อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 9 วันที่ 6 ต.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 9 วันที่ 6 ต.ค.59

ที่ห้องรับแขกบ้านพักซิสเตอร์ที่ตันหยงบุหงา บรรดาซิสเตอร์ประชุมกันถึงเรื่องนางกับจอยคามว่ายน้ำไปไกลจนเกิดเรื่องว่าจะลงโทษอย่างไรดี เทเรซ่าเสนอว่าถ้าจะทำโทษก็ควรทำสถานเบาถ้าหนักเกินไปก็ดูจะทำร้ายน้ำใจอภิรดีที่ช่วยชีวิตจอยคาม ซิสเตอร์ ฟรานซิสจึงสรุปว่า

“ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้นะคะ เราจะลงโทษสองคนนั้นสถานเบาเพราะเห็นแก่ความดีของอภิรดีที่ช่วยจอยคาม พรุ่งนี้จะให้อภิรดีและจอยคามงดเล่นน้ำ ให้ไปช่วยมีเนาะในห้องรีดเสื้อ งดนมสดตอนสายและของว่างตอนบ่ายเห็นด้วยไหมคะ”

ทุกคนพยักหน้า



ซิสเตอร์มาการิต้ากลับเข้ามาห้องอาหารพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์เห็นผัดผักโขมยังเหลือเขละ เด็กๆพากันนั่งตัวลีบดูว่ามาการิต้าจะทำอย่างไร มาการิต้ามองแล้วเดินออกไปเงียบๆ ครู่หนึ่งก็กลับเข้ามาพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์

ซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่าอยากลองดีกันใช่ไหม นี่เป็นครั้งแรกที่ตนให้ซิสเตอร์มาการิต้ามาดูแลพวกเธอ แล้วมาทำแบบนี้ไม่ไว้หน้ากันเลย ถามว่าใครเป็นตัวตั้งตัวตีไม่ยอมกินอาหารให้หมด นางบอกว่า “หนูเองค่ะมาดาม”

“กลับเข้าห้องนอนไป ฉันกักบริเวณพวกเธอจนกว่าจะเช้า!” ซิสเตอร์ออเดรย์เสียงเข้ม

ทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งแต่พอเข้าห้อง นางก็บอกเพื่อนๆว่ากักได้แต่ตัว แต่กักวิญญาณพวกเราและของมิสเตอร์ผีไม่ได้ แล้วชวนเพื่อนๆเล่นผีถ้วยแก้วกัน เพื่อนๆถามว่าจะดีหรือ นางถามว่าพวกเธอไม่อยากรู้ชื่อของเนื้อคู่ตัวเองหรือ ฮองลันเอาด้วยก่อนเพื่อน แล้วทุกคนก็เอาด้วย มาเรียตื่นเต้นมากยกมือขึ้นบอกว่า “ฉันขอถามก่อน!!”

นางอธิบายการเล่นผีถ้วยแก้วแล้วเริ่มเล่นกันอย่างตื่นเต้น ลุ้นอยากรู้ชื่อเนื้อคู่ของตัวเอง สุดท้ายนางถามให้สินีนาฎก่อน ทุกคนเอามือแตะก้นถ้วยที่คว่ำอยู่ลุ้นกันระทึกว่าถ้วยแก้วจะหยุดที่อักษรตัวไหน ปรากฏว่าหยุดที่ตัวซี ทุกคนถามกันว่าใครน่ะ?? สินีนาฎหน้าเสียบอกว่าถามให้คนอื่นเถอะ นางร้องบอกอย่างตื่นเต้นว่า

“เฮ้ย...ฉันรู้แล้ว พี่ชัยพงษ์แน่ๆ”

เพื่อนๆพากันกรี๊ด แต่สินีนาฎหน้าเสียเพราะใจเธอไม่ได้อยู่ที่ชัยพงษ์...

มีคนเอ่ยชื่อชัยพงษ์ที่ตันหยงบุหงา เจ้าตัวอยู่ที่คอนโดในกรุงเทพฯก็จามฮัดเช้ยอย่างแรง ทันทีก็ได้ยินเสียงเปิดประตู

คัมพลกับคริสเดินเข้ามาพอดี ชัยพงษ์ถามว่าทำไมกลับมาเร็ว ไหนว่าอยู่เฝ้าหญิง

“ท่าทางจะได้เฝ้าแต่มาดามล่ะครับพี่ชัยพงษ์” คริสตอบเซ็งๆ ชัยพงษ์งง คัมพลเลยชี้แจงต่อ...

“ก็ได้เข้าคลาสอบรมความเป็นสุภาพบุรุษกันไปถ้วนหน้า คิดว่าอยู่ต่อคงไม่ดี สุภาพสตรีจะเสียชื่อ”

“โอ้โห...พวกซิสเตอร์นี่เจ๋งจริงๆ ฆ่าฮอร์โมนซะตายสนิท แล้วมนตรีกับมามุล่ะ”

“ไปส่งบ้านเรียบร้อยครับพี่” คริสบอก

คัมพลเข้าไปในห้องนอนพี่ชายถามว่าทำอะไรอยู่ ดูหน้าเหมือนคนอกหักหรือไม่ก็ท้องผูก ถามว่าแล้วพ่อจะมาวันไหน ชัยพงษ์บอกว่าน่าจะมะรืนนี้ ถามแซวว่าจะให้ไปขอสาวให้รึไง คัมพลถามว่าอาเด่นชาติมาด้วยหรือเปล่าจะได้ชวนไปรับนางออกเที่ยวข้างนอกบ้าง เพราะตั้งแต่มา เห็นแต่คอนแวนต์ ขึ้นปีนังฮิลล์ก็เกิดเรื่องเสียอีก

ชัยพงษ์บอกว่าคงมา คัมพลเสนอว่าดีจะได้ไปรับสินีนาฎออกมาด้วย พอพูดถึงสินีนาฎชัยพงษ์ก็ทำหน้าเซ็งเบรกน้องว่าไม่ต้องพูดเลย ไล่ไปนอนเสีย ตนจะทำงาน

“ไรวะ โห...แบบนี้ชัดเลย ไม่ใช่ท้องผูกแน่ ทะเลาะกับสาวชัวร์!!”

ชัยพงษ์ยันคัมพลออกจากห้องแล้วเดินกลับไปที่เตียงเซ็งๆ

ooooooo

พวกนางยังเล่นผีถ้วยแก้วกันอย่างเมามัน ทุกคนลุ้นทั้งชื่อคู่ของตัวเองและอยากรู้คู่ของเพื่อน พอดูคู่ของมาเรีย ถ้วยแก้วก็หยุดที่ชื่อมามุ ทำเอามาเรียเขินจนหน้าแดง แก้เกี้ยวให้ดูของนางบ้าง

ฮองลันเดาว่าต้องเป็นชื่อคัมพลแต่ถ้วยแก้วไปหยุดที่ตัวที สินีนาฎทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ครางออกมา “คุณธนาธิป” แต่ทุกคนมัวหยอกนางเลยไม่ได้สังเกต จอยคามกรี๊ดออกมาบอกว่าตัวทีต้องเป็นธนาธิป! มาเรีย ฝากเนื้อฝากตัวทันทีว่าได้ดีแล้วอย่าลืมกันนะ

“หยุด! แหวะ ไม่เอา ไม่ใช่ ฉันไม่ยอมเป็นเนื้อคู่กับอีตากงสุลแน่ เขาขี้บ่นแล้วอายุก็เยอะกว่าฉันตั้งเยอะ ไม่เอา ฉันว่าแทฮยอนใช่กว่า” นางเบี่ยงเบนแล้วให้ดูของจอยคามดีกว่า แต่จรรยามองไปที่หน้าต่างบอกว่ามาดามาตรวจแล้ว นางขออีกแป๊บเดียวเพราะยังไม่ได้เชิญวิญญาณออก ไม่กลัวผีหลอกหรือ

“ไม่ นาทีนี้ไม่กลัวผี กลัวมาดามมากกว่า เร็ว!!” มาเรียเร่งเสียงสั่น จอยคามถามว่าแล้วเนื้อคู่ตนล่ะ


“คิดเสียว่าไม่มีก็แล้วกันนะ ไป เร็ว!!”นางเร่ง ทุกคนสลายตัววับล่องหนไปเร็วยิ่งกว่าผีเสียอีก

ooooooo

ธนาธิปกลับมาแล้ว บันลือรายงานสภาพทุกอย่างที่นี่เรียบร้อย ธนาธิปถามว่าทางโน้นเรียบร้อยดีไหม บันลือทำไก๋ถามว่าทางไหน ธนาธิปบอกว่า “ก็ทางนั้นแหละ”

“ทางปีนังทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ มะรืนนี้คุณเด่นชาติกับคุณเอมอรจะมาถึงพร้อมกับคุณพิทักษ์ครับ แล้วก็จะไปตันหยงบุหงาเลย คุณธิปอยากจะ...ตามไปดูความเรียบร้อยด้วยไหมครับ”

ธนาธิปมองหน้าบันลือปรามด้วยสายตา ไม่ตอบแต่ก็เป็นคำตอบในทีแล้วสายสุดากลับมาอยู่บ้านอย่างไม่มีความสุขเพราะรู้สึกว่าพ่อไม่รัก ความอัดอั้นปะทุขึ้นเมื่อเช้าวันนี้เธอตื่นแต่เช้ามืดตามความเคยชินที่อยู่โรงเรียนจึงมารดน้ำกล้วยไม้ให้พ่อ แต่พออัครามาเห็นช่อดอกกล้วยไม้หักก็เรียกมาดุ

“กล้วยไม้ต้นนี้ออกดอกปีละครั้ง ฉันทะนุถนอมเพื่อรอดูดอกของมัน ฉันเสียเวลาทั้งปีไปเพราะความไม่ระวัง”

“สายก็ได้กลับบ้านแค่ปีละครั้ง สายอยากปรนนิบัติเอาใจคุณพ่อให้สมกับความคิดถึง แต่สายทำอะไรก็ไม่ดีไปหมด บางทีสายก็อยากเกิดเป็นต้นกล้วยไม้ของคุณพ่อ” สายสุดาน้ำตาร่วง อัคราดุว่าพูดอะไรเพ้อเจ้อ สายสุดาพูดไปร้องไห้ไปว่า

“สายไม่เคยรู้สึกว่าคุณพ่ออยากเจอสาย เหมือนที่สายเฝ้ารอมาทั้งปี สายไม่เคยรู้สึกว่าที่นี่คือบ้าน คอนแวนต์ต่างหากที่เป็นบ้านของสาย” สายสุดาร้องไห้วิ่งออกไป

ถึงเวลาอาหารมื้อเย็น สายสุดาไม่ได้มาที่โต๊ะอาหาร อัคราถามสาวใช้ว่าสายสุดาไปไหน สาวใช้รายงานว่า สายสุดาบอกว่าไม่ค่อยสบายจะเข้านอนเร็ว อัคราจึงนั่งทานข้าวคนเดียว

แต่ที่ห้องครัว สายสุดานั่งอยู่กับสำรับเล็กๆ เธอตักข้าวกินอย่างฝืดคอ นั่งกินข้าวเคล้าน้ำตาอยู่ได้ไม่กี่คำก็สุดฝืนก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น...แม้แต่เสียงร้องไห้ก็ไม่กล้าให้ดังออกไป...

แต่ที่ตันหยงบุหงา พวกนักเรียนสนุกสนานกับการพักผ่อนและความซุกซนของนางที่มีเรื่องให้ตื่นเต้นเสมอ จนซิสเตอร์ฟรานซิสพูดอย่างอ่อนใจว่า

“ชีวิตนี้เธอจะไม่สลดบ้างเลยใช่ไหมอภิรดี”

ที่ห้องอาหาร ทุกคนทานข้าวกันอย่างมีความสุข จอยคามบ่นคิดถึงสายสุดาว่าน่าจะอยู่ด้วยกัน มีนาขัดคอว่าคิดถึงเขาแต่เขาไม่คิดถึงเราหรอก ป่านนี้ไปทานข้าวอร่อยๆไปช็อปปิ้งกับคุณพ่อคุณแม่เขาเพลินไปแล้ว

“โอว...จริงด้วยสายสุดาและชีวิตแฟบูลัสของเธอ” จอยคามรำพึง

“ฉันว่าเราไม่ต้องห่วงสายสุดาหรอก ห่วงว่าจะกินไอ้ผักโขมนี่ให้หมดยังไงดีกว่า” นางบอกว่าให้คิดว่ามันแฟบูลัสมาก แล้วก้มหน้ากินผัดผักโขมทำท่าอร่อย แอบมองหน้าเพื่อนๆ แล้วต่างก็ขำ แม้จะกล้ำกลืนกินแต่ก็สนุก มีความสุข

แต่ที่แท้พวกเธอเอาผักโขมใส่ผ้าเช็ดปาก ซิสเตอร์ จับได้ เลยถูกทำโทษและอบรมอีกยาว

ooooooo

เด่นชาติ เอมอร มาถึงปีนังแล้ว พวกเขาชวนธนาธิปไปพานางนั่งรถเที่ยวด้วยกัน แต่ธนาธิปบอกว่าตนไม่ไปดีกว่า

พอไปถึงรู้ว่านางถูกทำโทษอยู่ ก็บ่นว่านางโดนทำโทษอีกแล้ว ถามซิสเตอร์ออเดรย์ว่าลูกสาวตนทำตัวดีอยู่ในโอวาทไหม ออเดรย์บอกว่าจะว่าดีก็ดี แต่ถ้าถามว่าอยู่ในโอวาทไหม...ก็ไม่อยู่ค่ะ แล้วจะไปตามนางมาพบพ่อกับแม่ เด่นชาติชวนเอมอรไปเดินเล่นที่ชายหาดฆ่าเวลากัน แต่เอมอรขอนั่งรอลูกดีกว่า

“ตามสบายนะคะ ฉันจะให้ซิสเตอร์เทเรซ่าไปตามอภิรดีมาให้ค่ะ” ออเดรย์เดินออกไป

เทเรซ่ายังทำใจไม่ได้ว่าเวลาเจอกับเด่นชาติจะทำหน้าอย่างไร แต่ก็ตัดสินใจไปเพราะคุณแม่อธิการเคยตอกย้ำไว้แล้วว่า “อย่าลืมว่า ก่อนที่ซิสเตอร์จะเป็นชี ซิสเตอร์ได้ให้คำปฏิญาณว่า จะรักษากฎสามอย่างคือ กฎแห่งความยากจน กฎแห่งความบริสุทธิ์ และกฎแห่งการอยู่ในโอวาทของผู้เป็นประมุข”

เมื่อซิสเตอร์เทเรซ่าพานางมาพบเอมอรแล้วไปเดินที่ชายทะเลเพื่อให้ผ่อนคลาย กลับเจอเด่นชาติที่นั่น เทเรซ่าทำตัวไม่ถูก แต่เด่นชาติถามว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า เทเรซ่าอึ้งที่เด่นชาติจำตนไม่ได้ เทเรซ่าคิดถึงวันเวลาที่ได้สัมพันธ์จนถึงจุดจบกับเด่นชาติ ก็ค่อยสงบลง บอกเด่นชาติด้วยท่าทีสงบนิ่งว่า

“อดีตพบกันไม่สำคัญเท่าวันนี้ได้พบกัน ดิฉันยินดีที่ได้พบท่านค่ะ ขอพระเจ้าประทานพรให้กับครอบครัวของท่านค่ะ” ทั้งสองก้มศีรษะให้กัน กระนั้นเด่นชาติก็ยังรู้สึกว่าคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอกับเธอที่ไหน แต่เทเรซ่าเดินจากไปไม่หันกลับมามอง เธอค่อยๆยิ้มออกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองจากอดีตแล้ว...

ooooooo

เมื่อเดินกลับมาถึงบ้านพัก พบซิสเตอร์ออเดรย์ที่มายืนรออยู่ถามทันทีว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ดิฉันคงต้องขอบคุณคุณแม่อธิการและซิสเตอร์นะคะ การเผชิญหน้ากันไม่ได้น่ากลัวเลย ความคิดซ้ำเวียนในหัวเราต่างหากที่น่ากลัวกว่า ต่อจากนี้ ดิฉันขออุทิศหัวใจและร่างกายทั้งหมดของดิฉันให้กับพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นค่ะ”

ซิสเตอร์เทเรซ่าพูดอย่างปลอดโปร่งสดชื่นสุขสงบ ออเดรย์มองอย่างดีใจ

ที่หน้าบ้านพัก ซิสเตอร์ฟรานซิสพาเอมอรกับนางออกมาพบเพื่อนๆของนางที่นั่งกันอยู่ เมื่อสวัสดีทักทายกันแล้วนางขอฟรานซิสพาสินีนาฎออกไปเที่ยวกับพ่อแม่ ด้วย ฟรานซิสบอกว่าไม่น่ามีปัญหา แต่ถามสินีนาฎหรือยังว่าอยากไปหรือเปล่า สินีนาฎตอบเศร้าๆว่าไม่ดีกว่า นาง ถามว่าทำไม บ่นว่าเธอไม่ไปด้วยแล้วมันจะสนุกได้ยังไง รบเร้าให้ไปด้วยกันเถอะ เอมอรเตือนว่าอย่าบังคับเพื่อน นางเลยเดินออกไป เอมอรเดินตาม

ซิสเตอร์ฟรานซิสบอกเด็กๆให้ไปเตรียมตัวทานน้ำชากันได้แล้ว พอเพื่อนๆทยอยไปกันหมดแล้ว ฟรานซิสดึงสินีนาฎเข้าไปกอด เธอก็ร้องไห้โฮออกมาทันที

นางถือกระเป๋าเดินออกมากับเอมอรและเด่นชาติ ถามแม่อย่างคิดไม่ตกว่าทำไมสินีนาฎไม่ไปกับเรา เอมอร บอกว่าเขาอาจจะอึดอัดใจ เราเป็นเพื่อนก็อย่าไปบังคับเขา นางเหลือบเห็นรถทักว่าคุณพ่อเอารถของสถานกงสุลมาหรือ

“ใช่ลูก และไม่ได้เอามาแต่รถนะ ท่านกงสุลก็มาด้วย โน่นแน่ะ” เด่นชาติชี้ให้ดู ธนาธิปกำลังเปิดประตูรถก้าวลงอย่างหล่อ (อูยยยย...) นางสวัสดีธนาธิปต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกสบายใจที่ได้เจอกันโดยไม่รู้ตัว

พอธนาธิปรู้ว่าสินีนาฎไม่ไปด้วยจึงไปหา นางรอกระวนกระวายใจถามแม่ว่าสินีนาฎจะยอมไปไหม เอมอรถามว่าทำไมถึงชอบบังคับเพื่อนนัก เขาอาจจะอยากอยู่กับเพื่อนๆที่นี่ก็ได้

“ไม่หรอกค่ะแม่ สิเขาเป็นคนมีเรื่องคิดเยอะ ยิ่งช่วงนี้เหมือนมีอะไรในใจ นางต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด”

พูดเสร็จเห็นธนาธิปเดินออกมาก็วิ่งไปถามว่า

สินีนาฎยอมไปด้วยหรือเปล่า เห็นเขาเงียบนางก็จ๋อย ทันใดก็เห็นสินีนาฎถือกระเป๋าออกมา นางดีใจกระโดดร้อง เย้!! ธนาธิปชวนรีบไปกันดีกว่า ช้ากว่านี้รถติดมาก

นางแซวสินีนาฎว่าต้องให้ท่านกงสุลไปรับถึงจะยอมมาหรือ สินีนาฎแก้เกี้ยวว่าก็ท่านกงสุลเป็นผู้ปกครองจะปฏิเสธได้ยังไง นางถามว่าทำไมถึงไม่อยากไปล่ะ สินีนาฎกลบเกลื่อนว่าตนเกรงใจ

“เธอเป็นเพื่อนตายของฉัน ไม่มีคำว่าเกรงใจ เข้าใจนะ” นางพูดจริงจัง

เมื่อมากันครบแล้ว ทุกคนขึ้นรถไปอย่างมีความสุข แต่เมื่อสินีนาฎเห็นนางคุยกับพ่อและแม่หยอกบ้างอ้อนบ้างอย่างมีความสุข สินีนาฎก็กลับเศร้าลงไปอีก เมื่อจอดพักทานอาหารเด่นชาติกับเอมอรปรารภกับธนาธิปขณะนางกับสินีนาฎไปเข้าห้องน้ำว่าสินีนาฎเศร้ามากไม่รู้ทางคุณแม่เขาเป็นอย่างไรบ้าง ธนาธิปบอกว่าจะถามอยู่หลายครั้งแต่...เห็นธนาธิปเงียบไปเด่นชาติดักคอว่าแต่ถูกนางขัดจังหวะใช่ไหม

“แต่ก็ถือว่าสินีนาฎโชคดีนะครับที่มีนางเป็นเพื่อน ยังไงก็คงไม่ค่อยได้เศร้านาน”

แต่เอมอรก็กังวลว่าถึงสองคนจะรักกันมาก แต่ก็แตกต่างกันมาก กลัวสินีนาฎจะเอามาเป็นปมด้อย เด่นชาติบ่นว่าผู้หญิงนี่ยากจังไม่เหมือนผู้ชาย วันๆก็คิดแค่ว่าจะไปเหล่สาวแถวไหนดี เลยถูกเอมอรปรามว่าพูดไม่เกรงใจกันบ้างเลย

“ผมหมายถึงคุณธนาธิปนู่น ผมจะไปเหล่ใครเล่า นอกจากเมีย ว่าไงคุณธิป จะอยู่เป็นโสดไปอีกนานแค่ไหนเนี่ย”

นางกับสินีนาฎกลับจากห้องน้ำถามว่ากำลังคุยอะไรกัน พอเด่นชาติบอกว่ากำลังซักเรื่องแฟนของธนาธิป นางก็โวยลั่นว่าลุงมีแฟนแล้วหรือ สินีนาฎหน้าเสียทันทีแต่ไม่มีใครสังเกต เอมอรดุนางว่าห้ามหลายทีแล้วไม่ให้เรียกธนาธิปว่าลุง ต่อไปนี้ห้ามเด็ดขาด เพราะเขาไม่ได้อายุมากขนาดนั้น เข้าใจไหม

นางบ่นกระปอดกระแปดว่านับวันแม่ก็เหมือนซิสเตอร์เข้าไปทุกที พูดอะไรก็ย้ำถามว่า เข้าใจไหม เข้าใจไหมตลอดเลย

“ยายนาง!!”เอมอรปราม นางทำหน้าจ๋อยแต่ไม่วายตอบ “เยส มาดาม” แล้วหันยิ้มทะเล้นกับธนาธิป

สินีนาฎมองธนาธิปอยากรู้คำตอบว่าเขามีแฟนแล้วหรือยัง ถูกใจมากเมื่อนางคะยั้นคะยอถามอีกจนเขาตอบว่า

“ไม่มีครับ”

“งั้นก็แล้วไป” นางตอบทะเล้นๆ แต่สินีนาฎแอบโล่งใจ เอมอรเลยถามนางว่าแล้วตัวเองมีใครมาจีบบ้างหรือเปล่า “โอ๊ยยย...ไม่มีหรอกค่ะแม่ อ้อ...มีก็พี่คัมพลน่ะแหละชอบมาทำตาหวานใส่ แต่นางไม่สน นางเป็นกะเทย”

“เออดี...เดี๋ยวถึงเวลาพ่อเลือกให้เอง” เด่นชาติหัวเราะชอบใจ นางตอบโอเคทันที เอมอรถามว่าทำง่ายนักล่ะ นางบอกว่าก็ตนไม่ได้รักใคร เอาเป็นว่าแล้วแต่คุณพ่อแล้วกัน เด่นชาติพูดอย่างถูกใจว่า “มันต้องอย่างนี้สิลูกพ่อ”

พ่อลูกเอากำปั้นชนกันปึง! แล้วเด่นชาติก็มองเอมอรทำนองว่า เห็นไหมล่ะว่าลูกโอเค!

ooooooo

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 9 วันที่ 6 ต.ค.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ