อ่านละครนาคี ตอนที่ 7/2 วันที่ 6 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 7/2 วันที่ 6 ต.ค.59

“เก็บแรงไว้ปรนนิบัติผัวเอ็งจะดีกว่า ตอนนี้เอ็งออกเรือนไปแล้วนะ”
“ไม่ทันไรแม่ก็ไล่ฉันให้ไปอยู่กับคนอื่นซะแล้ว แม่ไม่รักฉันแล้วเหรอ”
“ไม่มีแม่คนไหนที่ไม่รักลูกหรอกนะ เพราะแม่รักเอ็ง แม่ถึงอยากให้เอ็งได้แต่งงานกับคนดีๆ อย่างพ่อทศพล แล้วไปให้พ้นๆ จากที่นี่” คำปองลูบหัวคำแก้วด้วยความรัก
“คุณทศพลเป็นคนดีจริงๆ ใช่มั้ยแม่? เขาไม่ได้หลอกเราใช่มั้ย?” คำแก้วเองก็ยังไม่แน่ใจในตัวทศพลเท่าไรนัก

คำแก้วกำลังหยิบเสื้อผ้าจากตะกร้าจัดลงในกำปั่นไม้ที่วางอยู่มุมห้อง คอยเงี่ยหูฟังเสียงทศพล
ทศพลหอบกระเป๋าสัมภาระข้าวของของเขาที่ติดตัวมาเดินเข้ามาในห้อง “จะให้วางไว้ตรงไหนดีล่ะคำแก้ว”



คำแก้วทำเป็นไม่สนใจ”จะวางตรงไหนก็วาง”
ทศพลยิ้มให้ก่อนจะเดินเอาของไปจัดลงในกำปั่นไม้ที่วางอยู่มุมห้อง รวมทั้งหงอนนาคีที่ห่อด้วยผ้า ทศพลจัดของเสร็จอย่างรวดเร็ว แล้วเดินมานั่งข้างคำแก้ว หยิบผ้ามาจะช่วยพับ
“ไม่ต้อง...มันเป็นหน้าที่ฉัน คุณไปนอนเถอะ”
“ไม่เป็นไร คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ให้ผมช่วยจะได้เสร็จเร็วๆ ไงเราจะได้ไป “นอน” ด้วยกัน” ทศพลยิ้มกรุ้มกริ่ม
คำแก้วขยับออกห่างอย่างระแวง “ทำอะไร”
“ก็ทำอย่างที่ผัวเมียคู่อื่นๆ เค้าทำกันน่ะสิ”
คำแก้วทั้งโมโห ทั้งเขิน คว้าหมอนที่วางอยู่ ปาใส่ทศพลอย่างแรง “ทะลึ่ง!”
“โธ่ คำแก้ว ทะลึ่งตรงไหน คุณเป็นเมียผมแล้วนะ”
“ก็แค่ในนามเท่านั้น ฉันยังไม่ได้ตกเป็นของคุณสักหน่อย”
ทศพลขยับเข้าไปนั่งใกล้คำแก้ว คำแก้วจะขยับออกห่างอีก แต่ทศพลกุมมือไว้ “ต่อไปนี้ที่นี่คือบ้านของเรา ถึงจะคับแคบไปสักหน่อย แต่ต่อไปคงพอขยับขยายได้” คำแก้วนิ่งฟังทศพล รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก “ผมจะปลูกผักสวนครัวเอาไว้กินเอง แล้วก็ให้คุณเอาไปขายที่ตลาดด้วย คุณว่าดีมั้ย”
“คนกรุงอย่างคุณทำไร่ทำสวนเป็นกับเค้าหรือไง”
“ผมรู้ว่ามันเหนื่อย แต่ผมก็จะอดทนเพื่ออนาคตของเรา เผื่อเรามีลูกหัวปีท้ายปีขึ้นมาจะได้ไม่ลำบากไง”
“ใครจะมีลูกกับคุณ”
“ก็คุณไง มีเจ้าตัวน้อยหลายๆ คนยิ่งดี คำแก้วจะได้ไม่เหงา ผมจะเลี้ยงเขาอย่างดีที่สุด ไม่ให้ต้องว้าเหว่เหมือนผม”
ทศพลเสียงเศร้าลง ทำให้คำแก้วรู้ว่าทศพลรักพ่อมากแต่ทำเป็นปากแข็ง “ทำไมคุณไม่ลองพูดจากับพ่อดีๆ บ้าง”
“ผมกับพ่อเหมือนไม้เบื่อไม้เมา คุยได้กี่คำก็ทะเลาะกันทุกที”
“คุณเป็นลูกยังไม่เข้าใจพ่อตัวเอง แล้วถ้าเป็นพ่อคนจะเข้าใจลูกได้ยังไง”
“งั้นก็ลองมีลูกกับผมสักคนสิ ผมจะได้ลองเป็นพ่อดู” ทศพลหอมแก้มคำแก้วฟอดใหญ่
คำแก้วทั้งตกใจทั้งเขิน รีบผลักทศพลออก “คุณนี่มันจริงๆ เลย วกเข้ามาเรื่องนี้ทุกที... สักวันถ้าคุณไม่มีพ่ออย่างฉันคุณจะเสียใจ”
ทศพลสะกิดใจ คำพูดของแก้วเตือนสติให้ได้คิด “ถึงตอนนี้คำแก้วจะไม่มีพ่อ แต่ก็มีผมนะ ผมจะดูแลคำแก้วเอง” ทศพลจับแขนคำแก้ว แต่ปรากฏว่าเป็นเกล็ดผิวหนังของงู ทศพลรีบสะบัดมือออกทันที รู้สึกผิดปกติ
“มีอะไรเหรอจ๊ะ”
ทศพลค่อยๆ จับที่แขนคำแก้วใหม่ แต่คราวนี้ผิวหนังเรียบเนียนดังเดิม“ปละ...เปล่าจ้ะ นอนกันเถอะ”
คำแก้วขมวดคิ้ว รับรู้ว่าทศพลผิดสังเกตกับบางสิ่ง

วันชนะ ประกิต สมมาตร และเชษฐ์มาหาสุภัทรที่เรือนรับรอง
วันชนะรายงานตัว “พวกผมพร้อมแล้วครับอาจารย์”
สุภัทรมองวันชนะและเพื่อนๆ แต่ก็ต้องผิดหวังเล็กน้อย เมื่อไม่เห็นทศพลมาด้วย
ประกิตเห็นสีหน้าสุภัทรก็เข้าใจ “เอ้อ ไอ้พลไม่ได้มาด้วยหรอกครับ มันคงกำลังยุ่ง เพิ่งขึ้นบ้านใหม่”
สุภัทรตัดบท “ฉันก็ไม่ได้หวังให้มันมาอยู่แล้ว...รีบออกเดินทางกันเถอะ เดี๋ยวจะสาย”
จู่ๆ ทศพลก็เดินเข้ามา สมมาตรดีใจ “ไอ้พล! ไอ้พลมาแล้วครับดอกเตอร์”
สุภัทร มองหน้าทศพล ยังเคืองเรื่องมีเมีย
“ผมแค่อยากไปตามหาอาจารย์ทัศนัย ส่วนพ่อ คง “สนใจ” มรุกขนครมากกว่า”
สุภัทรโกรธที่ทศพลประชดชัน “ฉันจะสนใจหรือไม่สนใจอะไร มันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของแก” เขาหันไปพูดกับคนอื่นๆ “ไปกันได้แล้ว”
ทศพลกับสุภัทรไม่มองหน้ากัน บรรยากาศมาคุ

คำแก้วใช้ทัพพีคนข้าวในหม้อที่ต้มสุกได้ที่ คำแก้วเอาไม้ขัดฝาหม้อข้าว ยกหม้อแล้วเอาน้ำข้าวไปรินทิ้ง ก่อนจะเอามาตั้งบนเตาดงข้าวต่อ
คำปองมองหา “พ่อทศพลไปไหนซะล่ะ”
“ไม่รู้สิจ๊ะ เห็นออกไปแต่เช้า”
“เอ๊า! เอ็งเป็นเมียประสาอะไร ผัวไปไหนยังไม่รู้”
“ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องรู้นี่แม่ เดี๋ยวเขาก็กลับมาเองแหละ”
“แต่เอ็งออกเรือนไปอยู่กินกับเขาแล้ว ก็ต้องดูแลเขาถึงจะถูก”
“ถึงฉันจะแต่งงานไปแล้ว แต่ฉันก็ยังอยากดูแลแม่อยู่นี่จ๊ะ”
“แม่อยู่คนเดียวได้ แม่อยากให้เอ็งอยู่ปรนนิบัติผัวมากกว่า”
“ฉันไม่ใช่ทาสเขาเสียหน่อย ถ้าทนฉันไม่ได้ ก็กลับกรุงเทพไปซะ”
“เขาไปขึ้นมาจริงๆ จะน้ำตาเช็ดหัวเข่า” คำปองส่ายหน้าระอากับความรั้น ปากไม่ตรงกับใจของคำแก้ว
คำแก้วตักแกงป่าจากหม้อใส่ชามให้คำปอง “แกงกำลังร้อน กินข้าวก่อนเถอะจ้ะแม่”
“เอ็งทำหม้อใหญ่ขนาดนี้ แม่กินไม่หมดหรอก” คำปองเจียดแกงในหม้อ แบ่งใส่ชามอีกใบ
“แม่จะตักแกงไปไหน”
“เอาไปให้ดอกเตอร์สุภัทร” คำปองตักแกงแล้วยกลงเรือนไป

เทวาลัยเจ้าแม่นาคี สุภัทรเดินสำรวจรูปปั้นนาคที่ประดับประดาในเทวาลัยอย่างหลงใหล สายตาสุภัทรเห็นความยิ่งใหญ่และเก่าแก่นับพันปีของเทวาลัย ทศพลเห็นสายตาของสุภัทรก็ยิ่งปักใจเชื่อว่าคนอย่างสุภัทรไม่เคยห่วงใครจริงๆ สุภัทรเดินเข้ามาถึงรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน ก็หยุดมองอย่างสนใจ
สุภัทรมองเพ่งพินิจไปที่รูปปั้น แต่แล้วก็รู้สึกผิดสังเกต เอื้อมมือไปแตะตรงรอยต่อช่วงฐานกับลำตัว “ฝีมือช่างพื้นเมืองทำเลียนแบบของเก่า อายุไม่ถึงร้อยปี”
วันชนะกระซิบกับประกิต “ไอ้พลตาถึงจริงๆ พูดเหมือนดอกเตอร์เปี๊ยบ”
“เขาถึงว่าลูกไม้ตกไม่ไกลต้นยังไงล่ะวะ”
สุภัทรนึกชื่นชมในตัวลูกชาย แต่ทำนิ่งแกล้งเสพูดกลบเกลื่อน “ก็แค่ข้อสันนิษฐานพื้นๆ”
“ผมรู้แค่งูๆ ปลาๆ คงสู้พ่อที่เอาเวลาทั้งชีวิตไปทุ่มเทศึกษาไม่ได้หรอกครับ”
สุภัทรมองทศพลอย่างไม่พอใจ รู้ว่าทศพลจงใจพูดเหน็บ
สมมาตรสงสัย “แล้วรูปสลักพญานาคของเดิมล่ะครับ หรือว่าพังไม่เหลือซากแล้ว”
สุภัทรอธิบาย “เทวรูปไม่ได้พังทลาย แต่มันถูกทำลายต่างหาก”
ทศพลสนใจขึ้นมาทันที อยากรู้ แต่ทิฐิเกินกว่าที่จะถาม
เชษฐ์เห็นท่าทางทศพลเลยถามแทน “ใครหนอช่างกล้าเทวรูปคู่บ้านคู่เมืองแบบนี้ยังทำลายลงได้”
“พระเจ้านิรุทธราช กษัตริย์มรุกขนคร”
ทศพลได้ยินก็ชื่อพระเจ้านิรุทธราชก็ชะงักไป
สมมาตรซัก “อาณาจักรต่างๆ แถบลุ่มแม่น้ำโขงล้วนแต่นับถือบูชาพญานาค แล้วทำไมพระเจ้านิรุทธราชถึงมีรับสั่งให้ทำลายทิ้งล่ะครับ ดอกเตอร์”
“เรื่องบางเรื่อง ตำราก็ไม่ได้บอกไว้ เราต้องค้นหาด้วยตัวเอง”
ทศพลบอก “อาจารย์ทัศนัยเคยพบชิ้นส่วนศิลาจารึกเกี่ยวกับตำนานเมืองมรุกขนครแผ่นหนึ่งในถ้ำใต้เทวาลัย แต่น่าเสียดายจารึกส่วนที่เหลือยังหาไม่พบ ถ้ำก็ดันถล่มเสียก่อน”
“ต่อให้ยากเย็นแค่ไหน เราก็ต้องหาศิลาจารึกส่วนที่ขาดหายไปให้เจอ” สุภัทรแววตามาดมั่นในการตามหาศิลาจารึก
กำนันแย้ม บุญส่ง กอ หมออ่วม พิมพ์พรและเจิดนภานั่งอยู่ด้วยกัน
“เมื่อไหร่จะลงมือสักทีพิมพ์อยากกระชากหน้ากากนังงูผีจะแย่แล้ว” พิมพ์พรหงุดหงิด
“พวกข้าวางแผนกันไว้แล้ว คืนนี้นังเจ้าแม่นาคีจะต้องถูกปราบสิ้นซาก” กำนันแย้มหน้าเหี้ยม
“จะจัดการกับมันยังไง?” พิมพ์พรตาวาว
บุญส่งหยิบครุฑทองคำจากกล่องแก้วขึ้นมา “ล่อให้มันมาติดกับแล้วใช้พญาครุฑกำจัดมัน!”
“ครุฑทองคำนี่น่ะเหรอคะ จะสะกดงูเจ้าแม่นาคีได้” เจิดนภาสงสัย
“ตามตำนานครุฑกับนาคต่างเป็นศัตรูคู่แค้นกันมาพระวิษณุประทานพรให้ครุฑเป็นอมตะและให้อยู่ไม่มีศาสตราวุธใดๆ สามารถทําอันตรายได้ พญาครุฑจึงมีมหิทธานุภาพมาก ยากที่พญานาคจะต่อกร” หมออ่วมอธิบาย
“แล้วจะล่อนังคำแก้วให้มาติดกับได้ยังไง นังนี่มันฉลาดเป็นกรด” พิมพ์พรครุ่นคิด
คำปองที่ยกชามแกงมาให้ได้ยินเข้าพอดี คำปองตกใจ เป็นห่วงลูก เผลอทำชามแกงหลุดมือแตกดัง เพล้ง !!! กำนันแย้มตวาด “ใครวะ !!!!”
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกใจ

พวกของกำนันแย้มออกมาด้านนอก เห็นชามแกงป่าที่คำปองเอามาให้สุภัทรตกแตกที่พื้น คำปองหลบอยู่หลังเสา พอเห็นพวกกำนันแย้มเผลอก็รีบหนี
บุญส่งเห็นหลังคำปองไวๆ ก็ชี้นิ้วบอก “มันอยู่นั่น”
กำนันแย้มสั่งสมุน “เฮ้ย จับมัน!”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 7/2 วันที่ 6 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ