อ่านละครนาคี ตอนที่ 6 วันที่ 3 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 6 วันที่ 3 ต.ค.59

งูใหญ่วัชระปราการบุกไปเอาชีวิตบุญส่งถึงแพที่ล่องมาพร้อมสุภัทร แต่ก็สู้พลังของครุฑทองคำไม่ได้ ถูกเหวี่ยงกลับฝั่งในสภาพสะบักสะบอม ฉัตรสุดาเฝ้ารอด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสภาพงูหนุ่มที่แอบรักมานานก็ร้อนใจและอดสงสัยไม่ได้ว่าบุญส่งต้องมีของดีบางอย่างคอยคุ้มครอง

คืนเดียวกันที่บ้านคำปอง...คำแก้วซึ่งเพิ่งกลับจากเทวาลัยเจ้าแม่นาคีเกือบล้มทั้งยืนเมื่อลำเจียกโผล่มาประจานเธอต่อหน้าแม่ว่าแอบผิดผีกับทศพล!

พิมพ์พรได้ยินก็โกรธมาก หันไปเอาเรื่องทศพลที่ยืนนิ่งเหมือนจะยอมรับชะตากรรม



“มันไม่จริงใช่ไหมพล คุณบอกพิมพ์มาสิคะว่านังนี่มันโกหก”

“ผมกับคำแก้ว...เรา...เป็นผัวเมียกันแล้ว”

“ทำไมพลถึงทำอย่างนี้ ทั้งที่พิมพ์อยู่ข้างๆพลมาตลอด แต่พลกลับไปคว้าเอาผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายตีนอย่างนังคำแก้วมาเป็นเมีย พิมพ์ไม่ดีตรงไหน พิมพ์สู้นังคำแก้วไม่ได้ยังไง พลบอกพิมพ์สิคะ”

“ไม่ใช่ว่าคุณไม่ดี แต่ผมไม่ได้รักคุณ!”

พิมพ์พรเจ็บแทบกระอัก ลำเจียกสะใจมากแต่ยังแขวะคำแก้วไม่เลิก

“งามหน้าทั้งห้าไร่ ลูกสาวคนดีของน้าคำปองสุดท้ายก็ชิงสุกก่อนห่าม เชื้อมันแรงจริงๆ อยากจะรู้นักว่าถ้าชาวบ้านรู้เรื่องนี้จะเอาหน้าไปไว้ไหน”

คำปองหน้าชา หันไปต่อว่าทศพลอย่างเจ็บแสบที่ย่ำยีลูกสาวคนเดียว คำแก้วร่ำไห้อย่างหมดอาย พร่ำบอกไม่ให้แม่เชื่อคำพูดคนอื่น แต่ทศพลก็ทำให้เธออ้าปากค้างด้วยการยอมรับผิดชอบทุกอย่าง

“ผมขอโทษครับ ผมรักคำแก้ว ผมจะแต่งงานกับคำแก้ว ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคำแก้วไปตลอดชีวิตครับ”

คำแก้วร้อนใจมาก กลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ แหวไล่เขาเสียงเขียว

“ไม่จำเป็น...คุณไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตฉัน เรื่องแล้วไปแล้ว คุณรีบกลับกรุงเทพฯซะ อย่าให้ฉันเห็นหน้าคุณอีก!”

พูดจบก็ผลุนผลันออกไป แต่พิมพ์พรไม่ยอมให้เรื่องจบ วิ่งตามไปดักหน้า

“คิดว่าทำมารยาสาไถยแล้วพลเขาจะยิ่งง้อเธอหรือไง”

“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น”

“แล้วคิดยังไงล่ะถึงได้แย่งคนรักของคนอื่นได้ลงคอ เห็นเงียบๆหงิมๆ ไม่นึกเลยว่าจะอยากมีผัวจนตัวสั่น”

“หยุดพูดจาก้าวร้าวฉันสักที ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน”

“อย่าคิดว่าเธอแย่งพลไปได้แล้วจะมีความสุข เธอมันก็เป็นได้แค่นางบำเรอชั่วครู่ชั่วยาม ไม่มีผู้ชายที่ไหนเขาโง่ที่จะคิดจริงจังกับผู้หญิงบ้านป่ามีแต่ตัวอย่างเธออีกไม่นานพอพลกลับกรุงเทพฯ เขาก็จะลืมเธอ!”

ooooooo

แม้จะประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเป็นผัวเมียกับคำแก้วแล้ว แต่กับเพื่อนร่วมแก๊ง ทศพลก็สารภาพอย่างไม่ปิดบังว่าไม่ได้มีอะไรแบบนั้น แต่ที่ยอมรับก็เพราะรักและอยากอยู่กินกับคำแก้วที่ดอนไม้ป่าตลอดไป

“ฉันเป็นต้นเหตุทำให้คำแก้วต้องเสื่อมเสีย ถึงยังไงฉันก็ต้องรับผิดชอบ ฉันจะไม่ทิ้งคำแก้วไปไหนทั้งนั้น”

เพื่อนๆไม่มีใครเห็นด้วย กลัวเขาลำบากเพราะไม่เคยกัดก้อนเกลือกิน แถมมีพวกกำนันแย้มคอยตามล่า แต่ทศพลก็ไม่ยี่หระ ยืนยันจะอยู่กับคำแก้วที่นี่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

คำแก้วก็รู้สึกไม่ต่างจากทศพล แต่ยังไม่ยอมรับใจตัวเองเพราะทิฐิ แต่คำปองก็ดูออก

“เอ็งปิดใครก็ได้แต่ปิดหัวใจตัวเองไม่ได้หรอก เอ็งสองคนผิดผีกันแล้ว แต่งงานกับเขาให้เป็นเรื่องเป็นราวเถอะ”

“ทำไมแม่ถึงได้ผลักไสไล่ส่งฉันนัก”

“แม่เป็นห่วงเอ็งต่างหากล่ะคำแก้ว ผู้หญิงเราถ้าอยู่ตัวคนเดียวก็ไม่วายจะถูกใครเขามารังแกเอาง่ายๆ เอ็งดูอย่างแม่สิ...ต่อไปถ้าไม่มีแม่คอยดูแลแล้ว เอ็งจะอยู่ยังไงคำแก้ว...”

คำถามของแม่ทำให้คำแก้วนอนไม่หลับ แล้วก็ต้องตื่นมาหัวเสีย เมื่อทศพลมาดักรอคุยด้วยแต่เช้า

“คุณหนีความจริงไม่พ้นหรอกคำแก้ว คนทั้งดอน–ไม้ป่าคงเอาไปพูดกันปากต่อปากว่าคุณเป็นเมียผม”

“เลิกตอแยฉันสักที ยังไงเรื่องของคุณกับฉันก็ไม่มีวันเป็นไปได้”

“ที่มันเป็นไปไม่ได้ก็เพราะคุณไม่เคยเปิดใจให้ผมเลยต่างหาก ขอโอกาสให้ผมบ้างได้ไหม”

“ผู้ชายเจ้าเล่ห์ร้อยลิ้นกะลาวนอย่างคุณ ไม่จำเป็นต้องให้โอกาส”

“แต่ผมรักคุณนะคำแก้ว รักเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะรักผู้หญิงอีกคนได้”

“ฉันไม่เชื่อ!”

ทศพลถอนใจหนักหน่วง อ่อนใจกับความใจแข็งของเธอ แต่หารู้ไม่ว่าน้ำเสียงออดอ้อนและท่าทางจริงใจของเขาก็ทำให้คำแก้วเริ่มหวั่นไหว จนต้องกลับห้องไปหยิบช่อดอกกล้วยป่าแห้งที่เขาเคยให้มาดู

คำปองเข้ามาเห็นพอดี และเอ่ยอย่างรู้ทัน

“เอ็งรักคุณทศพลใช่ไหม”

คำแก้วตกใจหน้าแดงก่ำด้วยความอาย ละล่ำละลักปฏิเสธ

“ถ้าเปล่าแล้วเอ็งจะเก็บดอกไม้ที่เขาหามาให้ไว้ทำไม ถ้าไม่ได้รักแล้วเวลาเขาเดือดร้อน ทำไมเอ็งจะต้องเป็นห่วงเป็นใยเขาขนาดนั้น อย่าปากแข็งอีกเลย ข้าอาบน้ำร้อนมาก่อนเอ็งนะคำแก้ว”

คำปองลูบหัวลูกสาวด้วยความรักสุดหัวใจ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงอ่อน

“เอ็งรักเขา...แล้วทำไมเอ็งไม่ยอมรับใจตัวเองล่ะ”

“ฉันกลัวว่าวันหนึ่งความรักมันจะจางหายไป ถ้าเป็นแม่...ระหว่างรักแล้วต้องเลิกรากับเลือกที่จะตัดใจซะตั้งแต่แรก แม่จะเลือกแบบไหนจ๊ะ”

“ถ้าเป็นข้า ข้าเต็มใจที่จะรัก ถึงแม้สุดท้ายจะต้องเจ็บปวด”

“แม้ว่าสุดท้ายแม่จะเสียพ่อไปงั้นเหรอ”

“ถึงข้าจะเสียพ่อเอ็งไป แต่ข้าก็ได้เอ็งเป็นตัวแทนความรักที่พ่อเขาฝากไว้ ความรักไม่มีใครสมหวังไปทั้งหมด แต่ก็ไม่มีใครทุกข์ไปทั้งหมด คนเรามีความสุขกับปัจจุบัน ดีกว่าไปกลัวกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึงนะคำแก้ว”

ooooooo

แม้จะใจอ่อนลงมากแล้วเพราะเหตุผลของแม่ แต่คำแก้วก็ยังไม่อยากแต่งงานกับทศพลเพราะไม่แน่ใจในความรักของเขา แต่คำติฉินนินทาและสายตาประณามของชาวบ้านก็ทำให้เธอแทบทนแรงกดดันไม่ไหว

ทศพลเฝ้ามองสถานการณ์ของคำแก้วด้วยความเป็นห่วง และเมื่อสบโอกาสก็ขอความเห็นใจจากเธออีกครั้ง

“คำแก้ว...ผมรู้ว่าคุณโกรธผม เกลียดผม คุณจะด่าจะว่า จะตบ จะตีผมก็เชิญ ผมยอมทั้งนั้น แต่อย่าทำเหมือนผมไม่มีตัวตนในสายตาคุณแบบนี้เลย”

“คุณไม่มีค่าพอที่ฉันจะเก็บมาใส่ใจ”

“แต่คุณก็เป็นเมียผมแล้วนะคำแก้ว...ถึงคุณจะไม่อยากแต่งงานกับผม แต่ขอโอกาสให้ผมได้ทำหน้าที่ลูกผู้ชาย รับผิดชอบเลี้ยงดูคุณได้ไหม”

“ไม่จำเป็น ฉันดูแลตัวเองได้”

น้ำเสียงตัดรอนของเธอ ทำให้ทศพลตัดสินใจคุกเข่าขอความรัก

“ได้โปรดเถอะคำแก้ว ได้โปรดแต่งงานกับผม ผมรักคุณนะ รักหมดทั้งหัวใจ ผมต้องทำยังไง คุณถึงจะเชื่อผม”

“ต่อให้คุณตายอยู่ตรงหน้าก็อย่าหวังว่าฉันจะเปลี่ยนใจ”

“ผมก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจจากคุณเหมือนกัน ไม่ว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหน ผมก็จะรักคุณคนเดียว...”

คำพูดของทศพลวนเวียนในหัวคำแก้วจนนั่งแทบไม่ติด คำปองเห็นอาการลูกสาวก็พอเดาออก

“แต่งงานกับคุณทศพลเขาเถอะ”

“แม่...ฉันไม่ได้รักเขา จะแต่งงานกับเขาได้ยังไง”

“เอ็งรักเขา รักมาตั้งนานแล้วด้วย แม่เป็นแม่เอ็ง ทำไมจะไม่รู้ คำแก้วเอ๊ย...เอ็งเสียผีให้เขาไปแล้ว แต่งงานอยู่กินกับเขาให้เป็นเรื่องเป็นราวเถอะลูก จะได้ไม่ต้องตกเป็นขี้ปากพวกปากหอยปากปู”

“แต่ฉันยังไม่ได้เสียตัวให้เขาซะหน่อย”

“เรื่องนี้มีแต่เอ็งกับพ่อทศพลสองคนเท่านั้นที่รู้ ต่อให้เอ็งไม่ได้เสียกัน แต่ตอนนี้ชาวบ้านทั้งดอนไม้ป่าเขาลือกันให้ทั่วว่าเอ็งตกเป็นเมียเขาแล้ว”

“มันไม่เป็นความจริงสักหน่อย”

คำปองส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย แต่ก็ไม่วายทิ้งท้ายให้คิด “ไม่มีใครสนใจหรอกว่าความจริงจะเป็นยังไง พวกชาวบ้านเขาเลือกเชื่ออย่างที่เขาอยากจะเชื่อ เอ็งห้ามความคิดพวกเขาไม่ได้หรอก”

ooooooo

งานแต่งงานของคำแก้วและทศพลถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในวันต่อมา แขกเหรื่อบางตาเพราะทั้งสองผิดผีเลยไม่มีใครเห็นด้วยนัก แต่กระนั้นบรร-ยากาศก็ไม่เลวร้าย โดยเฉพาะระหว่างบ่าวสาวที่มีท่าทีต่อกันดีขึ้น

พิธีการดำเนินมาถึงการยกพานขอขมาที่ผิดผี และคำปองก็เป็นคนรับคำขอขมาจากทศพล

“ผมกราบขอขมาที่ล่วงเกินคำแก้วลูกสาวคุณน้า ผมมาจากต่างถิ่น อยู่ตัวคนเดียว แม่ผมตายไปแล้ว มีพ่อก็เหมือนไม่มี ผมไม่ได้มีเงินทองติดตัว มีแต่คำสัญญาว่าจะปกป้องและดูแลลูกสาวของคุณน้าด้วยความรักตลอดไปครับ”

“สินสอดเงินทองน้าไม่ต้องการ ขอแค่พ่อทศพลรักลูกสาวน้าอย่างจริงใจ ถึงจะไม่มีไร่นาสาโท ขอแค่มีดพร้าขัดหลังเล่มเดียวก็พอ คำแก้วเปรียบเหมือนแก้วตาดวงใจของน้า น้า...เอ่อ...แม่ฝากคำแก้วด้วยนะลูก”

คำแก้วน้ำตาซึม ซึ้งใจที่ได้ยินคำสัญญารักของสามีหมาดๆ พิมพ์พรเฝ้ามองทุกอย่างจากอีกมุมด้วยสีหน้าคับแค้นใจแต่ก็ทำได้แค่ฮึดฮัดกับตัวเอง ลำเจียกผ่านมาเห็นก็อดเย้ยไม่ได้

“อุตส่าห์หวงก้างมาตั้งนาน เป็นไงล่ะ สุดท้ายก็อด ถูกนังคำแก้วคาบไปเสียฉิบ มันน่าเจ็บใจจริงจริ๊ง”

“ฉันจะเป็นยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ”

“ไหนๆเราก็มีศัตรูเป็นคนคนเดียวกัน ทำไมเราไม่ร่วมมือกันล่ะ”

“ร่วมมือ...ร่วมมือทำอะไร”

“กำจัดนังคำแก้วไปให้พ้นๆยังไงล่ะ”

“ไม่จำเป็น! เพราะถ้าฉันคิดจะทำ ฉันก็จะทำเลย ไม่ประกาศปาวๆเป็นหมาเห่าใบตองแห้งเหมือนอย่างเธอ”

แหวจบก็หมุนตัวจากไป ทิ้งลำเจียกให้เต้นผ่าง ตะโกนไล่หลัง

“รู้แล้ว...ทำคอแข็งตั้งบ่าไปเถอะ พลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันจะรอกระทืบซ้ำอีพิมพ์พร!”

ลำเจียกกับพิมพ์พรไม่ใช่แค่สองคนที่ไม่พอใจการแต่งงานครั้งนี้ วัชระปราการงูใหญ่บริวารหนุ่มของเจ้าแม่นาคีก็หึงหวงเจ้านายสาว ตั้งท่าจะไปฆ่าทศพลให้หายแค้น ฉัตรสุดางูเขียวคนสนิทสาวของเจ้าแม่ต้องคอยห้าม

“หลีกไป! อย่ามาขวางข้า ผู้ชายคนนี้ทำให้เจ้าแม่ต้องทุกข์ทรมานไม่จบไม่สิ้น ถ้าไม่มีมันสักคนเจ้าแม่ก็คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างนี้”

“เจ้าแม่ปรารถนาแรงกล้าที่จักได้เป็นมนุษย์ก็เพื่อได้ครองรักกับชายผู้นี้”

“มนุษย์ทั้งอ่อนแอและชั่วร้าย เต็มไปด้วยกิเลสตัณหาราคะน่าขยะแขยง”

“การได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นเรื่องยาก ต้องสั่งสมบุญไว้มาก ถึงเราจะเป็นนาค มีกายละเอียดเป็นทิพยภาวะ แต่กระนั้นก็ได้ชื่อว่าเดรัจฉาน”

“เจ้าแม่ฝ่าฝืนวิสัยของนาค ไหนเลยจักอยู่กินกับเจ้ามนุษย์นั่นอย่างมีความสุขได้”

“ท่านไม่เชื่อในอำนาจของความรักหรือท่านวัชระ–ปราการ”

“อำนาจความรักหรือจักศักดิ์สิทธิ์เท่าคำสาปของท่านท้าวศรีสุทโธนาค!”

ooooooo

อ่านละครนาคี ตอนที่ 6 วันที่ 3 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ