อ่านละครนาคี ตอนที่ 8/4 วันที่ 8 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 8/4 วันที่ 8 ต.ค.59

ทศพลหยุดชะงัก แต่ไม่ยอมหันมามองหน้าคำแก้ว “ขุดดินยกร่องแปลงผัก”
“ไม่กินข้าวกินปลาเสียหน่อยเหรอพี่ เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งกันพอดี”
ทศพลไม่ฟังเสียง แบกจอบเดินออกจากกระต๊อบไป คำแก้วขมวดคิ้ว เหลือบมองกับข้าวที่ทำไว้แล้วถอนใจ

ทศพลขุดดินอย่างขะมักเขม้น ทศพลยกมือปาดเหงื่อ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วชะงัก ทศพลเห็นลำเจียกกำลังเดินผ่านพลางยิ้มหวานให้ ทศพลเบิกตาโพลง แต่พอกะพริบตา ภาพลำเจียกหายไปกลายเป็นหญิงชาวบ้านเดินผ่านไป ทศพลสะบัดหัวตั้งสติ กำลังจะขุดดินต่อก็เหลือบไปเห็นดอกไม้ใกล้ๆ แปลง “ดอกลำเจียก...”

ภาพในหัวทศพล ลำเจียกยิ้มหวานมาให้แว้บขึ้นมา “ลำเจียก…” ยิ่งคิดถึง ยิ่งเห็นเห็นภาพหลอน ทศพลรู้สึกร้อนรุ่มแปลกๆ เหงื่อแตกพลั่ก หายใจแรงขึ้น เกิดอารมณ์กำหนัดขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว ทศพลพยายามสูดหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อเรียกสติ ระงับอารมณ์ ทศพลพยายามขุดดินเพื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัว



บุญส่งเดินไปเดินมา เก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นใส่กระเป๋าเดินทางที่วางอยู่บนเตียง พิมพ์พรกับเจิดนภานั่งอยู่ใกล้ๆ
พิมพ์พรหน้างอหงอยจนบุญส่งต้องเดินเข้ามาปลอบ “พ่อไปไม่กี่วันเดี๋ยวก็กลับ”
“พิมพ์ขอตามไปหาเหล็กไหลด้วยไม่ได้เหรอ” พิมพ์พรเง้างอด
“มันอันตราย รอพ่ออยู่ที่นี่น่ะดีแล้ว”
“เธอจะได้อยู่ใกล้ชิดกับทศพลสมใจไง” เจิดนภารีบห้ามเพราะกลัวพิมพ์พรจะตามไปด้วยจริงๆ แล้วไม่วายต้องลากเธอไปด้วยอีก
“พลขลุกอยู่กับนังคำแก้วทั้งวันทั้งคืน ไม่สนใจฉันเลย” พิมพ์พรหน้าเศร้า
“ไอ้หนุ่มนั่นมันหน้าโง่ สมสู่อยู่กินกับงูยังไม่รู้ตัวอีก”
พิมพ์พรบอกบุญส่งแววตามีความหวัง “พ่อต้องเอาเหล็กไหลกลับมาปราบนังงูผีให้ได้นะ พิมพ์จะรอ”
“ตราบใดที่นังงูผีมันยังลอยนวล พ่อคงนอนตายตาไม่หลับ” บุญส่งอาฆาตแค้น
“อยู่ทางนี้ หนูกับพิมพ์จับคอยจับตาดูนังคำแก้วไม่ให้คลาดสายตา” เจิดนภารับปาก
“ระวังตัวด้วย พ่อไปล่ะ” บุญส่งร่ำลาพิมพ์พรแล้วลงจากเรือนรับรองไป
บุญส่งเดินหิ้วกระเป๋าออกมา สมทบกับกำนันแย้ม หมออ่วม กอ เตรียมออกเดินทาง
สุภัทรนั่งจิบกาแฟ อ่านตำราโบราณคดีอยู่เห็นเข้าก็เอ่ยทัก “นั่นพวกคุณจะไปไหน”
“พวกผมกำลังจะเข้าป่า” กำนันแย้มตอบ
สุภัทรแปลกใจ “เข้าป่า ? จะล่าสัตว์งั้นเหรอ ?”
“พวกผมจะไปตามหาเหล็กไหลที่ภูพระนางมาทำศาสตราวุธเพื่อปราบเจ้าแม่นาคี ดอกเตอร์จะไปด้วยกันมั้ยล่ะ” หมออ่วมชวน
“ไม่ล่ะครับ ผมเป็นแค่นักโบราณคดี มาที่นี่เพื่อศึกษาหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ไม่เคยคิดจะผจญภัยเข้าป่าหาของวิเศษอะไรเทือกนั้น”
กอตอกกลับ “ลูกชายมีเมียเป็นงู ดอกเตอร์ไม่กลัวมั่งหรือไง”
สุภัทรขมวดคิ้วทำหน้างงไม่เข้าใจสิ่งที่กอถาม “หมายความว่ายังไง”
“ก็หมายความว่านังคำแก้วเป็นร่างนึงของเจ้าแม่นาคีน่ะสิ”
สุภัทรนิ่งอึ้งไปครู่ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “นี่คิดว่าผมเป็นเด็กอมมือหรือไงถึงจะเชื่อเรื่องหลอกเด็กพรรค์นี้”
“มันฆ่าลูกชายผมไปแล้ว คนต่อไปอาจจะเป็นลูกชายดอกเตอร์ก็ได้” กำนันแย้มเสียงเข้ม
“เชิญพวกคุณเถอะ ผมยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะแยะ” สุภัทรส่ายหน้าเชิงไร้สาระ แล้วอ่านตำราต่อ
บุญส่งเห็นสุภัทรไม่สนใจสิ่งที่พวกเขาพูดก็เลิกเซ้าซี้ “ดอกเตอร์ไม่เชื่อก็ช่างเขาเถอะ ! เกิดเรื่องเมื่อไหร่เดี๋ยวก็รู้เอง เราออกเดินทางกันได้แล้ว”
คณะเดินทางของกำนันแย้มพากันเดินจากไป ที่ต้นไม้นอกหน้าต่าง งูเขียวสองตัวจ้องมองมาในเรือนรับรอง ก่อนจะพากันเลื้อยหายไปอย่างรวดเร็ว

งูเขียวสองตัวเลื้อยมาตามทาง ก่อนจะแปลงกายเป็นร่างโปร่งใสทีละตัว เลื่อมประภัสร์กับฉัตรสุดาหันมองหน้ากัน ท่าทางโกรธแค้น
เลื่อมประภัสร์เสียงเขียว “พวกมันกัดไม่ปล่อย คราวนี้ถึงขั้นบุกป่าฝ่าดงตามหาเหล็กไหลเลยเหรอนี่”
“ลงมือกำจัดพวกมันก่อนเลยดีกว่า” ฉัตรสุดาโกรธ
“แต่พวกมันมีว่านพญาลิ้นงู”
“ข้าจะลองเสี่ยง”
“ไม่จำเป็นหรอกฉัตรสุดา ภูพระนางเต็มไปด้วยภยันตรายและภูตผีปีศาจ ไม่เคยมีใครไปที่นั่นแล้วรอดชีวิตกลับมา ปล่อยให้พวกมันรนหาที่ตายตายกลางป่านั่นแหละ”
“ขอให้เป็นเช่นนั้นเถอะ เจ้าแม่จะได้หมดเสี้ยนหนามเสียที” ฉัตรสุดาใจเย็นลง เห็นด้วยกับเลื่อมประภัสร์
ทศพลกำลังตั้งหน้าตั้งตาเอาจอบขุดท้องร่อง คำแก้วเดินหอบปิ่นโตอาหารกลางวันกับเสื่อเข้ามา ทศพลเหลือบตาขึ้นมองคำแก้วที่เดินไปปูเสื่อ เปิดปิ่นโตจัดสำรับกลางวัน ทศพลขุดดินต่ออย่างไม่สนใจฉายแววเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด
“พี่... ตะวันตรงหัวแล้ว พักกินข้าวก่อนเถอะ คำแก้วทำกับข้าวมาให้ ของโปรดของพี่ทั้งนั้น”
ทศพลเหลือบตามองอาหารในปิ่นโต เห็นงูเลื้อยยั้วเยี้ยอยู่ในปิ่นโตอันหนึ่งก็ผงะ เผลอทำจอบตกพื้นเสียงดังจนคำแก้วหันไปมองอย่างแปลกใจ
“เฮ้ยยยย!!” ทศพลกะพริบตาปริบ งูยั้วเยี้ยเมื่อครู่กลายเป็นถั่วฝักยาวเอาไว้กินกับน้ำพริกที่คำแก้วตำมา
“พี่เป็นอะไรหรือเปล่า”
ทศพลสลัดหน้า “พี่คงตาลาย”
“กินข้าวก่อนเถอะ” คำแก้วคดข้าวใส่จานให้
“พี่กินไม่ลง เอากลับไปซะเถอะ”
“พี่อยากกินอะไร บอกคำแก้วสิ คำแก้วจะได้ทำมาให้”
“โว๊ยยย!! ถามเซ้าซี้อยู่ได้ น่ารำคาญ” ทศพลปาจอบทิ้งลงพื้น แล้วผลุนผลันเดินออกไป
คำแก้วรู้สึกจุกอก เมื่อเห็นท่าทีของทศพลเปลี่ยนไป
พิมพ์พร เจิดนภาเดินเข้ามาเยาะเย้ยคำแก้ว “อะไร๊....อยู่ด้วยกัน ก้นหม้อข้าวไม่ทันจะดำก็เหม็นขี้หน้ากันซะแล้ว”
“อุตส่าห์ทำกับข้าวมาให้ ผัวก็ดันไม่เหลียวแล” เจิดนภายิ้มเยาะ
คำแก้วพยายามข่มใจ กำมือขยุ้มผ้าถุงระงับโทสะกลั้นไว้
“ไหนๆ ก็ทำมาแล้ว เสียดาย... เทให้หมูให้หมากินก็แล้วกัน เผื่ออานิสงส์ผลบุญจะหนุนส่งให้พลเขาหันกลับมามองเธอบ้าง” พูดจบพิมพ์พรแกล้งเดินเตะปิ่นโตกระเด็น “อุ๊ย! ขอโทษนะ พอดีไม่เห็น...ปิ่นโตเธอมาวางขวางเท้าฉันพอดี”
พิมพ์พรกับเจิดนภาหัวเราะเสียงแหลมสะใจแล้วเดินออกไป คำแก้วมองกับข้าวที่หกเกลื่อนที่พื้นอย่างสะเทือนใจ

เพื่อนๆ แอบมองทศพลที่นั่งหงอยอยู่คนคนเดียว
วันชนะชักเริ่มสงสาร “ข้าว่าไอ้พลมันชักจะอาการหนักล่ะ”
“นั่นสิ ตอนรักเขาแล้วเขาไม่รักมันก็นั่งหน้าอมทุกข์แบบนี้ พอเขารักแล้วมันยังมานั่งหน้าอมทุกข์แบบนี้อีก อะไรของมันวะ” ประกิตเห็นด้วย
วันชนะสงสัย “หรือมันจะเบื่อคำแก้วแล้ววะ”
สมมาตรหันขวับ “ถึงเบื่อมันก็ทำอะไรไม่ได้ แต่งกับเขาไปแล้วก็ต้องดูแลรับผิดชอบชีวิตเขา”
“นิดสำมะ กะระนัง เสยโย ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำดีกว่า…จะทำอะไรต้องคิดให้ถี่ถ้วนรอบคอบ จะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลัง”
วันชนะชักรำคาญ “ถามจริงเถอะหลวงปู่ ตอนบวช แกสอบได้เปรียญกี่ประโยควะ”
“สาม!”
ประกิตแซว “ประโยคบอกเล่า คำถาม แล้วก็ปฏิเสธหรือไงวะ”
“ของพวกนี้ อย่าเอามาล้อเล่น ระวังจะจุก” เชษฐ์เอ่ยเสียงเรียบ
“ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นเลยเหรอวะ หลวงปู่” ประกิตแปลกใจ
“เปล่า ! เดี๋ยวกูถีบ!” เชษฐ์ง้างเท้าจะถีบประกิต
เพื่อนๆ พากันหัวเราะคลายเครียด

ทศพลนั่งใจลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สายลมพัดวูบเข้ามาปะทะร่าง ทศพลเคลิบเคลิ้มด้วยคาถา ใบหน้าหมองคล้ำเหมือนคนที่ถูกของ ทศพลคิดถึงแต่ใบหน้า ทรวดทรงองค์เอวของลำเจียก
“คุณหนู !!!!”
ทศพลสะดุ้งเฮือก “ป้าอิ่ม !”
“ทำไมหมู่นี้ถึงได้ใจลอยนักล่ะคะ หน้าตาก็ดูคล้ำๆ ไม่มีราศีเอาเสียเลย” ป้าอิ่มทัก
“คงดำแดดมั้งครับ ช่วงนี้ผมทำไร่แทบทุกวัน”
“โถ... คุณหนูของป้า อย่าหักโหมมากนะคะ เดี๋ยวจะล้มหมอนนอนเสื่อเอา”
“ป้าอิ่มว่าผมคิดผิดหรือเปล่าที่แต่งงานกับคำแก้ว”
“พูดอะไรอย่างนั้นคะ”
“ผมอาจจะไม่ได้รักคำแก้วจริงๆ ก็ได้”
“นี่ป้าหูฝาดไปหรือเปล่า”
ทศพลรู้สึกสับสนว้าวุ่นไปหมด

สุภัทรกางแผนที่เทวาลัยเจ้าแม่นาคีออกเต็มโต๊ะ มองแผนที่แล้วขมวดคิ้วครุ่นคิด บ่นพึมพำ “มันน่าจะมีทางลงทางอื่น” ป้าอิ่มเข้ามาหาสุภัทร สุภัทรพูดดักคออย่างรู้ทัน “มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับไอ้ลูกชายตัวดีมารายงานฉันอีกล่ะ”
“อิฉันเกรงว่าคุณหนูจะมีปากเสียงกับแม่คำแก้ว”
“ผัวเมียก็เหมือนลิ้นกันฟัน กระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา ทะเลาะกัน เดี๋ยวก็ดีกัน”
“แต่หมู่นี้คุณหนูหน้าตาดูหมองๆ คล้ำผิดปกติ”
“เจ้าทศพลมันโตจนมีเมียแล้ว เมื่อไหร่แม่อิ่มจะเลิกเป็นห่วงมันเสียที”
“ถึงยังไงในสายตาของอิฉันคุณหนูก็ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ อยู่วันยันค่ำ”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 8/4 วันที่ 8 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ