อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 9 วันที่ 5 ต.ค.59

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 9 วันที่ 5 ต.ค.59

ก่อนหน้าที่หรรษาแม่ของปุ๊กกี้จะเสีย ตัวหัฏฐ์เคยพบเด็กเกินสามครั้งหรือไม่ หัฏฐ์ตอบว่าช่วงปุ๊กกี้เกิดตนเรียนอยู่ต่างประเทศ ยิ่งยศเน้นว่าตอบไม่ตรงคำถาม เขาจึงต้องยอมรับ ยิ่งยศซักต่ออีกว่า “คุณให้การว่าจะเลี้ยงหลานด้วยความรักและเอาใจใส่ แต่สมุดบันทึกเวรของโรงเรียนบอกว่าคุณไปรับเด็กช้าเกิน 18 นาฬิกาติดๆกันถึง 4 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ ใช่หรือไม่”

หัฏฐ์ตอบว่าแค่ช่วงแรกๆ ยิ่งยศพยายามจี้ประเด็นที่เขาทิ้งเด็กวัย 7 ขวบให้รอหลายชั่วโมง

ยิ่งยศโยงเรื่องที่หัฏฐ์ไปรับปุ๊กกี้กลับจากโรงเรียนช้าติดกันหลายครั้งว่าผิดพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 32...ด้านหทัยรอจนเครียด พอถึงเวลาพนักงานเรียกให้ขึ้นสืบพยาน เธอพยายามข่มสติส่งยิ้มให้ชนนี



เสนีย์ซักตามสำนวน หทัยพูดถึงความรักที่มีต่อปุ๊กกี้ แต่โดนยิ่งยศซักค้าน ว่าเธอต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆตามหน้าที่การงาน แล้วจะให้ความอบอุ่นแก่เด็กได้อย่างไร หทัยบอกว่าตนจัดสรรเวลาได้ แต่เขาก็ทำให้เธอหมดความน่าเชื่อถือลง หทัยเศร้า

ทางบ้านชนนี จิรัชแวะมาหา พอรู้ว่าชินานางไปเป็นพยานให้หัฏฐ์ก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจที่เธอไม่เล่าสู่กันฟังบ้าง...

ในขณะที่ชินานางขึ้นนั่งในคอกพยานเป็นคน ต่อไป เสนีย์ให้เธอพูดถึงความเกี่ยวข้อง เธอบอกว่าเธอเป็นเพื่อนบ้าน และหลานชายกับปุ๊กกี้เรียนโรงเรียนเดียวกัน จึงตกลงกับผู้ร้องแบ่งเวลาไปรับส่งเด็กๆกัน และชื่นชมว่าผู้ร้องดูแลปุ๊กกี้ได้ดีเยี่ยม ทั้งอาหารการกินและส่งเสริมการเรียน พาไปออกกำลังกายและว่ายน้ำ “ที่สำคัญคือผู้ร้องเลี้ยงดูเด็กหญิงด้วยความรัก ความห่วงใย เอื้ออาธรและอ่อนโยน ทำให้หวันยิหวาดูมีความสุขขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” เสนีย์ให้เล่าถึงสภาพเด็กที่เธอเห็นตอนมาใหม่ๆ “ตอนมาใหม่ๆหวันยิหวาดูซึมเศร้าไม่ยอมพูดจากับใคร แต่ปัจจุบันดูร่าเริงมีการพูดโต้ตอบบ้าง สุขภาพก็เห็นได้ชัดว่าแข็งแรงขึ้น”

“รู้ได้อย่างไรว่าตอนมาถึงกรุงเทพฯใหม่ๆเด็กหญิงสุขภาพไม่สมบูรณ์”

“เด็กผอมมาก ท่าทางกลัวผู้ใหญ่ หวาดระแวงรอบด้านไปหมด”

ชลีกรไม่พอใจกระซิบยิ่งยศ เขาพยักหน้าแล้วมองชินานางยิ้มๆแต่เหี้ยมเกรียม พอได้ซักค้าน ยิ่งยศก็เน้นให้เธอยอมรับว่าที่ต้องรับปุ๊กกี้กลับมาด้วยเพราะหัฏฐ์มารับช้า แสดงว่าเขาไม่มีเวลาดูแลเด็ก และที่เธอบอกว่าดูเด็กมีอาการซึมเศร้าและหวาดกลัว เธอรู้ได้อย่างไรทั้งที่เป็นเพียงจิตรกร ไม่เคยมีครอบครัวมีลูกมาก่อน “...พยานทราบได้อย่างไรว่าอาการของเด็กที่พยานกล่าวมา มีมากเกินกว่าจะเป็นการเสียใจจากการสูญเสียบุคคลในครอบครัว”

“ดิฉันมีหลานและเคยมีโอกาสคลุกคลีกับเด็กหลายคน พอจะเห็นความแตกต่างที่กล่าวมาแล้วได้”

“แต่พยานไม่ได้ศึกษาเรื่องจิตวิทยา ไม่เคยเข้ารับการอบรมด้านการเลี้ยงเด็กอย่างถูกต้องใช่หรือไม่”

ชินานางจำต้องตอบว่าใช่ เสียงชลีกรแว่วว่า เธอมโนไปเอง...ยิ่งยศดึงเรื่องที่ว่าเธอมีความสัมพันธ์กับหัฏฐ์แค่เพื่อนบ้าน แต่วันที่ชนนีไม่อยู่มีเหตุการณ์ทำให้ตำรวจมาบ้าน หัฏฐ์อยู่ในชุดนอนออกมาเปิดประตูบ้านเธอ ชินานางตอบว่าใช่แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด

“คนที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าผู้ร้องมีเหงื่อตกเหมือนเพิ่งทำอะไรมาอย่างหยกๆ ทำไมผู้ร้องที่เป็นชายถึงเข้าไปอยู่ในบ้านพยานที่เป็นหญิงโสดในเวลาตีสาม แถมใส่ชุดนอนเสียด้วย แสดงว่าพยานมีความสัมพันธ์กับผู้ร้องขอมากกว่าเป็นเพื่อนบ้านธรรมดาใช่หรือไม่”

หัฏฐ์ร้อนใจกระซิบเสนีย์ให้ค้าน แต่เขากลับให้หัฏฐ์ใจเย็นฟังให้จบก่อน...ชินานางเล่าเหตุการณ์คืนนั้นว่าหัฏฐ์ปีนขึ้นทางระเบียงเพื่อช่วยตนกับหลาน เขาถึงลงมาเปิดประตูให้ตำรวจ ยิ่งยศยังไล่บี้เท้าความไปถึง “ครั้งหนึ่งพยานเคยกล่าวถึงผู้ร้องกับเพื่อนบ้านคนอื่นว่า ผู้ร้องมีนิสัยประหลาด เย่อหยิ่งไม่สนใจกับคนรอบข้าง และไม่สนใจหลานสาว เลี้ยงหลานไม่ดี แม้กระทั่งของเล่น ยังให้หลานเล่นเพียงตุ๊กตาเก่าๆขาดๆใช่หรือไม่”

ชินานางปฏิเสธไม่เคยพูด ยิ่งยศขู่ว่าเธอสาบานแล้วจะพูดแต่ความจริง “ดิฉันไม่ได้พูด คำพูดนี้มาจากหญิงคนหนึ่งในละแวกบ้านของดิฉัน เธอเป็นคนมีนิสัยชอบเอ่ยอ้าง ชอบนินทาให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายเสมอ...วันหนึ่งหญิงคนนี้ได้เข้ามาชวนดิฉันนินทา เธอเป็นฝ่ายเอ่ยนำขึ้นก่อน ว่าท่าทางของเด็กหญิงหวันยิหวาเป็นเด็กมีปัญหา แล้วพูดว่าคนบ้านผู้ร้องไม่มีน้ำใจ ผู้หญิงหยิ่ง ผู้ชายแปลก ตัวผู้ร้องคงเป็นพวกอาจารย์ห้องแถว” ยิ่งยศแทรกเธอก็ตอบรับ แสดงว่าเห็นด้วย “ไม่ใช่ค่ะ หญิงคนนั้นถามนำว่าดิฉันเห็นด้วยหรือไม่ ดิฉันรู้ดีว่าถ้าพูดค้าน เขาจะพูดต่อไม่หยุด ดิฉันเลยตัดบทพูดไปว่าค่ะ เพื่อให้เธอหยุดพูดแล้วดิฉันก็เลี่ยงไป”

ยิ่งยศจะโยงว่าเธอพูดส่งๆ ชินานางแย้งว่าเป็นการตัดบทเพราะไม่ชอบนินทาและไม่ชอบฟังเรื่องไร้สาระ ชมพูนุชเหลืออดตะโกนขึ้นว่าทำอย่างกับตัวเองดีเด่ ผู้พิพากษาเอ็ดห้ามเสียงดัง ยิ่งยศยังเน้นว่าชินานางตอบรับ ชินานางบอกเพราะไม่ต้องการให้เกิดกลิ่น เขาถามกลิ่นอะไร

“กลิ่นไม่หอมค่ะ เช่นถ้าเราไปเจอกองปฏิกูล เราก็มักจะหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้ เพราะถ้าเผลอไปเหยียบหรือเอามือไปแหย่ มือหรือเท้าของเราก็จะพลอยเหม็นไปด้วยเปล่าๆ”

ชมพูนุชแว้ด “ต๊าย...มัน...มันหาว่าฉันเป็นกองขี้ ดูนะคุณชลีกร มันว่าฉันเสียๆหายๆกลางศาล ฉันจะฟ้องมัน”

ผู้พิพากษาเคาะค้อนปัง ยิ่งยศขอยุติการซักค้าน เสนีย์เข้าถามชินานางปิดท้าย ในภาวะที่คนกรุงเทพฯต้องผจญการผลัดเปลี่ยนรับส่งเด็ก เป็นการดีหรือไม่ ยิ่งยศแย้งว่าไม่ใช่คำถามติง เสนีย์ขออนุญาตเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลอนุญาต ชินานางจึงตอบว่าเป็นการดีที่สุด ประหยัดเวลาและพลังงาน เด็กได้พักผ่อนทำการบ้านและมีเวลาเล่น เสนีย์ถามอีกข้อทำไมผู้ร้องถึงเลือกเธอกับแม่ให้ดูแลปุ๊กกี้ ชินานางตอบว่า ผู้ร้องรู้จักตนกับแม่นานพอ และหลานของเราก็สนิทกัน จึงวางใจว่าเราจะดูแลหลานเขาได้ดีเท่ากับหลานเรา

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 9 วันที่ 5 ต.ค.59

ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทโทรทัศน์โดย พรดี และ โซติกซ์ทีม
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ กำกับการแสดงโดย ชุดาภา จันทเขตต์ และ วรวุฒิ นิยมทรัพย์
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอาการทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ