อ่านละครนาคี ตอนที่ 8/5 วันที่ 8 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 8/5 วันที่ 8 ต.ค.59

“แต่หมู่นี้คุณหนูหน้าตาดูหมองๆ คล้ำผิดปกติ”
“เจ้าทศพลมันโตจนมีเมียแล้ว เมื่อไหร่แม่อิ่มจะเลิกเป็นห่วงมันเสียที”
“ถึงยังไงในสายตาของอิฉันคุณหนูก็ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ อยู่วันยันค่ำ”
“ลูกน่ะมันเลี้ยงได้แต่ตัวพอถึงเวลามันก็ไม่เห็นหัวพ่อแม่” สุภัทรประชด
“คุณท่านยังไม่หายโกรธคุณหนูอีกเหรอคะ”
สุภัทรไม่ตอบ แสร้งทำเป็นง่วนกับแผนที่ตรงหน้า

ลำเจียกเดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามาหาเมืองอินทร์ “โอ๊ยยยยย! ฉันรอไม่ไหวแล้วนะพ่อหมอ”


“อุวะ! เอ็งใช้ให้ข้าทำเสน่ห์ ข้าก็ทำให้แล้ว จะเอายังไงกับข้าอีก”
“ก็มันไม่ทันใจฉันนี่ ฉันตั้งตารอมาเป็นวันแล้วนะ”
“รอให้มนต์เสน่ห์ของข้าออกฤทธิ์หน่อยไม่ได้หรือไง”
“รอๆๆๆ... จะให้รอจนถึงเมื่อไหร่ ถ้าฉันเป็นปลาหมอคงรอจนเหงือกแห้งไปแล้ว พ่อหมอช่วยเร่งให้คุณทศพลมาหาฉันไวๆ กว่านี้หน่อยได้มั้ย”
“รอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอ”
“ถ้าพ่อหมอไม่ช่วยฉัน ฉันก็จะนอนอยู่ที่นี่จนกว่าเขาจะมา”
“นอนไม่ได้โว้ย” เมืองอินทร์โวยวาย
ลำเจียกไม่ฟังเสียง นอนตะแคงอวดทรวดทรงองค์เอว ราวนางแบบปฏิทินเหล้า เมืองอินทร์เบือนหน้าหนี กลัวตัวเองจะตบะแตก ถอนใจฟึดฟัดอย่างอารมณ์เสีย

ทางด้านพวกกำนันแย้มเดินตามๆ กันตามทางเดินลาดชันในป่า แต่ละคนทาทางเหนื่อยอ่อน จนกระทั่งพลบค่ำ
พวกของกำนันแย้มปักหลักพักแรมในป่ากำนันแย้มเอ่ยปากบ่น “ถ้าไม่ใช่เพราะนังเจ้าแม่งูผี เราคงไม่ต้องมาตกระกำลำบากกันแบบนี้”
“ได้เหล็กไหลเมื่อไหร่ จะได้ปิดตำนานนังงูผีเสียที” บุญส่งหมายมาด
“อีกไกลมั้ยหมออ่วม” กอเอ่ยถาม
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” หมออ่วมตอบหน้าตาเฉย
“อ้าว พวกฉันอุตส่าห์ฝากชีวิตไว้ที่หมออ่วมไหงพูดอย่างงั้นตกลงแน่ใจหรือเปล่าว่าบนยอดเขานั่นมีเหล็กไหลจริงๆ” กอชักสีหน้าไม่พอใจ
“สมัยหนุ่มๆ ข้าเคยตามอาจารย์มาเก็บสมุนไพรที่นี่ อาจารย์ข้าบอกว่าเหล็กไหลอยู่ในถ้ำบนยอดภูพระนาง แต่หนทางที่จะขึ้นไปถึงยอดเขาได้มันไม่ใช่เรื่องง่าย” หมออ่วมอธิบาย
“ว่ากันว่าภูพระนางแห่งนี้เป็นที่สิงสู่ของผีดงผีป่าสารพัด บางทีก็มีคนเห็นผู้หญิงนั่งอยู่บนคบไม้ที่สูงเกินกว่าที่คนธรรมดาๆจะปีนขึ้นไปได้ บางทีก็เห็นเงาดำๆคล้ายคนแต่สูงใหญ่กว่าหลายเท่าเดินหายเข้าไปในต้นไม้ สุดแท้แต่ว่าใครจะพบเจอรูปแบบไหน” กำนันแย้มเสริม
“แล้วคนที่เจอ เป็นยังไงมั่ง” กอถามสงสัย
“ไม่จับไข้หัวโกร๋น ก็เป็นบ้าเสียสติ !”
กอได้ยินที่หมออ่วมบอกก็กลืนน้ำลายเอื๊อก ชักหวาดๆ
บุญส่งตัดบท “ก็แค่เรื่องเล่าต่อๆ กันมาจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้! แยกย้ายกันนอนเอาแรงได้แล้ว พรุ่งนี้ยังต้องผจญภัยกันต่อ”
หมออ่วมเอาสายสิญจน์ออกมาจากย่าม แล้วเดินไปโยงพันเป็นวงกลมรอบต้นไม้ใหญ่ให้ล้อมเอาไว้
กอที่กำลังจะล้มตัวลงนอนโดยใช้เป้เป็นหมอนหันมามองอย่างงงๆ “หมออ่วมทำอะไรน่ะ”
“ภูพระนาง มีอันตรายรอบตัวทั้งสิ่งที่มองเห็นและสิ่งที่มองไม่เห็น ข้าต้องป้องกันเอาไว้ก่อน คืนนี้ห้ามทุกคนออกนอกวงสายสิญจน์ลงอาคมนี่เด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
ทุกคนพยักหน้ารับคำ ท่าทางกลัวและกังวลไม่น้อย ทุกคนล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน

ป่าช้า ตำบลนาคหนี บรรยากาศน่ากลัว เสียงหมาหอนเป็นระยะ แสงจากตะเกียงเจ้าพายุส่องวอมแวมเหนือหลุมศพในป่าช้า ลำเจียกนั่งยองๆ ใช้มือขุดดินอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่เกรงกลัวเสียงหมาหอน ใกล้ๆ ลำเจียก ชบากับซ่อนกลิ่นละล้าละลัง หันมองรอบๆ อย่างหวาดๆ
“จะทำให้ผู้ชายสักคนมาหลงรัก ทำไมมันต้องลำบากขนาดนี้ด้วย” ซ่อนกลิ่นบ่น
“นั่นสิ แกไม่กลัวบ้างเหรอลำเจียก”
ลำเจียกหันขวับมาหาชบา “กลัวสิ แต่ฉันกลัวคุณทศพลไม่รักฉันมากกว่า เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่ทำให้คุณทศพลรักฉัน ฉันยอมทำทั้งนั้น”
ลำเจียกแววตามุ่งมั่น นึกถึงคำสั่งของเมืองอินทร์ที่ยื่นคำขาดกับลำเจียก

“ไปเอาดินปากผีตายโหงมาให้ข้า แล้วข้าจะทำพิธีฝังรูปฝังรอยให้”
“จ้างสัปเหร่อไปเอามาไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้โว้ย ! ถ้าเอ็งอยากได้ผัว เอ็งก็ต้องไปเอามาด้วยตัวเอง”
“แต่ว่า...”
“ถ้าเอ็งไม่กล้า ก็ไสหัวกลับไปซะ อย่ามาเสนอหน้าให้ข้าเห็นอีก”

ลำเจียกคิดถึงคำพูดของเมืองอินทร์ก็ยิ่งมีแรงฮึด หันไปเร่งชบากับซ่อนกลิ่น “จะมัวช้าอะไรอยู่เล่า ! รีบๆ เข้าสิ!”
ชบากับซ่อนกลิ่นจำใจต้องช่วยขุด แต่พอเห็นกะโหลกโผล่พ้นผิวดินขึ้นมา ทั้งสองคนก็เบิกตาโพลง
ซ่อนกลิ่นละล่ำล่ะลัก “ละ ลำเจียก น่ะ นั่น มัน…”
“อย่าปอดแหกไปหน่อยเลยก็แค่กระดูกผี” ลำเจียกกลั้นใจ ควักดินออกจากปากหัวกะโหลก
ชบากับซ่อนกลิ่นเมินหน้าหนีด้วยความสยดสยอง ลำเจียกมองดินปากผีในมืออย่างมาดมั่น เอาใส่ถุงที่เตรียมมา
ทันใดนั้น ค้างคาวแม่ไก่ตัวเขื่องโผลงมาตีหน้าชบากับซ่อนกลิ่น
“แหกๆๆๆๆๆๆ !!!!” ชบาร้องลั่นจะวิ่งหนี แต่ล้มหน้าทิ่มปากไปจูบกับหัวกะโหลกคนตายก็กรีดร้อง “กรี๊ดดดดดดด”
ชบาร้องลั่น ทั้งหวาดกลัวและทุกลักทุเล

ลำเจียกส่งถุงดินที่ไปขุดมาให้เมืองอินทร์ สภาพทั้งสามคนมอมแมมเปื้อนดิน “ดินปากผีตายโหง ! ฉันเอามาให้แล้ว”
เมืองอินทร์หัวเราะลั่น ชอบใจในความใจเด็ดของลำเจียก “เอ็งนี่ใจเด็ดไม่เบา ในเมื่อเอ็งกล้า ข้าก็จะยอมทำเสน่ห์ให้เอ็ง”
ลำเจียกยิ้มตาวาวออกมาอย่างดีใจ เมืองอินทร์ปั้นรูปหุ่นที่ทำจากดินปากผีตายโหง 7 ป่าช้าผสมขี้ผึ้งขึ้นมา 2 ตัว ตัวหนึ่งลักษณะเป็นผู้ชาย ส่วนอีกตัวเป็นผู้หญิง เอามาประกบติดกัน ก่อนจะร่ายคาถาภาเขมรพึมพำ ลำเจียกนั่งมองเมืองอินทร์อย่างใจจดใจจ่อ

ทศพลนอนหลับอยู่ เหงื่อแตกพลั่ก รุ่มร้อน กระสับกระส่าย ครู่เดียวทศพลก็ลืมตาโพลงขึ้นมา แววตาเลื่อนลอย ทศพลลุกขึ้นนั่ง แล้วเดินออกจากที่นอนไปอย่างไม่รู้สึกตัว คำแก้วนอนหลับอยู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นมา รู้สึกเหมือนเห็นหลังทศพลไวๆ คำแก้วหันไปมองที่นอนข้างๆ ข้างกายคำแก้วว่างเปล่า คำแก้วหันไปมองด้านนอก สงสัยว่าทศพลไปไหน

เมืองอินทร์หยิบใบรักซ้อนที่เด็ดเตรียมไว้มาลงยันต์ ลำเจียกนั่งมอง แววตาลุ้น ตื่นเต้น เมืองอินทร์พึมพำร่ายคาถาอีกครั้งแล้วห่อรูปปั้นด้วยใบรัก “โอม อ้ายทศพล มึงจะต้องรักกู หลงกู มึงจงร้อนใจจนทนอยู่มิได้....” เมืองอินทร์เป่าพรวดลงในหุ่นฝังรูปฝังรอย

ที่หน้ากระต๊อบ ร่างทศพลกระตุกเฮือก
“พี่จะไปไหน” คำแก้วแตะแผ่นหลังทศพล ทศพลเหมือนเพิ่งได้สติหันไปมองคำแก้วอย่างมึนงง คำแก้วนิ่วหน้า มองทศพลที่มีอาการแปลกๆ อย่างสงสัย “เป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า พี่ร้อน ไม่อยากอยู่ข้างใน”
“ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนมั้ย” คำแก้วขยับเข้ามา แต่ทศพลผงะถอยไปเพราะอยู่ใกล้คำแก้วแล้วยิ่งร้อน
ทศพลเผลอตวาด “ไม่ต้อง!” คำแก้วสะดุ้ง ทศพลรู้สึกตัวค่อยเสียงเย็นลง “คำแก้วไปนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ตามไป””
คำแก้วพยักหน้าเดินไป เข้าใจว่าทศพลคงไม่อยากให้เซ้าซี้ ทศพลมองตามหลังไป ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองรู้สึกอึดอัดแปลกๆ เวลาอยู่ใกล้คำแก้ว
เมืองอินทร์ส่งหุ่นให้ลำเจียกที่รับไปแล้วมองหุ่นอย่างหวาดๆ “เอ็งเอาหุ่นนี่ไปวางไว้ใต้หมอน”
ชบามองที่หุ่นแล้วร้องลั่น “ยี๊! เอาตุ๊กตาดินปากผีตายโหงไว้ใต้หมอน จะไม่ฝันร้ายเหรอพ่อหมอ”
“ถ้ากลัว ก็ไม่ต้องเอา !”
ลำเจียกรีบคว้าหุ่นฝังรูปฝังรอยจากเมืองอินทร์หมับ “ไอ้ตุ๊กตานี่มันศักดิ์สิทธิ์แน่นะ”
“ฮึ ! ไม่ว่าไอ้หนุ่มนั่นมันจะอยู่แห่งหนตำบลใด มันก็ต้องซมซานมาหาเอ็ง” เมืองอินทร์คุยโว
“เมื่อไหร่อีกนานหรือเปล่า?” ลำเจียกสงสัย
“พรุ่งนี้ ! ไม่เกินตะวันตรงหัว !”
ลำเจียกมองหุ่นเปี่ยมด้วยความหวัง

ลำเจียกเอาหุ่นฝังรูปฝังรอยยกมือท่วมหัวแล้ววางไว้ใต้หมอน “เจ้าประคู๊ณ... ขอให้สำเร็จทีเถอะ”
ซ่อนกลิ่นกังวล “เล่นคุณเล่นของ เอ็งไม่กลัวมันจะย้อนเข้าตัวมั่งเหรอวะ”
ลำเจียกตอบกลับแบบไม่ลังเล “ฉันกลัวคุณทศพลไม่รักฉันมากกว่า”
“มีพ่อหมอเมืองอินทร์อยู่ทั้งคน เอ็งจะกลัวอะไรวะ นังซ่อนกลิ่น” ชบาเอ่ย
“ฉันอยากจะรู้นัก ตอนนังคำแก้วถูกผัวทิ้ง มันจะทำหน้ายังไง” ลำเจียกยิ้มสะใจ

ทศพลเดินพล่านเป็นหนูติดจั่น กระสับกระส่าย พึมพำ “ลำเจียก….” คำแก้วแอบดูอยู่ห่างๆ ด้วยความเป็นห่วง “ต้องไปหาลำเจียก....”
ทศพลจะไปบ้านลำเจียก แต่คำแก้วเข้ามาขวางไว้ “พี่.... อย่าไปเลยนะพี่”
“เรื่องของกู อย่าแส่ !” ทศพลผลักคำแก้วจนล้มลงด้วยอำนาจแห่งมนตราของเมืองอินทร์
คำแก้วร้องไห้ ทั้งเสียใจทั้งน้อยใจ

ทศพลวิ่งสะเปะสะปะมาที่บ้านลำเจียก “ลำเจียก! ออกมาหาพี่หน่อย ลำเจียก!” ทศพลตะโกนอย่างคลุ้มคลั่ง บุกเข้าไปในบ้านลำเจียก แต่ไม่มีคนอยู่ “ลำเจียก! พี่มาหาลำเจียกแล้ว” ทศพลค่อยๆ ทรุดตัวลงหน้าประตูอย่างอ่อนแรง คุดคู้อยู่หน้าประตู ทศพลหนาวสะท้านด้วยฤทธิ์มนต์เสน่ห์ เสียงบริกรรมคาถาของเมืองอินทร์แว่วตลอดเวลา

คำแก้วนอนไม่หลับ คิดวิตกกังวลเรื่องทศพล “ช่วงนี้พี่พลหน้าหมองคล้ำผิดปกติ พร่ำเพ้อหาแต่ลำเจียกเจ้าประคู๊ณ.... ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย”
ดึกสงัด คำแก้วหลับไปแล้ว เห็นความฝันในอดีตชาติเป็นห้วงๆ
แม่ทัพไชยสิงห์หารือเสนาทั้งสี่ อันได้แก่ กษิติ (ดิน) สินธุ (น้ำ) มารุต (ลม) และอัคนี (ไฟ) เบื้องหน้า ทรายถูกวาดเป็นแผนที่แสดงอาณาเขตของเมืองปัตตนคร เมืองมรุกขนคร และเมืองใกล้เคียง แสงไฟจากกองไฟจับดวงหน้าทุกคน ไม่ต่างจากภาพที่ทุกคนนั่งล้อมรอบกองไฟในปัจจุบัน

อ่านละครนาคี ตอนที่ 8/5 วันที่ 8 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ