อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 9 วันที่ 8 ต.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 9 วันที่ 8 ต.ค.59

“ก็ซื้อมาวันนี้ไง คืนนี้เราจะแต่งหน้ากัน” สินีนาฎ สั่นหน้าดิก นางปรามทันที “โนวๆๆๆห้ามปฏิเสธ เธอต้องแต่ง ไม่งั้นอีกตากงสุลจะว่าฉันได้ เอาน่าสิ เราเป็นวัยรุ่นนะ เราต้องลงแป้งมุ้งมิ้ง ปัดแก้มฟรุ้งฟริ้งบ้าง นะๆๆ เอาล่ะ เธอเริ่มต้นไปก่อน ฉันไปอาบน้ำล่ะ”

นางพูดไม่มีช่องให้สินินาฎแย้งเลย พอนางไป สินีนาฎมองเครื่องสำอางแล้วนึกถึงคำพูดของชัยพงษ์ที่ว่า...

“พี่ชอบนั่งคุยกับสิมากกว่านะ ยายนางน่ะเหมือนพระอาทิตย์ อยู่ด้วยแล้วเหนื่อย แต่สิเหมือนพระจันทร์ อยู่ด้วยแล้วเย็นสบายดี”

สินีนาฎคิดถึงคำพูดของชัยพงษ์แล้วยิ้ม ใจนึกถึงธนาธิปมโนเห็นเขายิ้มหล่อเข้ามา ภาวนาว่า



“ขอให้เป็นคืนของพระจันทร์บ้างเถอะ”

แล้วสินีนาฎก็หยิบลิปสติกขึ้นมองอย่างมาดมั่น...

ooooooo

ธนาธิปเพิ่งมาถึง พูดออกตัวกับทุกคนว่าเพิ่งประชุมเสร็จเพราะใกล้ปีใหม่เรื่องวีซ่าวุ่นวายนิดหน่อย พิทักษ์ถามถึงคุณพ่อของเขาที่ไม่ได้เจอกันนาน เขาบอกว่ามีไม่สบายบ้างตามวัย

ธนาธิปถามถึงนางกับสินีนาฎ เอมอรบอกว่าแต่งตัวกันอยู่เดี๋ยวจะตามลงมา เขาถามพิทักษ์ว่าคัมพลเป็นอย่างไรบ้าง เทอมสุดท้ายแล้วจะเรียนต่อที่ไหน พิทักษ์บอกว่าจะส่งไปอังกฤษ คัมพลแย้งทันทีว่าตนยังไม่ได้ตกลงเลย

“ไม่เป็นไรพ่อตกลงแล้ว ทำไม มันติดอะไรเหรอครับคุณคัมพล” ชัยพงษ์โพล่งว่าติดหญิงน่ะสิ เลยถูกพ่ออบรมว่า “ผู้หญิงน่ะเขาต้องการผู้ชายที่มีอนาคต ไม่ใช่ผู้ชายที่มาคอยเดินตามเขาตลอดเวลา เชื่อพ่อเหอะน่า”

ขณะนั้นเองนางกับสินีนาฎเดินเข้ามา ทั้งสองแต่งตัวน่ารัก แต่งหน้าทาปากแต่พองาม ทำผมสวย คัมพลมองตะลึง ชัยพงษ์ถึงกับเคลิ้มไปชั่วขณะ แต่ธนาธิปกลับหน้าตึงหงุดหงิดขึ้นมาทันที เขามองนางอย่างตำหนิ นางยิ้มหน้าเป็น พยักพเยิดไปทางสินีนาฎ กระซิบว่า

“อย่าดุสิคะ วันนี้ว่านางไม่ได้แล้วนะเพราะยายสิก็แต่งหน้าเหมือนกัน”

“แก่แดด!” ธนาธิปพูดเบาๆ แต่เข้ม นางกลับยิ้มอย่างสนุก เด่นชาติแกล้งถามเอมอรว่าลูกสาวเราหายไปไหนไม่ทราบ

“คุณพ่อ!! ล้อนางอีกแล้ว ไม่สวยหรือคะ” นางทำหน้างอนอ้อนๆ

“สวย...แต่พ่อไม่อยากให้โตเลยจริงๆ”

นางเลยเฉไฉอ้อนว่าหิวแล้ว สั่งอาหารเลยดีกว่า แล้วชวนกันดูเมนู สินีนาฎแอบมองธนาธิปอย่างน้อยใจที่ไม่สนใจตนเลย กลับดูหงุดหงิดเสียอีก

ooooooo

ที่บ้านอัครา...สายสุดาเสียใจที่พ่อไม่รับผ้าพันคอที่ตนถักมาฝาก ซ้ำบอกว่าทำทำไมเสียเวลาเรียน

นวลใยปลอบว่าคุณพ่อไม่ใช่คนที่จะมาแสดงความรักพร่ำเพรื่อ สายสุดาถามว่าทีของฝากจากพี่ธิปคุณพ่อยังรับไว้และใช้อยู่จนทุกวันนี้ แต่พอเป็นของตน...

“สาย...อย่าเอาตัวไปเปรียบเทียบกับคุณธิป แม่ไม่ชอบ” สายสุดาถามว่าแล้วตนไม่ใช่ลูกหรือ ก็ถูกดุว่าทำไมพูดอย่างนี้

“ถ้าสายเกิดมาแล้วคุณพ่อจะไม่เคยรักสายเลยแบบนี้ แล้วให้สายเกิดมาทำไม ใครมาก็คอยย้ำให้ฟังว่าสายไม่ใช่ลูกคุณหญิง สายเป็นแค่ลูกคนใช้” นวลใยสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ “สายไม่หยุด สายทนต่อไปไม่ไหวแล้ว สายทำอะไรผิดคะแม่ สายตั้งใจเรียน สายทำทุกอย่างให้ดี ทุกคนที่โรงเรียนรักสาย ยอมรับสาย แม่รู้ไหมคะ สายอายถ้าเพื่อนๆรู้ว่าสายเป็นแค่ลูก...แม่บ้าน! สายจะทำยังไง”

“สายสุดา!” อัคราเสียงเข้มจนสองแม่ลูกสะดุ้ง แล้วสั่ง “กราบขอโทษแม่แกซะ ฉันสั่งให้กราบขอโทษแม่แกเดี๋ยวนี้”

สายสุดาหันไปกราบขอโทษนวลใยบอกว่าตนไม่มีเจตนาจะว่าแม่เลย ตนแค่น้อยใจที่คุณพ่อไม่เคยเห็นตนเป็นลูก ถูกอัคราดุว่าถ้ามีปัญญาคิดได้แค่นั้นก็ตามใจ สายสุดาน้ำตาร่วงวิ่งไป นวลใยร้องเรียก แต่ต้องชะงักเมื่ออัคราสั่งให้ปล่อยไป!

สายสุดาขึ้นไปร้องไห้ในห้องนอนจนได้เวลาอาหาร แม่บ้านมาตามก็บอกว่าตนไม่หิวและปวดหัวขอนอนพัก

เมื่อแม่บ้านไปแล้ว สายสุดามองไปรอบตัวอย่างว้าเหว่ โดดเดี่ยว ไม่รู้สึกเลยว่าที่นี่คือบ้านของตน...

มื้อค่ำคืนนี้ สายสุดาเดินมาที่โต๊ะอาหารเศร้าๆ นวลใยรีบลุกไปรับ อัคราไม่แม้แต่จะมอง แต่พูดลอยๆว่า

“นึกว่าต้องให้ไปเชิญลงมากินข้าว” สายสุดาชะงัก กึก “น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก เป็นผู้ดีเขาต้องรู้จักเก็บอารมณ์” นวลใยไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่เอาใจตักอาหารให้บอกว่าของโปรดของลูก แต่สายสุดาเจ็บจนน้ำตาคลอพูดเรียบๆว่า

“สายไม่ได้เป็นผู้ดีเหมือนคุณพ่อ เหมือนพี่ธิปหรอกค่ะ”

“ถ้าจะไม่ใช่ก็ไม่ใช่เพราะกำพืดหรอก แม่แกน่ะเขามีความเป็นผู้ดีอยู่เต็มตัว ถ้าแกจะได้เป็นก็เพราะความคิดและการกระทำของตัวเอง” พูดแล้วกินข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายสุดาเจ็บจนน้ำตาร่วง นวลใยจะเข้าไปปลอบ อัคราก็สั่งให้ตักแกงให้ตน ขณะนวลใยหันไปตักแกงให้อัครานั้น สายสุดาก็เลื่อนเก้าอี้ลุกวิ่งออกไปเลย นวลใยตกใจจะลุกตาม

“ปล่อยไป สักวันเขาจะเข้าใจเอง”

นวลใยจำต้องนั่งลงมองตามสายสุดาไปอย่างไม่สบายใจ กลางคืนนวลใยเอาโกโก้ร้อนไปร้องเรียกสายสุดาที่หน้าห้อง แต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงเปิดประตูเข้าไป นวลใยแปลกใจไม่เห็นสายสุดาแล้วก็ตกใจยิ่งขึ้นเมื่อพบจดหมายวางอยู่บนโต๊ะ!

“แม่ขา สายขอโทษนะคะ สายรักแม่ที่สุด แต่สายคงเป็นได้แค่ส่วนเกินของที่บ้าน บ้านที่สายไม่เคยรู้สึกเลยว่าเป็นบ้านของสาย อีกไม่กี่วันโรงเรียนก็จะปิดเทอมแล้ว สายขอกลับปีนังก่อน แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ คุณบันลือเป็นคนจัดการทุกอย่างให้สาย พอสายไปถึงบ้านของสายที่ปีนังแล้ว สายจะรีบไลน์บอกแม่ค่ะ รักแม่นะคะ...สายสุดา”

นวลใยวางจดหมายลงน้ำตาคลอ...

ooooooo

ที่ห้องอาหารในโรงแรม ทุกคนทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พอเสียงเพลงดังขึ้นนางบอกว่าชอบเพลงนี้ คัมพลได้ทีชวนไปเต้นกันไหม ธนาธิปทำช้อนหลุดจากมือเสียงดัง พอทุกคนมองก็ขอโทษ คัมพลถามนางว่าจะไปเต้นไหม นางถามว่าคุณพ่ออนุญาตไหม เด่นชาติพูดไม่ออก แต่พิทักษ์ชิงพูดว่าทำไมจะไม่ได้เพราะอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ เด่นชาติเลยถาม สินีนาฎว่าอยากเต้นไหมให้ธนาธิปพาไป ถูกพิทักษ์ติงว่า

“เฮ้ย เต้นกับผู้ปกครองมันจะไปสนุกอะไร ให้ ชัยพงษ์พาไปดีกว่า ไปไหมหนู”

ทีแรกสินีนาฎก็ตื่นเต้นแต่พอถูกเปลี่ยนคู่ก็ อึกอัก ชัยพงษ์เลยตัดบทว่าสินีนาฎไม่ชอบเต้นรำ ชวนกินขนมกันดีกว่า ถามว่าอยากทานอะไร

“เอ่อ...แล้วแต่พี่ชัยพงษ์ก็แล้วกันคะ” สินีนาฎมองอย่างขอบคุณที่เขาตอบแทนใจตน เพราะไม่พอใจที่นางออกไปเต้นรำ เมื่อกลับมาเธอไปเข้าห้องน้ำ พอออกมาเห็นธนาธิปยืนหน้าบึ้งอยู่ก็ทักทะเล้นว่า

“อ้าวลุง...ปวดอึเหรอคะ”

ธนาธิประอากับความทะเล้นของนาง บ่นแล้วถามว่าเรื่องอะไรต้องออกไปเต้นรำกับคัมพล แทนที่จะสลดนางกลับหัวเราะร่วนบอกว่า ศัพท์ลุงนี่ฟังแล้วจั๊กกะจี้เลย เขาเรียกกันว่าแดนซ์ต่างหาก ย้อนถามว่าตนไปแดนซ์กับคัมพลไม่ได้หรือ ธนาธิปอบรมอย่างเหนื่อยใจว่า

“นาง เธอเป็นผู้หญิงนะต้องรู้จักไว้ตัว รักษาเนื้อรักษาตัวไว้ให้ดีๆ เข้าใจหรือเปล่า...โลกข้างนอกมันก็คือสนามรบดีๆ นี่เอง ยิ่งเราเป็นผู้หญิงต้องดูแลตัวเองให้ดี ต้องมีศักดิ์ศรี ต้องไม่ให้ใครมาทำให้เราเสียคุณค่าไปได้ เข้าใจที่ฉันพูดไหมนาง”

ธนาธิปจริงจังจนนางทะเล้นไม่ออก เขาจึงบอกให้เข้าไปข้างในได้แล้ว พอนางเข้าไป เขามองตามส่ายหน้าอย่างไม่หายหงุดหงิด ทั้งที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าทำไมต้องหงุดหงิดมากขนาดนี้

สินีนาฎที่จะเดินมาเข้าห้องน้ำ เห็นทั้งสองยืนคุยกันจึงแอบฟัง พอนางเดินกลับเข้าไป เธอยืนหน้าซีดอยู่ตรงนั้นที่เห็นธนาธิปให้ความสำคัญกับนางมาก ขนาดนั้น...

เมื่อกลับเข้าห้องนอน สินีนาฎทำทีถามว่าเธอคุยกับธนาธิปตั้งนาน เขาพูดอะไรหรือ นางเล่าไปขำไปว่าเขาหัวโบราณมากตั้งใจเดินมาว่าตนว่าแก่แดดที่เต้นรำกับคัมพล สินีนาฎถามว่าแล้วเธอโกรธเขาไหม

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 9 วันที่ 8 ต.ค.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ