ต้องเป็นธิดาพญานาคแปลงกายมาแน่ๆ ถึงได้สวยหยาดเยิ้มอย่างนี้” ทศพลแหย่คำแก้วเล่น
“คำแก้วเป็นคน ไม่ใช่พญานาค !” คำแก้วโพล่งออกมา แล้วก็รีบเดินไป
“เห็นมั้ย แกไปหาว่าหนูคำแก้วหน้าเหมือนวัตถุโบราณ เขาเลยงอนเลย” สุภัทรติง
ทศพลรีบตะโกนตามหลังดังๆ “คำแก้วจ๋า พี่ล้อเล่นนะจ๊ะ”
คำแก้วซึ่งแอบอยู่ที่มุมหนึ่งใจเต้นอย่างไม่รู้สาเหตุ

ที่เทวรูปเจ้าแม่นาคีตั้งอยู่เบื้องหน้าเมืองอินทร์ มีตะไคร่น้ำจับเขียวปี๋
กำนันแย้มพูดทั้งยังสะพรึง “เทวรูปนี่มีอาถรรพ์ คราวก่อนมันเล่นงานข้าแทบปางตาย จนต้องหาทางเอาไปไว้วัด แต่แพเจ้ากรรมดันมาแตกเสียก่อน”
“เทวรูปกาลีบ้านกาลีเมือง จมอยู่ใต้แม่น้ำโขงก็ดีอยู่แล้ว จะกู้มันขึ้นมาทำไม หาเหาใส่หัว หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ” กอหวาดกลัว
เมืองอินทร์เอามือสัมผัสที่เทวรูปแล้วหลับตาลง เมืองอินทร์เห็นภาพพญานาคถล่มเมือง / นาคีถูกสาปให้กลายเป็นหิน
เมืองอินทร์ลืมตาขึ้น รู้เรื่องราวในอดีตจากสัมผัสพิเศษ “นี่ไม่ใช่เทวรูปธรรมดา แต่เป็นร่างในอดีตชาติของมัน นางพญานาคีถล่มบ้านเมืองพังพินาศ ฟ้าดินเลยสาปแช่งให้มันกลายเป็นหิน”
“พ่อหมอจะลงมือเมื่อไหร่ ข้าใจร้อน อยากจะเห็นนังงูผีมันตายเซ่นวิญญาณลูกชายข้าไวๆ” กำนันแย้มร้อนใจ
“คืนนี้เป็นคืนจันทร์ดับ ฤทธิ์เดชนังเจ้าแม่จะอ่อนกำลังลง ข้าจะต้องชิงลงมือก่อน หากปล่อยไว้จนกระทั่งเกิดสุริยคราสอีกครั้ง เมื่อนั้นนางงูขาวจะยิ่งมีอำนาจแก่กล้า เราจะหาทางกำจัดมันไม่ได้อีก” เมืองอินทร์หมายมั่น
“นังคำแก้วมันฉลาดเป็นกรด พ่อหมอจะล่อให้มันออกมายังไง”
เมืองอินทร์ไม่ตอบกำนันแย้ม ได้แต่ยิ้มที่มุมปาก มีแผนการในใจ รู้สึกเหมือนชัยชนะอยู่แค่เอื้อม

ทางด้านเลื่อมประภัส ฉัตรสุดาในชุดสาวชาวบ้านแอบดูเหตุการณ์อยู่
ฉัตรสุดาหนักใจ “เจ้าอินทร์มันเอาร่างของเจ้าแม่ขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จ”
เลื่อมประภัสคับแค้น “ไม่ว่ากี่ภพกี่ชาติ พวกมันก็ตามจองเวรเจ้าแม่ไม่เลิกรา”
“พวกมันจักเอาร่างเจ้าแม่มาทำอันใด” ฉัตรสุดาสงสัย
“มันต้องไม่ใช่สิ่งดีแน่”
เลื่อมประภัส ฉัตรสุดา สีหน้าหวั่นวิตก

เพื่อนๆ ของทศพลจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่
“พ่อฉันบอกว่าหมอเมืองอินทร์จะทำพิธีกองกูณฐ์อัคคี คราวนี้นังงูผีมันไม่รอดแน่” พิมพ์พรยิ้มเยาะ
“กองกูณฐ์อัคคี ? พิธีอะไรวะ หลวงปู่ ?” สมมาตรสงสัยหันไปถามเชษฐ์
“พิธีบูชาไฟของพวกโยคีตั้งแต่สมัยพุทธกาล สืบทอดมาจากสำนักท่านอุรุเวลกัสสปะมหาฤาษี ในรามเกียรติ์เรียกพิธีนี้ว่าพิธีกองกูณฐ์กลาบูชาไฟ”
“แล้วไอ้พิธีอะไรเนี่ยจะปราบงูเจ้าแม่นาคีได้จริงเหรอ” วันชนะอยากรู้
เชษฐลังเล “ไม่รู้เหมือนกันว่ะ เคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่มีปรากฏเป็นหลักฐานว่าพวกโยคีสมัยก่อนเขาทำกันยังไง มีเพียงแค่คำบอกเล่าเท่านั้น”
“ปราบงูเจ้าแม่ แล้วคำแก้วล่ะจะเป็นอันตรายหรือเปล่า” สมมาตรเป็นห่วง
ประกิตออกความเห็น “บางทีพิธีนี่อาจช่วยให้คำแก้วหายเป็นงูก็ได้นะเว้ย”
เจิดนภาย้อน “โอ๊ยยย....นังคำแก้วมันเป็นงูนะ ไม่ได้เป็นหวัด ของแบบนี้เป็นแล้วมันหายกันได้ซะที่ไหนล่ะ”
“ตายเมื่อไหร่ นังคำแก้วก็หมดเวรหมดกรรมเมื่อนั้น” พิมพ์พรพูดน้ำเสียงสะใจ

ผ่านเวลาเป็นกลางคืน เป็นคืนแรม 15 ค่ำ ไม่มีแสงจันทร์ ทศพลนอนตะแคงกอดคำแก้ว หอมต้นแขนเบาๆด้วยความรัก
“พี่เชื่อเรื่องพญานาคมั้ย” คำแก้วถามหยั่งเชิง
ทศพลหัวเราะเบาๆ “ไม่รู้สิ คำแก้วล่ะ เชื่อหรือเปล่า”
“ตอนเป็นเด็ก คำแก้วเคยได้ยินว่ามีพญานาคีแปลงกายเป็นหญิงสาวมารักกับแม่ทัพหนุ่ม พอแม่ทัพจับได้ว่านางไม่ใช่คน ก็ผลักไสไล่ส่ง นางนาคีเลยต้องหนีลงไปจำศีลที่วังบาดาล”
“น่าสงสารนางนาคตัวนั้นเหมือนกันนะ คงจะรักแม่ทัพหนุ่มคนนั้นมาก”
“เมื่อแม่ทัพหนุ่มระลึกถึงความหลัง จึงคร่ำครวญขอให้นางนาคขึ้นมาอยู่กินด้วยกันดังเดิม แต่นางนาคจำศีลภาวนา ไม่ยอมใจอ่อนกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์อีก”
“แม่ทัพคนนั้นไม่กลัวบ้างหรือไง ถ้าเป็นพี่จะหนีไปให้ไกลเชียว”
“ทำไมต้องกลัวด้วยล่ะจ๊ะ”
“พญานาคก็คืออสรพิษ ไว้ใจยาก คุ้มดีคุ้มร้าย จะฉกเราตายเมื่อไหร่ก็ได้ โชคดีที่พญานาคมีแค่ในตำนาน ไม่งั้นโลกเราคงวุ่นวายพิลึก” ทศพลพูดขำๆ
คำแก้วมองทศพล ครุ่นคิดกังวลใจ

เมืองอินทร์ในชุดนุ่งขาวห่มขาวบริกรรมเวทมนตร์ภาษาเขมรอยู่ในวงสายสิญจน์ล้อมทั้ง 8 ทิศ เบื้องหน้าปะรำพิธี กองไฟโชติช่วง มีเทวรูปเจ้าแม่นาคีตั้งตระหง่านกลางกองเพลิง แสงจากกองไฟจับใบหน้าเมืองอินทร์แดงฉาน แลดูมีรังสีอำมหิต

คำแก้วร้อนทุรนทุรายจนทนไม่ไหว ต้องลุกพรวดขึ้นมา เหมือนนอนอยู่บนกองเพลิง คำแก้ว เห็นไอร้อนระอุลอยออกมาจากร่างราวกับถูกย่างสด แขนคำแก้วเนื้อปริแตกออก เผยให้เห็นเกล็ดงูที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง คำแก้วตาเหลือกลานด้วยความตกใจแทบกรีดร้อง จนต้องเอามือปิดปากตัวเองเอาไว้ คำแก้วถลันลงบันไดบ้าน มุ่งหน้าไปยังเทวาลัยท้ายหมู่บ้านทันที

สมุนของกำนันแย้มทั้ง 3 ถือคบไฟออกลาดตระเวน ละแวกกระต๊อบของทศพล
สมุนกำนันแย้มคนหนึ่งเห็นเงาตะคุ่มๆ ของคำแก้ว เผ่นแผล็ววูบผ่านไป “เฮ้ย ! นั่นใครวะ”
สมุนทั้ง 3 ของกำนันแย้มชักดาบเงาปลาบออกมาจากฝัก “หยุดเดี๋ยวนี้นะโว้ย ถ้าไม่หยุดข้าฟันทิ้งจริงๆ ด้วย”
คำแก้วชะงัก หันหลังให้พวกของกำนันแย้ม
“ผู้หญิงนี่หว่า ! มึงชูคบไฟสูงๆ สิวะ กูจะได้เห็นหน้า” สมุนคนแรกสั่ง
“เอ็งเป็นใคร ออกมาทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ” สมุนคนที่สองเอ่ยถาม
“พวกข้าถาม หูหนวกหรือไง ไหน ! หันหน้ามาซิ” สมุนของกำนันแย้มปราดเข้าไปกระชากบ่าคำแก้วให้หันมา ที่หน้าคำแก้วเต็มไปด้วยเกล็ดงู แยกเขี้ยวน่ากลัว ดวงตาเป็นอสรพิษ
“ปีศาจ !!!!!” สมุนทั้ง 3 ของกำนันแย้มตาเหลือกลาน อ้าปากค้าง ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
คำแก้วรีบหนีหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

อ่านละครนาคี ตอนที่ 14/3 วันที่ 16 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ