อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 8 วันที่ 3 ต.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 8 วันที่ 3 ต.ค.59

“คริสต์มาสเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขเป็นไฮไลต์ของปี เป็นวันหยุดที่อบอุ่นสวยงามที่โรงเรียนจะเปิดโบสถ์ให้คนเข้าฟังคณะประสานเสียงร้องเพลงที่สำคัญที่สุด”

มาเรียบอกเพื่อนๆว่าเราจะได้จัดงานที่โบสถ์คู่กับโรงเรียนจอร์จทาวน์ อะคาเดมี โรงเรียนจอร์จทาวน์กับโรงเรียนของเราเข้าโบสถ์เดียวกัน เป็นหน้าที่ของโรงเรียนชายจัดกิจกรรมหน้าโบสถ์บริการคนที่มาร่วมพิธีมิสซาร์

บรรยากาศการเตรียมงานคึกคักมีชีวิตชีวามาก พวกนักเรียนหญิงชายต่างกระตือรือร้นเป็นพิเศษเมื่อได้มาเจอกัน



ฮองลันพูดถึงเรื่องช่อมิสเซิลโทในวันคริสมาสต์ นางถามว่าคืออะไร ฮองลันเล่าอย่างมีชีวิตชีวาว่า

“ตามธรรมเนียม ในช่วงเทศกาลคริสมาสต์ ใครก็ตามที่ไปยืนอยู่ใต้ช่อมิสเซิลโทด้วยกันจะต้องจรู๊บบบบกัน”

สาวๆที่แอบพอใจหนุ่มๆโรงเรียนชายต่างเคลิ้มว่าตนได้ไปยืนอยู่ใต้ช่อมิสเซิลโทกับคนที่ตนชอบ โดยเฉพาะสายสุดาถึงกับนั่งเคลิ้มถึงคัมพล จนถูกซิสเตอร์ฟรานซิสเรียกถึงได้ตื่นจากภวังค์ ส่วนพวกนางก็ดี๊ด๊าจะแอบดูคู่ที่จุ๊บกันใต้ช่อมิสเซิลโท แต่แล้วก็ห่อเหี่ยวเพราะไม่มีคู่ไหนไปจุ๊บกันเลย

สินีนาฎเตรียมของขวัญพร้อมการ์ดที่ประดิษฐ์เองจะมอบให้ธนาธิป เธอเขียนไว้อย่างซาบซึ้งว่า

“พระคุณที่ช่วยอุปการะไว้ทำให้ชีวิตหนูเหมือนได้เกิดใหม่ หนูปฏิญาณกับตัวเองว่าจะขอเคารพรักและภักดีต่อผู้มีพระคุณตลอดไป”

นางเห็นสินีนาฎเตรียมของขวัญไว้หลายชิ้นจึงขอไปชิ้นหนึ่งเอาไปให้ชัยพงษ์บอกว่าสินีนาฎฝากมาให้ ชัยพงษ์เป็นปลื้ม ตอนหลังจึงรู้ว่าแม่สื่อแม่ชักนางเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการจัดการเอง

ฝ่ายธนาธิปยิ่งใกล้วันคริสมาสต์ก็ยิ่งคิดถึงคุณแม่ คืนนี้เขามายืนที่ระเบียงเห็นดาวแล้วนึกถึงคำพูดของนางในวันที่ติดอยู่บนปีนังฮิลล์...

“งั้นเราก็ขอดาวพระเจ้ามาหนึ่งดวง เชื่อนางพระเจ้าไม่หวงหรอก แล้วลุงก็ตั้งชื่อว่าดาวคุณแม่ นี่ไง เอาดวงนี้สว่างดีค่ะ”

ธนาธิปมองดาวคุณแม่ที่นางตั้งให้แล้วอดยิ้มไม่ได้ พึมพำ...

“ดาวคุณแม่...คิดถึงจังครับ”

ooooooo

ที่มุมกิจกรรม รุ่นพี่ประกาศหาคนใส่ชุดมาสคอตของงานเพราะไม่มีคนอาสา แต่สายสุดาอาสาทำให้ทุกคนแปลกใจมาก สายสุดาใส่ชุดมาสคอตเอาของขวัญไปให้คัมพลแล้วชี้ไปที่ช่อมิสเซิลโท

คัมพลยิ้มตัดสินใจเดินไปที่ซุ้มแล้วยื่นหน้าไปหอมแก้มมาสคอตหนึ่งที แม้จะหอมที่มาสคอตแต่สายสุดาก็ซาบซ่านจนตัวแข็ง จนคัมพลเดินไปแล้วเธอก็ยังเขินอายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างฟินสุดๆ

ฝ่ายนางที่กะจะสนุกให้เต็มที่ในงานนี้ แต่กลับมีรอบเดือนพอดีปวดท้องจนหมดสนุก นั่งเหงาอยู่ที่ตึกอำนวยการ จนธนาธิปมาเจอถามว่าทำไมสภาพเป็นแบบนี้ นางบอกปวดท้อง กว่าจะรู้กันว่าปวดท้องอะไรก็ถามกันจนเหนื่อย นางขอให้เขาพาไปห้องพยาบาล

พานางไปห้องพยาบาลแล้ว ธนาธิปบอกเจ้าหน้าที่ว่าเดี๋ยวตนจะดูแลเองแล้วหายาให้กิน นางเห็นยาเม็ดใหญ่ก็งอแง ธนาธิปต้องปะเหลาะว่า

“กินยาแล้วนอนพัก ถ้าไม่ดื้อ ไม่ซน ตอนเย็นจะพาไปเที่ยวงานที่โบสถ์”

“พูดจริงนะคะ สัญญาแล้วนะคะ” นางย้ำ ธนาธิปพยักหน้ายืนยัน นางจึงยอมกินยา พอกินยาไปครู่เดียวนางก็จะหลับ เขารีบเอาหมอนมาหนุนให้

“ลุง...” นางพึมพำทั้งที่หลับตาอยู่ “อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนนะ”

ธนาธิปนั่งเป็นเพื่อนนาง เขามองหน้านางในยามหลับที่ดูไร้พิษสงอย่างเอ็นดู...

ooooooo

นางตื่นแล้ว ฮองลันกับมาเรียนั่งคุยเป็นเพื่อนอยู่ สินีนาฎเข้ามาถามนางว่าเป็นยังไงบ้าง นางบอกว่า หายแล้ว มาเรียกำลังเล่าว่าไม่น่าเชื่อว่าแม่เสือร้องเพลงเพราะมาก ถามว่าคืนนี้จะไปร้องที่โบสถ์ใช่ไหม

ฮองลันบอกว่าตนก็จะไปกับครอบครัว สินีนาฎบ่นว่าเด็กประจำก็อดตามเคยสิ

“ไม่อดหรอก เมื่อกี้ท่านกงสุลมาสัญญาว่าจะพาไป เดี๋ยวฉันขอให้ลุงพาสิไปด้วยดีไหม ฉันต้องไปฟังเสียงมาดามฟรานซิสร้องเพลงให้ได้” สินีนาฎบอกว่าเกรงใจท่านกงสุล “เกรงใจทำไมเล่า เขาเป็นผู้ปกครองเธอนะสิไม่ให้เขาพาไปแล้วใครจะพาไปล่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

นางเดินออกมาจนถึงมุมช่อมิสเซิลโทที่ช่วยกันเอามาติดไว้เพื่อจะแอบดูคนจูบกัน นึกขึ้นได้จะเอาลงกลัวซิสเตอร์มาเห็นมีหวังโดนกันชุดใหญ่ นางเอาเก้าอี้มาปีนขึ้นไปแกะแต่แกะไม่ออกสินีนาฎเลยวิ่งไปหากรรไกรให้ นางลงมายืนมองช่อมิสเซิลโทอยู่ ธนาธิปเดินมาถามว่าทำอะไร ทั้งสองยืนอยู่ใต้ช่อมิสเซิลโท นางเดิน
เข้าหาธนาธิปพูดเครียดว่า

“โชคดีนะเนี่ยที่เป็นลุง ไม่งั้นนางต้องเสียจูบแรกไปแล้ว!” ธนาธิปดุว่าพูดจาอะไรแก่แดด “ก็ไอ้ช่อมิสเซิลโทนี่ไง นางเอามาติดไว้เผื่อจะได้ดูคนจุ๊บกัน”

“อภิรดี!” ธนาธิปเรียกปราม ทั้งโกรธ ทั้งเขิน พอดีสินีนาฎเอากรรไกรมาธนาธิปจึงช่วยจัดการเอาช่อมิสเซิลโทลงให้ สินีนาฎแอบถามนางว่าเมื่อกี้อยู่กับท่านกงสุลตรงนี้ใช่ไหม แล้วได้...เอ่อ...ทำเอานางร้องว้าย กระซิบว่านี่ลุงนะไม่นับลุง

ธนาธิปตัดช่อมิสเซิลโทลงมาพอดี นางจึงขอให้พาสินินาฎไปโบสถ์กับเราด้วย

“ได้สิ ฉันก็ตั้งใจจะชวนสินีนาฎไปด้วยอยู่แล้ว ว่าแต่มีใครเห็นสายสุดาบ้างฉันเดินตามหาซะทั่วแต่หาไม่เจอ”

ที่แท้สายสุดากำลังอาบน้ำเพราะใส่ชุดมาสคอตจนเหงื่อชุ่มผมยุ่งหน้าเยิน ซิสเตอร์เทเรซ่ามาตามบอกให้ รีบแต่งตัวให้เรียบร้อยย้ำว่า “ท่านกงสุลฝากมาบอกว่าจะรออยู่ที่โบสถ์ เมื่อหนูเรียบร้อย ไปพบท่านที่นั่นได้เลย”

สายสุดาวิ่งพรวดพราดออกไป จอยคามกับมีนามองตามหน้าจ๋อยถามซิสเตอร์ว่าทำไมเด็กประจำไม่ได้ไป ซิสเตอร์บอกว่าเด็กประจำไปกันทั้งสองโรงเรียนก็ไม่เหลือที่ให้ผู้คนทั่วไปเข้าโบสถ์ ถ้าอยากเข้าโบสถ์กันนักก็รีบไปเตรียมตัวเดี๋ยวจะนำพวกเธอสวดมนต์ก่อนนอนเอง จอยคามกับมีนาเดินตามซิสเตอร์เทเรซ่าไปหน้าจ๋อย

ooooooo
สายสุดาเดินอ้าวไปถึงข้างโบสถ์ชนเข้ากับคัมพลอย่างจัง เธอรีบขอโทษบอกว่ารีบจะไปโบสถ์กลัวท่านกงสุลรอ คัมพลบอกว่าเห็นเข้าไปกับพวกนางกับสินีนาฎเมื่อกี้เอง พอสายสุดารู้เช่นนั้นก็สลดบอกว่างั้นตนกลับหอดีกว่า

“ทำไมล่ะสาย อ๋อ...หรือเรื่องที่ท่านกงสุลรับ

อุปการะสิ” สายสุดารีบแก้ตัวพัลวัน “ไม่เป็นไรหรอก พี่เข้าใจ มันก็คงเหมือนโดนแย่งความสำคัญไปแบบนั้นใช่ไหม ผู้หญิงชอบเป็นแบบเนี้ย”

“พี่คัมพลคงว่าสายเห็นแก่ตัวใช่ไหม”

“ก็นิดหน่อย แต่ก็เข้าใจได้ พี่ว่าสายลองให้เวลากับมันหน่อย เดี๋ยวสายก็โอเคกับมันเองแหละ สายก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรนี่” สายสุดาฟังแล้วซึ้งขอบคุณเขา “อย่าไปเครียดมาก ยิ้มไว้ ไหนยิ้มซิ ดี...ไป เข้าไปข้างในดีกว่า ทุกคนรออยู่”

คัมพลเดินนำสายสุดาเข้าไปข้างใน พอเข้าไปเห็นนางกับสินีนาฎนั่งอยู่กับธนาธิปก็หน้าเสีย แต่พอ

ธนาธิปเห็นสายสุดามากับคัมพล เขาลุกขึ้นยืนให้สายสุดาเข้ามานั่งข้างๆ คัมพลสวัสดีแล้วเดินมานั่ง สายสุดาดีใจมากเมื่อธนาธิปกับคัมพลนั่งขนาบซ้ายขวาตน

ฮองลันนั่งอยู่กับครอบครัวที่ดูมีฐานะดี และข้างๆก็เป็นคริสกับครอบครัว นางกระซิบกับสินีนาฎว่า

“ดูครอบครัวฮองลันกับพี่คริสสิ สงสัยคู่นี้จะลงเอยกันชัวร์เลยเนอะสิ”

มามุเพื่อนคัมพลเข็นรถให้มาเรียเข้ามาอย่างสนิทสนม นางเห็นแล้วกระซิบกับสินีนาฎว่ามิน่ามาเรียขยันซ้อมเพลงจังแล้วมองมาเรียล้อๆถูกธนาธิปดุเบาๆ “ให้มันน้อยๆหน่อย แก่แดดนักนะเราน่ะ”

แม้สายสุดาจะได้นั่งคั่นระหว่างธนาธิปกับคัมพล แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเขม่นและกันท่านางไม่ให้คุยกับ

ธนาธิป ดักคอขัดคอจนธนาธิปบอกให้พอแล้วทั้งสองคน

นักร้องประสานเสียงเริ่มร้องเพลงแล้ว ทุกคนเงียบทันที ซิสเตอร์ฟรานซิสร้องเพลงอย่างสะเทือนใจกับเรื่องราวในอดีตของตน สะกดทุกคนให้ตกอยู่ในอารมณ์เดียวกัน แต่ซิสเตอร์ฟรานซิสก็ตั้งใจร้องเพลงจนจบเพื่อเป็นการสรรเสริญพระเจ้า

เมื่อซิสเตอร์ฟรานซิสและคณะประสานเสียง ร้องเพลงจบทุกคนปรบมือ นางพึมพำว่าเพราะกว่าเวลาแม่เสือคำรามตั้งเยอะ ถูกธนาธิปมองดุๆ นางก็ลอยหน้าไปทางอื่นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ooooooo

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 8 วันที่ 3 ต.ค.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ