อ่านละครนาคี ตอนที่ 15/3 วันที่ 20 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 15/3 วันที่ 20 ต.ค.59

วันชนะยื้อ “กว่าจะยกมาได้ แทบเป็นไส้เลื่อน เรื่องอะไรจะส่งให้ง่ายๆ”
“ไม่งั้นพวกเอ็งก็เตรียมตัวตาย !” กำนันแย้มยกปืนลูกซองจะยิงทั้งสี่ รวมถึงพวกชาวบ้านยิงกระหน่ำราวห่าฝน
“หลวงพ่อโกยช่วยลูกด้วย !!!” วันชนะและพวกอุ้มเทวรูปเผ่นแน่บ หลบลูกกระสุนที่ยิงมาหูดับตับไหม้
“ตามมันไป !!!”
พวกกำนันแย้มวิ่งไล่ตามไปติดๆ

กำนันแย้ม กอ และพวกชาวบ้านวิ่งไล่กวดยิงพวกทศพล เสียงปืนยังดังสนั่นก้องแนวป่า
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ! เอาเทวรูปคืนมานะโว้ย” กอตะโกนลั่น


วันชนะหันมาตะโกนกลับ ทำหน้าลิงหลอกเจ้า “คืนให้โง่สิ !!! อยากได้ก็ตามมาเอาเองสิ”
“จับพวกมันให้ได้ ! ถ้าจับเป็นไม่ได้ ก็จับตายได้เลย” กำนันแย้มสั่ง
พวกชาวบ้านยิงปืนใส่พวกวันชนะราวกับห่ากระสุน สนุกบ้าคลั่งที่จะได้ฆ่าคน
ประกิตผวา “เฮ้ย !!! จะเอากันถึงเป็นถึงตายเลยเหรอ”
สมมาตรย้อน “อยู่ดอนไม้ป่าตั้งนาน แกยังไม่ชินกับความบ้าระห่ำของคนที่นี่อีกหรือไง”
ทันใดนั้น งูยักษ์สีเขียว (เลื่อมประภัส) ก็โผล่พรวดขึ้นมาขวางไว้ ให้พวกวันชนะหนีไป
“บริวารเจ้าแม่นาคี !!!!” กอสีหน้าหวาดกลัว
กำนันแย้มหยุดดูท่าที “มันมาขวางพวกเราไม่ให้ตามไอ้พวกคนเมือง”
“ดูท่านังงูนี่จะดุใช่ย่อย เราเปิดกันก่อนเถอะ” กอเตรียมถอย
กำนันแย้มยังมุ่งมั่น “ข้าจะตามไปเอาเทวรูป !”
“ช่างหัวมันก่อนเถอะ กำนัน ! นาทีนี้ ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน เผ่นล่ะโว้ย !” กอเอาตัวรอด เผ่นแน่บเป็นคนแรก
“ไอ้กอ !!! มึงกล้าทิ้งกูเหรอ !” กำนันแย้มร้องลั่น
งูเลื่อมประภัสร์พุ่งเข้าฉก ไล่พวกกำนันแย้ม ไม่ให้ตามทศพลไป พวกกำนันแย้มตาเหลือก วิ่งหัวซุกหัวซุนหนีกลับไปทางเก่า ไปกล้าตามพวกวันชนะไป

ทศพลตามหาคำแก้วแถวๆ เทวาลัย “คำแก้ว !”
สายตาทศพลไม่เห็นคำแก้วแม้แต่เงา ทศพลมองไปทางเทวาลัยบนภูเขา.... หรือคำแก้วจะอยู่บนนั้น ?

คำแก้วหนีเข้ามาในป่า พงหญ้ารกเรื้อตามวิสัยของงู เกล็ดงูที่ผิวหนังตามตัวของคำแก้วเลือนหายไป หลังจากพิธีกองกูณฐ์อัคคีถูกทำลาย
คำปองตามหาคำแก้วจนกระทั่งมามาถึงจุดที่คำแก้วซ่อนตัวอยู่ “คำแก้ว ออกมาเถอะลูก ! อย่าหนีแม่ไปเลย!” คำปองเห็นหนังคำแก้วไวๆ หลบอยู่ลังพุ่มไม้ก็จำได้ รีบปราดเข้าไปหา “คำแก้ว!”
“อย่าเข้ามา...ฉันไม่ใช่คำแก้วลูกแม่อีกต่อไป” คำแก้วร้องห้าม
“เอ็งเกิดมาจากท้องแม่ เอ็งจะไม่ใช่ลูกแม่ได้ยังไงล่ะ คำแก้วเอ๊ย”
“แต่ฉันเป็นงู ฉันเป็นงูผีอย่างที่ชาวบ้านเขาพูดกัน”
“เอ็งเป็นลูกแม่ ถึงเอ็งจะเป็นอะไร แม่ก็รัก อย่าหนีแม่เลยนะลูก” คำปองยื่นมือมาหาคำแก้วทั้งน้ำตา
คำแก้วมองสบตาคำปอง เห็นแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและจริงใจของผู้เป็นแม่อย่างแท้จริง ก็โผเข้ากอดคำปองแน่น “ฉันไม่อยากเป็นงู ฉันจะทำยังไงดีล่ะแม่”
“มันต้องมีวิธีแก้อาถรรพ์สิ เอ็งต้องหาย คำแก้ว เอ็งต้องหาย...เชื่อแม่สิลูก”
คำแก้วกอดแม่ร้องไห้น่าเวทนา

เช้าวันใหม่ ลำเจียกนอนหลับตาพริ้มมีความสุข ฝันว่าได้หลับนอนกับทศพล “คุณทศพลจ๋า.....” ลำเจียกจะกอดเมืองอินทร์แต่ดันคว้าสะเปะสะปะถูกขันน้ำมนต์หกราดใส่ตัวเองถึงกับสะดุ้งตื่นตาหูแหก “แหกๆๆๆ !!! ใคร ! ใครทำกู ! อีคำแก้ว มึงใช่มั้ย !!!” ลำเจียกกวาดตามองรอบๆ เห็นบริเวณข้าวของเซ่นไหว้ล้มระเนระนาด ลำเจียกงงเป็นไก่ตาแตก พอหันไปมองรอบตัวพบว่าตัวเองนอนอยู่ในป่าช้าก็ตกใจ “ป่าช้า !!!! ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ลำเจียกครุ่นคิด ตบหน้าตัวเองเรียกสติ “หรือฉันยังฝันอยู่” ตบไปเจ็บไป แต่ก็ยังตบอีก “ฝันแล้วทำไมมันเจ็บล่ะ”
ทันใดนั้นเสียงกอก็ตวาดลั่น “ฝันกับผีน่ะสิ”
ลำเจียกหันไปมองเห็นกอ กำนันแย้ม บุญส่ง หน้าเครียด
“พ่อ ลุงกำนัน ยกโขยงกันมาที่นี่ทำไม ใครตายเหรอ” ลำเจียกยังไม่รู้สึกตัว
“นี่เอ็งไม่รู้ตัวเลยหรือไงวะอีลำเจียก ว่าเมื่อคืนเอ็งทำงามหน้าอะไรลงไป” กอตวาดลั่น
“พ่อพูดเรื่องอะไร ฉันงงไปหมดแล้ว ฉันทำอะไร ห๊ะ”
เมืองอินทร์นุ่งโสร่งยุ่งเหยิงก้าวออกมา “มึงพุ่งเข้ามาถลกผ้าโสร่งกูถึงในป่าช้า ยังมีหน้ามาบอกว่าจำไม่ได้อีกเหรอ หมดกัน พิธีกองกูณฐ์อัคคีของข้าฉิบหายป่นปี้หมดแล้ว”
ลำเจียกอึ้งไป คิดทบทวนลำดับเรื่องราว เลื่อมประภัสปลอมเป็นหญิงชรามาขายว่านดอกทอง ลำเจียกพุ่งเข้ากอดเมืองอินทร์ ถลกผ้าโสร่งกลางวงสายสิญจน์
“นึกออกแล้ว เมื่อคืนมียายแก่ๆ คนนึง เอาว่านดอกทองมาขายให้ ฉันเผลอสูดกลิ่นมันเข้าไป จากนั้นก็ไม่รู้ตัวอีกเลย”
กำนันแย้มตบขาผัวะ “อุวะ ! เสียท่าบริวารนังเจ้าแม่นาคีจนได้ เอ็งหลงกลมันแล้ว อีลำเจียก”
ลำเจียกแทบช็อค “หมายความว่าฉันตกเป็น....เมียพ่อหมอ แล้วน่ะสิ”
“แต่ข้าไม่ได้สมยอมโว้ย !” เมืองอินทร์โวยวาย
“พูดหมาๆ ได้ฉันเป็นเมียแล้วจะไม่รับผิดชอบหรือไง ของพรรค์นี้ ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก ฉันให้ ถ้าพ่อหมอไม่เอาซะอย่าง เรื่องก็ไม่เกิด” ลำเจียกโวยกลับ
“ใช่ ลูกข้าเป็นผู้หญิงเสียหายทั้งขึ้นทั้งล่อง เรื่องนี้ต้องให้พ่อกำนันตัดสิน” กอเข้าข้างลูกเต็มที่
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว พ่อหมอก็เป็นผัวนังลำเจียกมันก็แล้วกัน !” กำนันตัดสินตามเนื้อผ้า
“ห๊ะ ข้าเนี่ยนะ !?!” เมืองอินทร์งงเป็นไก่ตาแตก อยู่ๆ ก็ได้เป็นผัวลำเจียก

ทศพลคอตกกลับมาบ้าน ตามหาคำแก้วทั้งคืนแต่ไม่พบ สายตาทศพลเห็นคำแก้วนั่งซึมกะทือ หัวพิงเสาอยู่ที่ชานเรือน ก็เข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง “คำแก้วหายไปไหนมา พี่ตามหาทั้งคืน เป็นห่วงแทบแย่” ทศพลเอามืออังที่หน้าผากคำแก้วเห็นตัวไม่ร้อน เป็นปกติ “ตัวไม่ร้อน แสดงว่าไข้ลดแล้ว คำแก้วไปอนามัยกับพี่นะ ฉีดยาสักเข็ม ไข้จะได้ไม่กลับ”
คำแก้วนิ่ง จ้องหน้าทศพล ไม่รู้จะอธิบายให้เขาเข้าใจได้อย่างไร ทศพลคะยั้นคะยอคำแก้วจะพาไปหาหมอให้ได้ คำปองออกมาพอดี “ไม่ต้องพาไปหามดหาหมอให้เสียเวลาหรอก เวลาผู้หญิงเลือดจะไปลมจะมา ก็ตัวร้อนมีไข้อย่างนี้ เขาเรียกว่าเป็นไข้ทับระดู ต้มยาเจ้าชู้ซดต่างน้ำ กินสัก 3-4 วันก็หาย”
“แต่เมื่อคืนคำแก้วตัวร้อนเป็นไฟเลยนะแม่ น่าจะไปให้หมอเขาตรวจดูสักหน่อย จะได้หายไวๆ” ทศพลร้อนรนด้วยความเป็นห่วง
“เรื่องพรรค์นี้ แม่อาบน้ำร้อนมาก่อน แม่รู้น่า ผู้หญิงเค้าก็เป็นกันทั้งนั้น พ่อทศพลอย่าเป็นห่วงมันเลย มีอะไรทำก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวแม่ดูแลมันเอง” คำปองตัดบท
ทศพลไม่วายห่วงคำแก้ว

คำปองเห็นคำแก้วยังนั่งนิ่ง ไม่ยอมพูดจาตั้งแต่เช้า จึงเข้ามานั่งคุยด้วย
“ฉันเป็นงู แม่ไม่กลัวฉันเหรอ” คำแก้วเสียงเศร้า
“กลัวอะไร กลัวเอ็งจะรัดแม่ตายหรือไง”
“ความลับไม่มีในโลก สักวัน คุณทศพลก็ต้องรู้ว่าฉันไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนอย่างคนอื่นเขา แล้วก็คงจากฉันไป” คำปองปลอบ “ความกังวล เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่ากับใครก็ตาม ก็มักจะก่อตัวใหญ่ขึ้น และเมื่อกังวลเรื่องหนึ่งเรื่องใด มันก็จะกังวลต่อไปอีกไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องเอ็งจะทุกข์เพราะความคิดของเอ็งเอง”
“เขาว่ากันว่าคำพรของพ่อแม่นั้นศักดิ์สิทธิ์นัก แม่ให้พรฉันทีได้ไหมจ๊ะ” คำแก้วพนมมือ รับพรจากคำปอง
“แม่ขอให้คุณพระคุ้มครองเอ็งให้แคล้วคลาดจากสิ่งร้ายๆ ที่มาแผ้วพาน ศัตรูจงแพ้ภัยขอให้ลูกของแม่จงมีสติ รู้กายรู้ใจวางทุกข์ใจเบาได้นะลูกนะ”

คำปลอบโยนของแม่ทำให้คำแก้วสบายใจขึ้น และผละไปเทวาลัยหลังจากนั้นเพื่อคืนสภาพเป็นมนุษย์เหมือนเดิม แต่ก็คลาดกับทศพลที่กลับบ้านอย่างผิดหวังเพราะไม่เจอตัวภรรยาสุดที่รัก คำปองสงสารแต่ก็น้ำท่วมปากบอกลูกเขยไม่ได้ว่าลูกสาวคนเดียวเป็นงูเจ้าแม่นาคี

พิธีกองกูณฐ์ปราบเจ้าแม่นาคีถูกทำลายเพราะแผนร้ายของเหล่าบริวารงูของเจ้าแม่นาคีแท้ๆ ส่งลำเจียกมาป่วนจนเมืองอินทร์ตบะแตก ได้คนงามบ้านดอนไม้ป่าเป็นเมียจนได้

พวกกำนันแย้มเป็นเดือดเป็นร้อนมาก ตัดสินใจจับพวกคนเมืองเป็นตัวประกันและเรียกร้องให้ออกจากดอนไม้ป่าหากอยากมีชีวิตรอด สุภัทรกับทัศนัยเห็นท่าไม่ดีเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กๆ เลยยอมตกลงจะออกจากดอนไม้ป่าทันทีหากยอมให้นำเทวรูปเจ้าแม่นาคีและแผ่นจารึกโบราณทั้งสามแผ่นกลับไปด้วย

ทุกอย่างทำท่าจะจบด้วยดี ทุกคนแยกย้ายและไม่ต้องอาฆาตกันอีกหากเมืองอินทร์จะไม่เห็นสิ่งที่ถูกบันทึกบนแผ่นจารึกโบราณทั้งสามเสียก่อน ข้อต่อรองเพื่อไล่พวกคนเมืองจากดอนไม้ป่าเลยเป็นโมฆะ

ooooooo

สุภัทรกับทัศนัยเร่งให้พวกนักศึกษาเก็บข้าวของกลับบ้าน แต่ทศพลก็เป็นคนเดียวที่ไม่ยอมกลับยืนยันหัวเด็ดตีนขาดจะไม่ไปจากดอนไม้ป่าหากคำแก้วไม่ไปด้วย

คำแก้วเป็นห่วงความปลอดภัยของสามีตัดสินใจบอกลาและขอให้เขากลับกรุงเทพฯพร้อมทุกคน คำปองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเข้าใจความรู้สึกของลูกสาวคนเดียว แต่กระนั้นก็ไม่เห็นด้วย

“คิดดีแล้วเหรอที่ทำแบบนี้”

“ฉันไม่อยากให้คุณทศพลต้องทนลำบาก เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพราะฉันอีก”

“เอ็งไม่รักเขาแล้วเหรอลูก”

“เพราะฉันรักเขา ฉันถึงได้ยอมปล่อยเขาไป”

“คุณทศพลคือคนที่เอ็งรออยู่ใช่ไหม”

คำแก้วพยักหน้า น้ำตารื้น “คุณทศพลเป็นรักแรก รักเดียว และรักสุดท้ายของฉัน”

“ดูแลเขาให้ดี อย่าปล่อยให้หัวใจของเอ็งต้องหลุดลอยหายไปเลยนะ...”

คำแก้วคิดหนักไม่รู้จะตัดสินชะตาชีวิตของตัวเองเช่นไร ต่างจากหมออ่วมที่หลังจากถูกงูบริวารเจ้าแม่เล่นงานคราวก่อนก็เก็บตัวในบ้านไม่ออกไปไหนจนกอต้องไปตาม

“นังงูผีมันฆ่าไม่ตาย มันต้องกลับมาล้างแค้นเอ็งกับข้าแน่ๆ”

“ปลูกว่านพญาลิ้นงูรอบบ้านก็ช่วยไม่ได้ ขนาดพ่อหมอเมืองอินทร์ตั้งพิธีกองกูณฐ์เผามันทั้งเป็นยังเอามันไม่ลง”

“ข้าตรวจดูเลขผานาทีแล้ว อีกสามวันจะเกิดสุริยคราส”

“อีกแล้วเหรอ ทำไมปีนี้มันถึงได้เกิดถี่นักวะ”

“เพราะคนสมสู่กับงู มันถึงเกิดอาเพศ เมื่อใดก็ตามที่นาคราชกลืนดวงตะวัน บริวารเจ้าแม่นาคีจะมีฤทธิ์ พวกเอ็งฆ่ายังไงมันก็ไม่ตาย!”

คืนเดียวกันที่บ้านกำนันแย้ม...บุญส่งแอบขโมยแผ่นจารึกโบราณมาให้เมืองอินทร์ แล้วก็ต้องตะลึงทั้งวงเมื่อหมอผีหนุ่มจากนาคหนีบอกว่ามนต์อาลัมพายน์บนแผ่นจารึกนี้ใช้ปราบเจ้าแม่นาคีได้

“บริวารนังเจ้าแม่นาคีมันร้ายกาจนัก มนต์อาลัมพายน์จะปราบมันได้เหรอ”

“อย่าว่าแต่บริวารนังเจ้าแม่นาคีเลย มนต์บทนี้แม้แต่พญานาคก็ยังกลัว”

“มนต์อะไรของเอ็ง ตั้งแต่เกิดจนหัวหงอก ข้ายังไม่เคยได้ยินชื่อ” กำนันนิ่วหน้าไม่เชื่อ

“มนต์อาลัมพายน์เป็นมนต์ที่พญาครุฑมอบให้ฤาษีโกสิยโคตรตั้งแต่สมัยพระพุทธองค์เสวยชาติเป็นพระภูริทัต มนตราบทนี้มีอำนาจเหนือพญานาคราชและอสรพิษทั้งปวง เมื่อได้ยินจะทุรนทุรายประดุจเหล็กร้อนยอนเข้าไปในหู”

เมืองอินทร์ยกมือสัมผัสแผ่นจารึกอย่างเบามือ พลันก็ปรากฏนิมิตจากอดีตชาติเมื่อครั้งขุนวังหรือกอ

ในชาตินี้ตัวสั่นงันงกมารายงานพระเจ้านิรุทธราชหรือบุญส่งในชาตินี้ว่าทุบทำลายเทวรูปพญานาคทั่วเมืองมรุกขนครแล้ว

“ดี...นับแต่นี้ชาวมรุกขนครจักไม่บวงสรวงบูชาพญานาคอีกต่อไป หากอ้ายอีคนไหนกล้าฝ่าฝืนโองการข้า ข้าจักเอาตัวมันมาตัดตีนมือให้สิ้น!”

แต่กระนั้น...อิทธิฤทธิ์ท้าวศรีสุทโธนาคที่อาละวาดใส่เหล่าทหารที่ทุบทำลายเทวรูปก็ทำให้พวกอำมาตย์หวาดหวั่น พยายามยับยั้งไม่ให้พระเจ้านิรุทธราชลบหลู่พญานาคใหญ่แห่งลุ่มน้ำโขงแต่ก็หาได้ผลไม่

“หากพญานาคมีจริง เหตุใดจึงดูดายปล่อยให้

มรุกขนครฟ้าร้อนฝนแล้งจนอดอยากยากแค้นทั้งเมืองเยี่ยงนี้”

พระโหราธิบดีหรือหมออ่วมในชาตินี้ไม้เบื่อไม้เมาของเจ้าอินทร์ทักท้วงให้ทำพิธีขอขมาเพื่อความปลอดภัยของบ้านเมือง แต่พระเจ้านิรุทธราชก็ไม่เปลี่ยนใจแถมสั่งให้เจ้าอินทร์หาวิธีปราบพญานาคอีกต่างหาก

“ข้าจักจารึกมนต์อาลัมพายน์ลงแผ่นศิลาตั้งไว้ในหอคำหลวง มนต์บทนี้ใช้ปราบพญานาคน้อยใหญ่ได้ทุกตระกูล ตราบใดที่แผ่นศิลาจารึกมนตรานี้ยังอยู่ จักไม่มีพญานาคตัวใดกล้ากล้ำกรายอาณาเขตของหอคำหลวงได้เจ้าข้า...”

ooooooo

เมืองอินทร์หรือเจ้าอินทร์ในอดีตชาติลำพองใจมากเมื่อรู้จากนิมิตว่าตนเป็นคนบันทึกมนต์อาลัมพายน์บนแผ่นจารึก และมนต์โบราณศักดิ์สิทธิ์นี้ก็ถือเป็นความหวังเดียวจะปราบงูเจ้าแม่นาคีได้

ทศพลไม่ได้สนใจว่าใครจะมีแผนปราบคำแก้วบ้าง มัวน้อยใจที่เธออยากให้เขากลับกรุงเทพฯ

“พี่คิดไปเองแท้ๆว่าคำแก้วมีใจให้พี่ ไม่เคยรู้เลยว่าที่คำแก้วทำทุกอย่างเพื่อผลักไสให้พี่ไปจากคำแก้ว”

คำแก้วน้ำตาคลออึกๆอักๆอยากสารภาพความจริงแต่ก็พูดไม่ออกจนเขาเข้าใจว่าเธอไม่รัก

“ถ้าลำบากนักก็อย่าพูดเลย พี่เข้าใจทุกอย่างหมดแล้ว พรุ่งนี้พี่จะกลับกรุงเทพฯไม่มาให้คำแก้วเห็นหน้าอีก”

แต่ถึงจะประชดแบบนั้นทศพลก็ตัดใจจากภรรยาสุดที่รักไม่ได้ต้องกลับมาหา คำแก้วซึ่งแอบนั่งร้องไห้เงียบๆคนเดียวที่หลังบ้าน ถึงกับไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นหน้าสามี

“อย่าร้องไห้นะ อย่าร้อง พี่อยู่นี่แล้ว...คนดีของพี่”

“คำแก้วไม่อยากให้พี่ไปไหน แต่คำแก้วไม่อยากให้พี่ต้องเดือดร้อนเพราะคำแก้วเป็นต้นเหตุอีกแล้ว”

“ถึงคำแก้วจะไล่พี่ แต่พี่ก็ไปไหนไม่พ้น ต้องกลับมาหาคำแก้วอยู่ดี”

“พี่พลไม่อยากไปให้พ้นจากที่นี่เหรอ”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 15/3 วันที่ 20 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ