อ่านละครนาคี ตอนที่ 9/2 วันที่ 9 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 9/2 วันที่ 9 ต.ค.59

“ตั้งแต่เล็กจนโต แม่ไม่เคยเห็นเอ็งมีเพื่อนที่ไหน”
คำแก้วบ่ายเบี่ยง “แม่ไม่รู้จักหรอกจ้ะ”
“แล้วเอ็งจะไปยังไง นาคหนีไม่ใช่ใกล้ๆ”
“ต่อให้ต้องบุกป่าฝ่าดง ข้ามน้ำข้ามทะเล ฉันก็ต้องหาทางไปนาคหนีจนได้”
“แม่รู้ ถึงจะห้าม เอ็งก็ไม่ฟัง... ไปเถอะลูก...ไปตามเอาหัวใจเอ็งกลับคืนมาไปดีมาดี คุณพระรักษานะลูก”
คำแก้วก้มกราบที่ตักคำปองคำปองเอามือลูบหัวคำแก้วรู้สึกใจหาย เป็นห่วงคำแก้วอย่างประหลาด

คำแก้วมาถึงที่ท่าน้ำ เห็นเรือแจวเทียบท่าอยู่
คนแจวตะโกนปลายทางลั่น “นาคหนีจ้า! นาคหนี! เรือจะออกแล้ว”
“คอยฉันด้วยจ้ะ” คำแก้วรีบโดดลงเรือไป ก่อนที่เรือจะออกทันเวลาพอดี



เรือทศพลเข้าเทียบท่าน้ำตำบลนาคหนี
“ถึงแล้วพ่อหนุ่ม..ที่นี่แหละตำบลนาคหนี” ลุงแจวเรือเอ่ยบอก ทศพลลุกขึ้นยืนก้าวขึ้นมาบนฝั่ง หันมองซ้ายขวา ลุงแจวเรือเห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ก็เอ่ยถาม “แล้วนั่นเอ็งจะไปไหนต่อล่ะ”
ทศพลท่าทางมึนงงมองเห็นบ้านเรือนแปลกตา ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาไม่คุ้นหน้าคุ้นตาแม้แต่น้อย ทศพลไม่รู้จะไปต่อทางไหน ทันใดนั้นก็มีเสียงลึกลับพึมพำที่ข้างหูทศพล “ตามมา ~”
ทศพลก้าวเดินตามสายลมออกไป อาการคล้ายคนเลื่อนลอย
“ไอ้หนุ่มนี้ท่าทางหยิ่งพิลึก ถามก็ไม่ตอบ” ลุงแจวเรือมองตาม เกาหัวแกรกๆ

ลำเจียกผุดลุกผุดนั่งอยู่ตรงแคร่หน้าบ้าน “ทำไมคุณทศพลถึงยังไม่มาสักที นี่ตะวันก็ตรงหัวแล้ว!”
ซ่อนกลิ่นช่วยมองหา “หรือคาถาอาคมของพ่อหมอเมืองอินทร์จะสู้เสน่ห์นังคำแก้วไม่ได้วะ”
“เอ๊ะ ! นังนี่ ! คนยิ่งกลุ้มๆ อยู่เดี๋ยวแม่ยันโครมให้”
ชบายกมือห้ามปลอบลำเจียก “ใจเย็นก่อนเถอะน่า คุณทศพลอาจกำลังหาทางมาที่นี่อยู่ก็ได้”
“ไม่รงไม่รอมันแล้ว ฉันจะกลับดอนไม้ป่า!” ลำเจียกลุกขึ้นกำลังจะเดินออกไป เห็นทศพลยืนอยู่ที่หน้าบันไดเรือน “คุณทศพล!” ลำเจียกเห็นทศพลก็ตาวาว นึกชื่นชมอาคมของเมืองอินทร์ช่างศักดิ์สิทธิ์แท้!

เรือมาเทียบท่าที่ท่าน้ำตำบลนาคหนี คำแก้วก้าวเท้าขึ้นท่าน้ำก็เซจะล้มคำแก้วฝืนจะเดินต่อ แต่กลับแทบทรงตัวยืนไม่ได้ เหมือนโลกหมุน คำแก้วทรุดลงที่ท่าน้ำ สภาพกะปลกกะเปลี้ยด้วยอิทธิฤทธิ์คำสาปของมหาฤาษี“นี่มันอะไรกัน เรี่ยวแรงของเราหายไปไหนหมด” คำแก้วสีหน้าซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง สับสน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัว

เมืองอินทร์เล่าประวัตินาคหนีให้ชบากับซ่อนกลิ่นฟัง
“ถ้านังงูผีมันรู้ว่าพวกเรามาสุมหัวกันอยู่ที่นี่ต้องตามมาฆ่าพวกเราแน่ๆ” ชบาท่าทีหวาดกลัว
“ที่นาคหนี ไม่ว่างูเจ้าแม่นาคีหรืองูตัวไหน ก็ไม่กล้าโผล่หัวเข้ามาทั้งนั้น” เมืองอินทร์ปลอบ
ซ่อนกลิ่นสงสัย “ทำไมล่ะจ๊ะพ่อหมอ”
เมืองอินทร์เล่าความเป็นมา “มีตำนานเล่าว่า ธิดาพญานาคตัวหนึ่งลำพองใจในความงามของตนจึงคิดลองดี ยั่วยวนมหาฤาษีผู้มีฌานแก่กล้าหวังทำลายตบะ แต่มหาฤาษีมิได้หลงใหลไปกับความงามของนาง จึงสาปแช่งห้ามไม่ให้นางนาคและบริวารเข้ามาในอาณาบริเวณนี้เด็ดขาด ตำบลนี้ถึงได้ชื่อว่านาคหนี”
“แล้วถ้ามันบ้าระห่ำบุกมาที่นี่ล่ะ” ชบาเกรงๆ
“มันก็จะกะปลกกะเปลี้ย อ่อนแรง ไร้พิษสง เจอเมื่อไหร่ ก็ฆ่ามันได้เมื่อนั้น”
ชบากับซ่อนกลิ่นได้ยินเมืองอินทร์แล้วค่อยอุ่นใจ

คำแก้วพยายามเดินโซซัดโซเซมาถึงกลางตลาด แต่แล้วก็ทนไม่ไหว เข่าอ่อนล้มพับไป
หญิงชาวบ้านนางหนึ่งเห็นคำแก้วหน้าซีดเซียวอ่อนแรงก็เข้ามาช่วย “แม่หนู !! ตายแล้ว... ไปยังไงมายังไงล่ะลูก”
“ฉันมาจากดอนไม้ป่า” คำแก้วเสียงเบาเหมือนเรี่ยวแรงจะหมดไปทุกที
“โถ....มาตั้งไกล แล้วเอ็งมาทำอะไรที่นาคหนีเล่า”
“มาตามหาผัว น้าเห็นผัวฉันบ้างมั้ยจ๊ะ”
“ผัวเอ็งน่ะใคร รูปร่างหน้าตาเป็นยังไงล่ะ” หญิงชาวบ้านสงสารคำแก้วจับใจ

ทศพลกอดลำเจียกไว้ในอ้อมอก
ลำเจียกออเซาะ “คุณทศพลมาหาลำเจียกแบบนี้ นังคำแก้วมันไม่ว่าเอาหรือ”
“คำแก้ว? ใครกัน?”
ลำเจียกนึกงงที่ทศพลไม่รู้จักคำแก้ว “ก็นังคำแก้ว เมียงูของคุณไง”
“ผมไม่รักใครทั้งนั้น นอกจากคุณคนเดียว ลำเจียก” ลำเจียกนึกสะใจ “ผมคิดถึงลำเจียกแทบใจจะขาด ขอหอมให้ชื่นใจหน่อยได้มั้ย”
ทศพลมองลำเจียกตาหวานเยิ้ม จนลำเจียกสะท้าน ยอมยื่นแก้มให้ทศพลหอมแต่โดยดี ทศพลยังไม่ทันหอมแก้มลำเจียก ซ่อนกลิ่นกับชบาก็เข้ามาขัดจังหวะ
ซ่อนกลิ่นถือถาดสำรับกับข้าว ส่วนชบาถือไหเหล้ามาสองไห “อะแฮ่ม..”
ทศพลชะงัก ผละจากลำเจียก ลำเจียกเซ็งกระซิบด่า “มารความสุขแท้ๆ กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเชียว”
“จะรีบร้อนไปไหนเล่า ยังมีเวลาอีกทั้งคืน” ชบาแซว
“คุณทศพลเพิ่งมาถึงเหนื่อยๆ กินข้าวกินปลาก่อนจะได้มีแรง” ซ่อนกลิ่นเชื้อชวน
ชบาวางไหเหล้า “ส่วนนี่ ม้ากระทืบโรง เอาไว้กรึ๊บชูกำลังสักไหสองไห”
ซ่อนกลิ่นกับชบาหันไปมองหน้ากันหัวเราะคิกคัก ยิ้มทะลึ่ง
“นังบ้า!” ลำเจียกหันไปหาทศพล “หิวมั้ยจ๊ะ เดี๋ยวลำเจียกป้อน” ลำเจียกหยิบกับข้าวจะป้อนให้ถึงปากทศพล
แต่ทศพลกลับจับมือลำเจียกเอาไว้ “ผมยังไม่หิว..ผมอยากอยู่กับลำเจียก สองต่อสองมากว่า”
ลำเจียกทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจจะได้ผัวก็คราวนี้ รีบหันมาไล่ซ่อนกลิ่นกับชบา “เอ้า นั่งมองอะไรอยู่ล่ะ ผัวเมียเค้าจะจู๋จี๋กัน”
ซ่อนกลิ่นกับชบารีบปลีกตัวออกไป ปล่อยให้ลำเจียกอยู่กับทศพลสองต่อสอง

ทศพลอุ้มลำเจียกมาวางบนที่นอน จูบที่ซอกคอด้วยความหื่นกระหาย
“เบาๆ สิจ๊ะ คุณทศพล ลำเจียกช้ำทั้งตัวแล้ว” ลำเจียกออดอ้อน
“ลำเจียก... ผมรักคุณ.... รักจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว”
“ลำเจียกก็รักคุณ”
ทศพลระดมจูบลำเจียกทั้งตัวด้วยอำนาจแห่งมนต์เสน่ห์ “เป็นเมียผมเถอะนะ”
“อย่าเก่งแต่ปาก ทำเลยสิจ๊ะ ลำเจียกพร้อมแล้ว” ลำเจียกให้ท่าเต็มที่
ผ้าถุงของลำเจียกถูกโยนกองอยู่ที่พื้นกระดาน บัดนี้แหวนพิรอดบนนิ้วลำเจียกเสื่อมสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา เนื่องจากทำผิดศีลข้อ 3

ทศพลนอนกอดลำเจียกหน้าตาอิ่มเอมสุขสม
ลำเจียกกอดอ้อนทศพล “คุณได้ลำเจียกเป็นเมียแล้ว อย่าทิ้งลำเจียกนะ”
“ผมจะทิ้งผู้หญิงที่ผมรักไปได้ยังไงล่ะ” ทศพลเสียงหวานด้วยความหลงใหล
“แสดงว่าคุณจะแต่งงานกับลำเจียกอยู่กินกับลำเจียกอย่างเปิดเผย แล้วก็พาลำเจียกไปอยู่กรุงเทพฯ ด้วยใช่มั้ย”
“ลำเจียกอยากได้อะไร ผมจะทำตามทุกอย่าง ถ้า...”
“ถ้าอะไร?”
“ถ้าคุณพิสูจน์ให้ผมเห็นว่าคุณรักผม เท่ากับที่ผมรักคุณ” ทศพลจะปล้ำจูบลำเจียก หวังบรรเลงเพลงรักอีกรอบ
ลำเจียกกลัวทศพลจะเบื่อซะก่อน เลยทำบ่ายเบี่ยง ยั่วอารมณ์ “ลำเจียกเพลียแล้ว เอาไว้ค่อยพิสูจน์วันหลังดีกว่า”
ลำเจียกรีบลุกขึ้น ฉวยผ้าผ่อนขึ้นมาห่มกายแล้วรีบเดินออกไป ยั่วให้ทศพลตาม ทศพลมองตามลำเจียก แววตาลุ่มหลง ก่อนจะลุกตามลำเจียกไป

คำแก้วดั้นด้นตามหาทศพลจนกระทั่งมาถึงหน้าบ้านญาติของชบา ทศพลนั่งเหม่อลอย ไม่ได้สติอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน ร่างกายซูบผอม หน้าดำคล้ำ
คำแก้วเห็นสีหน้าทศพลก็ตกใจ “พี่พล.... แค่เพียงไม่กี่วัน ทำไมพี่ถึงได้เปลี่ยนไปถึงขนาดนี้”
ทศพลนั่งโคลงตัวปากพร่ำเพ้อหา “ลำเจียก.... ลำเจียกของพี่....”
“กลับบ้านเราเถอะนะพี่ คำแก้วจะพาพี่กลับบ้านเอง” คำแก้วค่อยๆ ประคองทศพลที่แววตาเลื่อนลอยด้วยอำนาจยาเสน่ห์ ไม่รู้เรื่องรู้ราว
ทันใดนั้น ลำเจียกก็เข้ามากระชากแขนคำแก้ว ผลักจนล้ม “มึงจะเอาผัวกูไปไหน อีคำแก้ว”
“ฉันมาตามผัวฉันกลับบ้าน”
“เอ๊ะ อีนี่ ! มึงก็เห็นอยู่เต็มสองตา ว่าคุณทศพลเป็นผัวกู อุตส่าห์มาถึงนาคหนี มึงยังกล้าตามมาราวีกูอีกเหรอ” “คุณทศพลเป็นของฉัน แกนั่นแหละที่แย่งเขาไปจากฉัน ทำเสน่ห์เล่ห์กลใส่เขาจนมีสภาพเป็นแบบนี้”
ชาวบ้านนาคหนีเข้ามามุงดูสองสาวทะเลาะกัน
“ต๊ายยยยย.....น้อยๆ หน่อย ไม่อายปากก็อายชาวบ้านที่นี่บ้าง ถ้าเขาไม่รักกู เขาจะซมซานมาหากูถึงที่นาคหนีนี่เหรอ ต้องให้สาธยายให้ฟังมั้ยว่าทำอะไรกันมั่ง” ลำเจียกด่ากราด
“หน้าด้านที่สุด !” คำแก้วด่ากลับทนไม่ไหว
ลำเจียกโกรธจัดตบคำแก้วเต็มแรง เพี๊ยะ!! คำแก้วทั้งเจ็บทั้งอาย ได้แต่มองลำเจียกอย่างไม่พอใจ แต่ไม่มีแรงสู้ แค่ยืนยังแทบไม่ไหว
“มึงนั่นแหละหน้าไร้ยาง ตู่ว่าผัวคนอื่นเป็นผัวตัวเอง เจ้าข้าเอ๊ย... ใครไม่เคยเห็นคนหน้าด้านหน้าทน ก็เร่เข้ามาดูหน้านังนี่มันเอาไว้” ลำเจียกตะโกนด่าลั่น
ชาวบ้านกลุ้มรุมเข้ามาจับกลุ่มซุบซิบนินทาคำแก้ว ซ่อนกลิ่น ชบาที่เข้ามาเห็นชาวบ้านยืนมุงกันอยู่ก็รีบเข้ามามุงด้วย
คำแก้วไม่สนใจ แต่ยอมเสียทศพลไปไม่ได้ พยายามเฮือกสุดท้ายเข้าไปดึงทศพลมาจากลำเจียก “ปล่อยผัวกูเดี๋ยวนี้นะ” คำแก้วจับมือทศพลไว้แน่น “พี่พล..ฉันคำแก้ว เมียพี่ไง พี่ลืมคำแก้วแล้วเหรอกลับบ้านเราเถอะนะพี่”
ทศพลมองสบตาคำแก้ว พลังความรักคำแก้วเหมือนจะดึงทศพลหลุดพ้นจากมนต์เสน่ห์ของเมืองอินทร์ได้ “คำแก้ว....”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 9/2 วันที่ 9 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ