อ่านละครนาคี ตอนที่ 6 วันที่ 4 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 6 วันที่ 4 ต.ค.59

คณะของบุญส่งและสุภัทรล่องแพมาถึงดอน-ไม้ป่าในวันเดียวกัน ท้องฟ้าเงียบสงบแปรเปลี่ยนเป็นฟ้าครึ้มเหมือนจะมีพายุราวจะโห่ไล่ชาวเมืองกลุ่มใหม่ แต่ก็ไม่มีใครสนใจนัก เพราะมีสิ่งสำคัญต้องกังวลกว่า

และหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ว่าคืองานแต่งงานของทศพลที่สุภัทรคาดไม่ถึง เมื่อตั้งสติได้ก็ถลาไปตบลูกชายหน้าหัน พร้อมประกาศก้องให้เอาเงินฟาดหัวเมียหมาดๆ แล้วกลับกรุงเทพฯ!

อิ่มสงสารทศพลคุณหนูหนุ่มที่เลี้ยงมาแต่เล็ก

แต่น้อย พยายามไกล่เกลี่ยแต่ก็ไม่ได้ผล สองพ่อลูกยัง



ตะเบ็งเสียงใส่กันแบบไม่มีใครยอมใคร

“คำแก้วเป็นเมียผมแล้ว ถ้าคำแก้วไม่ไปกรุงเทพฯด้วย ผมก็ไม่กลับ ผมจะอยู่ที่นี่กับคำแก้ว”

“แกนี่มันหลงผู้หญิงจนโงหัวไม่ขึ้น โดนมันจับแล้วยังไม่รู้ตัวอีก”

“ผมอยากอยู่ที่นี่เอง ผมรักคำแก้วและจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ”

“กลับไปเรียนให้จบก่อนแล้วหลังจากนั้นแกจะทำอะไรก็เชิญ”

“ผมไม่กลับ ผมไม่อยากทิ้งคำแก้วไว้ที่นี่”สุภัทรหน่ายใจมากกับอาการดื้อแพ่งของลูกชายคนเดียว

“ถึงกับทิ้งอนาคตเพื่อผู้หญิงคนเดียว...โง่ที่สุด!”

“พ่อไม่เข้าใจหรอก พ่อไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง ขนาดแม่ตาย พ่อยังไม่ชายตาแล”

สองพ่อลูกจ้องตากันไม่ลดละ ก่อนที่สุภัทรจะยื่นคำขาด

“ถ้าแกไม่กลับ แกไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่อ”

ทศพลถึงกับชะงัก อิ่มเป็นเดือดเป็นร้อนแทน พยายามจะช่วยพูดแต่ก็ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

“ผมโตแล้ว ตั้งแต่จำความได้ ผมมีพ่อก็เหมือนไม่มี ต่อไปนี้ชีวิตผมมีแต่คำแก้วเท่านั้น”

ตัดพ้อจบก็ผละไป ทิ้งสุภัทรให้มองตามเซ็งๆ พึมพำไล่หลัง

“สิ้นคิด! ปล่อยมันไป มีเมียเข้าหน่อยก็ทำปีกกล้า ขาแข็ง ฉันจะคอยดูว่ามันจะอยู่ที่นี่ไปได้สักกี่น้ำ”

ข้อขัดแย้งระหว่างพ่อลูกทำให้คำแก้วใจเสียไม่น้อย คำปองต้องปลอบไม่ให้คิดมากเพราะเชื่อว่าทศพลรักลูกสาวจริงและคงไม่หนีหายไปอย่างที่นึกกลัว

บุญส่งไม่ได้สนใจเรื่องพ่อๆลูกๆของสุภัทรนัก ปลีกตัวไปหากอที่บ้านกำนันแย้ม โดยมีพิมพ์พรตามติดด้วยความคิดถึง หมออ่วมได้ยินว่าบุญส่งอยู่ในเหตุการณ์อาเพศเมื่อสิบเก้าปีก่อน ก็อดไม่ได้จะเล่าเรื่องเจ้าแม่นาคีที่อาละวาดแผลงฤทธิ์จนรัตนาวดีถึงแก่ความตาย!

“นังเจ้าแม่นาคีมันมีสามร่างด้วยกัน ร่างหนึ่งเป็นงูเผือกมีหงอน ร่างที่สองเป็นร่างกายทิพย์โปร่งแสงหายตัวได้ และร่างสุดท้ายเป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาๆ ชื่อว่าคำแก้ว”

ชื่อของคำแก้วทำให้บุญส่งนิ่วหน้า ก่อนจะประกาศกร้าวจะกำจัดเจ้าแม่นาคีให้สิ้นซากด้วยครุฑศิลา

ooooooo

ระหว่างที่บุญส่งรวมหัวกับพวกกำนันแย้มหาทางกำจัดเจ้าแม่นาคี ทศพลทุกข์ใจอย่างหนักที่ทะเลาะกับพ่อและทำให้คำแก้วเสียใจ อิ่มสงสารแต่ก็ให้กำลังใจว่าเขาต้องพิสูจน์ตัวเองกับพ่อและเมียหมาดๆได้แน่

คำปองก็ห่วงความรู้สึกลูกสาวและลูกเขยหมาดๆ

ไม่แพ้กัน อิ่มซึ่งแวะไปแนะนำตัวเลยปลอบให้คลายใจ เพราะเชื่อว่าคุณหนูหนุ่มที่เลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยรัก

คำแก้วมาก คงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

ทศพลทำตามที่อิ่มแนะนำจริงๆด้วยการยืนยันกับคำแก้วจะไม่ไปไหนทั้งสิ้น ถ้าไม่มีเธอ

“แต่การตัดสินใจของคุณจะทำให้คุณสูญเสียทุกอย่าง ทั้งอนาคตแล้วก็...พ่อคุณด้วย”

“อนาคตของผม...ก็คุณไงคำแก้ว”

จบคำก็ยื่นหน้าไปหา ทำท่าจะจูบให้สมรักแต่คำแก้วก็เบือนหน้าหนี

“คุณจะทำอะไร”

“ตอนนี้เราเป็นผัวเมียกันแล้วนะ”

“ฉันไปเป็นเมียคุณตอนไหน”

ทศพลยิ้มหวาน โน้มตัวจะจูบอีกรอบแต่คำแก้วก็ไม่ยอมและยื่นคำขาดให้เขานอนบนพื้น!

แต่ถึงจะถูกขู่แค่ไหน ทศพลก็ไม่กลัว แอบขึ้นเตียงกลางดึก พอถูกจับได้ก็ทำสำออย

“ก็มันหนาว ผมนอนไม่หลับ คุณไม่สงสารผมบ้างหรือไงคำแก้ว”

แววตาปริบๆของเขาทำให้เธอใจอ่อนยวบ แต่ยังตีหน้ายักษ์เหมือนไม่สนใจ

“ก็ได้! แต่นอนห่างๆ แล้วก็ห้ามถูกเนื้อต้องตัวฉันเด็ดขาด”

คำแก้วเอาหมอนมาขวางแล้วล้มตัวนอนทันที ทศพลยิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งนอนละเมอไปกอดเธอจนได้

คำแก้วคร้านจะต่อปากต่อคำด้วยเลยยอมให้กอด แล้วก็ถึงกับหน้าแดงก่ำเมื่อตื่นมาเจอกันเช้าวันต่อมา

“ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามถูกเนื้อต้องตัวฉัน”

“ผมไปกอดคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่ยักกะรู้ตัว”

ท่าทางไขสือของเขาทำให้คำแก้วหมั่นไส้ แต่ก็ปฏิเสธหัวใจตัวเองไม่ได้ว่ามีความสุขไม่น้อยที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ พิมพ์พรเห็นสองสามีภรรยาหมาดๆหยอกล้อกันก็ริษยา จนต้องตามไปกระแนะกระแหนคำแก้ว

“อย่าดีใจนัก ตอนนี้เธอยังเป็นของเล่นใหม่สำหรับพล อีกไม่นานพลก็เบื่อแล้วเขาก็จะทิ้งเธอ”

“รอให้เขาเบื่อฉันเมื่อไหร่ แล้วฉันจะยกให้เธอก็แล้วกัน!”

ooooooo

สองสามีภรรยาหมาดๆใช้เวลาช่วงเช้าด้วยกันง่ายๆ ทศพลพยายามปรับตัวเป็นสามีที่ช่วยแบ่งเบางานบ้านของภรรยา คำแก้วปลื้มใจมากแต่ยังตีหน้าขรึมเหมือนไม่ชอบใจ

ทศพลไม่ท้อ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานแบกหามหวังชนะใจภรรยา แต่เพราะไม่ชินทางเลยล้มหน้าคะมำ คำแก้วตกใจมาก ถลาไปประคองด้วยความเป็นห่วง ทำเอาสามีใจมาเป็นกอง

“คุณเป็นห่วงผมเหรอ”

“ฉันกลัวว่าจะไม่มีคนช่วยหาบน้ำให้ต่างหาก”

“เป็นห่วงผมก็บอกมาเถอะ อย่าปากแข็งเลย ดวงตาคุณมันฟ้อง”

สามีรูปหล่อสบตาซึ้งแต่คำแก้วก็หลบตา เฉไฉดุเขาเสียงเข้ม

“ทีหลังคุณไม่ต้องช่วยฉันหาบน้ำแล้ว ฉันทำเองดีกว่า”

ทศพลส่ายหน้าเบาๆ ดึงมือเธอมากุม “คำแก้ว... ตอนนี้ผมอาจจะเป็นสามีที่ไม่เอาไหน ช่วยอะไรคุณไม่ได้สักอย่าง แต่ผมจะพยายาม สักวันผมจะเป็นสามีที่ดีของคุณให้ได้”

ลำเจียกผ่านมาเห็นภาพบาดตาบาดใจพอดี ช้ำใจมากที่ต้องเสียทศพลให้คำแก้ว ชบากับซ่อนกลิ่นเลยแนะนำให้ไปหาหมอผีทำเสน่ห์ ลำเจียกกลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อผัวในอนาคตเลยลงทุนโกหกพ่อว่าจะไปธุระต่างเมืองเพื่อไปหาหมอผีชื่อดังที่ตำบลนาคหนีพร้อมกับสองสาวเพื่อนสนิท

กอเชื่อสนิท คิดว่าลำเจียกจะไปเยี่ยมพ่อของชบาซึ่งป่วยหนักที่ตำบลนาคหนีจริงๆ แต่ก็ไม่วายเป็นห่วง กำชับเสียงเข้มให้ลูกสาวสวมแหวนพิรอดติดตัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ห้ามถอดเด็ดขาด!

วัชระปราการงูใหญ่สีน้ำตาลทองเฝ้ามองบรรยากาศระหว่างทศพลกับคำแก้วด้วยความอิจฉาและหึงหวง ตั้งท่าจะไปฆ่าศัตรูหัวใจให้หายแค้นหลายครั้ง ฉัตรสุดางูเขียวคนสนิทของเจ้าแม่นาคีต้องคอยห้ามและปรามตลอด

“ข้าบอกท่านแล้วว่าอย่าทำอะไรคนรักของเจ้าแม่ เจ้าแม่ปรารถนาจะเป็นมนุษย์เพื่อให้ได้เคียงข้างกับชายผู้นั้น”

“ข้ายอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ ข้าไม่อยากให้เจ้าแม่นาคีต้องทนทุกข์ทรมานหากต้องเป็นมนุษย์”

“หากเจ้าแม่เป็นมนุษย์เต็มตัว เจ้าแม่จะมีความสุขเพราะได้เคียงข้างคนที่รัก อานุภาพแห่งความรักจะทำให้ผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลายไปได้ ท่านจงตัดใจเสียเถอะ”

“ข้าทำไม่ได้หรอกฉัตรสุดา”

“ท่านวัชระปราการ...หัวใจข้ามอบให้ท่านมาโดยตลอด เมื่อไหร่ท่านจะมอบหัวใจของท่านให้กับข้าบ้าง”

“หมดทั้งดวงใจของข้ามอบให้เจ้าแม่ไปแล้ว”

ความรักระหว่างทศพลกับคำแก้วก่อตัวขึ้นช้าๆ สองสามีภรรยามีท่าทีต่อกันในทางที่ดีขึ้น อิ่มพลอยสุขใจไปด้วย แต่สุภัทรกลับไม่ปลื้มและแสดงออกอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับคำแก้วเป็นอันขาด

อ่านละครนาคี ตอนที่ 6 วันที่ 4 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ