อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 9 วันที่ 7 ต.ค.59

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 9 วันที่ 7 ต.ค.59

หลังเสร็จการพิจารณาในวันนี้ สาวิตรบอกหัฏฐ์ว่าขอไปเยี่ยมปุ๊กกี้ ทั้งหัฏฐ์และหทัยยินดี สาวิตรให้ชลีกรดูแลพยานที่พามา เธอจำต้องพาทุกคนขึ้นรถตู้ที่จัดมาเพื่อพาไปทานอาหารและพาเที่ยว ชมพูนุชเห็นชินานางเดินออกมาก็ปรี่เข้าใส่ หาว่าด่าตนกลางศาล ชินานางโต้ไม่ได้เอ่ยชื่อ เสนีย์เข้าขวางบอกจะโดนข้อหาหมิ่นประมาท ชมพูนุชยิ่งเสียงดังให้ยิ่งยศและชลีกรช่วยตน สาวิตรตำหนิชลีกรเอาใครมาเป็นพยาน ทำให้เธอไม่พอใจ ตัดชมพูนุชออกไม่ดูดำดูดี

ooooooo

หัฏฐ์และหทัยพาสาวิตรเข้ามาในบ้าน ปุ๊กกี้นั่งอยู่กับส้มพอเห็นสาวิตรก็มีท่าทีหวาดกลัว สาวิตรแปลกใจคุกเข่าอ้าแขนจะกอด “ลุงเองทำไมต้องตกใจด้วยล่ะ ลุงคิดถึงปุ๊กกี้นะ”



ปุ๊กกี้เดินเข้าหาช้าๆ...ตลอดเวลาที่อยู่บ้านหัฏฐ์ สาวิตรพยายามเกลี้ยกล่อมสองพี่น้องให้เจอกันครึ่งทาง ตนไม่อยากให้เป็นเรื่องถึงโรงถึงศาลแบบนี้ หัฏฐ์ตอบว่ามันเลยจุดนั้นมาแล้ว ต้องปล่อยไปตามกระบวนการ สาวิตรหวังว่าทนายทั้งสองฝ่ายจะหาทางออกได้ หทัยถามความต้องการของเขา สาวิตรเสนอให้แบ่งกันดูแลปุ๊กกี้ อยู่กับตนตอนเปิดเทอมและมาอยู่กรุงเทพฯตอนปิดเทอม ปุ๊กกี้มีอาการตัวสั่นผวากอดหทัยทันที สาวิตรแปลกใจ หัฏฐ์เห็นแล้วจำต้องบอกว่า

“คุณสาวิตรเห็นไหมครับ พอพูดเรื่องกลับบ้าน ปุ๊กกี้ก็กลัวขึ้นมาทันที ผมจะให้หลานกลับไปได้ยังไง”

“คงไม่ใช่ที่บ้านหรอกเพราะทุกคนก็รักปุ๊กกี้ดี อาจจะมีปัญหาที่โรงเรียน...ปุ๊กกี้โดนใครรังแกบอกลุงซิ”

ปุ๊กกี้ส่ายหน้าซุกกับอกหทัย สาวิตรมองหน้าหัฏฐ์กับหทัยด้วยความหนักใจพอกัน แต่สาวิตรก็ยังหวังว่าทั้งสองจะพิจารณาข้อเสนอของตน หัฏฐ์เดินออกไปส่งสาวิตรหน้าบ้าน หทัยกอดปลอบปุ๊กกี้พาไปอาบน้ำ ทานข้าว...หัฏฐ์กลับเข้ามาทิ้งตัวนั่งด้วยความหนักใจ หทัยเข้ามาถามเครียดเกินไปหรือเปล่า เขาพยักหน้าเล็กน้อย หทัยเกริ่น

“ฟังคุณสาวิตรพูดก็อดเห็นใจแกไม่ได้ เพราะที่แกพูดมาก็ถูก ทรัพย์สินที่ปุ๊กกี้มีอยู่เป็นของทางฝ่ายพ่อให้ทางเขาดูแลจะสะดวกกว่าทางเรา แต่เรื่องจะให้ปุ๊กกี้ไปอยู่กับเขาพี่ไม่ยอมแน่”

หัฏฐ์ฟังนิ่งๆ หทัยคิดว่าสาวิตรเป็นคนดีรักหลานอย่างจริงใจ คงไม่โกงเงินหลาน หัฏฐ์เห็นด้วยแต่คนที่จะโกงคือชลีกร ตนจะต้องรักษาสิ่งที่ควรเป็นของหลานไม่ปล่อยให้คนโกงเอาไปผลาญจนหมด หทัยบอกว่าสาวิตรสัญญาจะดูแลเอง “...พี่ว่ามันน่าจะจบง่ายกว่า ถ้าเราได้เป็นผู้ปกครองหลานแลกกับการให้เขาเป็นผู้จัดการดูแลทรัพย์สิน”

หัฏฐ์ส่ายหน้า “พี่หทัยครับ ผมเชื่อว่าคุณสาวิตรเป็นคนดี แต่แกเป็นคนอ่อนและซื่อไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคุณชลีกรหรอก และคนอย่างคุณชลีกรร้ายแค่ไหนเราก็เห็นแล้ว สมบัติของปุ๊กกี้คงหมดก่อนที่แกจะบรรลุนิติภาวะ”

เหตุผลของหัฏฐ์ทำให้หทัยยอมจำนน หัฏฐ์เดินแยกออกมาหน้าบ้าน เห็นชินานางเดินเล่นอยู่จึงเข้ามาขอบคุณสำหรับวันนี้ เธอพูดได้ดีมาก แต่ชินานางรู้สึกว่าทางเรายังเสียเปรียบ หัฏฐ์ยอมรับแต่จะแพ้ไม่ได้ ชินานางรู้สึกผิดที่พูดไม่ให้กำลังใจเขา หัฏฐ์ลงนั่งเศร้า

“ผมกลัว กลัวว่าถ้าต้องเสียปุ๊กกี้ให้กับพวกเขา หลานผมจะเป็นยังไง ถ้าผมปกป้องหลานไม่ได้ คงเหมือนส่งแกไปลงนรกแน่ๆ”

ชินานางมองหัฏฐ์ด้วยความสงสารอยากปลอบ ตัดสินใจค่อยๆเอื้อมมือไปจับมือเขายิ้มให้กำลังใจ หัฏฐ์ยิ้มตอบอย่างขอบคุณ...ด้านหทัยมาปรับทุกข์กับชนนี ตนคงทนไม่ได้ถ้าต้องเสียปุ๊กกี้ไป ชลีกรก็น่ากลัวมาก ตนอยากได้แต่ตัวหลานแต่หัฏฐ์ไม่ยอม ชนนีปลอบอย่าเพิ่งกังวลล่วงหน้า เครียดมากจะเสียสุขภาพ ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟ้องร้องเสร็จ ศาลเป็นที่พึ่งของประชาชน ท่านต้องให้ความยุติธรรมกับเรา แต่หทัยกลัวจนไม่กล้าหวัง...

ด้านสาวิตรกลับมาครุ่นคิดถึงเรื่องที่ชลีกรโดนแฉกลางศาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เธอแอบขายที่ดินจำนวนหนึ่งของเขาไป และยังขายตึกแถวในตัวเมืองหาดใหญ่ไปอีกสองห้อง โอนถ่ายเงินจำนวนหนึ่งจากบัญชีภาวนาเข้าไปเป็นของตัวเอง มีเอกสารยืนยันแต่เธอแก้ตัวว่าต้อง หาเงินมาใช้จ่ายในบ้าน และบริษัทก็เริ่มมีปัญหาทางการเงิน ที่โอนเงินแม่สามีมาเข้าบัญชีตัวเองก็เพื่อสะดวกในการเบิกจ่ายตอนงานศพ เสนีย์แย้งเธอทำโดยไม่ปรึกษาทายาทคนอื่นที่มีสิทธิ์ในทรัพย์สิน ชลีกรอ้างว่าตอนนั้นไม่รู้ว่านายแม่ยกทรัพย์สินอะไรให้ใครจึงแก้ปัญหา เฉพาะหน้าไปก่อน

“ตอนที่คุณตัดสินใจทำอะไรลงไป เป็นเพราะพินัยกรรมยังไม่เปิดหรือคุณไม่รู้ว่ามีพินัยกรรม” เสนีย์ถามจี้ ชลีกรเสียงห้วนด้วยความโกรธว่า ไม่รู้ ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นว่ามีพินัยกรรม “และพอคุณรู้ว่ามีพินัยกรรมและเปิดพินัยกรรมออกมาแล้ว คุณจึงต้องการให้สามีรับเป็นผู้ปกครองหลานสาว ซึ่งได้ทรัพย์มรดกจากผู้ตายไปมากที่สุดใช่หรือไม่”...ชลีกรเสียงเข้มไม่รู้อะไรทั้งนั้น

สาวิตรครุ่นคิดประมวลเรื่องราวทั้งหมด พอชลีกรเดินเข้ามาจึงเมินหน้าไม่อยากคุยด้วย ชลีกรเห็นความเย็นชาของสามีก็เข้าโอ้โลมแก้ตัวว่าสิ่งที่ตนทำเพื่อครอบครัว เขาสวน

“ทำเพื่อครอบครัวเราหรือเพื่อตัวคุณเอง ผมฝากหลานให้คุณดูแลแต่สิ่งที่คนเอาคุณมาแฉทำผมอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ผมผิดเองที่ไม่เคยใส่ใจสังเกต”

“ก็ได้ค่ะ ลียอมรับว่าจะให้ลีรักยัยปุ๊กกี้เท่าลูกของตัวเอง ลีทำไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าลีจะไม่รักยัยปุ๊กกี้เลย”

สาวิตรพูดถึงเรื่องที่เธอเอาที่ดินและตึกแถวไปขายและโอนเงินจากบัญชีนายแม่ไปเข้าบัญชีตัวเอง ชลีกรโวยว่าเขาเป็นคนอนุญาตให้ตนช่วยงานจัดการเรื่องสมบัติเอง สาวิตรมองภรรยาอย่างสมเพชที่แถไปข้างๆคูๆ ยอมรับว่าอนุญาตแต่ไม่คิดว่าเธอจะขายออกไปแบบนั้น ชลีกรจะเถียงสาวิตรยกมือห้ามเหนื่อยที่จะเถียงด้วยเพราะไม่เคยชนะแล้วเดินหนีไป

ooooooo

ในสวนบ้านพักใจ จูนเห็นจิรัชนั่งเหม่อจึงเข้ามานั่งเป็นเพื่อน เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ ว่าเขาเคยเป็นเด็กกำพร้า เธอคิดว่าเขาอำ แต่เขาย้ำว่าพ่อแม่เขาตาย ย่าก็ลำบากจึงให้เขามาอยู่สถานสงเคราะห์สองปี จูนแทบไม่อยากเชื่อ เขาถามเห็นตนเป็นคนโกหกหรือ

“ที่ผมอยากมาช่วยเพราะผมเข้าใจความรู้สึกของเด็กพวกนี้ดี สองปีนั้นทำให้ผมเรียนรู้หลายอย่าง ได้รู้ว่า ความสิ้นหวัง การโหยหาความรักมันทุกข์ขนาดไหน”

จูนถามแล้วมีครอบครัวมาอุปถัมภ์หรือ จิรัชส่ายหน้าบอกว่าย่ากลับมารับ พยายามเลี้ยงตามมีตามเกิด ตนเรียนไปทำงานศิลปะส่งเสียตัวเองไปจนจบ นับว่าโชคดี จูนทึ่งแสดงว่าเข้าใจเขาผิดมาตลอด คิดว่าเขาตามจีบ จิรัชสวนบอกหลายครั้งแล้วไม่เชื่อ เธอโวยก็ไม่เล่าตั้งแต่แรก

“แหมคุณครับ คนเพิ่งรู้จักกันอยู่ๆจะให้เดินเข้าไปบอกว่า คุณๆผมเป็นเด็กกำพร้างี้เหรอ”

จูนหัวเราะแล้วขอตัวไปหาซื้อไม้มาทำชั้นในห้องนอนเด็กเพิ่ม จิรัชรีบบอกว่าที่บ้านตนมีไม้ฉำฉาอยู่หลายชิ้นน่าจะใช้ได้ จูนคิดสักพักก่อนจะยอมตามไปขนไม้ที่บ้านเขา...พอมาถึงบ้านจิรัช เห็นมีกองไม้วางอยู่ก็เข้าไปจับพลิกดู พลันโดนตะปูตำนิ้วสะดุ้งโหยง จิรัชรีบดึงมือเธอมาล้างน้ำทำแผลให้ เธอมองเขาเขินๆ เสเอ่ยถามเขาอยู่คนเดียวไม่เหงาหรือ เขาบอกเหงาจนชิน

“แหมพูดเป็นพระเอกนิยายเชียว แล้วทำไมนายถึงไม่มีแฟนล่ะ ไม่ชอบใครบ้างเลยเหรอ”

จิรัชบอกมีชอบแต่ไม่กล้าบอก กลัวบอกแล้วเขาไม่ชอบตอบจะผิดหวัง จูนแนะถ้าชอบให้พูดไปตรงๆ

ไม่ต้องกลัว จิรัชมองหน้าจูนทำนองจริงหรือ เธอใจสั่นคิดว่า เขาหมายถึงตัวเอง จิรัชตื่นจากภวังค์ บอกจูนจะช่วยขนไม้ไปส่งเพราะขากลับจะแวะหาเพื่อน

ในขณะเดียวกัน ชินานางได้รับโทรศัพท์จากคนเฝ้าบ้านที่ต่างจังหวัดว่ามีกิ่งไม้หักหล่นใส่หลังคาบ้านแตก เธอเกรงฝนตกน้ำจะรั่วเข้าบ้าน จึงให้หาช่างมาจัดการพรุ่งนี้ตนจะไปคุมเอง ระหว่างนั้นลูกหมีเล่นเป่าฟองสบู่เต็มบ้าน ชินานางถามเอาน้ำยามาจากไหนเพราะที่มีเล่นหมดไปแล้ว ลูกหมีบอกว่าใช้น้ำยาล้างจานผสมกับครีมของเธอแล้วสะดุ้งเอามือปิดปาก ชินานางลุกพรวดถามครีมทาหน้าของตนหรือนั่นราคาตั้งพันแปด ว่าแล้วจะวิ่งไล่ตี ลูกหมีวิ่งหนีพอดีเสียงกริ่งหน้าบ้านดัง มองไปเห็นจิรัชมาจึงวิ่งไปหาให้ช่วย ชินานางวิ่งตามออกมา จังหวะนั้นบัวขี่จักรยานเข้ามาพอดี ชนเธอเข้าอย่างจัง ทุกคนร้องเสียงหลง ลูกหมีหน้าเสียซวยอีกแล้ว

จิรัชพาชินานางไปโรงพยาบาล หมอเข้าเฝือกอ่อนให้เพราะไม่ถึงกับหัก มีกระดูกแตกเล็กน้อย ให้พักนิ่งสี่ห้าวันห้ามเดินลงน้ำหนักที่เท้า...ชินานางขอยืมเงินจิรัชออกค่ารักษาไปก่อน เขาบอกช้างตัวเดียวตนเลี้ยงได้ เธอโวยเดี๋ยวให้เลี้ยงทุกวันให้เข็ด

“ถ้าแกให้ฉันเลี้ยงทุกวัน ฉันจะเอาแกกลับไปอยู่บ้านฉันเลย” พอเห็นสายตาชินานางที่มองสงสัย ก็รีบกลบเกลื่อน “มองอะไรฉันพูดเล่น กินเก่งอย่างแก ฉันเลี้ยงไม่ไหวหรอก”

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 9 วันที่ 7 ต.ค.59

ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทโทรทัศน์โดย พรดี และ โซติกซ์ทีม
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ กำกับการแสดงโดย ชุดาภา จันทเขตต์ และ วรวุฒิ นิยมทรัพย์
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอาการทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ