อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[ตอนจบ] วันที่ 22 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[ตอนจบ] วันที่ 22 ต.ค.59

คำปองกลัวว่าคำแก้วจะออกมาช่วยตนก็รีบตะโกนบอกคำแก้ว “คำแก้ว เอ็งอย่าออกมานะลูก อย่าออกมา”
กำนันแย้มตบหน้าคำปอง “อีคำปอง !!”
“ถ้ามึงจะใช้กูเป็นเครื่องมือเพื่อฆ่าลูกกูละก็ กูยอมตาย!”
สิ้นเสียงคำปอง อย่างไม่มีใครคาดคิด คำปองกระโดดเข้ากองไฟที่ลุกโชติช่วงถูกเผาทั้งเป็น ร้องโหยหวน ลำเจียกได้กลิ่นเนื้อไหม้ ก็หน้ามืด พาลจะเป็นลม หงายหลังล้มตึง
“ลำเจียก !!!!” ซ่อนกลิ่นกับชบาช่วยกันพัดวี

เจ้าแม่นาคีในชุดขาวนั่งสมาธิข่มใจ สะอึกสะอื้นน้ำตาไหลพราก
คำสอนของท้าวศรีสุทโธนาค ดังก้องกังวานอยู่ในหัว “บุญบาปล้วนทำหน้าที่อยู่แล้ว จงปล่อยเขาไปตามทางที่เขาสร้างเอง และเสวยผลเองนั้นดีที่สุด หากเจ้าผูกใจเจ็บก็เท่ากับพลอยกระโจนไปร่วมรับบาปบนเส้นทางของเขาด้วย”

เจ้าแม่นาคีร้องไห้โฮ ข่มใจ พยายามปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎแห่งกรรม
“อย่าออกไปเจ้าข้า เจ้าแม่ต้องอยู่ในถ้ำนี้จนกว่าคำสาปของท้าวศรีสุทโธนาคจักเสื่อมลง เมื่อครบหนึ่งพันปีจักเกิดสุริยคราสบนท้องฟ้า เจ้าแม่ก็จักได้เป็นมนุษย์ดังประสงค์” คำเตือนของวัชระปราการเหนี่ยวรั้งให้เจ้าแม่นาคียังคงนั่งบำเพ็ญศีลต่อไป



เจิดนภาพาทุกคนไปช่วยคำปองที่เทวาลัย “พวกมันจับน้าคำปองเป็นตัวประกันเพื่อล่อให้คำแก้วออกมาถูกฆ่า”
วันชนะฉุนเฉียว “เลวที่สุด รังแกกระทั่งผู้หญิง แผนสกปรกอย่างนี้ ใครวะเป็นคนต้นคิด”
เจิดนภาสวนขวับ “ก็ยัยพิมพ์น่ะสิ”
“ห๊ะ! ยัยพิมพ์เนี่ยนะ” ทั้งสี่มองหน้ากันอย่างอึ้งๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าพิมพ์พรจะคิดแผนชั่วๆ แบบนี้
“เราต้องรีบไปช่วย ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” อาจารย์ทัศนัยเร่งฝีเท้า
“ฉันชักใจคอไม่ดี เป็นห่วงเจ้าทศพลแล้วสิ” สุภัทรเร่งตาม
ภาพนกกาบินแตกฮือ ส่งสัญญาณว่าจะเกิดปรากฏการณ์สุริยคราส
สมมาตรแหงนขึ้นไปดูบนท้องฟ้า ตาลุกด้วยความตื่นเต้น “ดูนั่นสิครับ”
“สุริยคราส !” สุภัทรตาเบิกโพลง
ทุกคนยืนมองตะลึงตะไล เห็นเงาคราสเริ่มจับดวงอาทิตย์ทีละน้อย

บุญส่งหน้าเครียด ไม่เห็นวี่แววของคำแก้ว “ทำไมนังคำแก้วมันยังไม่ออกมาอีก”
“นังนี่มันเนรคุณ ขนาดแม่มันถูกเผาทั้งเป็น ยังไม่โผล่หัวออกมาดูดำดูดี” พิมพ์พรด่า
หมออ่วมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เห็นคราสจับดวงอาทิตย์เรื่อยๆ จนครึ่งดวงแล้ว “คราสกำลังกลืนดวงอาทิตย์ จะทำอะไรก็รีบๆ ทำเข้าเถอะกำนัน ก่อนที่นังงูผีจะมีฤทธิ์”
“คราวนี้ดูซิว่า นังงูผีมันจะออกมามั้ย! เอาตัวมันมา!” กำนันแย้มสั่ง
สมุนกำนันแย้มเอาตัวทศพลเข้ามามัดกับเสากลางลานหน้าเทวาลัย
ทศพลเห็นร่างของคำปองดำเป็นตอตะโก ก็แทบช็อค “แม่ !!! พวกแกทำอะไรของแก แม่คำปองเกี่ยวอะไรด้วย พวกแกยังเป็นคนกันอยู่หรือเปล่า”
“อีคำปองมันโดดเข้ากองไฟเอง พวกข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย” หมออ่วมแก้ตัว
“เรียกนังงูผีเมียแกออกมาซะดีๆ ว่าไง จะเรียกหรือไม่เรียก” กำนันแย้มสั่ง
“ต่อให้ตาย ผมก็ไม่เรียก ถึงคำแก้วจะเป็นงู แต่ก็ยังไม่อำมหิตเลือดเย็นเท่าสัตว์ร้ายในร่างคนอย่างพวกแก อย่าออกมานะคำแก้ว” ทศพลตะโกนลั่น
“รักกันเหลือเกิน.... กูอยากจะรู้นักว่าเมียมึงจะรักมึงมากแค่ไหน” กำนันแย้มกัดฟันด้วยความโมโห แล้วจุดไฟที่โคนเสา ไฟลุกพรึ่บอย่างรวดเร็ว
พิมพ์พรพอเห็นทศพลถูกจับตัวมาก็จะเข้าไปช่วย แต่บุญส่งจับแขนพิมพ์พรเอาไว้แน่น พิมพ์พรร้องลั่น “พล! อย่าฆ่าเขา พ่อ พิมพ์ขอร้อง ไว้ชีวิตพลเถอะ”
“ยัยพิมพ์ อย่าเข้าไป” บุญส่งขัดขวาง
เปลวไฟปะทุ ทศพลรับรู้ถึงไอร้อนจากกองไฟที่ใกล้แผดเผาเข้ามาทุกที

สุภัทร อาจารย์ทัศนัย และเพื่อนๆ ทศพลเข้ามาเห็นตอนทศพลถูกเผาพอดี
“เจ้าทศพล !!!” สุภัทรพยายามจะเข้าไป แต่ถูกสมุนของกำนันแย้มจับตัวเอาไว้
“คนกำลังจะตาย ยืนมองกันอยู่ได้ รีบดับไฟเร็ว!” อาจารย์ทัศนัยโวย
พวกชาวบ้านไม่มีใครสนใจต่างโห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง สะใจที่เห็นทศพละกำลังจะถูกเผาทั้งเป็น เพื่อนๆ ทั้งสี่ของทศพลจะเข้าไปช่วย แต่ถูกสมุนกำนันแย้มรุมยำจนน่วม ดวงอาทิตย์ถูกคราสกลืนเกินครึ่งดวงแล้ว

เจ้าแม่นาคีลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความแค้น สุดจะทนอีกต่อไป “ต่อให้ต้องเป็นสัตว์เดรัจฉานไปชั่วกัปชั่วกัลป์ ข้าก็ยอม !” ดวงตาของเจ้าแม่นาคีกลายเป็นสีแดงด้วยความแค้น

ทศพลถูกไฟเผา ร้อน ทุรนทุราย
กำนันแย้มตะโกนท้าทาย “แม่มึงตายโหงในกองไฟแล้ว ผัวมึงกำลังจะตายอีกคนอีคำแก้ว มึงจะออกมาหรือไม่ออก !”
พิมพ์พรเป็นห่วงทศพล ขณะที่คนอื่นยิ้มด้วยความสะใจ
“คำแก้วอย่าออกมา คำแก้ว พี่ยอมตาย !” ทศพลร้อนทุรนทุราย
ทันใดนั้น ลมพายุพัดอู้ ท้องฟ้ามืดครึ้ม ดำทะมึนไปทั่วทุกทิศ สุริยคราสเกือบจะเต็มดวงอยู่แล้ว ฝนเทลงมาดับกองไฟที่เกือบจะคลอกทศพลได้อย่างหวุดหวิด
ซุ้มประตูหน้าเทวาลัย คำแก้วเดินออกมาอย่างช้าๆ
“คำแก้ว.....” ทศพลอึ้ง
ทุกคนตาค้าง เมื่อเห็นคำแก้วเดินออกมาจริงๆ
“กูอยู่ของกูดีๆ พวกมึงคิดจะจองเวรกูไปถึงไหน”
“อีคำแก้ว มึงเป็นงูไม่อยู่ส่วนงู อุตริมาสมสู่กับคน แล้วยังจะฆ่าพวกกูอีก วันนี้กูจะฆ่ามึงล้างแค้นให้วิญญาณไอ้เลื่อง” กำนันแย้มประกาศไม่เกรงกลัว
“พวกมึงที่ตายล้วนแต่กรรมสนอง ไอ้เลื่องลูกมึงทำผิดคิดร้ายกับกูก่อน มันสมควรตาย”
“มึงออกมาก็ดีแล้ว วันนี้จะเป็นวันตายของมึง อีงูผี” บุญส่งชี้หน้าด้วยความแค้น
คำแก้วหัวเราะ “ในเมื่อพวกมึงเรียกกูว่านางงูผี กูก็จักให้พวกมึงเห็นตัวตนที่แท้จริงของกูก่อนตาย”
ทันทีที่คำแก้วก้าวเท้าพ้นธรณีประตูก็กลายร่างเป็นพญานาคสีขาวลำตัวเท่าลำตาลพันรอบปราสาทหิน
“เจ้าแม่นาคี !!! อีคำแก้วเป็นเจ้าแม่นาคี !!!” หมออ่วมหวาดกลัว
พวกชาวบ้านหวาดกลัวลนลาน วิ่งแตกตื่นหนีตายกันอลหม่าน
“พ่อหมอเมืองอินทร์ จัดการมัน !” บุญส่งตะโกนบอก
เมืองอินทร์หยิบเชือกนาคบาศก์มาโอมอ่านคาถา แล้วเขวี้ยงไปรัดร่างนางพญานาคีทันที นางพญานาคีร้องคำราม สะบัดอยู่ไม่กี่ที บ่วงนาคบาศก์ก็ขาดผึง !!
“ฉิบหายแล้ว !! บ่วงนาคบาศเอามันไม่อยู่” เมืองอินทร์ลนลาน
นางพญานาคีเอาหางฟาดเมืองอินทร์ร่างลอยหวือกระแทกปราสาทหินตายคาที่ หมออ่วมชูว่านพญาลิ้นงูขึ้นสู้ นางพญานาคีงับหมออ่วมจนขาดครึ่งท่อน ศพของหมออ่วมสภาพสยดสยองตกลงตรงหน้ากระถุ่ง กระถุ่งช็อคสุดขีด หัวใจวายตาย บุญส่ง กอกับกำนันแย้ม และสมุนระดมยิงใส่นางพญานาคี เปรี้ยงๆๆๆ ! แต่ไม่ระคายผิว นางพญานาคพ่นพิษใส่บุญส่ง กอ กับพวกกำนันแย้ม ตายเกลื่อนราวใบไม้ร่วง เพื่อนทั้งสี่อาศัยช่วงชุลมุนรีบวิ่งเข้าไปแก้มัดให้ทศพล พิมพ์พรเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหนี แต่ถูกพวกชาวบ้านที่หนีตายแทบเหยียบกัน เบียดจนตกบันไดหิน คอหักตาย
ลำจียกที่เป็นลมฟื้นขึ้นมา เห็นภาพนางพญานาคีตรงหน้าก็ตาเหลือกลาน นางพญานาคีจะทำร้ายลำเจียกยื่นหน้ามาใกล้ ลำเจียกยกมือไหว้ปลกๆ ตัวสั่นงันงก “ข้ากลัวแล้วๆ.... ไว้ชีวิตข้าเถอะ.....”
ทศพลเห็นคำแก้วกำลังจะฆ่าลำเจียกก็รีบห้าม “คำแก้ว.... อย่าทำอะไรเขาเลย....”
นางพญานาคีหันมามองทศพล แล้วหันกลับมามองลำเจียก ก่อนยอมไว้ชีวิตลำเจียก ลำเจียกสติสัมปชัญญะขาดผึง กลัวสุดขีด สิ้นการรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในบัดดล เป็นบ้าหนีเตลิดไป ศพของบุญส่ง เมืองอินทร์ กอ หมออ่วม กำนันแย้ม และคนชั่วตายเกลื่อน
บนท้องฟ้า สุริยคราสคายดวงอาทิตย์แล้ว เมฆทะมึนเคลื่อนผ่านไป แสงสว่างส่องมาอีกครั้ง งูเจ้าแม่ยอบกายลงตรงหน้าทศพล ทศพลน้ำตาไหลมองตางูเจ้าแม่ ยังคงเห็นเป็นใบหน้าคำแก้วอยู่ในดวงตาคู่นั้น ทศพลเข้าไปกอดงูเจ้าแม่ ร้องไห้ สื่อสารด้วยภาษากาย เสียใจต่อสิ่งที่กระทำลงไป ทันใดนั้น ท้าวศรีสุทโธนาคก็ปรากฏตัวขึ้นก่อนกลายร่างเป็นพญานาคทะยานขึ้นฟ้าไปอมดวงอาทิตย์ไว้ สุริยคราสเกิดขึ้นอีกครั้งด้วยฤทธิ์ของท้าวศรีสุทโธนาค ทำให้งูเจ้าแม่กลายร่างเป็นคำแก้วมาสั่งลาทศพล
“คำแก้ว..... พี่ขอโทษ....” ทศพลรู้สึกผิด
“คำแก้วคงไม่ได้ไปเป็นเมียพี่ที่กรุงเทพแล้ว”
“ไม่ว่าคำแก้วจะเป็นอะไร พี่ก็รักคำแก้ว”
“คำแก้วเป็นงู พี่ไม่กลัวคำแก้วแล้วเหรอ” ทศพลส่ายหน้า แล้วกอดคำแก้วไว้แน่นเหมือนเด็กๆ จุกจนพูดไม่ออก “คำแก้ววาสนาน้อยนัก ต้องเป็นนาคอยู่ใต้บาดาลไปชั่วกัปชั่วกัลป์ ต่อแต่นี้ไปคำแก้วคงไม่ได้อยู่ปรนนิบัติพี่อีกแล้ว...”
“ชาตินี้เราสองคนคงทำบุญร่วมกันมาน้อยถึงได้อยู่เป็นผัวเป็นเมียกันแค่นี้ ต่อให้คำแก้วต้องเป็นนาคอีกนานแสนนานแค่ไหน พี่ก็จะรอ รอจนกว่าเราจะเป็นผัวเมียกันนะคำแก้ว”
สุภัทร อาจารย์ทัศนัย และเพื่อนๆ ทั้งสี่ของทศพล ยืนมองด้วยความซาบซึ้ง
คราสค่อยๆ คายดวงอาทิตย์ลงอย่างช้าๆ
“ถ้าไม่มีคำแก้วแล้ว พี่ต้องอยู่คนเดียวให้ได้นะ” ทศพลพยักหน้ารับ “คำแก้วต้องลาพี่แล้ว ไม่รู้เมื่อไหร่ เราจะได้พบกันอีก” คำแก้วน้ำตาไหล
“คำแก้วจะอยู่ในใจพี่เสมอ ความรักที่พี่มีให้คำแก้ว ไม่เคยลดน้อยจากใจพี่ ต่อให้คำแก้วจะอยู่ใต้หล้าบาดาล หรืออยู่ที่ไหน แต่ในหัวใจพี่จะมีคำแก้วคนนี้ตลอดไป… พี่รักคำแก้วนะ”
ทศพลประทับจูบบนริมฝีปากคำแก้วสั่งลาครั้งสุดท้ายเนิ่นนาน เป็นจูบแรกและจูบสุดท้ายของกันและกัน คราสคลายจากอาทิตย์จนหมด ร่างของคำแก้วเกล็ดๆ ค่อยๆ ขึ้นตามตัว ยามต้องแสงอาทิตย์จนกระทั่งกลายร่างเป็นพญานาคสีขาวโดยสมบูรณ์ พญานาคีเหลียวกลับมามองทศพลเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเลื้อยหายเข้าไปในโพรงถ้ำใต้เทวาลัย
“คำแก้ว!!” ทศพลจะวิ่งตามพญานาคีลงไป ทันใดนั้น กองหินพังทลายปิดปากโพรง ฝุ่นกระจายฟุ้ง โพรงถ้ำปิดสนิท เหลือเพียงแค่ซอกหินเล็กๆ ทศพลซบหน้ากับก้อนหิน ชอกช้ำขมขื่นเกินบรรยาย ร้องไห้เหมือนเด็กๆ คนอื่นๆ เข้าไปปลอบ “พ่อ....คำแก้วไปแล้ว.... คำแก้วไม่กลับมาหาผมแล้ว....”
สุภัทรกอดทศพล พวกเพื่อนมองทศพลด้วยความเห็นใจ
นางพญานาคีเลื้อยมายังนครพรหมประกายโลก ก่อนกลายร่างเป็นนาคีในชุดขาวบริสุทธิ์ ท้าวศรีสุทโธนาคประทับบนแท่นหิน สงบ และสง่า นาคีเข้าไปหมอบซบแทบพระบาทเจ้าปู่ ร่ำไห้สะอึกสะอื้น “หลานแพ้แล้ว..... แพ้แล้ว เจ้าปู่...”
“เจ้าไม่ได้แพ้หรอก เจ้าชนะต่างหาก....” นาคีเงยหน้ามองเจ้าปู่ ไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร “เจ้าตั้งสัตย์อธิฐานบำเพ็ญบารมีถึงพันปีขอเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อครองรักกับคนรักของเจ้า หลานเอ๋ย...วันนี้เจ้ายอมเสียสละที่จักได้เป็นมนุษย์ดังที่ปรารถนาเพื่อรักษาชีวิตคนรักของเจ้าไว้ ความรักของเจ้าช่างยิ่งใหญ่นัก แม้เจ้ากับเขาจักอยู่กันคนละโลก ความรักของเจ้าทั้งสองจักเป็นอมตะเล่าขานไม่รู้จบ”
“หลานคงไม่ได้พบกับเขาอีกแล้ว” นาคีเศร้า เสียใจที่สุด
“ถึงเจ้าทั้งสองจักไม่ได้พบกัน แต่ความรักมีพลานุภาพส่งถึงกันได้เสมอ”
นาคีน้ำตานอง คำพูดของเจ้าปู่ทำให้หัวใจที่แห้งผากของนาคีชุ่มชื่นขึ้นมาอย่างประหลาด

ภาพนาคสะดุ้งบนหลังคาโบสถ์ บรรยากาศร่มรื่นของวัดป่าแถบจังหวัดอุบลราชธานี เส้นผมของทศพลถูกตัดออกแล้ววางลงบนใบบัวที่ประกิตถืออยู่ สุภัทรปลงผมให้ทศพล ตามด้วยอาจารย์ทัศนัย และเพื่อนๆ ของทศพลตามลำดับ พระสงฆ์โกนผมให้ทศพล แล้วเอาน้ำราดรด

ทศพลห่มจีวรเป็นพระเรียบร้อย สวดมนต์ในอุโบสถหน้าพระพุทธรูปปางนาคปรก สุภัทร อาจารย์ทัศนัย และเพื่อนๆ ต่างพนมมือ มองด้วยความปีติ

วันใหม่ พระทศพลถือกลด และอัฐบริขารเตรียมธุดงค์เพื่อปลีกวิเวก
“ท่านคิดดีแล้วหรือขอรับ” สุภัทรเอ่ยถาม
“อาตมาตัดสินใจแล้วว่าบวชไม่สึกเพื่ออุทิศผลบุญกุศลให้กับสีกาคำแก้ว”
“แล้วท่านจะจำพรรษาที่วัดนี้หรือไม่ครับ” อาจารย์ทัศนัยถามต่อ
“อาตมาคงออกธุดงค์ไปเรื่อยๆ แสวงหาความสงบวิเวกในป่า เพื่อฝึกฝนขัดเกลาจิตใจให้ห่างไกลจากกิเลส ไม่ข้องแวะกับเรื่องทางโลกอีก”
“แผลที่เท้าท่านยังไม่ทันหายดี จะออกธุดงค์แล้วเหรอครับ” ประกิตเป็นห่วง เพราะที่เท้าของทศพลมีรอยถูกไฟลวกจนถึงตาตุ่ม
“แผลทางกายไม่นานก็หาย รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณเป็นของไม่เที่ยง มีแต่ความตายเท่านั้นที่เที่ยงแท้แน่นอน พวกโยมทั้งหลายจงตั้งอยู่ในความไม่ประมาทเถิด”
ทุกคนก้มลงกราบพระทศพลพร้อมกัน พระทศพลแบกกลดขึ้นบ่า มุ่งทางสู่ทางธรรมตราบจนกว่าจะสิ้นอายุขัย

ริมแม่น้ำโขงดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเหนือแม่น้ำโขง ชาวบ้านแออัดริมแม่น้ำโขง หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ เสียงพลุดังไม่ขาดระยะ ทุกสายตาจ้องมองเหนือแม่น้ำโขง เสียงเฮดังลั่นเมื่อลูกไฟสีแดงลอยขึ้นมาจากแม่น้ำ
ผู้สื่อข่าวภาคสนามช่อง 3 รายงานเหตุการณ์น่าตื่นเต้น “ท่านผู้ชมคะ และนี่คือบั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์มหัศจรรย์แห่งลำน้ำโขงค่ำคืนนี้ค่ะ....”
บั้งไฟพญานาคผุดพุ่งขึ้นมาจากน้ำเป็นร้อยๆ ลูก แต้มท้องฟ้ายามราตรีงดงามราวภาพวาด ชาวบ้านต่างกราบไหว้ด้วยความศรัทธา บ้างก็ถ่ายรูป ถ่ายคลิปไว้เป็นที่ระลึก
พระทศพลในวัย 70 ปีเศษนั่งปักกลดอยู่อีกฝั่งหนึ่งของลำน้ำโขงแต่เพียงลำพังรูปเดียว สายตาพระทศพลเห็นบั้งไฟพญานาคที่พุ่งจากน้ำขึ้นท้องฟ้า ท่ามกลางแสงของบั้งไฟพญานาคเหนือลำน้ำโขง เงาของนางพญานาคีเกล็ดสีขาวกำลังแหวกว่ายชูคออยู่ นางพญานาคีพ่นดวงไฟดวงใหญ่ให้ลอยขึ้นไปเหนือน้ำ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเป็นอนุสรณ์ความรักไปตราบชั่วนิจนิรันดร์ เงาของนางพญานาคีใต้ลำน้ำโขงปรากฏแก่สายตาเพียงชั่ววินาทีแล้วมุดหายดำดิ่งลงไปใต้บาดาล พระทศพลในวัยชรา ยิ้มจางๆ บนใบหน้าอย่างมีความสุข...

***** จบบริบูรณ์ *****

อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[ตอนจบ] วันที่ 22 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ