อ่านละครนาคี ตอนที่ 7/5 วันที่ 7 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 7/5 วันที่ 7 ต.ค.59

คำแก้วทนสายตาออดอ้อนของทศพลไม่ไหว เลยยอมป้อนข้าวต้มให้ สุภัทรเดินเข้ามาพร้อมกับป้าอิ่ม คำแก้วและทศพลชะงัก สุภัทรเห็นสภาพทศพลบาดเจ็บฟกช้ำไปทั้งตัวและแผลที่โดนหินหล่นใส่ตรงไหล่เริ่มเป็นรอยม่วงคล้ำก็ทั้งเป็นห่วงทั้งไม่พอใจ
คำแก้วเห็นสุภัทรก็เดินผละไป “เดี๋ยวฉันไปหาน้ำหาท่ามาต้อนรับพ่อคุณดีกว่า”
“ฉันมาเยี่ยม” สุภัทรเอ่ยบอก
ทศพลเมินหน้าหนี “ไม่ยักรู้ว่าพ่อจะสนใจผมด้วย”
“แม่อิ่มบอกฉันว่าแกถูกทำร้าย”

“คุณท่านเป็นห่วงคุณหนูมากเลยนะคะ” ป้าอิ่มพยายามประนีประนอม
สุภัทรส่งสายตาปรามป้าอิ่ม ป้าอิ่มเลยหยุดพูด



“ผมยังไม่ตายง่ายๆ หรอก”
สุภัทรนึกโมโหที่ทศพลเอาแต่ประชด “อยู่ดีไม่ว่าดี ไปทำตัวกร่างจนโดนเจ้าถิ่นเค้าสั่งสอน”
“พ่อคงพอใจแล้วที่เห็นผมในสภาพแบบนี้” ทศพลขยับจะลุกหนี แต่เพราะเจ็บแผลเลยทรุดฮวบลง
ป้าอิ่มรีบเข้าไปช่วยประคอง “โธ่ คุณหนู...”
สุภัทรแอบมองทศพลอย่างเป็นห่วง แต่พอทศพลหันมา ก็เปลี่ยนเป็นแววตาเฉยชาดังเดิม “แกมันอวดดี อวดเก่งกับเขาไปทั่ว ชาวบ้านเขาถึงได้เหม็นหน้าแก ขืนอยู่ที่นี่ต่อไป แกคงได้ไปนอนในป้าช้าเข้าซักวัน”
“ถ้าพ่อไม่อยากทนเห็นหน้าผมนัก พ่อก็กลับกรุงเทพฯ ไปสิครับ”
“ฉันกลับแน่ แต่แกต้องกลับไปกับฉันด้วย พอกันที ฉันจะไม่ทนให้แกอวดดีกับฉันอีกต่อไปแล้ว”
“ผมบอกแล้วไงว่าไม่กลับ ผมจะอยู่ที่นี่กับคำแก้ว คนที่ผมรักเชิญพ่อกลับไปเสวยสุขอยู่ที่คฤหาสน์หลังโตของพ่อคนเดียวเถอะ”
“ไอ้ทศพล! แกมันหลังผู้หญิงจนโงหัวไม่ขึ้น สักวันแกจะต้องเสียใจ” สุภัทรเดินหนีไปทันที
ป้าอิ่มมองพ่อทีลูกทีอย่างไม่สบายใจ ก่อนจะรีบตามสุภัทรไป ทศพลมองตามสุภัทรไปด้วยแววตาเจ็บปวดเสียใจ

สุภัทรเดินออกมาเจอคำแก้วที่กำลังถือขันน้ำจะเอาไปให้อย่างจัง ป้าอิ่มตามออกมาด้วย คำแก้วฟังอยู่ได้ยินทุกอย่างที่สองพ่อลูกคุยกันแต่เก็บอาการเอาไว้ ทำเหมือนไม่ได้ยิน
“สาวบ้านป่าบ้านดงอย่างเธอมันมีดี อะไรนักหนา ลูกชายฉันมันถึงได้หลงหัวปักหัวปำ...”
“คุณท่าน......” ป้าอิ่มอ้อนวอน
สุภัทรเดินผละไปทันที คำแก้วน้ำตาซึม ป้าอิ่มมองคำแก้วอย่างเห็นใจ

ทศพลยืนหันหลังให้ป้าอิ่ม หน้าเครียด “ยังไงผมก็ไม่กลับ”
“โธ่ คุณหนูอย่าดื้อแพ่งกับคุณพ่อเลยนะคะ หนูคำแก้วคงไม่มีความสุขที่ต้องเห็นคุณหนูกับคุณพ่อแตกหักกันเพราะเธอ”
“แล้วป้าอิ่มจะให้ผมทำยังไงถึงจะพอใจพ่อ ป้าอิ่มจะให้ผมทิ้งคำแก้ว ไปเหมือนที่พ่อทิ้งแม่น่ะเหรอ”
“ป้าก็ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ถึงคุณหนูจะกลับกรุงเทพฯ คุณหนูก็พาหนูคำแก้วไปอยู่ด้วยได้นี่คะ”
“ผมพาคำแก้วไปอยู่ด้วยก็ใช่ว่าทุกอย่างจะจบ ยังไงพ่อก็ยังไม่ยอมรับคำแก้วอยู่ดี”
“ทำไมคุณหนูไม่คุยกับคุณท่านให้รู้เรื่องล่ะคะ”
“พ่อไม่มีวันเข้าใจผมหรอกเพราะพ่อไม่เคยมีหัวใจ”
ป้าอิ่มนิ่งไปอย่างจนใจ รับรู้ถึงความโกรธความน้อยใจของทศพลที่มีต่อพ่อดี อีกมุมหนึ่ง คำแก้วยืนฟังอยู่ ได้ยินทุกอย่าง ใจหนึ่งสงสารทศพล อีกใจหนึ่งก็แอบดีใจที่ทศพลไม่คิดทอดทิ้งเธอ คำแก้วนิ่งคิด ก่อนจะตัดสินใจได้

ทศพลนอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียง คิดถึงตอนที่ทะเลาะกับสุภัทร คำแก้วเดินเข้ามาเห็นทศพลยังไม่นอนก็รู้ว่ากลุ้มใจเรื่องพ่อ
คำแก้วเดินมานั่งข้างๆ “ดึกป่านนี้ ทำไมคุณยังไม่นอน หรือว่ายังเจ็บแผล”
“คงงั้น ผมขอนอนแบบนี้สักพักได้มั้ย เผื่อจะดีขึ้น” ทศพลขยับเข้านอนหนุนตักคำแก้ว คำแก้วเขิน รู้ทัน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร “ขอบคุณนะคำแก้ว”
“ขอบคุณที่ฉันให้คุณนอนหนุนตักน่ะเหรอ”
“ขอบคุณที่คุณอยู่ข้างๆ ผม คุณรู้มั้ยว่าเพราะผมมีคุณ ผมถึงมีกำลังใจ คุณเข้ามาเต็มความสุขในชีวิตผม คุณคือชีวิตของผมนะคำแก้ว”
“แต่ครอบครัวคุณก็คือชีวิตส่วนหนึ่งของคุณเหมือนกันนะ”
“อย่าผลักไสผมอีกคนเลยนะคำแก้ว ผมไม่เหลือใครอีกแล้ว”
“ฉันจะทำอย่างนั้นได้ยังไง ในเมื่อคุณคือครอบครัวของฉัน คุณคือส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันเหมือนกัน” ทศพลลุกขึ้นนั่ง หันมามองหน้าคำแก้วทั้งอึ้ง ทั้งดีใจในที่สุดคำแก้วก็เปิดใจรับรักเขาเสียที คำแก้วมองทศพลด้วยแววตาเปี่ยมรักอย่างไม่ปิดบัง “คุณบอกว่าฉันคือกำลังใจของคุณ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ฉันจะอยู่ข้างๆ คุณ คอยเป็นกำลังใจให้คุณ จนกว่าจะถึงวันที่คุณ...หมดรักฉัน”
ทศพลใช้นิ้วแตะปากคำแก้วเบาๆ อย่างนึกรู้ว่าคำแก้วจะพูดอะไร “มันจะไม่มีวันนั้นเด็ดขาดคำแก้ว”
“ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณ....”
“เลิกเรียกผมว่า “คุณ” เสียที”
“ไม่ให้เรียกว่า “คุณ” แล้วจะให้เรียกว่าอะไร”
“พี่”.... เรียกผมว่าพี่ แล้วเรียกแทนตัวเองว่า “คำแก้ว” รู้หรือเปล่า”
“ทำไมฉันต้องเชื่อคุณด้วย”
“ก็เพราะว่าตอนนี้คุณเป็น”เมีย” ผมแล้ว... ไหนลองเรียกซิ”
“พี่...” คำแก้วเอ่ยเขินๆ
“ดีมาก...”
ทศพลนอนหนุนตัก กอดมือคำแก้วไว้แนบอก ยิ้มกริ่ม คำแก้วอดเผลอยิ้มไปด้วยไม่ได้

เมืองอินทร์เดินออกมาที่นอกชาน ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นลำเจียกนั่งรอพร้อมสำรับกับข้าวก็เอ่ยทัก “นี่เอ็งยังไม่ไปอีกเหรอ”
“ยัง ฉันจะอยู่ที่นี่ปรนนิบัติพัดวีพ่อหมอ จนกว่าพ่อหมอจะใจอ่อน”
“กลับไปซะเถอะ เสียเวลาเปล่า ยังไงข้าก็ไม่มีทางทำเสน่ห์ให้เอ็งหรอก” เมืองอินทร์หันหลังจะเดินกลับเข้าไปในอาศรม
ลำเจียกหน้าเสีย รีบลุกขึ้นโผเข้าไปประชิดตัวเมืองอินทร์ รั้งแขนเอาไว้ ลำเจียกยิ้มหว่านเสน่ห์แกล้งเบียดหน้าอกเข้าไปใกล้เมืองอินทร์ เนื้อแนบเนื้อ “เดี๋ยวสิพ่อหมอ ไม่ทำก็ไม่เป็นไร แต่พ่อหมอจะไม่ลองชิมฉัน เอ้ย กับข้าวฝีมือฉันสักหน่อยเหรอ ว่ามันจะอร่อยสักแค่ไหน ฉันอุตส่าห์ทำเพื่อพ่อหมอสุดฝีมือเลยนะ”
เมืองอินทร์เห็นร่องอกลำเจียกก็แอบกลืนน้ำลาย รีบหันหน้าหนีไปทางอื่น “ข้ากินข้าวแค่วันละมื้อเท่านั้น” เมืองอินทร์พูดจบก็เดินเข้าอาศรมปิดประตูใส่ลำเจียกทันที
ลำเจียกแทบจะกรี๊ด แต่แล้วก็ชะงักคิดแผนการต่อ

เมืองอินทร์ยืนอยู่หน้าประตูพยายามข่มอารมณ์พิศวาสลำเจียก “นังคนนี้มันดื้อด้านจริงๆ” เมืองอินทร์หันหลังจะเดินผละไปจากประตู
“กรี๊ดดดดดดดดด ....!!!!”
เมืองอินทร์ได้ยินเสียงลำเจียกหวีดร้องก็ตกใจรีบวิ่งไปดู

เมืองอินทร์เปิดประตูผัวะออกมาอีกครั้ง ลำเจียกร้องกรี๊ดๆ โผเข้ามาซบเมืองอินทร์ “พ่อหมอ...พ่อหมอช่วยฉันด้วย”
เมืองอินทร์ไม่ทันตั้งตัวเสียหลักหลายหลังไปบนพื้น ลำเจียกล้มตามลงไป นอนคร่อมอยู่บนตัวเมืองอินทร์ ลำเจียกร้องกรี๊ดๆ กอดซุกเมืองอินทร์ ยิ่งดิ้น เสื้อก็ยิ่งหลุด โชว์ไหล่ขาวนวลเนียน จงใจยั่วให้เมืองอินทร์ตบะแตก
เมืองอินทร์เริ่มเคลิ้มตามแต่ทำเป็นตวาดใส่ “หยุดร้องแหกปากเสียที เป็นอะไรก็บอกมา”
“จิ้งจกจ้ะ จิ้งจกมันตกลงมาใส่ฉัน มันเลื้อยไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
“ขวัญอ่อนจริงนะเอ็ง ร้องซะอย่างกับใครตาย ไป๊ ! ไปได้แล้ว !”
“ถ้าพ่อหมอไม่ทำเสน่ห์ให้ฉัน ฉันก็จะปักหลักอยู่มันที่นาคหนีนี่แหละ”
“อุวะ ผู้หญิงตัวคนเดียว เอ็งจะอยู่ได้ยังไง”
“ฉันก็อยู่กับพ่อหมอที่อาศรมนี่ไง”
“เอ็งนี่มันพูดจาไม่รู้เรื่อง”
“พ่อหมอนั่นแหละที่พูดไม่รู้เรื่อง ก็ทำเสน่ห์ให้ฉันสิ ฉันจะได้กลับไปหาผัว”
“เออ ! ทำก็ทำวะ !”
ลำเจียกดีใจ แววตาเป็นประกาย “พ่อหมอจะลงมือเมื่อไหร่จ๊ะ”
“คืนนี้!”
ลำเจียกตาวาว ดีใจที่ความหวังของเธอใกล้จะมาถึงในเร็ววัน

ทศพลกับคำแก้วเอาดอกไม้มาขายที่ตลอด ทศพลช่วยยกกระจาดดอกไม้ทั้งหมด ให้คำแก้วเดินตัวเปล่าสบายๆ พอมาถึงทศพลก็กุลีกุจอช่วยคำแก้วจัดเรียงกระจาดดอกไม้อย่างแข็งขัน คำแก้วเห็นทศพลเหงื่อไหล จึงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับเหงื่อให้ ทศพลจับมือคำแก้วไว้ ส่งสายตาวิบวับให้คำแก้ว คำแก้วดึงมือออกอย่างเขินๆ หันไปจัดเรียงดอกไม้ต่อ
พิมพ์พรกับเจิดนภาแอบดูอยู่ห่างๆ พิมพ์พรกำมือแน่นด้วยความแค้นใจ “ฉันเกลียดมัน ! ถ้ามีฉันก็ต้องไม่มีนังคำแก้ว !”
“เราจะเอาอะไรไปสู้กับนังปีศาจงูนั่นได้ ขนาดพญาครุฑของพ่อเธอ มันยังไม่กลัวเลย”
“ฉันจะเตือนให้พลรู้ว่านังคำแก้วมันไม่ใช่คน”
“ช่วงข้าวใหม่ปลามันแบบนี้ พลไม่เชื่อเธอหรอก ดีไม่ดีจะหาว่าเธอเสียสติปั้นเรื่องใส่ร้ายเมียเค้า”
“แล้วเธอจะปล่อยให้พลสมสู่กับนังงูผีอย่างนี้เหรอ”
“เขาไม่เชื่อเธอ เธอต้องหาตัวช่วย”
พิมพ์พรตาวาวขึ้นมาทันที คิดแผนการตามที่เจิดนภาแนะนำ
พิมพ์พร เจิดนภา เอาเรื่องมาบอกวันชนะ ประกิต สมมาตรและเชษฐ์หมายจะหาพวก
“คำแก้วคือเจ้าแม่นาคี!..ท่าทางยัยพิมพ์จะชอบดูหนังจักรๆ วงศ์ๆ ว่ะ” วันชนะหัวเราะลั่น
“ไอ้พลมันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ว่าเจ้าแม่นาคีไม่มีจริง แล้วคำแก้วจะเป็นงูเจ้าแม่อย่างที่เธอพูดได้ยังไง เมายาดองหรือเปล่า” ประกิตเหน็บ

อ่านละครนาคี ตอนที่ 7/5 วันที่ 7 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ