อ่านละครนาคี ตอนที่ 8/2 วันที่ 7 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 8/2 วันที่ 7 ต.ค.59

“ช่วงนี้ขายผักไม่ค่อยดี คำแก้วก็เลยจะลองทำข้าวเม่าไปขายที่ตลาดเผื่อจะได้แลกลูกหมู ลูกวัวเอามาเลี้ยง”
“คำแก้วไม่เชื่อใจพี่เหรอว่าพี่จะเลี้ยงดูคำแก้วได้” ทศพลหน้าสลดลงนิดนึง
“เชื่อน่ะเชื่อ แต่อะไรที่พอทำได้ คำแก้วก็ทำทั้งนั้น”
“พี่ไม่อยากให้คำแก้วต้องเหนื่อย ต้องลำบาก พี่จะพยายามสร้างครอบครัวด้วยน้ำพักน้ำแรงของพี่เอง”
“ตัดสินใจใช้ชีวิตด้วยกันแล้ว คำแก้วก็ไม่อยากให้พี่ต้องเหนื่อยคนเดียว” ทศพลมองหน้าคำแก้วรู้สึกว่าคำแก้วงามทั้งกายและใจ “เอ้า! มัวนั่งจ้องหน้าอยู่ได้ เอาข้าวเม่าใส่กระจาดเข้าสิ” คำแก้วแกล้งออกคำสั่ง
“จ้ะๆ”

คำแก้วเหลือบมองทศพลที่กุลีกุจอเอาข้าวต้มมัดร้อนๆ ใส่กระจาด แล้วเผลอยิ้ม
พิมพ์พรกับเจิดนภามองบางอย่างตรงหน้าอย่างงงๆ สายตาของทั้งคู่เห็นพังพอนหน้าตาน่ารักที่วันชนะอุ้มอยู่


เจิดนภาร้องถาม “ตัวอะไรน่ะ ? แมวเหรอ หน้าตาแปลกๆ”
“พังพอน!” วันชนะตอบ
“พังพอน !!! เอามันมาทำไม เหม็นก็เหม็น” พิมพ์พรยี้
“ก็พวกเธออยากพิสูจน์นักไม่ใช่เหรอว่าคำแก้วเป็นงูหรือเปล่า ก็เอาเจ้านี่ไปพิสูจน์สิ ถ้าคำแก้วเป็นงูจริงก็ต้องกลัวพังพอน”
เจิดนภาอุทาน “พูดเป็นเล่น?”
ประกิตอธิบาย “ไม่เคยเห็นปาหี่ที่เขาเอางูมาสู้กับพังพอนแล้วหลอกขายยาหรือไง ร้อยทั้งร้อยพังพอนชนะ”
สมมาตรเสริม “สัญชาตญาณพังพอนปราดเปรียวกว่าก็ต้องชนะงูเป็นธรรมดา”
“พังพอนตัวกะเปี๊ยกจะไปสู้งูเจ้าแม่ได้ยังไง” เจิดนภาไม่อยากเชื่อ
“เอ้า! ถ้าอยากรู้ก็เอาไปสิ” วันชนะยื่นพังพอนให้เจิดนภา
แต่เจิดนภาไม่ยอมรับ “อี๋.... ไม่เอาอ่ะ!”
พิมพ์พรรับเอาไว้เอง “เอามานี่ ! ฉันจะพิสูจน์ให้พวกนายเห็นเอง” พิมพ์พรอุ้มพังพอนไว้ มั่นใจว่าจะต้องเปิดโปงคำแก้วได้แน่

คำแก้วหอบกระจาดใส่ข้าวต้มมัดเดินออกมา
ทศพลรีบตามมาดึงกระจาดไปถือเอง “เดี๋ยวพี่ไปช่วยขายนะ”
“ไม่ต้องหรอก อยู่บ้านนี่แหละ คำแก้วขายคนเดียวได้”
“แต่พี่อยากช่วย” ทศพลตื๊อ
“ต้องไปขุดท้องร่องสวนไม่ใช่เหรอ”
“ไว้ค่อยกลับมาขุดก็ได้”
คำแก้วอ่อนใจ รู้ว่ายังไงทศพลก็ไม่ฟังเลยปล่อยเลยตามเลย คำแก้วเลยจะเดินนำไปก่อน แต่ก็ต้องชะงัก คำแก้วเห็นพังพอนวิ่งมาจากไหนไม่รู้ อยู่ดีๆ ก็มาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนจะจ้องหน้าคำแก้วอยู่ครู่แล้วโก่งตัวขู่เธออย่างเอาเป็นเอาตาย

ที่หลังพุ่มไม้แถวๆ หน้ากระต๊อบทศพล พิมพ์พร เจิดนภา วันชนะ ประกิต สมมาตร และเชษฐ์กำลังซุ่มแอบดูอยู่ พิมพ์พรกับเจิดนภาเห็นพังพอนขู่คำแก้วใหญ่ก็หันไปมองหน้าวันชนะที่ท่าทางอึ้งไปนิดหน่อย
พิมพ์พรย้ำ “เห็นมั้ยฉันบอกแล้วว่านังคำแก้วมันเป็นงู”
วันชนะกับประกิตหันมองหน้ากัน เริ่มลังเล
เชษฐ์ส่ายหัว หน้าตาเบื่อๆ ที่ต้องมาทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง “แค่นี้จะตัดสินว่าคำแก้วเป็นงูไม่ได้หรอกมันอาจกลัวคน”
“พวกนายบอกเองไม่ใช่เหรองูกลัวพังพอน นังคำแก้วยืนหน้าถอดสีอยู่นั่น” เจิดนภาบุ้ยปาก
“ตอนพวกเธอเห็นพังพอนทีแรกก็หน้าซีดเป็นไก่ไหว้เจ้าเหมือนกันแหละ” สมมาตรแขวะ
“แหกตาดูสิ !พังพอนมันขู่นังคำแก้วเอาเป็นเอาตายขนาดนั้น ไม่ใช่งูแฝงอยู่ในร่างมันแล้วจะอะไร” พิมพ์พรพยักเพยิดให้ทุกคนหันกลับไปสนใจคำแก้วที่กำลังยืนจ้องตากับพังพอนอยู่ ท่าทางโมโห รู้สึกเหมือนมีใครมาลองดีกับเธอ
ทศพลเห็นคำแก้วชะงักยืนนิ่งก็ก้มลงมองตามสายตา เห็นพังพอนก็นิ่วหน้าสงสัย “พังพอนมาจากไหน” พังพอนยังโก่งตัวขู่คำแก้วไม่เลิก คำแก้วโมโหก้าวเท้ากำลังจะเข้าไปจัดการ แต่ทศพลที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวดึงแขนเธอไว้อย่างเป็นห่วง “ท่าทางดุไม่เบา คำแก้วระวังมันกัดเอานะ”
“มันก็แค่ขู่ ทำอะไรคำแก้วไม่ได้หรอก” คำแก้วตวัดสายเหยียดไปมอง แววตาเหมือนสัตว์ดุร้ายขึ้นมาวูบหนึ่ง เหมือนงูกับพังพอนที่จ้องตากัน
ที่หลังพุ่มไม้ตรงมุมที่วันชนะกับประกิตแอบอยู่ทำให้เห็นแววตานั้นเข้าอย่างจัง ทั้งคู่ชะงักไป เหลือบตามองกันอย่างอึ้งๆ
“แกเห็นเหมือนที่ฉันเห็นมั้ยวะไอ้กิต”
ประกิตพยักหน้ารับ กลืนน้ำลายเอื๊อกอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา “เต็มสองลูกกะตาเลยว่ะ”
คำปองเดินมาที่กระต๊อบพอดี เห็นพังพอนยืนขู่คำแก้วอยู่ “ใครมันเล่นพิเรนทร์เอาพังพอนมาปล่อยแถวนี้” คำปองหันมองรอบๆ เหมือนเห็นอะไรแว้บๆ หลังพุ่มไม้ พวกวันชนะรีบก้มหลบกันใหญ่ “พ่อทศพลไล่มันไปซะ เดี๋ยวมันกินไก่หมดเล้า”
ทศพลพยักหน้ารับคำ วางกระจาดขนมที่แคร่ “จ้ะ แม่” เขาหยิบกิ่งไม้แถวนั้นมาขู่ไล่ “ชิ้วๆๆ!!! ไป !” พังพอนวิ่งจู๊ดหนีไปในที่สุด
คำปองเห็นคำแก้วยังมองตามพังพอนไป แววตายังอาฆาตไม่หายก็รีบเปลี่ยนเรื่อง “จะไปขายของกันไม่ใช่รึ รีบไปเถอะ เดี๋ยวสายตลาดจะวายซะก่อน”
ทศพลจูงมือคำแก้วเดินออกจากบ้านไป คำปองมองตามหลังแล้วถอนหายใจ ก่อนจะหันไปที่พุ่มไม้ให้พวกวันชนะสะดุ้ง ก่อนหันหลังเดินกลับไป

ที่พุ่มไม้ ทุกคนรอจนทศพล คำแก้วและคำปองเดินห่างออกไปไกลก็เดินออกมา
“เกือบไปแล้วมั๊ยล่ะ น้าคำปองนี่หูตาไวชะมัด” ประกิตถอนหายใจ
พิมพ์พรได้ที สำทับ “คราวนี้จะเชื่อได้หรือยังว่าคำแก้วมันเป็นคนครึ่งงู”
สมมาตรโต้กลับ “เหลวไหล ! เธอนี่ท่าจะอ่านนิยายมากไป คนครึ่งงูมีที่ไหน ประสาท !”
“นัตถิ ปัญญา อะฌายิโน”
วันชนะหันไปถามเชษฐ์ “แปลว่าอะไรวะ หลวงปู่”
“คนไม่พินิจพิจารณา เป็นคนไม่มีปัญญา”
“แกหาว่าพวกฉันโง่เหรอ” เจิดนภาหัวเสีย
“ก็แล้วแต่เธอจะคิด”
เจิดนภาไม่สบอารมณ์ ที่ถูกเชษฐ์ด่านิ่มๆ

วันชนะ ประกิต สมมาตร และเชษฐ์เดินมาตามทาง วันชนะกับประกิตนิ่งเงียบเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“ยัยพิมพ์กับยัยเจิดพร่ำอยู่ได้ว่าคำแก้วเป็นงู น่าขำจริงๆ” สมมาตรหัวเราะ
วันชนะกับประกิตเหลือบตามองกัน “บางทีที่ยัยพิมพ์กับยัยเจิดอาจจะไม่ได้โกหกก็ได้นะ”
สมมาตรกับเชษฐ์ชะงัก หันขวับมองวันชนะอย่างอึ้งๆ สมมาตรต่อว่าเพื่อน “แกถูกยัยสองคนนั่นล้างสมองไปแล้วหรือไง คำแก้วเป็นเมียไอ้พลนะโว้ย”
“ฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อหรอกนะ แต่ฉันเห็น...” วันชนะอ้ำอึ้ง
“เห็นอะไร” เชษฐ์ซัก
“สายตาที่คำแก้วจ้องพังพอนราวกับเจอศัตรูคู่อาฆาตยังไงยังงั้น”
สมมาตรย้อน “พังพอนขู่ฟ่อๆ ขนาดนั้นแกจะให้คำแก้วยิ้มร่าหรือไง”
“ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่เห็นแล้ว อดขนลุกซู่ไม่ได้” ประกิตเสริม
“แกก็เป็นไปกับเขาด้วยเหรอวะไอ้กิต” เชษฐ์หนักใจ
วันชนะอึดอัด “แกสองคนไม่เชื่อพวกฉันเหรอวะ”
“ฉันเชื่อแต่สิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้เว้ย” สมมาตรประกาศก้อง
“แล้วแกล่ะไอ้หลวงปู่”
เชษฐ์ตอบประกิตอย่างจริงจัง “ฉันยึดหลักกาลามสูตร....ไม่เชื่ออะไรจนกว่าจะใช้ปัญญาพิจารณาอย่างถ่องแท้ พวกแกก็เหมือนกันอย่างงมงายให้มันมากนัก มีสติกันซะมั่ง”
วันชนะกับประกิตมองหน้ากันอย่างอ่อนใจที่เพื่อนไม่เชื่อ

ทศพลกับคำแก้วช่วยกันขายขนมที่ตลาด กำนันแย้ม หมออ่วม บุญส่ง ผ่านหน้าร้านคำแก้วกำลังจะไปบ้านหมออ่วม คำแก้วเหยียดยิ้ม ส่งสายตาเยาะเย้ยดูถูกอย่างเปิดเผย
กำนันแย้มพูดกระทบ “เปรี้ยวปาก อยากกินผัดเผ็ดงูแกล้มเหล้าโว้ย!”
“ลองออกไปล่างูแถวปราสาทร้างท้ายหมู่บ้านดูสิ เขาว่ากันว่างูชุมนัก อาจจะได้งูตัวใหญ่ๆ ก็ได้ แต่ระวังนะ งูมันจะฉกเอา” คำแก้วส่งสายตาท้าทายแฝงแววตาอาฆาตแค้นไปให้ พวกกำนันแย้มชะงักพากันร้อนๆ หนาวๆ
“ต่อให้ใหญ่แค่ไหน ผมก็ไม่กลัว ยิ่งตัวใหญ่สิยิ่งดี จะได้แล่เนื้อมันเอามาผัดเผ็ดเลี้ยงคนทั้งดอนไม้ป่า เนื้อมันคงจะหวานพิลึก” บุญส่งยังไม่ยอมแพ้ ส่งสายตาท้าทายกลับ

คำแก้วยิ่งโกรธแค้นเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีตชาติ
“เอ็งสองคนผัวเมียจะมากินกับพวกข้ามั้ยล่ะ” กอแกล้งยั่ว
“คำแก้วไม่กินเนื้องู ผมก็ไม่ชอบเหมือนกันอยากทำอะไรก็เชิญตามสบายกันเถอะ ดอนไม้ป่าเป็นของกำนันอยู่แล้วนี่” ทศพลตอบเสียงเรียบ
คำแก้วแดกดัน “อยากกินเนื้องู ก็ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน โบราณว่าหมองูมักจะตายเพราะงู คราวนี้กำนันอาจดวงไม่แข็งเหมือนคราวก่อน”
“ก็ให้มันรู้ไปสิว่างูมันจะเก่งกว่าคน ต่อให้เป็นงูเจ้าแม่ ข้าก็จะหาวิธีจัดการกับมันจนได้” กำนันแย้มเสียงเข้ม
“กำนันจะจัดการกับงูที่ไหนผมไม่ว่า แต่อย่ามารังแกเมียผมก็แล้วกัน” ทศพลพูดทิ้งท้าย
คำแก้วจ้องตากับพวกกำนันแย้มเขม็ง เป็นศัตรูกันข้ามภพข้ามชาติ

ที่บ้านหมออ่วม กอบ่น “พวกเราจะรอให้เจ้าแม่นาคีมันกลับมาเล่นงานอยู่อย่างนี้เหรอ ข้าเครียด ประสาทจะกินอยู่แล้ว”
“ข้าก็ให้ว่านพญาลิ้นงูไว้ป้องกันตัวแล้วไง”
กอย้อนหมออ่วม “มันจะช่วยป้องกันได้ซักกี่น้ำตอนนี้เรารู้แล้วว่าเจ้าแม่นาคีแฝงตัวอยู่ในร่างนังคำแก้ว มันไม่ปล่อยเราไว้แน่”
กำนันแย้มตัดบท “เราต้องหาทางกำจัดมัน ก่อนที่มันจะกำจัดเราหมออ่วมพอมีวิธีมั้ย”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 8/2 วันที่ 7 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ