อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[2] วันที่ 22 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[2] วันที่ 22 ต.ค.59

ลำเจียกเดินคล้องแขนมาส่งทศพลออกมาจากบ้านกำนันแย้มแล้ว
“ขอบคุณมากนะลำเจียก ถ้าเธอไม่ช่วยไว้ ผมกับแม่จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
ลำเจียกได้ทีออดอ้อน “คนรักกันก็ต้องปกป้องกันเป็นธรรมดา ลำเจียกรักคุณทศพลนะคะ”
ทศพลรีบห้าม “อย่าพูดจาประเจิดประเจ้อ ตอนนี้เธอเป็นเมียหมอผีเมืองอินทร์ เดี๋ยวใครได้ยินเข้าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตซะเปล่าๆ”
ทศพลพยายามแกะมือลำเจียกที่กอดแขนตัวเองอยู่ แต่ลำเจียกไม่ยอมปล่อยง่ายๆ “แต่ลำเจียกรักคุณ ต้องการคุณ... ที่ลำเจียกตกเป็นเมียพ่อหมอเมืองอินทร์ก็เพราะนังงูผีมันใช้เล่ห์เพทุบายกับลำเจียก... บอกตามตรงพ่อหมอเมืองอินทร์ลีลาจืดชืด ไม่เอาไหน สู้คุณทศพลไม่ได้เลยสักนิด”

“เรื่องระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้หรอก ลำเจียก ตัดใจจากผมเสียเถอะ ผมรักคำแก้ว และหัวใจผมไม่มีวันที่จะรักใครได้มากเท่านี้อีกแล้ว”


“คุณทศพลกำลังหลงเสน่ห์นางอสรพิษ นังคำแก้วมันเป็นงู ลำเจียกเคยเห็นมากับตา จะเอาลำเจียกไปสาบถสาบานวัดไหนก็ได้”
“ผมไม่เชื่อ!” ทศพลมั่นใจ
“คิดดูสิ เวลานังคำแก้วมันตกอยู่ในอันตราย ไอ้งูนรกพวกนั้นก็ออกมา ช่วยมันทุกที ถ้าไม่ใช่นางงูผี แล้วจะเรียกว่าอะไร”
ทศพลเดินหนีไม่อยากต่อปากต่อคำกับลำเจียกอีกต่อไป ลำเจียกกระฟัดกระเฟียด ไม่ได้ดั่งใจ พูดเท่าไหร่ ทศพลก็ไม่เคยเชื่อสักที

ทศพลสับสนเพียงลำพัง คำพูดของลำเจียกและคนอื่นๆ ยังว่ายวนอยู่ในหัว ทศพลเอามือกุมหัว จากที่ไม่เคยเชื่อเลย พอฟังคนอื่นพูดบ่อยๆ เข้าก็ชักเอนเอียง
บุญส่งเดินกะโผลกกะเผลกเข้ามาหาทศพล “ทศพล อามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”
“เรื่องคำแก้วใช่มั้ยครับอา”
“อารู้ว่าหลานไม่เชื่อว่าคำแก้วเป็นงู”
“ชาวบ้านใส่ร้ายคำแก้ว เพราะไม่อยากให้คำแก้วกับแม่อยู่ที่นี่”
“ในฐานะที่อาสนิทกับพ่อของหลานมานาน และหลานก็เป็นเพื่อนสนิทกับพิมพ์พรลูกสาวอา ฟังอาให้ดี... คำแก้วเมียหลานน่ะไม่ใช่คนหรอก แต่มันเป็นงูผี... ผีนางงูขาวเข้าสิงร่างนังคำแก้วเมื่อ 19 ปีก่อน คนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นถูกงูกัดตายหมด มีแต่นังคำแก้วกับแม่มันที่รอดมาได้”
ทศพลมองบุญส่ง “ไม่จริง อาเอาอะไรมาพูด คำแก้วเป็นเมียผม เรานอนด้วยกันทุกคืนจะเป็นงูผีงูปีศาจไปได้ยังไง ผมไม่อยากเชื่อ”
“อารู้ว่ามันเชื่อได้ยาก ถึงหลานไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่อาอยากให้หลานพิสูจน์ด้วยตัวเองเสียก่อนแล้วค่อยเชื่ออา”
“ผมไม่พิสูจน์อะไรทั้งนั้น”
“จะกลัวอะไร ถ้าเมียหลานไม่ได้เป็นงู !” ทศพลชะงัก คำพูดของบุญส่งฟังดูมีน้ำหนัก นิ่งครุ่นคิด “หลานไม่อยากให้คำแก้วหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาของพวกชาวบ้านหรือไง ถ้าคำแก้วไม่ได้เป็นงู ก็พิสูจน์ให้ความจริงปรากฏสิ”
“พิสูจน์ยังไง”
บุญส่งยิ้ม ล้วงเพชรพญานาคออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วส่งให้ทศพล ทศพลไม่รู้ว่าพลอยสีชมพูเม็ดงามที่บุญส่งให้มานั้นคืออะไร

เทวาลัยเจ้าแม่นาคี ตอนเย็น คำปองร้อนใจมาตามหาคำแก้วที่เทวาลัย “คำแก้วเอ๊ยยย... เอ็งอยู่นี่หรือเปล่าลูก”
คำปองเดินเข้าในเทวาลัย บรรยากาศวังเวง ใจคอไม่ดี กลัวก็กลัว แต่ก็เป็นห่วงลูก กลัวว่าจะเป็นอันตราย
เจ้าแม่นาคีได้ยินเสียงคำปองร้องเรียกก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น “แม่....” เจ้าแม่นาคียันกายลุกขึ้น สภาพยังคงอิดโรย
“อย่าออกไปเจ้าข้า เจ้าแม่ต้องอยู่ในถ้ำนี้จนกว่าคำสาปของท้าวศรีสุทโธนาคจักเสื่อมลง เมื่อครบหนึ่งพันปีจักเกิดสุริยคราสบนท้องฟ้า เจ้าแม่ก็จักได้เป็นมนุษย์ดังประสงค์” วัชระปราการเอ่ยห้าม
“นางเป็นห่วงข้าจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ข้าต้องกลับไปหานาง”
“บางทีอาจเป็นกลอุบายของเจ้าอินทร์ที่ส่งนางมาล่อให้เจ้าแม่ออกไป”
“นางมีบุญคุณกับข้า ข้าไม่อยากให้นางต้องเป็นทุกข์เพราะข้าไปกว่านี้”
วัชระปราการกอดเข่ารั้งเจ้าแม่ไว้ ไม่ยอมให้ออกไป “ข้าไม่ให้ไป”
“วัชระปราการ เจ้าอย่าห้ามข้าเลย ให้ข้าไปเถอะ”
วัชระปราการจ้องตาเจ้าแม่นาคีที่ส่งสายตาเว้าวอนขอร้อง ใจอ่อนยวบลงทันทีที่เห็นแววตา วัชระปราการยอมปล่อยให้เจ้าแม่นาคีออกไป ได้แต่มองตามด้วยสายตาห่วงใย

คำปองเข้ามายังโถงเทวาลัยถึงบริเวณประตูลับที่เชื่อมลงไปยังถ้ำใต้เทวาลัย ค้างคาวตีปีกพึ่บพั่บบินออกมาจากมุมมืดของปราสาท “อ๊ายยยยย !!!” คำปองยกมือปิดหน้า ร้องด้วยความตกใจ ค้างคาวบินหนีออกนอกหน้าต่างไป คำปองลืมตาขึ้นมาเห็นคำแก้วที่หน้าซีดมาก ยืนอยู่ตรงหน้า “คำแก้ว !!!” คำปองดีใจที่ได้พบหน้าลูกอีกครั้ง

ทศพลกอดคำแก้วไว้แน่น ดีใจที่คนรักปลอดภัย “รู้มั้ย พี่เป็นห่วงคำแก้วมากแค่ไหน แล้วไอ้งูนั่นมันกัดคำแก้วตรงไหนบ้างหรือเปล่า”
“มันไม่ทำอะไรคำแก้วหรอก มันมาช่วยคำแก้วต่างหาก”
“งูก็คืองู พวกอสรพิษไว้ใจไม่ได้หรอก ตัวมันใหญ่ขนาดนั้น กลืนคำแก้วลงไปอยู่ในท้องสบายเลย” ทศพลเห็นหน้าคำแก้วซีดเผือด เหมือนคนป่วยหนัก ยังไม่ฟื้นไข้ ก็ถามด้วยความเป็นห่วง “คำแก้วเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงได้หน้าซีดอย่างนี้ล่ะ”
“คำแก้วปวดหัวนิดหน่อย นอนพักสักคืนเดี๋ยวก็หาย”
คำปองยกถาดสำรับกับข้าวมาให้ “กินข้าวกินปลาซะ แล้วคืนนี้เอ็งก็รีบเข้านอนแต่หัวค่ำล่ะ งานบ้านงานเรือนเดี๋ยวแม่ทำเอง เอ็งจะได้พักผ่อน”
“จ้ะแม่” คำแก้วฝืนพยักหน้า รู้สึกไร้เรี่ยวแรงทั้งกายและใจอย่างบอกไม่ถูก
พวกเพื่อนๆ ของทศพลนอนท้องร้องจ๊อกๆ อยู่ที่ก้นหลุม
“เมื่อไหร่ไอ้กำนันขาโหดมันจะปล่อยพวกเราไปสักที หิวจะตายอยู่แล้ว” สมมาตรโอดครวญ
เชษฐ์เตือนสติเพื่อน “มันไม่ปล่อยเราง่ายๆ หรอก อัตตาหิ อัตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน พวกเราคงต้องหาทางหนีทีไล่เอาเอง”
ประกิตหันไปมองเชษฐ์ “จะหนีได้ยังไงหลุมลึกขนาดนี้ ต้องภาวนาขอให้มีคนผ่านมาช่วยเราขึ้นไป”
“ออกไปได้เมื่อไหร่ฉันจะแจ้งความเล่นงานมันให้ถึงที่สุด เอาให้มันถูกยิงเป้าไปเลยก็ดี แผ่นดินจะได้สูงขึ้น” วันชนะแค้นใจ
“ป่านนี้ไอ้พลจะเป็นยังไงบ้างไม่รู้” ประกิตสายตากังวล
อาจารย์ทัศนัยรู้สึกผิด “ผมผิดเองที่พาพวกคุณมาที่นี่ ลุงชม ป้าอิ่ม และรัตนาวดีต้องจบชีวิตลงเพราะผมเป็นต้นเหตุ มันคงเป็นตราบาปติดตัวผมไปตลอดชีวิต”
“อาจารย์....” ประกิตเห็นใจ
“ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกทัศนัย มันเป็นกรรมต่างหาก กรรมที่เราทุกคนเคยทำร่วมกันมา ทำให้ต้องมาชดใช้กันในชาตินี้” สุภัทรปลอบ
“ไม่รู้ว่าชาติที่แล้ว พวกเราทำอะไรไว้ ถึงได้ตกระกำลำบากด้วยกันอย่างงี้” วันชนะเอ่ยปลงๆ
“ตั้งแต่ฉันได้ยินชื่อ “ดอนไม้ป่า” ครั้งแรก ก็เหมือนมีมนต์สะกดอะไรบางอย่าง เรียกร้องให้ฉันเดินทางมาที่นี่ มาเพื่อปลดปล่อยอะไรบางอย่าง ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร” สุภัทรเอ่ยบอก
“หรือว่าจะเป็นเรื่องเมืองมรุกขนครครับดอกเตอร์” เชษฐ์สงสัย
สุภัทรนิ่ง เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยเกิดในยุคสมัยนั้นมาก่อน

กำนันแย้มกระดกเหล้า หารือหน้าเครียด “แผนของพ่อหมอเมืองอินทร์จะสำเร็จมั้ย”
“ขึ้นอยู่กับเจ้าทศพลว่ามันจะยอมทำตามที่ผมบอกหรือเปล่า” บุญส่งเอ่ยบอก
“แต่ไหนแต่ไร พวกเราพยายามเตือนมันนับครั้งไม่ถ้วน แต่นายทศพลไม่เคยเชื่อว่าเมียมันเป็นงู ต่อให้คุณบุญส่งชักแม่น้ำทั้งห้า มันก็ไม่มีวันคล้อยตาม ดีไม่ดีมันคิดว่าเพชรพญานาคเป็นเพชรเก๊ โยนทิ้งไปแล้ว” กอส่ายหัว
“ไม่เห็นต้องทำให้มันยุ่งยาก แค่ลากตัวนังคำแก้วมา พอสบโอกาสก็เอาเพชรพญานาคติดที่หน้าผากมันซะก็สิ้นเรื่อง”
เมืองอินทร์ค้านหมออ่วม “มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก อีคำแก้วมันมีสัญชาตญาณสัตว์ ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ คนที่เข้าใกล้อีคำแก้วได้โดยที่มันไม่ระแวงสงสัยก็มีแต่ผัวมันเท่านั้น”
กำนันแย้มหนักใจ “แต่ถ้าไอ้หนุ่มนั่นมันหัวรั้น ไม่ยอมทำตามแผนก็จบเห่”
บุญส่งยังมั่นใจ “ความอยากรู้อยากเห็นจะทำให้เจ้าทศพลมันยอมทำตามที่เราต้องการ”
“สำเร็จหรือไม่สำเร็จ คืนนี้เราต้องตามไปดูให้เห็นกับตา !” สายตากำนันแย้มมุ่งมั่น
บุญส่งมั่นใจว่าชนวนระเบิดที่ทิ้งเอาไว้จะต้องได้ผลแน่นอน

นกเค้าแมวเกาะอยู่บนกิ่งไม้เวลากลางคืน ดวงตากลมโต ดูกี่ทีก็คล้ายนกผี คำแก้วนอนหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลียตั้งแต่หัวค่ำ ทศพลนอนเอามือก่ายหน้าผาก ยังไม่หลับครุ่นคิดถึงแต่เรื่องที่บุญส่งเล่าให้ฟังเมื่อตอนกลางวัน

ทศพลรับเพชรพญานาคมาดูด้วยความสงสัย
“เพชรพญานาค ! สัญลักษณ์ของนาคี” บุญส่งเอ่ยบอก
“นาคี ?” ทศพลสงสัย
“นี่แหละคือคำตอบของสิ่งที่หลานและพวกชาวบ้านสงสัย หลานแค่เอาเพชรเม็ดนี้ไปติดที่หน้าผากระหว่างคิ้วของคำแก้ว หากเป็นนางงูผีอย่างที่สงสัยจริง มันจะกลายร่างกลับคืนสัญชาติเดิมเป็นงูเผือกหัวหงอนทันที”
“แล้วถ้าคำแก้วไม่ใช่ล่ะ ?”
“ถ้าติดเพชรพญานาคที่หน้าผากคำแก้วแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น อานี่แหละจะเป็นคนพูดให้ชาวดอนไม้ป่าทุกคนรวมทั้งกำนันแย้มเลิกเข้าใจผิดคำแก้ว”
“นิทานหลอกเด็ก มันเหลือเชื่อเกินกว่าที่จะเป็นไปได้”
“ต่อให้ไม่เชื่อ แต่หลานก็ต้องทำ คำแก้วจะได้พ้นมลทินเสียที ไม่อย่างงั้นทุกคนก็จะไม่เลิกปักใจว่าคำแก้วเป็นงูผีงูปีศาจ”
บุญส่งใช้ไม้นวมหว่านล้อมจนทศพลตายใจ ยอมรับเพชรพญานาคเอาไว้

ทศพลมองเพชรพญานาคในมือที่หยิบออกมาจากใต้หมอน ทศพลมองไปยังคำแก้วที่หลับสนิทภายใต้แสงตะเกียงสลัวริบหรี่ ตัดสินใจที่จะพิสูจน์ให้รู้กันจะจะ จู่ๆ สายตาทศพล เห็นร่างนาคีชุดแพรเยื่อไม้ซ้อนทับร่างคำแก้วแวบหนึ่ง “แม่นางไม้ !”
ทศพลรีบถอดแว่นขยี้ตา เพียงชั่วเสี้ยววินาที ภาพนั้นอันตรธานหายไป ทศพลจดๆ จ้องๆ ก่อนติดเพชรพญานาคที่หน้าผากคำแก้วด้วยมืออันสั่นเทา
ทันทีที่เพชรพญานาคติดที่หน้าผาก คำแก้วก็กรีดร้องลั่น “กรี๊ดดดดดด !!!”
เพชรพญานาคที่ติดหน้าผากติดแน่นแนบสนิทราวกับเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่ง
“คำแก้ว !!” ทศพลตกใจ
“เสียแรงที่คำแก้วรักพี่ ไว้ใจพี่มาตลอด คำแก้วยอมตายแทนพี่ได้ แต่ทำไมพี่ถึงคิดทำร้ายคำแก้วได้ลงคอ พี่ไม่รักคำแก้วแล้วเหรอ พี่ใจร้าย คำแก้วทำผิดอะไร ทำไมพี่ถึงทำกับคำแก้วอย่างนี้” คำแก้วดิ้นทุรนทุราย พยายามแกะเพชรพญานาคที่หน้าผาก แต่แกะเท่าไรก็แกะไม่ออก
“หมายความว่า...คำแก้วเป็นนางงูผีอย่างที่ชาวบ้านเขาพูดกันงั้นเหรอ” ทศพลช็อค กระถดหนีจนชิดข้างฝา ตัวสั่น ความกลัวเป็นความรู้สึกแรกที่เกาะกุมหัวใจเขา
“ถึงคำแก้วจะเป็นงู แต่คำแก้วก็รักพี่นะ”
“อย่าเข้ามานะ คนกับงูจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง” ทศพลถอยกรูด
คำพูดของทศพล ยิ่งกว่าคมมีดที่กรีดใจคำแก้ว คำแก้วน้ำตาไหลพราก “พี่กลัวคำแก้วขนาดนี้เลยเหรอ คำแก้วรู้แล้ว....รู้แล้ว....คำแก้วไม่ใช่คน เรารักกันไม่ได้ รักแท้มันไม่มีอยู่จริงหรอก ที่เคยบอกว่ารักกันจนตาย มันก็เป็นแค่เพียงลมปากเท่านั้น”

อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[2] วันที่ 22 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ