อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[4] วันที่ 22 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[4] วันที่ 22 ต.ค.59

“หากหลานไม่แก้แค้น แล้วจักหายแค้นได้เยี่ยงไร”
“ที่สุดของการล้างแค้นคือการรบกับความมืดในใจตน ความมืดดำ อันเกิดจากความเกลียดจักทำให้เจ้าพร้อมสร้างศัตรูใหม่ขึ้นมาได้ตลอดเวลา อารมณ์ร้ายเปรียบดั่งอสรพิษที่จักติดตามรังควานเจ้าไม่ให้เป็นสุข”

“มันทำกับลูกกับผัวหลานปานนั้น เจ้าปู่ยังจักให้หลานยอมยกโทษให้พวกมันกระนั้นหรือ”
“การจองเวรที่ยืดเยื้อ เริ่มต้นจากเวรที่อภัยได้แต่ไม่อภัย บุญบาปล้วนทำหน้าที่อยู่แล้ว จงปล่อยเขาไปตามทางที่เขาสร้างเอง และเสวยผลเองนั้นดีที่สุด หากเจ้าผูกใจเจ็บก็เท่ากับพลอยกระโจนไปร่วมรับบาปบนเส้นทางของเขาด้วย”

นาคีน้ำตาไหล เมื่อโทสะคลายลง ตาก็เริ่มสว่าง เห็นแจ้งในคำสอนของท้าวศรีสุทโธนาค “หลานผิดไปแล้วเจ้าปู่ บาปกรรมที่หลานสร้างไว้ใหญ่หลวงนัก หลานยอมรับโทษทัณฑ์ทุกประการ”


ท้าวศรีสุทโธนาคผู้เป็นใหญ่มองนาคีอย่างวางอุเบกขา ก่อนประกาศก้อง คล้ายคำสาปประกาศิต! “ข้าขอสาปให้ร่างเจ้ากลายเป็นหิน ครึ่งหนึ่งเป็นมนุษย์แสดงถึงความบริสุทธิ์ดีงาม ส่วนอีกครึ่งเป็นงูแสดงถึงความชั่วร้าย ดวงวิญญาณของเจ้าจงจุติอยู่ในร่างงูเผือกจนกว่าจักครบหนึ่งพันปีจึงสิ้นเวร”
สิ้นคำสาปสรรของท้าวศรีสุทโธนาค ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา ร่างของนาคีค่อยๆ กลายเป็นหินทีละน้อยๆ ดวงวิญญาณลอยหลุดออกจากร่างกลายเป็นงูเผือกหัวหงอน งูเผือกหัวหงอนผงกหัวคล้ายกราบลาท้าวศรีสุทโธนาคเป็นครั้งสุดท้าย ก็เลื้อยหายลงไปในถ้ำ

เจ้าแม่นาคีนึกย้อนถึงกรรมในอดีตชาติที่ทุกคนต่างผูกพันกันมา “เพราะความแค้นที่มีต่อกัน ทำให้ทุกคนต่างเวียนว่ายตายเกิด จองเวรกันข้ามภพข้ามชาติไม่รู้จบรู้สิ้น...หากข้าตั้งจิตเป็นกุศล รักษาศีล ปล่อยวางความแค้นให้เป็นอภัยทาน แรงอาฆาตพยาบาทนั้นก็อาจดับสิ้นลงได้” เจ้าแม่นาคีถอดศิราภรณ์ที่เป็นเจ้าแม่ออก แล้วเนรมิตพัสตราภรณ์เสียใหม่

มุมสงบ ร่มรื่น ในถ้ำ เจ้าแม่นาคีในชุดนุ่งขาวห่มขาว (ยังคงมีเพชรพญานาคติดอยู่ที่หน้าผาก) ประทับบนแท่นหินที่ปูลาดด้วยผ้าขาว “วันพรุ่ง เมื่อเกิดสุริยคราสเหนือฟากฟ้า คำสาปสรรของเจ้าปู่สิ้นสุด ข้าก็จักเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์เสียที” เจ้าแม่นาคีตั้งจิตให้สงบ ดับความฟุ้งซ่านทั้งปวง เข้าสู่ช่วงแห่งการรักษาศีลเพื่อเป็นมนุษย์ในวันรุ่งขึ้น

ทศพลนั่งเก่าเข่าอยู่คนเดียวในห้อง กัดเล็บ สับสน ไม่อยากเชื่อเลยว่าคำแก้วจะเป็นงูจริง ภาพความสัมพันธ์ระหว่างทศพลกับคำแก้ว ตั้งแต่แรกพบ //เสียผี // แต่งงานกัน // รักกัน จนกระทั่งถึงตอนที่คำแก้วตัดพ้อตอนทศพลเอาเพชรพญานาคไปติดที่หน้าผาก
“เสียแรงที่คำแก้วรักพี่ ไว้ใจพี่มาตลอด คำแก้วยอมตายแทนพี่ได้ แต่ทำไมพี่ถึงคิดทำร้ายคำแก้วได้ลงคอ พี่ไม่รักคำแก้วแล้วเหรอ พี่ใจร้าย คำแก้วทำผิดอะไร ทำไมพี่ถึงทำกับคำแก้วอย่างนี้... รักแท้มันไม่มีอยู่จริงหรอก ที่เคยบอกว่ารักกันจนตาย มันก็เป็นแค่เพียงลมปากเท่านั้น”
คำพูดของคำแก้วทิ่มแทงใจทศพลยิ่งนัก เขารักคำแก้ว แต่คำแก้วเป็นงูผี ทศพลเอามือทุบหัวตัวเอง สับสน ไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกกับคำแก้วอย่างไรดี

บุญส่งนั่งจิบกาแฟร้อนๆ ในหัวคิดวิธีตามล่าคำแก้วกับกำนันแย้ม นายกอ
“ตอนนี้พวกชาวบ้านทั้งดอนไม้ป่ารู้กันหมดแล้วว่านังคำแก้วเป็นงูผี” กำนันแย้มสะใจ
“บริวารของมันถูกฆ่าตายไม่เหลือหรอ เหลือแค่นางงูขาวตัวเดียวเท่านั้น” เมืองอินทร์เอ่ยบอก
หมออ่วมนับนิ้ว “เที่ยงนี้จะเกิดสุริยคราส นาคราชกลืนดวงตะวัน เราต้องรีบหาวิธีกำจัดมันก่อนที่มันจะมีฤทธิ์มีเดชขึ้นมาอีก”
“นังคำแก้วเหมือนหมาจนตรอก มันต้องมุดหัวอยู่ที่ไหนสักที่ในเทวาลัย” บุญส่งออกความเห็น
“ข้าส่งคนไปหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็ไม่พบ มันหายตัวไปเหมือนล่องหน” กำนันแย้มเครียด
“แล้วในถ้ำใต้เทวาลัยล่ะ ส่งคนลงไปหาแล้วหรือยัง”
กอรีบหันกลับมาตอบบุญส่ง “โอ๊ยยย ไม่มีใครกล้าลงไปหรอก ในถ้ำนั่นสลับซับซ้อนยิ่งกว่าเขาวงกต เกิดผีบังตาอาจต้องวนเวียนอยู่ในถ้ำ หาทางออกไม่ได้ ตายอยู่ในนั้น”
“แล้วเราจะลากตัวมันออกมาได้ยังไง”
พิมพ์พรเดินเข้ามา ได้ยินที่บุญส่งปรึกษากับกำนันแย้มก็แทรก “ในเมื่อเราเข้าไปล่ามันไม่ได้ ก็ปล่อยให้มันรนออกมาที่ตายเอง”
“มนต์อาลัมพายน์ก็แตกเป็นเสี่ยงๆ ไปแล้ว จะเรียกมันออกมาได้ยังไง” เมืองอินทร์สงสัย
บุญส่งเร่ง “มีวิธีอะไรก็บอกพ่อมา”
“นังคำแก้วมันรักแม่ยังกับอะไรดี ทำไมไม่ใช้แม่มันให้เป็นประโยชน์ล่ะคะ” พิมพ์พรยิ้มร้าย
บุญส่งพอใจในความคิดลูกสาว เห็นด้วยกับแผนการ เจิดนภาแอบฟังอยู่หลังประตู ไม่สบายใจ รู้สึกได้ถึงความโหดเหี้ยมของพิมพ์พร

เจิดนภาปลีกตัวออกมา ไม่อยากจะยุ่งกับพิมพ์พรอีกต่อไป “ยัยพิมพ์นะยัยพิมพ์ ไม่นึกเลย ว่าจิตใจจะโหดร้ายป่าเถื่อนถึงขนาดนี้ ฉันน่าจะกลับกรุงเทพไปพร้อมกับพวกนายวันชนะก็ดี” เจิดนภานั่งบนขอนไม้ใกล้ๆ หลุมดักสัตว์
ภายในหลุม วันชนะจามใส่หน้าประกิตอย่างแรง “ฮ้าดดดดด... เช้ย !!!”
“เต็มหน้าเลยไอ้นะ” ประกิตเอามือปาดเช็ดหน้า
“สงสัยจะมีคนบ่นถึงฉันว่ะ ฮ้าดเช้ยยยยย !!!” วันชนะจามอีกรอบ คราวนี้ดังกว่าเก่า
เจิดนภาได้ยินเสียงวันชนะจาม ก็สะดุ้ง ตกใจ นึกว่าผีหลอก “เสียงจาม !!! นะโมตัสสะ ภะคะวะโต.... ลูกช้างกลัวแล้ว อย่ามาหลอกมาหลอนลูกช้างเลยนะเจ้าคะ” เจิดนภายกมือไหว้ปลกๆ ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว
เชษฐ์ได้ยินเสียงเจิดนภาก็จำได้ “เสียงเจิดนภานี่”
สมมาตรดีใจ “จริงด้วย!!! ยัยเจิด ! ช่วยฉันด้วย ฉันอยู่ในนี้ !”
พวกเพื่อนๆ ทั้งสี่ต่างร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากเจิดนภา
เจิดนภาได้ยินเสียงเพื่อนๆ ก็เหลียวซ้ายมองขวา “เสียงนายสมมาตร ดังมาจากทางนี้ !”
“ยัยเจิด ช่วยพวกฉันด้วย !” เสียงวันชนะตะโกนก้อง
“พวกนายอยู่ไหนน่ะ” เจิดนภาเอียงหูหา
“ทางนี้!”
เจิดนภาตามหาจนกระทั่งถึงต้นเสียง รีบเอามือคุ้ยเศษใบไม้ ใบหญ้าออกเห็นว่าเป็นหลุมดักสัตว์ เจิดนภาเห็นเพื่อนทั้งสี่ สุภัทร และทัศนัยอยู่ก้นหลุม ก็ตกใจ “พวกนาย ! อาจารย์ทัศนัย ! ดอกเตอร์ ! ไหนกำนันแย้มบอกว่าส่งลงแพล่องกลับกรุงเทพไปแล้วไง ทำไมถึงมาอยู่ในนี้ได้ล่ะคะ”
“อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย รีบหาทางช่วยพวกเราขึ้นไปก่อนเถอะ” อาจารย์ทัศนัยตะโกนบอก
“ค่ะๆๆๆ” เจิดนภากุลีกุจอหาวิธีช่วยเหลือให้ขึ้นมาจากหลุมดักสัตว์

เสียงตีเกราะเคาะไม้รัวๆๆ ของพวกชาวบ้าน คำปองถูกใส่ขื่อคา ถูกพวกกำนันแย้มแห่ประจานรอบหมู่บ้านก่อนส่งไปยังเทวาลัย
กระถุ่งได้ที ใส่ไฟกับมิ่ง เม้า “ดอนไม้ป่าเกิดอาเพศเพราะอีคำปองมันทำผิดผี ลูกมันถึงได้ออกมาเป็นงู”
“อุบาทว์แท้ ! ที่งูผีออกมาอาละวาดฆ่าคนคงเพราะนังคำปองเป็นต้นเหตุ” เม้าเห็นด้วย
“ดี ส่งมันไปเป็นเครื่องสังเวยเจ้าแม่ หมู่บ้านเราจะได้สงบสุข” มิ่งเสียงเหยียด
พวกชาวบ้านต่างก่นด่าสาปแช่งคำปอง เอาหินปาใส่ บ้างถ่มน้ำลายรด น่าเวทนามาก

ถนนหน้าบ้านคำปอง เสียงโหวกเหวกของพวกชาวบ้าน ทำให้ทศพลวิ่งออกมาดู ทศพลเห็นคำปองถูกใส่ขื่อคาแห่ประจาน หน้าตาบวม หัวแตก เพราะถูกหินปา
ทศพลรีบวิ่งออกไปหาคำปองทันที “แม่ !!!!”
ทศพลเข้าไปช่วยยังไม่ทันถึงคำปอง ก็ถูกพวกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์เสียก่อน
กระถุ่งยุ “มันเป็นผัวนังงูผี กระทืบมันเลย”
ทศพลถูกสมุนกำนันแย้มซัดจนหมอบลงไปนอนคลุกฝุ่นอยู่กับพื้นถนนลูกรัง “พวกมึงจะทำอะไรแม่กู ! ปล่อย !”
กำนันแย้มเดินเข้ามาคุกเข่าใกล้ๆ ลูบหัวทศพล “เดี๋ยวเอ็งก็รู้” กำนันแย้มยิ้มอำมหิต แล้วเดินไป

เจิดนภาเอาไม้พะองพาดปากหลุมช่วยทุกคนขึ้นมาได้
“เจ้าทศพลยังปลอดภัยดีมั้ย” สุภัทรถามสีหน้าเป็นห่วง
“เมื่อวานยังดี แต่วันนี้ไม่แน่ใจแล้วค่ะ” เจิดนภาตอบกำกวม
อาจารย์ทัศนัยสงสัย “ทำไมล่ะ เกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า”
เจิดนภาอ้ำๆ อึ้งๆไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดี “คือ....เอ่อ....คือ....”
“เอ้า ! มัวแต่เอ่อๆ อ่าๆ อยู่ได้ รีบๆ เล่ามาเร็วๆ เข้าสิ คนเค้ารอฟังอยู่” วันชนะรำคาญ
“โอ๊ยยยยย อย่าเร่งสิ ให้ฉันเรียบเรียงก่อน !”
ทุกคนต่างรอฟังเจิดนภาเล่าใจจดใจจ่อ

พวกชาวบ้านมาชุมนุมพร้อมกันที่ลานหน้าเทวาลัยเจ้าแม่นาคี โห่ร้องสาปแช่งคำปอง
กำนันแย้มยกมือเป็นสัญญาณให้ชาวบ้านทุกคนเงียบ ก่อนประกาศลั่น “ทุกคนฟังให้ดี ! หมออ่วมบอกว่าเที่ยงวันนี้จะเกิดสุริยคราส”
ชาวบ้านส่งเสียบเซ็งแซ่ “สุริยคราสอีกแล้วเหรอ !!!”
“สาเหตุที่ปีนี้เกิดสุริยคราสสองครั้งติดๆ กัน เป็นเพราะมีคนอุบาทว์ทำผิดผี”
กระถุ่งรีบใส่ไฟตามกำนันแย้มทันที “มึงนั่นแหละ อีคำปอง อีแม่ม่ายผัวตาย มึงทำผิดผี ลูกมึงถึงได้เป็นงู !”
เสียงพวกชาวบ้านโห่ร้องเห็นด้วยกับนางกระถุ่งที่เป็นเหมือนแกนนำมวลชน
“เอ็งมีอะไรจะแก้ตัวมั้ย อีคำปอง” คำปองกัดริมฝีปากแน่น จ้องกำนันตาเขม็งไม่ยอมปริปากตอบ “ดี! ในเมื่อเอ็งเงียบ ข้าจะถึงว่าเอ็งยอมรับ พ่อแม่พี่น้อง นางคำปองมีลูกเป็นงูผี เราจะทำยังไงกับมันดี”
“เผามันทั้งเป็น เลือดอุบาทว์ของมันจะได้ไม่แปดเปื้อนดอนไม้ป่า !!” กระถุ่งตะโกนลั่น
พวกชาวบ้านโห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง “เผามันเลย !! เผามัน!!”
กอจุดกองไฟลุกพรึ่บ โชติช่วงตรงหน้าคำปอง เพื่อเป็นการกดดันคำปอง ชบากับซ่อนกลิ่นทำเหยเก เสียวไส้ “ถึงกับต้องย่างสดน้าคำปองเลยเหรอ โหดอ่ะแก”
“นี่เป็นแผนล่อนังคำแก้วออกมาฆ่า แกสองคนดูไม่ออกเหรอ อีโง่” ลำเจียกกอดอก ยิ้มลอยหน้า อ่านแผนการของกำนันแย้มออก
กำนันแย้มจิกผมคำปอง แล้วพูดเบาๆ กับคำปอง ให้ได้ยินแค่สองคน “เรียกนังคำแก้วให้ออกมา แล้วข้าจะปล่อยเอ็ง”
“แผนระยำ อย่าคิดว่าฉันรู้ไม่ทัน” คำปองกัดฟันกรอด
“มึงจะเรียกหรือไม่เรียก”
คำปองจ้องหน้ากำนันแย้มนิ่ง อย่างท้าทาย แล้วถล่มน้ำลายใส่ “พวกมึงเป็นคนแท้ๆ แต่จิตใจเลวยิ่งกว่าสัตว์”
กำนันแย้มโมโห ตบหน้าคำปองที่ไม่ยอมทำตามแผนการ ร้องตะโกนลั่นหน้าเทวาลัย “อีคำแก้ว ! อีนังงูร้าย ถ้ามึงไม่ออกมา แม่มึงตาย กูจะเผาแม่มึงทั้งเป็น”
คำปองกลัวว่าคำแก้วจะออกมาช่วยตนก็รีบตะโกนบอกคำแก้ว “คำแก้ว เอ็งอย่าออกมานะลูก อย่าออกมา”
กำนันแย้มตบหน้าคำปอง “อีคำปอง !!”
“ถ้ามึงจะใช้กูเป็นเครื่องมือเพื่อฆ่าลูกกูละก็ กูยอมตาย!”

อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[4] วันที่ 22 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ