อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 15[อวสาน] วันที่ 22 ต.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 15[อวสาน] วันที่ 22 ต.ค.59

“พอคลอดยายนาง เอมก็มีปัญหา หมอต้องเอาเข้าห้องผ่าตัดต่ออีกเป็นชั่วโมง นาทีนั้น...ผมได้แต่สวดมนต์ และมองหน้าลูกว่าเราอาจจะเหลือกันแค่นี้ก็ได้...แล้วอยู่ดีๆเด็กตัวนิดเดียวคนนั้นก็เอามือเล็กๆมาแตะนิ้วผม วินาทีนั้นผมรู้แค่ว่าผมไม่มีวันยอมให้ใครมาพรากลูกไปจากผมได้...”

“ผมไม่เคยมีเจตนาจะพรากนางไปจากคุณอาเลย”

“ผมเชื่อคุณ...แต่การเป็นภริยาทูต คือการออกติดตามสามีไปอยู่ประเทศต่างๆ คุณไม่คิดจะพราก แต่การงานของคุณก็จะพรากลูกไปจากผมอยู่ดี” ธนาธิปสัญญาว่าจะดูแลนางให้มีความสุขที่สุด “เวลาสุขผมไม่ห่วงหรอกคุณธิป แต่เวลาทุกข์ล่ะ ใครจะดูแลลูกผม ถ้าลูกผมเป็นทุกข์แล้วโทร.มาหา ลูกผมร้องไห้ แต่ผมไปอยู่กับลูกไม่ได้ แล้วใครจะดูแลลูกผม”



เด่นชาติบอกว่าตนไม่เคยสงสัยความพร้อมและความดีของเขา ย้ำความรู้สึกของผู้เป็นพ่อกับเขาว่า

“แต่ถ้าวันหนึ่งที่คุณมีลูกสาว คุณจะรู้เองว่าไม่มีใครดีพอสำหรับลูกสาวของคุณหรอก”

“คุณอากำลังจะบอกผมว่า...”

“ผมไม่ได้จะบอกอะไร แค่อยากจะขอร้อง...อย่าพรากหัวใจผมไปเลย...”

ธนาธิปอึ้ง พูดไม่ออกอีกเลย

ooooooo

นางโทรศัพท์ถึงธนาธิปขณะขับรถกลับ เขามองสายจากนางเจ็บปวด สับสนไม่กล้ารับสาย ปล่อยให้เรียกจนเงียบไป

สินีนาฎเองก็โทรศัพท์หาชัยพงษ์ ใจระทึกรอเขารับสาย แต่สายสนมเข้ามาบอกว่าสายสุดากับคัมพลมาหา สินีนาฎจึงจำต้องตัดสายไปก่อน พอลงไปก็ทักสายสุดาว่าไปยังไงมายังไงถึงได้มาด้วยกันกับคัมพล ถามสายสุดาว่าเธอโอเคหรือเปล่า

“ไม่ ฉันยังไม่โอเค ที่เธอบอกให้นางไปรับหมั้นพี่ทัศนัย” สายสุดาหน้านิ่งจริงจัง

สินีนาฎบอกว่าตนก็ไม่โอเค ขอบคุณที่สายสุดาช่วยให้ทุกอย่างลงตัว สินีนาฎบอกว่าเมื่อเช้านางมาหาตนและเราได้คุยกันหมดแล้ว สายสุดาถามว่าเรื่องจบแล้วใช่ไหม สินีนาฎบอกว่าใช่ สายสุดาดีใจที่สองคนเข้าใจกันแล้ว

สินีนาฎถามว่าทำไมถึงมาที่ร้านล่ะ สายสุดาโบ้ยไปทางคัมพลที่ตามเข้ามาบอกว่าเขาจะมาดูร้านให้ได้ พอดีคัมพลเข้ามาถึง ร้องทักอย่างตื่นเต้นว่า

“สิ ร้านเจ๋งไปเลยอ่ะ ไม่คิดเลยนะว่าไอ้ตึกเก่าๆ โทรมๆ วันนี้มันจะกลายมาเป็นร้านเจ๋งๆแบบนี้ได้”

สินีนาฎถามว่าเขารู้จักตึกนี้มาก่อนหรือ คัมพลบอกว่ารู้จักดีเพราะมันเป็นตึกของพ่อ เล่าขำๆว่า

“ก็พี่ชัยพงษ์แหละไปขอโฉนดมา คงตั้งใจจะให้สิเปิดร้านนี่แหละ”

สินีนาฎช็อก พอรู้สึกตัวก็ถามคัมพลว่าชัยพงษ์อยู่ไหน แล้ววิ่งออกไปโบกแท็กซี่ทันที

พอไปถึงตึกออฟฟิศของชัยพงษ์ที่หรูหรา ทุกอย่างเป็นทางการและเข้มงวด พนักงานแต่งตัวสวยเดินมาถามตามระเบียบและให้นั่งรอ “ท่าน” สินีนาฎรู้สึกตัวเล็กลีบจนไปนั่งหลบมุม ไม่นานพนักงานก็มาบอกว่าชัยพงษ์พร้อมที่จะให้พบแล้ว สินีนาฎดีใจมากรีบลุกไป

แต่พอเจอชัยพงษ์ สินีนาฎกลับรู้สึกตัวเล็กลีบยิ่งกว่าเก่าเมื่อเจอท่าทีที่ไว้ตัวห่างเหินของเขา ซ้ำคุยเพียงเล็กน้อยก็บอกว่าติดประชุม แม้เธอจะขอโทษ ขอโอกาสแก้ตัวกับสิ่งที่ทำผิดพลาดในอดีต เขาถามว่าเธอมาเพื่อจะบอกตนแค่นี้ใช่ไหม ถ้าหมดธุระแล้วตนขอตัวไปประชุม สินีนาฎกลับไปอย่างคนหัวใจสลาย...

ooooooo

นางพยายามติดต่อธนาธิปแต่เขาไม่รับสาย มิสคอลไปห้าสิบกว่าครั้งก็เงียบ นางว้าวุ่นใจจนส่งข้อความไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น ขอให้พูดกับตนตรงๆ วันนี้ธนาธิปจึงไปดักพบนางที่มหาวิทยาลัย กลับมาคุยกันที่คอนโด เขาบอกนางว่า

“ผมโดนย้ายด่วนไปช่วยท่านทูตที่อังกฤษ” นางบอกว่าอังกฤษแค่นี้ปิดเทอมตนไปหาก็ได้ เว้นแต่เขาไม่อยากให้ไป “ผมไม่แน่ใจว่าระยะทางมันจะทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน”

นางช็อก น้ำตาล้นทันทีนึกถึงคำพูดของแม่ที่บอกว่าอย่าเสียน้ำตาให้กับคนที่ไม่ยอมสู้เพื่อตน บอกลาทันทีและไม่ต้องไปส่ง ตนไปเองได้ เมื่อนางไปแล้ว ธนาธิปนั่งซึม บันลือถามว่า “คุณธนาธิปแน่ใจแล้วหรือ”

“ให้ผมสู้กับผู้ชายทั้งโลกผมก็ไม่กลัว แต่นี่พ่อเขา ให้ผมฝืนสู้ไปได้ยังไง...ผมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้แข่งด้วยซ้ำ...”

นางกลับถึงบ้านก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เอมอรถามว่าเป็นอะไร นางบอกแม่ว่า “คุณธิปเขาไม่รักนางแล้วค่ะ เขาไม่รักนางแล้ว...” เอมอรเอะใจถามเด่นชาติทันทีว่ามีอะไรที่ตนไม่รู้หรือเปล่า เด่นชาติปากแข็งว่าไม่มีอะไร ทำไมถามแบบนี้

“เอาเถอะค่ะ เอมจะเชื่อ เพราะเอมแน่ใจว่าสุดท้ายแล้วในฐานะที่เราเป็นพ่อเป็นแม่ เราต้องเอาความสุขของลูกก่อนอย่างอื่นใช่ไหมคะ” เด่นชาติพยักหน้าแหยๆ เอมอรไม่ถามต่อ ปล่อยให้สามีอัดอั้นสับสนกับการกระทำของตัวเอง

นับแต่นั้นมา นางก็ซึมเศร้า กิจกรรมที่เคยทำกับพ่อแม่ก็ปลีกตัว ห่างเหินจนเด่นชาติรู้สึกตัว พูดเป็นนัยว่า

“นาง...ถึงใครจะไม่รัก แต่พ่อรักนางด้วยชีวิตของพ่อนะลูก”

“นางก็รักคุณพ่อค่ะ” พูดจบแล้วนางเดินเข้าบ้านทิ้งให้เด่นชาติยืนสับสนอยู่ตรงนั้น อัดอั้นมากเข้าก็ถามเอมอรว่าตนทำผิดใช่ไหมที่ไปบอกธนาธิปให้เลิกกับนาง เมื่อรู้ความจริง เอมอรจึงต้องปลอบทั้งลูกและสามี

แต่นางวันนี้หัวใจบาดเจ็บจนยากแก่การเยียวยาแล้ว

นางเอาแต่เศร้าและปลีกตัวจากทั้งพ่อและแม่

ในที่สุดนางจัดกระเป๋าเดินทางลงมาเจอเกดถามว่าจะไปไหน นางจึงจับเกดมัดมือมัดปากไว้ในครัวแล้วออกจากบ้านไป จนเอมอรมาเจอแก้มัดแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“คุณนางหนีไปแล้วค่ะ มัดเกดไว้ไม่ให้เกดโทร.บอกคุณๆค่ะ” เด่นชาติถามว่าไปไหน เกดบอกว่าปีนัง เอมอรตกใจถามว่านางไปปีนังทำไม “คุณนางบอกว่า ไปบวชชีค่ะ” เอมอรกับเด่นชาติมองหน้ากัน เด่นชาติหลบตารู้ว่าตนเป็นต้นเหตุ!

ทั้งสองเตรียมเดินทางทันที เด่นชาติขอไปแก้ปัญหาเองเพราะตนเป็นคนสร้างปัญหาขึ้น ตนจะไปพาลูกกลับมาเอง

เอมอรปล่อยให้เด่นชาติไปคนเดียว แล้วรีบโทร.หาธนาธิปทันที

ooooooo

เด่นชาติไปเจอเทเรซ่าซึ่งชำระใจได้สว่างบริสุทธิ์แล้ว เด่นชาติขอโทษการกระทำในอดีตของตน เทเรซ่าบอกว่าตนไม่โกรธและให้อภัยเขาหมดแล้ว ให้กำลังใจเด่นชาติว่า เมื่อยังไม่รู้จะทำอย่างไรก็จงทำสิ่งที่ถูกต้อง และจะไปตามนางมาให้

ออเดรย์ มาการิต้าและคุณแม่อธิการคุยกับนางอยู่ คุณแม่อธิการบอกนางว่า

“อย่านึกถึงแต่ความรักของหนุ่มสาว ความรักที่ติดตัวหนูมานานแสนนานคือความรักจากพ่อแม่ ถ้าหนูคิดว่าหนูเศร้าใจเหลือเกินเพียงเพราะความรักที่หนูเพิ่งได้พบเจอมาไม่กี่เดือน ลองนึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่คุณพ่อหนูต้องเจอด้วย” และ “อย่าเร่งรัดหาคำตอบในความรัก เวลาก็ต้องการเวลาเหมือนกัน ให้เวลากับคนที่รักหนูมากที่สุดได้ปรับตัวบ้างนะจ๊ะ”

เด่นชาติที่คุยอยู่กับเทเรซ่า ขณะเทเรซ่าไปตามนางนั้น พอเขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นธนาธิปมายืนตรงหน้าแล้ว เขาบอกเด่นชาติอย่างเปิดเผย จริงใจว่า

“ผมไม่อยากพรากดวงใจของคุณอาไป แต่ผมก็เดินหนีจากหัวใจของผมไม่ได้เหมือนกัน”

เมื่อนางมาพบธนาธิปและเด่นชาติ เด่นชาติขอโทษนางยอมรับว่าแม้ตนจะรักและหวงลูกเพียงใดก็ไม่มีสิทธิ์จะรั้งลูกไว้จากชีวิตของลูก บอกธนาธิปว่าต่อไปจะไม่ห้ามเขาและนางจะอนุญาตให้ไปมาหาสู่กันได้แต่ขอเวลาถามความสมัครใจของนางอีกครั้งเมื่อเธอเรียนจบ และเมื่อเขาพิสูจน์ตัวเองได้ว่ารักและมั่นคงกับนางจริงๆ เราค่อยมาคุยกันอีกที

ธนาธิปสัญญา เด่นชาติบอกไม่ต้องสัญญาแต่พิสูจน์ให้ตนเห็น ถ้ามีอะไรสะกิดตนแม้แต่นิดเดียวตนก็จะยกเลิกทันที

“ด้วยเกียรติทั้งหมดของผมครับ”

ooooooo

สินีนาฎกลับมาทำร้านกาแฟแม้หัวใจจะสลายแต่ได้กำลังใจจากแม่และป้าทับทิมก็ทำร้านกาแฟอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ

ชัยพงษ์ก็ไม่อาจตัดใจได้ ทานเค้กที่ไหนก็ไม่ถูกปากถูกใจคิดถึงแต่เค้กร้านกาแฟ จนในที่สุดกลับไปหาสินีนาฎและช่วยกันทำร้านกาแฟและขนมเค้กจนกิจการเฟื่องฟูอย่างมีความสุขที่ได้ทำสิ่งที่ตนชอบกับคนที่ตนรัก

เมื่อความรักและฐานะมั่นคง ทั้งสองจึงแต่งงานกัน สายสนมฝากฝังสินีนาฎให้ชัยพงษ์ช่วยดูแลด้วย

ชัยพงษ์ตอบรับด้วยความเต็มใจยิ่ง

เมื่อนางเรียนจบและธนาธิปกลับมาได้ร่วมงานแต่งงานของสินีนาฎและชัยพงษ์ ธนาธิปจึงขอแต่งงานกับนางในงานนี้ นางปลื้มปิติจนน้ำตาคลอ ส่วนเพื่อนๆ ที่มาร่วมงาน ทั้งมาเรีย ฮองลัน มีนาและจอยคามได้ยินต่างพากันกรี๊ดดีใจ ธนาธิปสวมแหวนให้นางในขณะที่สินีนาฎกับชัยพงษ์กำลังกล่าวคำสาบาน

พอสินีนาฎกับชัยพงษ์กล่าวคำสาบานจบ ธนาธิปประคองมือนางขึ้นจูบเบาๆ และสบตากันอย่างมีความสุข

จากนั้นไม่นาน ที่บ้านเด่นชาติก็เตรียมจัดงานหมั้นระหว่างธนาธิปกับนางอย่างคึกคัก หลังงานหมั้นก็จัดงานแต่ง แม้เด่นชาติจะทำใจได้แล้วที่จะไม่รั้งชีวิตลูกไว้ แต่เมื่อนึกถึงว่าหลังจากนี้นางจะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว เด่นชาติก็นอนไม่หลับ นางเองก็นอนไม่หลับ เธอลุกขึ้นมาชู้ตบาสที่เคยเล่นกับคุณพ่อ เด่นชาติลุกออกมาถามว่านอนไม่หลับหรือ

“ใจหายค่ะคุณพ่อ นางอยู่บ้านนี้มาตั้งแต่เกิด แต่ตั้งแต่พรุ่งนี้จะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว”

“ลูกกลับมาได้เสมอนี่จ๊ะ”

“นางรู้ค่ะ แต่ก็ไม่เหมือนกันอยู่ดี เตียงนางห้องนางที่อยู่ติดกับคุณพ่อคุณแม่ จะเดินไปหาเมื่อไหร่ก็ได้”

“งั้นเราล้มเลิกงานพรุ่งนี้ดีไหม หนีไปไกลๆกัน” เด่นชาติหยอก

“ไม่มีวันที่นางจะรักใครมากไปกว่าพ่อนะคะ”

สองพ่อลูกกอดกันด้วยความตื้นตันใจ

รุ่งขึ้นที่ห้องนอนของนาง นางอยู่ในชุดไทยใจระทึกเมื่อได้ยินเสียงโห่ฮิ้วใกล้เข้ามาอย่างคึกคัก ครู่หนึ่งธนาธิปมาเคาะประตูถือช่อดอกไม้เข้ามา ต่างมองกันอึ้ง นาน ธนาธิปเอ่ยอย่างปิติว่าตนรอวันนี้มานานแค่ไหนรู้ไหม นางตอบอายๆว่า

“ไม่รู้สิคะ”

“นี่ยังจะอายอีก นี่กว่าผมจะฝ่าประตูเงินประตูทองมาถึงนางได้นี่รู้ไหมผมต้องผ่านอะไรมาบ้าง” นางถามขำๆว่าแค่นี้ก็บ่นแล้ว “ไม่ได้บ่นแค่อยากจะขอกำลังใจจากเจ้าสาวของผมนิดนึง” ธนาธิปทำกรุ้มกริ่มขอจูบสักที

“คุณธิป...ไม่เอาค่ะ”

“ทำไมล่ะคะ”

“ก็...ก็นาง...นางอายนี่คะ”

ธนาธิปมองนางที่ก้มหน้างุดขำๆแกมเอ็นดู จับมือนางขึ้นมาจูบแล้วจึงก้มลงจูบอย่างแผ่วเบา...นิ่งนาน...

******อวสาน******

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 15[อวสาน] วันที่ 22 ต.ค.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ