อ่านละครนาคี ตอนที่ 7/4 วันที่ 6 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 7/4 วันที่ 6 ต.ค.59

“คำแก้ว....” ทศพลนอนสบตาคำแก้วพยายามกระเสือกกระสนจะเข้าไปช่วยคำแก้วเฮือกสุดท้ายก่อนจะหมดสติไป
คำแก้วร้องไห้น้ำตาไหลพรากน่าสงสาร “แม่จ๋า ช่วยคำแก้วด้วย”
“ลูกแม่ แม่จะไปช่วยเอ็งเดี๋ยวนี้ !” คำปองเกิดลูกฮึด ทั้งดิ้นทั้งดึงเชือกให้หลุดจนแขนโดนเชือกบาดเห็นเลือดซิบๆ จนเชือกขาด คำปองรีบวิ่งมาช่วยดึงสายสิญจน์ออกจากตัวคำแก้วที่ร้องโหยหวนด้วยความทรมาน
กำนันแย้มสำทับ “ไอ้กอ! ลากอีคำปองออกไปซิ”

กอลูบปากอย่างหื่นกระหาย ตรงเข้าไปฉุดกระชากลากถูคำปองออกมา
“พี่กอ ปล่อยฉัน ฉันจะไปช่วยลูก”


“อย่าไปสนมันเลย มามะ ข้าจะพาเอ็งขึ้นสวรรค์”
“พี่กอ! ฉันมีลูก มีผัวแล้วนะ”
“ไอ้เคนผัวเอ็งตายไปแล้ว ข้าไม่ถือ เอ็งก็ม่าย ข้าก็ม่าย มันน่าจะร่วมหอลงโรงกันตั้งนานแล้ว อย่าเล่นตัวนักเลยน่า”
คำปองเข้าตาจน กอขึ้นคร่อม กระชากเสื้อตัวเองออก กำลังจะปล้ำคำปอง
“อย่าทำอะไรฉันเลยพี่กอ ฉันไหว้ล่ะ เลือดฉันกำลังมา...”
“ลูกไม้ตื้นๆ ข้าไม่หลงกลเอ็งหรอก อีคำปองเอ๊ยยย ถ้าเลือดเอ็งมา ข้าจะช่วย “อุด” ให้”
กอปลุกปล้ำคำปอง คำปองขัดขืนสุดชีวิต ด้านคำแก้วก็ดิ้นจนหมดแรงสลบไป
กำนันแย้มลิงโลด “นังคำแก้วมันสิ้นฤทธิ์แล้ว”
ทันใดนั้น คำปองเลือดประจำเดือนมาพอดี ไหลพลั่กๆ เป็นสาย หมออ่วมเหลือบเห็นเลือดประจำเดือนของคำปองไหลซึมออกมาจากผ้าถุงไหลนองพื้นแดงฉาน เลือดประจำเดือนไหลซึมไปโดนปลายข้างหนึ่งของตาข่ายสายสิญจน์พอดี
“ฉิบหายแล้ว!! เลือดระดูนังคำปอง !!!” หมออ่วมตกใจ
ทันทีที่เลือดโดนสายสิญจน์ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำไล่โยงไปตามตาขายสายสิญจน์อย่างรวดเร็วจนลามไปที่ครุฑทองคำ ครุฑทองคำพร้อมสายสิญจน์ระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ ควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้น งูวัชระปราการ เลื่อมประภัสร์ ฉัตรสุดา ก็เลื้อยออกมาท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน งูทั้งสามพุ่งเข้าฉกเหล่าสมุนกำนันแย้มที่ทำร้ายทศพลด้วยความแค้นจนตายเรียบทุกคน ก่อนจะหันมาจ้องหน้าบุญส่ง กำนันแย้มหมออ่วม กอ อย่างอาฆาต
พิมพ์พรกับเจิดนภา เห็นงูยักษ์ 3 ตัวเต็มๆ ตาก็หวีดร้อง ก่อนหมดสติไป “กรี๊ดดดดดดด งู !!!!”
บุญส่ง กำนันแย้ม หมออ่วม กอ ตาเบิกโพลง เหงื่อแตกพลั่ก วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

คำปองค่อยๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมา คำปองเห็นทศพลยังนอนสลบอยู่ เหล่าสมุนกำนันแย้มนอนตายเกลื่อน “คำแก้ว!”
คำปองมองไปกลางวงสายสิญจน์ ที่บัดนี้ระเบิดเป็นจุณ คำแก้วหายไป เหลือแต่รอยงูใหญ่เลื้อยเป็นทางยาวไปทางหน้าโรงนา“คำแก้ว...คำแก้วลูกแม่….” คำปองพยายามเขย่าร่างคำแก้วที่นอนสลบเหมือดอยู่ แต่คำแก้วไม่ฟื้น กายทิพย์เจ้าแม่นาคีออกจากร่างคำแก้วไป

บุญส่ง กำนันแย้ม หมออ่วม กอวิ่งหนีงูยักษ์ทั้ง 3 ตัวมาจนถึงชายป่า ทันใดนั้นทุกคนก็หยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงงูเลื้อยเสียงดังแสกสากน่ากลัว
“เฮ้ย งู!! งูเต็มไปหมด !!!! มันล้อมพวกเราไว้” กอเสียงสั่น
“ทำไงดีหมออ่วม” กำนันแย้มหันหาที่พึ่ง
หมออ่วมล้วงลงไปในย่าม หยิบว่านพญาลิ้นงูยื่นออกมา ทำให้งูไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ก็ยังตีวงล้อมเอาไว้ งูวัชระปราการเลื้อยเข้ามาท่าทางสง่างาม ทรงอำนาจ ดวงตาแฝงแรงอาฆาตรุนแรง
กอกลัวจนฉี่ราด ยกมือไหว้ปลกๆ “ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่หลบหลู่เจ้าแม่อีก ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ”
บุญส่ง กำนันแย้ม หมออ่วม เหงื่อกาฬแตกพลั่ก งูวัชระปราการใช้หางฟาดสะบัดใส่กอ กำนันแย้ม หมออ่วม กระเด็นไปกระแทกต้นไม้คนละทิศละทางก่อนจะสลบไป เหลือแต่บุญส่งที่กลัวตาเหลือก
บุญส่งหมดทางหนี หลังชนฝา ตัดสินใจสู้ “แน่จริงก็เข้ามาเลยสิวะ นังงูผี !!”
งูเลื่อมประภัสร์เลื้อยเข้าหาบุญส่ง แล้วเอาหางกระหวัดร่างบุญส่งลอยละลิ่วไปกระแทกโขดหินอย่างแรงจนบุญส่งกระอักเลือด งูฉัตรสุดาชูคอขึ้น อ้าปากอวดเขี้ยวสยดสยอง พุ่งเข้าหาบุญส่งหมายเอาชีวิต บุญส่งช็อค ตาเหลือก ร้องเสียงหลง หมดสติไป
เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงนางพญานาคีดังขึ้น“หยุดบัดเดี๋ยวนี้ !!”
งูทั้งสามหันมา เห็นเจ้าแม่นาคี ร่างนางพญากายทิพย์ยืนเด่นน่าเกรงขาม งูบริวารผงกหัวคารวะเจ้าแม่นาคี ก่อนรีบเลื้อยหนีไปสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว
งูทั้งสามกลายร่างเป็นคน หมอบอยู่ตรงหน้าเจ้าแม่นาคี
“พวกมันทำร้ายเจ้าแม่ เหตุใดเจ้าแม่จึงห้ามไม่ให้ข้าฆ่าพวกมันซะ” วัชระปราการเอ่ยเสียงเคียดแค้น
“ข้าไม่อยากก่อกรรมทำเข็ญอีกแล้ว อย่าสร้างเวรสร้างกรรมต่อกันอีกเลย” เจ้าแม่นาคีปราม
“แต่คนใจบาปเยี่ยงพวกมันสมควรตาย” ฉัตรสุดาไม่เห็นด้วย
“ไม่มีใครหนีกฎแห่งกรรมพ้น ที่ข้าและพวกเจ้าต้องรับกรรมเป็นงูอยู่ทุกวันนี้ก็หนักหนาพออยู่แล้ว ปล่อยให้ฟ้าดินลงโทษพวกมันเถิด อย่าให้เลือดชั่วของพวกมันต้องแปดเปื้อนเจ้าเลย”
เลื่อมประภัสร์หนักใจ “พวกมันคงไม่ยอมรามือแต่เพียงเท่านี้แน่”
“ชาติที่แล้วข้าฆ่าพวกมัน ชาตินี้พวกมันจึงกลับมาจองล้างจองผลาญข้า อีกไม่นาน ข้าก็จักกลายร่างเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ เมื่อนั้นพวกมันก็จักไม่มีทางทำอันใดข้าได้อีก” เจ้าแม่นาคีเปี่ยมไปด้วยความหวัง

วันใหม่ บุญส่งลืมตา ได้สติ รู้สึกร้าวไปทั้งร่าง เขย่าร่างคนอื่นๆ “กองทัพงูผีมันไปกันหมดแล้ว !”
บุญส่งเหลียวมองรอบตัว เห็นคนอื่นๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ต่างคนต่างเจ็บร้าวไปทั้งตัว
“นี่ข้ายังไม่ตายอีกเหรอ” กอขยับตัวดูร่องรอยบาดแผล
หมออ่วมยังปากดี “แสดงว่าคาถาอาคมของข้ายังขลังอยู่”
กำนันแย้มแขวะหมออ่วม “ถ้าคาถาเอ็งศักดิ์สิทธิ์จริง ทำไมถึงกำจัดมันไม่ได้วะ ไอ้หมออ่วม”
หมออ่วมเสียหน้าอย่างแรง

พิมพ์พรสีหน้าผิดหวัง “นังคำแก้วมันเกือบจะสิ้นฤทธิ์อยู่แล้วเชียว ถ้าไอ้งูพวกนั้นไม่โผล่ออกมาอาละวาดซะก่อน”
“รอดตายมาได้ ก็บุญเท่าไหร่แล้วยัยพิมพ์” เจิดนภาสีหน้าหวาดกลัว
“เพราะระดูนังคำปองทำให้เครื่องรางพญาครุฑเสื่อมอำนาจ” หมออ่วมเอ่ยบอก
“ข้าอุตส่าห์ลงทุนประมูลครุฑนั่นมา แต่กลับระเบิดแทบไม่เหลือซาก” บุญส่งเซ็ง
“หากาวมาติดจะพอซ่อมได้มั้ยวะ” กอเสนอ
“ซ่อมไปก็ไม่มีประโยชน์ เครื่องรางที่เสื่อมไปแล้ว ยังไงก็ไม่มีทางกลับมาใช้การได้เหมือนเดิมอีก” หมออ่วมส่ายหัว
เจิดนภาออกความเห็น “เราป่าวประกาศให้ชาวบ้านรู้กันไปเลยดีมั้ยว่านังคำแก้วมันเป็นบริวารเจ้าแม่นาคี งูพวกนั้นถึงได้ออกมาช่วยมัน”
กอเห็นด้วย “เออ ก็ดี ! พวกชาวบ้านรู้ จะได้ช่วยกันหาวิธีกำจัดมัน”
กำนันแย้มค้าน “ทำอย่างนั้นก็เท่ากับแกว่งตีนหาเสี้ยน ยิ่งนังคำแก้วมันรู้ว่าพวกเรารู้ความลับของมัน มันคงไม่ปล่อยเราไว้แน่”
กอยังคาใจ “แต่ก็น่าแปลก ทำไมเมื่อคืนนี้ ไอ้งูยักษ์นั่น มันถึงไม่ฆ่าพวกเราซะ”
บุญส่งคาดเดา “มันคงแค่ต้องการจะข่มขวัญพวกเรา ไม่อยากให้เรายุ่งกับนังคำแก้ว”
เจิดนภาวิตก “แล้วถ้าวันดีคืนดี นังคำแก้วมันเกิดเรียกงูพวกนั้นมาล้างแค้นพวกเราล่ะ”
หมออ่วมปลอบ “ข้าจะแจกว่านพญาลิ้นงู ไว้ให้ทุกคนป้องกันตัวไปก่อน จนกว่าข้าจะหาวิธีกำจัดนังงูผีได้ราบคาบ”
ทุกคนมองหน้ากันยังไม่หายวิตกกังวลกันอยู่ดี

ป้าอิ่มกระหืดกระหอบวิ่งขึ้นบันไดมา สุภัทรที่กำลังนั่งเขียนบันทึกอยู่หันไปมอง “มีอะไรหรือป้าอิ่ม”
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ คุณหนูค่ะ...คุณหนู...!”
สุภัทรตกใจ “เจ้าพลมันเป็นอะไร”
ป้าอิ่มอึกๆ อักๆ สุภัทรนึกเป็นห่วงทศพลขึ้นมาทันที
ทศพลนอนอยู่บนเตียง ใบหน้ามีรอยฟกช้ำ ปูดบวมไปหมด คำแก้วค่อยๆ เอาผ้าชุดน้ำเช็ดทำความสะอาดให้อย่างเบามือ ทศพลได้สติ ลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นหน้าคำแก้ว ก็จะรีบผุดลุกขึ้นนั่ง แต่เจ็บแผลจนต้องงอตัว
“คุณไม่ต้องลุกหรอก นอนเถอะ”
ทศพลไม่สนใจความเจ็บปวดของตัวเอง ลุกขึ้นมาละล่ำละลักถามคำแก้วอย่างห่วงใย “พวกนั้นทำอะไรคุณหรือเปล่า แล้วน้าคำปองล่ะ”
“ฉันกับแม่ไม่เป็นไร คุณห่วงตัวเองก่อนเถอะ” คำแก้วพยายามดันให้ทศพลนอนพักผ่อน
“คุณไม่เป็นไรจริงเหรอ ขนาดผมยังโดนมันเล่นงานซะน่วม”
“จริงสิ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก”
“แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมพวกนั้นถึงต้องจับตัวน้าคำปองไปด้วย”
“ไอ้พวกหมออ่วม มันวางแผนจับตัวฉันไปทำพิธีคุณไสยเล่นของสกปรก แต่แม่ดันไปได้ยินซะก่อน มันเลยจับตัวแม่ไปขังไว้ สุดท้ายมันกลับแพ้ภัยตัวเอง โดนของย้อนเข้าตัวซะเกือบตาย ฉันกับแม่เลยรอดมาได้ แต่ตอนนั้นคุณสลบไปแล้ว”
“แล้วผมกลับมาที่นี่ได้ยังไง”
“ฉันกับแม่เป็นคนพาคุณกลับมาเอง คุณอย่าเพิ่งซักไซ้อะไรตอนนี้เลยพักก่อนเถอะ จะได้หายเร็วๆ”
คำแก้วจะประคองทศพลนอน แต่ทศพลยังไม่เลิกสงสัย “ทำไมพวกนั้นถึงไม่หยุดราวีคุณซะที”
“พวกมันรังเกียจฉัน พวกมันถึงมองไม่เห็นฉันเป็นคน...แต่คราวนี้พวกมันคงเข็ดไปอีกนาน”
ทศพลแปลก ไม่เข้าใจความหมายสุดท้ายที่คำแก้วพูด “ผมไม่เข้าใจ ผมไม่เห็นว่าคุณจะมีอะไรที่น่ารังเกียจ คนพวกนั้นต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”
“อะไรก็ไม่แน่นอนทั้งนั้น ต่อไป ฉันอาจจะน่ารังเกียจขึ้นมาสายตาคุณก็ได้ถ้าถึงตอนนั้น คุณจะยัง..เอ่อ..รัก..ฉันอยู่มั้ย”
“ต่อให้นานๆ ไป คุณเป็นยายแก่หนังเหี่ยว ยานโตงเตง ผมก็รักคุณไม่มีวันเปลี่ยน จะอยู่เป็นตาแก่คอยดูแลยายแก่อยู่ข้างๆ นี่แหละ”
“คุณนี่ชอบพูดเล่นอยู่เรื่อย”
“ใครบอกว่าพูดเล่น ผมพูดจริงต่างหาก” ทศพลจูบหน้าผากคำแก้วอย่างให้คำมั่น แล้วกอดคำแก้วเอาไว้
คำแก้วรู้สึกอบอุ่นใจ แต่ลึกๆ แล้วก็กลัว

ทศพลเดินเขยกออกมานอกชาน คำแก้วที่กำลังยกข้าวต้มจะเอามาให้ทศพลเห็นเข้าก็รีบวางถ้วยข้าวต้ม ประคองทศพลมานั่ง “คุณจะรีบออกมาทำไม”
“ก็ผมหิวแล้วนี่...ข้าวต้มหอมจัง” ทศพลแกล้งฟอร์ม “โอ๊ยยยย ผมกินเองไม่ไหวมือไม้อ่อนแรงไปหมด คุณช่วยป้อนผมหน่อยนะ”
คำแก้วทนสายตาออดอ้อนของทศพลไม่ไหว เลยยอมป้อนข้าวต้มให้ สุภัทรเดินเข้ามาพร้อมกับป้าอิ่ม คำแก้วและทศพลชะงัก สุภัทรเห็นสภาพทศพลบาดเจ็บฟกช้ำไปทั้งตัวและแผลที่โดนหินหล่นใส่ตรงไหล่เริ่มเป็นรอยม่วงคล้ำก็ทั้งเป็นห่วงทั้งไม่พอใจ

อ่านละครนาคี ตอนที่ 7/4 วันที่ 6 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ