อ่านละครนาคี ตอนที่ 9 วันที่ 9 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 9 วันที่ 9 ต.ค.59

แม่ทัพไชยสิงห์หารือเสนาทั้งสี่ อันได้แก่ กษิติ (ดิน) สินธุ (น้ำ) มารุต (ลม) และอัคนี (ไฟ) เบื้องหน้า ทรายถูกวาดเป็นแผนที่แสดงอาณาเขตของเมืองปัตตนคร เมืองมรุกขนคร และเมืองใกล้เคียง แสงไฟจากกองไฟจับดวงหน้าทุกคน ไม่ต่างจากภาพที่ทุกคนนั่งล้อมรอบกองไฟในปัจจุบัน
“เพลานี้พระเจ้านิรุทธราชกรีธาทัพตีหัวเมืองน้อยใหญ่ทางด้านทิศอุดรและทิศประจิมแตกพ่ายสิ้นแล้ว” ไชยสิงห์เอ่ยเสียงเข้ม
“อีกมิช้านาน คงถึงคราวเมืองปัตตนครของเราเป็นแน่” มารุตกังวล
สินธุวิตก “กษัตริย์ผู้นี้เต็มไปด้วยโมหะจริต ใคร่จักได้เป็นพระยาจักรพรรดิราช จึงประกาศศึกก่อไฟสงครามสร้างความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า”

กษิติเสริม “ข้าได้ยินมาว่าทัพของมรุกขนคร พอเข้าตีเมืองไหนได้ก็จักเข่นฆ่าทารกแลผู้เฒ่า ข่มเหงอิสตรี อีกทั้งยังกวาดต้อนผู้คนไปเป็นเชลย ช่างน่าเวทนายิ่งนัก”



อัคนีหนักใจ “ทัพของพระเจ้านิรุทธราชแข็งแกร่งยิ่งนัก ยากที่เมืองเล็กๆ อย่างเราจักต่อกรด้วยได้ หรือเราจักยอมแต่งเครื่องบรรณาการ ถวายส่วยสาข้าคน ต้นไม้เงินต้นไม้ทองเพื่อตัดศึก”
“ไม่ว่าจักรุกรบหรือยอมศิโรราบ ข้าเห็นว่าพระเจ้านิรุทธราชคงไม่ยอมปล่อยเมืองปัตตนครของเราไว้ให้เป็นหอกข้างแคร่” เสนาทั้งสี่ต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับไชยสิงห์ “เห็นทีเราควรใช้เพลาที่เมืองนั้นเพิ่งเสร็จศึกและพักทัพอยู่ เร่งตระเตรียมแต่งไพร่พลช้างม้าให้พร้อม ฝึกหัดให้เชี่ยวชาญสรรพอาวุธ เพื่อเตรียมพร้อมรับศึกใหญ่ในอีกมิช้าที”
สินธุเอ่ยกับไชยสิงห์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พวกเราทั้งสี่ขอให้สัตย์ปฏิญาณว่าจักขอร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านแม่ทัพไปทุกสมรภูมิศึก”
“ขอบใจพวกเจ้ามาก สินธุ กษิติ อัคนี มารุต... ด้วยเกียรติแห่งชายชาตินักรบ ข้าจักรักษาปัตตนครไว้ตราบจนลมหายใจสุดท้าย”
แม่ทัพไชยสิงห์ และเสนาทั้งสี่ ต่างฮึกเหิม พร้อมที่จะร่วมรบกับไชยสิงห์

ไชยสิงห์ขี่ม้าเข้าไปในสมรภูมิรบ ประจันหน้ากับพระเจ้านิรุทธราช ไพร่พลของพระเจ้านิรุทธราชมีจำนวนมากกว่าหลายเท่า
พระเจ้านิรุทธราชบนหลังม้า ท่าทางน่าเกรงขาม บัญชาการรบด้วยตัวเอง “ฆ่ามัน !!!!”
ทหารทั้งสองฝ่ายสู้รบกันอย่างดุเดือด ตะลุมบอน ฝุ่นตลบ เอาเป็นเอาตาย ไชยสิงห์รบบนหลังม้า เอาดาบฟาดฟันศัตรูฉับๆ ร่วงตายเป็นใบไม้ร่วง สู้ด้วยความห้าวหาญ ขุนวังที่ซุ่มอยู่ โก่งธนู เล็งเป้ามายังไชยสิงห์ ลูกธนูพุ่งอย่างแรง ปักฉึกเข้าที่หน้าอกของไชยสิงห์จนร่วงกระเด็นตกจากหลังม้า
มารุต (วันชนะ) เห็นเข้าก็ตกใจ ตะโกนลั่น “ท่านแม่ทัพ !!!!”
พระเจ้านิรุทธราชรีบห้อม้ามายังไชยสิงห์ ยกดาบขึ้นเงื้อสุดแขนหมายจะฟันไชยสิงห์
คำแก้วสะดุ้งตื่นขึ้นมา หายใจหอบระรัว “อย่า !!!” คำแก้วมองไปรอบๆ ตัว พบว่าอยู่ในห้องของตัวเอง “หรือว่าความฝันนี่จะเป็นลางบอกเหตุร้ายที่จะเกิดกับพี่ ?” คำแก้วยังใจสั่นระรัว ภาพการสู้รบยังคงติดตา

เช้าวันใหม่ บ้านดอนไม้ป่า นกกาที่เกาะอยู่บนต้นไม้ตีปีกกระพือบินหนีพึ่บพั่บเพราะเสียงเอ็ดตะโรของทศพล
วันชนะ ประกิต สมมาตร และเชษฐ์ ช่วยกันจับตัวทศพลที่ดิ้นพราดๆ มาที่กระต๊อบ
“ปล่อยกู !”
คำแก้วได้ยินเสียงโหวกเหวกก็ออกมาจากบ้าน พอเห็นทศพลโดนเพื่อนลากมาก็ตกใจ “พี่พล! นี่มันอะไรกัน ?”
“พวกฉันไปลากตัวมันมาจากหน้าบ้านลำเจียก”
คำแก้วได้ยินก็ตกใจ “อะไรนะ!”
“สงสัยคงนอนตากยุงที่นั่นทั้งคืนพอตื่นขึ้นมาก็พูดจาไม่รู้เรื่อง เพ้อหาแต่ลำเจียก จนต้องจับมันมาที่นี่” สมมาตรล็อคแขนทศพลไว้
ทศพลที่ตาขวาง ท่าทางคลุ้มคลั่ง พยายามสะบัดให้หลุดแต่ก็ทำไม่ได้เพราะโดนล็อคตัวไว้แน่น
คำแก้วขยับเข้าไปจับแขนทศพลด้วยความเป็นห่วง “พี่...”
“อย่ามาถูกตัวกู! อีดอกกระทือ!”
คำแก้วชะงักหน้าถอดสี ที่ทศพลกลายเป็นคนหยาบคาย เพื่อนๆ ทุกคนก็มองทศพลอย่างสงสัย
“เป็นอะไรของแกวะไอ้พล นี่คำแก้วเมียแกนะเว้ย” วันชนะแปลกใจ
“ไม่ใช่! ปล่อยกู! กูจะไปหาลำเจียก!” ทศพลท่าทีก้าวร้าว
พิมพ์พรกับเจิดนภาได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงรีบเสนอหน้าเข้ามาดู
“พี่พล ! ตั้งสติหน่อยสิพี่ นี่ฉันคำแก้ว เมียพี่ไง” คำแก้วพยายามใจเย็น
“มึงไม่ใช่เมียกู เมียกูชื่อลำเจียก!”
คำแก้วเสียใจที่ทศพลเปลี่ยนไป
“โถๆๆ... น่าเวทนาแท้ๆ ไม่ได้นอนด้วยกันแค่คืนเดียว ผัวก็จำไม่ได้ว่าเป็นเมียเสียแล้ว” พิมพ์พรรีบเข้ามาเยาะเย้ย
“ยัยเจิดพายัยพิมพ์ไปหาอะไรกินไป ปากจะได้ไม่ว่าง !” ประกิตร้องสั่ง
“จับไอ้พลไปมัดไว้ที่เสานั่นก่อนดีกว่า” สมมาตรบอกเพื่อน
คำแก้วตกใจ “ถึงกับต้องมัดกันเลยเหรอ”
“มัดเอาไว้ก่อน มันบ้าขนาดนี้ ฉันกลัวมันจะไปทำเรื่องเดือดร้อนเข้าอีก”
สมมาตรกับเพื่อนๆ ช่วยกันลากทศพลไปทางหลังบ้าน

สมมาตรกับเชษฐ์ ยืนคุยกับคำแก้ว แต่ละคนหน้าตาเคร่งเครียด
“สอง-สามวันมานี้ ไอ้ทศพลมันดูแปลกๆ ไป” สมมาตรบอกคำแก้ว
“พี่พลไม่ยอมกินข้าวกินปลา ตอนกลางคืนก็กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ” คำแก้วหน้าเศร้า
“คำแก้วกับไอ้พลมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า” เชษฐ์สงสัย
“เปล่า... แทบจะไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ ถามคำก็ตอบคำ ทำไมเหรอ”
สมมาตรอึกๆ อักๆ “ไอ้พลมันบ่นๆ กับพวกฉันว่ามันอึดอัดเวลาอยู่ใกล้คำแก้ว”
“พี่พลพูดอย่างนั้นเหรอจ๊ะ” คำแก้วนิ่งอึ้งไปกับสิ่งที่ได้รู้ จนสมมาตรหน้าเสียรู้สึกผิด
ทันใดนั้น ประกิตกับวันชนะก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “ไอ้พลหนีไปแล้ว!”
“ว่าไงนะ !” สมมาตรตกใจ
“พี่พล!” คำแก้วรีบวิ่งออกไปตามทศพลทันที

ทศพลวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงมาจนกระทั่งถึงท่าน้ำไม่รู้จะตามหาลำเจียกได้ที่ไหน “ลำเจียก! ลำเจียกอยู่ไหน!!”
ลุงคนแจวเรือรับจ้างหันมามองทศพลที่ท่าทางมึนงงเหมือนกำลังสับสนอยู่ “จะไปไหนพ่อหนุ่ม”
ทันใดนั้น ทศพลก็แว่วได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ลอยมาตามลม
“นาคหนี~”
“นาคหนี ลุง ! ฉันจะไปนาคหนี!” ทศพลโดดลงเรือจ้างทันที ใจคิดถึงแต่ลำเจียกด้วยอำนาจแห่งมนต์เสน่ห์ลึกลับ!



วันชนะ ประกิต สมมาตร เชษฐ์ กลับจากตามหาทศพล
วันชนะกังวลหนัก “พวกฉันแยกย้ายกันตามหาจนทั่วหมู่บ้านแล้ว ไม่มีวี่แววของไอ้พลเลย”
“คนทั้งคน จะหายไปได้ยังไงกัน” พิมพ์พรร้อนใจ
เชษฐ์วิตก “ไอ้พลอาละวาดคลุ้มคลั่งขนาดนี้ ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ”
ประกิตเห็นด้วยกับเชษฐ์ “ฉันก็ว่ามันแปลกๆ หน้าตาไอ้พลดูหมองคล้ำชอบกล เหมือนคนโดนของ!”
“นี่มันยุคไหนแล้ว แกยังเชื่อเรื่องมนต์เสน่ห์คุณไสยอีกเหรอวะ ไอ้กิต !” สมมาตรแย้ง
“พลคงจะรู้ความจริงแล้วแน่ๆ ถึงได้หนีเตลิดไป” พิมพ์พรพูดเป็นปริศนา
วันชนะสงสัย “ความจริงอะไร”
“ก็ความจริงที่นังคำแก้วเป็นงูไงล่ะ พลรับไม่ได้ก็เลยสติแตกหนีไป” พิมพ์พรโพล่งออกมา
ประกิตทำท่าจะร้องไห้ “โธ่ ไอ้พล ตัดช่องน้อยแต่พอตัวหนีไปซะแล้ว”
เชษฐ์ตัดบท “อย่าเพิ่งเดาสุ่มกันเลยรีบบอกดอกเตอร์สุภัทรให้รู้เรื่องก่อนดีกว่า”
ทุกคนเห็นด้วยกับเชษฐ์

ที่เรือนรับรอง สุภัทรชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ยังไม่เงยหน้าขึ้นจากแผนที่เทวาลัยที่กางอยู่ตรงหน้า “แค่เรื่องผัวเมียทะเลาะกัน ตื่นตูมกันไปได้”
“แต่...” วันชนะอ้ำอึ้ง
สุภัทรตัดบท “มันไปได้ มันก็กลับมาเองได้”
เหล่าเพื่อนๆ ของทศพลต่างอึ้ง ไม่คิดว่าสุภัทรจะเย็นชาได้ขนาดนี้
“คุณหนูหายไปทั้งคน คุณท่านไม่ห่วงบ้างเลยเหรอคะ” ป้าอิ่มร้อนรน
“คนอวดดื้อถือดีอย่างมันไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก ฉันมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ” สายตาของสุภัทรจับจ้องไปที่แผนที่เทวาลัย แต่ใจกลับกระหวัดนึกเป็นห่วงทศพล
“โธ่ คุณหนูของป้า ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้” ป้าอิ่มใจคอไม่ดี เป็นห่วงทศพลจับใจ
กระต๊อบทศพล คำแก้วผุดลุกผุดนั่ง ชะเง้อชะแง้รอทศพลกลับมา พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นสองงูเขียวเลื่อมประภัสร์ ฉัตรสุดาที่เลื้อยมาหยุดอยู่ตรงหน้า
“พวกเจ้ามีอะไรจะบอกงั้นเหรอ” งูเขียวเลื่อมประภัสร์ ฉัตรสุดาทำท่าเหมือนจะส่งสารบอกข้อความบางอย่างแก่คำแก้ว “ว่าไงนะ ! คุณทศ..... นาคหนี....” คำแก้วรู้เรื่องราวจากงูเขียวทั้งสองที่มาส่งข่าว

คำแก้วมาลาคำปองที่บ้าน “ฉันมาลาแม่จ้ะ”
“คำแก้วเอ๊ยยย เอ็งจะไปตามหาเค้าที่ไหน” คำปองเป็นห่วง
“มีคนบอกฉันว่าคุณพลอยู่ที่นาคหนี”
“ใครบอกเอ็ง ?” คำปองสงสัย
“เพื่อนของฉัน”
“ตั้งแต่เล็กจนโต แม่ไม่เคยเห็นเอ็งมีเพื่อนที่ไหน”
คำแก้วบ่ายเบี่ยง “แม่ไม่รู้จักหรอกจ้ะ”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 9 วันที่ 9 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ