อ่านละครนาคี ตอนที่ 9/5 วันที่ 10 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 9/5 วันที่ 10 ต.ค.59

คำปองเห็นสภาพคำแก้วที่ยืนอยู่หน้าบ้านก็ตกใจ “คำแก้ว!” คำปองรีบวิ่งเข้ามาหา “เจอพ่อทศพลมั้ย ?”
คำแก้วจุกจนน้ำตาไหล “แม่.... เขาไม่รักฉันแล้ว เค้ามีผู้หญิงอื่นแล้วจ้ะแม่” คำแก้วทรุดลงนั่งกอดขาคำปองร้องไห้
คำปองใจเหมือนหล่นไปที่ตาตุ่ม นั่งลงกอดปลอบคำแก้ว นึกสงสารคำแก้วจับใจ “โธ่... คำแก้วเอ๊ย.... ทำไมเวรกรรมของเอ็งถึงไม่จบไม่สิ้นเสียทีนะ”
คำแก้วกอดแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าเวทนา

เมืองอินทร์ยังโมโหที่ลำเจียกปล่อยงูผีไป “นังงูผีมันอุตส่าห์มารนหาที่ตายถึงนี่ แต่เอ็งกลับปล่อยมันไป! ประเพณีตีงูให้หลังหัก สักวันมันจะย้อนกลับมาทำร้ายเอ็งภายหลัง”


“โธ่ พ่อหมอ เรื่องมันก็แล้วไปแล้ว จะฟื้นฝอยหาตะเข็บทำไม ฉันว่าทางที่ดี เรามาช่วยกันคิดหาทางกำจัดเจ้าแม่นาคีกันดีกว่า” เมืองอินทร์เงียบ ไม่ตอบยังเคืองไม่หาย ลำเจียกแกล้งหยั่งเชิงท้าทาย “หรือว่า....พ่อหมอกลัว”
“กลัวอะไร”
“ก็กลัวจะแพ้นังเจ้าแม่น่ะสิ”
“คนอย่างข้าไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น”
“ถ้าไม่กลัว พ่อหมอก็รีบไปปราบมันสิ ถ้าใครรู้เข้าว่าอาจารย์เมืองอินทร์เอาแต่มุดหัวอยู่ในกระดอง อีกหน่อยชาวบ้านที่ไหนจะนับถือ” ลำเจียกยุส่ง
เมืองอินทร์หันขวับมองลำเจียก แววตาไม่พอใจ “นังลำเจียก! เอ็งดูถูกฝีมือข้าเกินไปแล้ว ถ้าข้ารู้ว่านังงูผีมันกบดานอยู่ที่ไหน ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่”
“แต่ฉันรู้ ว่าตอนนี้นังงูผีมันอยู่ที่ไหน”
เมืองอินทร์สนใจลำเจียกขึ้นมาทันที

ซ่อนกลิ่นต่อว่าลำเจียก “จะรีบตามไปทำไม รอให้พ่อหมอเมืองอินทร์ปราบนังเจ้าแม่ให้ได้ก่อนไม่ดีกว่าเหรอ”
ชบาเห็นด้วย “จริงของนังซ่อนกลิ่นมัน อยู่ที่นาคหนียังไงเจ้าแม่นาคีก็ทำอะไรเราไม่ได้ปลอดภัยกว่าที่ดอนไม้ป่าตั้งเยอะ”
“แกสองคนอย่าปอดแหกไปหน่อยเลย จะต้องกลัวอะไร ในเมื่อฉันมีพ่อหมอเมืองอินทร์อยู่ทั้งคน”
“แล้วคุณทศพลล่ะ ? แกจะเอาเขาไว้ที่ไหน ?” ซ่อนกลิ่นสงสัย
“มีผัวเมืองกรุงทั้งที มันก็ต้องโพนทะนาให้ฟุ้งทั่วดอนไม้ป่าหน่อยสิโว้ย” ลำเจียกยิ้มกริ่ม คิดจะควงทศพลไปเย้ยทั้งพิมพ์พรทั้งคำแก้วให้สาสมใจ

สุภัทรเดินลงมาจากเรือนรับรองพร้อมกับแผนที่เทวาลัยแล้วชะงักไป เมื่อเจอเพื่อนทศพลที่เดินเข้ามา “เจ้าทศพลมันกลับมาแล้วหรือยัง”
“ยังเลยครับดอกเตอร์ไม่รู้มันหายหัวไปไหนของมัน” วันชนะส่ายหน้า
“เพราะนังคำแก้วคนเดียว ทำให้พลหนีไป” พิมพ์พรโพล่งออกมา
สมมาตรปราม “ยัยพิมพ์!”
“เธอกำลังจะบอกว่าที่เจ้าทศพลมันเลิกกับเมีย เพราะเมียมันเป็นงูงั้นสิ” พิมพ์พรและเพื่อนๆ ทศพลต่างแปลกใจที่สุภัทรรู้เรื่องนี้ “งมงายเหมือนกันไม่มีผิด ทั้งพ่อทั้งลูก” พิมพ์พรนิ่งไปเหมือนโดนตีแสกหน้า “เลิกเอาเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งของเจ้าทศพลมารายงานฉันได้แล้ว ฉันยังมีธุระสำคัญต้องทำอีกเยอะ” สุภัทรพูดจบจะเดินออกจากห้อง
ประกิตร้องถาม “อาจารย์จะไปไหนครับ”
“ฉันจะกลับไปที่ถ้ำนั่นอีกครั้ง”
เชษฐ์ตกใจ “อาจารย์จะเข้าไปได้ยังไงในเมื่อหินมันถล่มลงมาปิดปากถ้ำหมดแล้ว”
“หินแค่นี้ไม่ทำให้ฉันอับจนหนทางง่ายๆห รอก” สุภัทรพูดจบก็เดินออกไป

สุภัทรเข้ามาสำรวจภายในเทวาลัย สุภัทรเห็นช่องที่ทศพลตกลงไป ตามแผนที่ที่วันชนะวาดให้ดู สุภัทรหยิบเชือกหนังออกมาจากกระเป๋าสะพายด้านหลัง ซึ่งใส่อุปกรณ์ในการสำรวจโบราณสถาน สุภัทรเอาตะขอเหล็กเกี่ยวยึดจากด้านบน แล้วค่อยโรยตัวลงไปเบื้องล่างทันที

สุภัทรโรยตัวลงมาถึงด้านล่าง โดยมีไฟฉายที่หมวกส่องแสงนำทาง สุภัทรเดินสำรวจรอบๆ ถ้ำ ตื่นตะลึงกับสิ่งที่เห็น หินงอกหินย้อยงดงามมาก สุภัทรเดินเข้าไปในถ้ำลึกเข้าไปเรื่อยๆ จู่ๆ แผ่นหินที่สุภัทรเหยียบเกิดทรุดตัว สุภัทรรีบคว้าหินที่ผนังถ้ำเอาไว้ รอดมาได้อย่างน่าหวาดเสียว สุภัทรหันกลับมาเห็นหัวกะโหลกที่ผนังถ้ำ เมื่อต้องแสงไฟ สะดุ้งเล็กน้อย สุภัทรเห็นโครงกระดูกที่ผนังถ้ำกอดแผ่นศิลาจารึกแผ่นหนึ่งไว้แน่นราวกับของล้ำค่า
สุภัทรค่อยๆ งัดศิลาจารึกออกจากโครงกระดูกนั้น “ศิลาจารึกนี่น่าจะอายุสักพันปี” สุภัทรลูบฝุ่นที่เกาะศิลาจารึกปัดออก เพื่ออ่านดู ก็ต้องตกตะลึง“จารึกมรุกขนคร !!!”
สุภัทรดีใจที่ได้เจอวัตถุโบราณชิ้นสำคัญ ทันใดนั้น หางตาก็เห็นบางสิ่งเลื้อยผ่านหลังไป สุภัทรหันหลังกลับ สาดไฟฉายมองไปยังต้นเสียง แต่ไม่พบอะไร สุภัทรหันกลับมา แล้วก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ

อีกมุมของเทวาลัย วัชระปราการหัวเสีย “พวกเจ้ามาห้ามข้าทำไม”
“ชายผู้นั้นเป็นพ่อของแม่ทัพไชยสิงห์” เลื่อมประภัสร์เอ่ยบอก
“แต่มันมาขโมยแผ่นศิลานั่นไป แค่ลูกชายของมันก็ทำให้เจ้าแม่เสียใจมากพอแล้ว”
ฉัตรสุดาปราม “ท่านไม่ควรเอ่ยถึงคนรักของเจ้าแม่เช่นนั้น”
“ในเมื่อมนุษย์นั่นไม่ซื่อสัตย์ต่อเจ้าแม่ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องไว้ชีวิตวงศ์วารว่านเครือของมัน” วัชระปราการอาฆาต
“เขาเป็นแค่นักโบราณคดี ไม่ใช่หมออาคมชั่วช้า ถึงจะได้แผ่นศิลานั่นไป ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก ถ้าท่านฆ่าเขา เจ้าแม่ต้องไม่ให้อภัยท่านแน่” เลื่อมประภัสร์เตือน
“แล้วพวกเจ้าต้องเสียใจที่คิดเยี่ยงนี้ เลื่อมประภัสร์” วัชระปราการเดินหุนหันผละไป
เลื่อมประภัสร์ ฉัตรสุดา สบตากันอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก

คำแก้วนั่งซึมไม่พูดไม่จา นับตั้งแต่กลับจากนาคหนี
คำปองเข้ามาดูคำแก้วด้วยความเป็นห่วง “ตั้งแต่เอ็งกลับมาจากนาคหนี ข้าวสักคำ น้ำสักหยดเอ็งก็ไม่แตะ ระวังจะเป็นลมเป็นแล้งเอา”
“ฉันกินไม่ลง เป็นห่วงก็แต่คุณทศพล… แค่เพียงไม่กี่วันที่ไปอยู่นาคหนี สภาพของคุณทศพลก็แทบไม่ต่างจากซากศพเดินได้” คำแก้วหน้าเศร้า
“อีลำเจียกมันเจ้ายาแฝดแปดยาช้าง หาทางแย่งผัวเอ็งไปจนได้”
“มนต์เสน่ห์ที่ลำเจียกทำใส่คุณทศพล มันช่างรุนแรงเหลือเกิน ขืนปล่อยไว้ถ้าไม่ตายก็ต้องเป็นบ้า ฉันไม่รู้จะช่วยคุณทศพลยังไงดี”
“เอ็งอย่าคิดมากไปเลย คู่กันแล้วต้องไม่แคล้วกัน ถ้าฟ้าลิขิตให้เขาเป็นของเอ็ง สักวันเขาก็จะต้องกลับมา”
คำแก้วส่งยิ้มจืดเจื่อนให้แม่ แทบไม่มีความหวังเลยว่าทศพลจะกลับมา

เรือเข้าเทียบท่าน้ำบ้านดอนไม้ป่า ลำเจียกนั่งควงทศพลประคองขึ้นมาที่ท่า ซ่อนกลิ่น ชบา ก้าวตาม
เมืองอินทร์ดูทรงอำนาจ น่าเกรงขาม ขึ้นจากเรือเป็นคนสุดท้าย กวาดตาสำรวจ “ไหนล่ะ นังงูผี”
“ใจเย็นซี๊ ถึงยังไงนังงูผีมันก็ไม่หนีพ่อหมอไปไหนหรอก” ลำเจียกเอ่ย
“นางงูผี ใครกัน” ทศพลสีหน้ามึนงง
“เดี๋ยวก็รู้” ลำเจียกยิ้มรับ ควงแขนทศพลพาเดินนำเมืองอินทร์ไป

คำแก้วยังนั่งซึมอยู่คนเดียว คำแก้วทอดถอนใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืน หันกลับเตรียมจะเดินขึ้นบ้านแต่แล้วก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นทศพลเดินเข้ามา “พี่พล” ทศพลชะงักไปเมื่อเห็นคำแก้ว “พี่กลับมาหาคำแก้วแล้ว” คำแก้วจะวิ่งเข้าไปหาทศพล แต่แล้วก็ชะงัก เมื่อเห็นลำเจียก ซ่อนกลิ่น ชบาเดินเข้ามาขนาบข้างทศพลไว้
“แย่งผัวชาวบ้าน จนโดนตบล้างน้ำเจียนตาย ยังไม่เข็ดอีกเหรอ” ลำเจียกหัวเราะเยาะ
“สงสัยคงต้องตบซ้ำอีกสักยก สองยก” ชบายิ้มมุมปาก
ซ่อนกลิ่นหวาดๆ คำแก้วอยู่ในทีเอ่ยห้าม “จะดีเหรอ”
ลำเจียกหันขวับมามองซ่อนกลิ่นตาเขียวปั้ด
“พาผมมาที่นี่ทำไม บอกแล้วไงว่าผมไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้”
คำแก้วสะอึกในคำพูดของทศพล ร้าวไปทั้งใจ
“ลำเจียกก็แค่พาคุณมาดูหน้ามันครั้งสุดท้าย ก่อนจะไม่ได้เห็นมันอีก”
คำแก้วหันขวับ “แกหมายความว่าไง”
“ก็หมายความว่าใกล้ถึงเวลาที่แกต้องชดใช้กรรมในขุมนรกแล้วน่ะสิ นังงูผี” ลำเจียกตวาดเสียงดัง
“พูดเรื่องอะไรกัน ผมงงไปหมดแล้ว ใคร ? ใครเป็นงูผี ?” ทศพลกุมหัว
“จะใครที่ไหนซะอีกเล่า ก็นังคำแก้วไงล่ะ มันเป็นงูผีจำแลงร่างมาหาผัว” ลำเจียกเสียงเหยียด
“ไม่ใช่นะ พี่พล.... นี่คำแก้ว เมียพี่ไง ตั้งสติให้ดีสิจ๊ะพี่”
คำแก้วเข้าไปหา แต่ทศพลผลักคำแก้วจนล้มด้วยอำนาจแห่งมนตร์เสน่ห์ “ฉันเกลียด ! เกลียดเธอ นังปีศาจงู ไปให้พ้น! ฉันรักลำเจียกคนเดียว”
“ได้ยินชัดเต็มสองรูหูหรือยัง อีคำแก้ว !” ลำเจียกหัวเราะร่า ก่อนเดินควงทศพลลอยหน้าไป ชบา ซ่อนกลิ่นรีบตามไป

เมืองอินทร์เข้ามาประจันหน้ากับคำแก้ว คำแก้วรู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง ภาพในอดีตตอนที่เมืองอินทร์เป็นพราหมณ์เจ้าอินทร์ตอนกำลังร่ายมนต์จับปลาไหลเผือกผุดขึ้นมา คำแก้วรู้สึกตะครั่นตะครอ หวั่นเกรงอำนาจบางอย่างจากเมืองอินทร์ คำแก้วรีบหลบหน้าหนีไปทางหลังกระต๊อบ เมืองอินทร์แววตามุ่งร้าย พร้อมประกาศสงคราม

เมืองอินทร์ล้วงหยิบใบขนครุฑออกมาจากย่าม “นังคำแก้ว....เอ็งเป็นคนหรือเป็นงู ใบขนครุฑจะเป็นเครื่องพิสูจน์มีแต่งูเท่านั้นที่จะถูกใบขนครุฑนี่เล่นงาน” เมืองอินทร์กำใบขนครุฑในมือ หลับตา บริกรรมคาถา เป่าพ้วง แล้วแบมือออก ใบขนครุฑลอยหวือจากมือเมืองอินทร์พุ่งออกไปยังกระต๊อบที่คำแก้วอยู่ เมืองอินทร์สีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง

คำแก้วโปรยข้าวเปลือกให้ไก่กิน ยกมือปาดน้ำตา คิดถึงภาพตอนลำเจียกควงทศพลมายิ้มเย้ย ก็ยิ่งน้อยใจ ทันใดนั้นใบขนครุฑก็พุ่งหวือแล้วปักเข้าที่หน้าอกคำแก้วอย่างแรงคล้ายลูกดอก
“อ๊ายยยย” คำแก้วทรุดฮวบลงไปกับพื้น ดิ้นทุรนทุราย เจ็บแปลบที่หน้าอก
คำปองผ่านมา เห็นลูกลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้นก็วิ่งเข้ามาดูตกใจ “คำแก้ว... เอ็งเป็นอะไร คำแก้ว”
“แม่จ๋า ช่วยฉันด้วย”
สายตาคำปองเห็นใบขนครุฑปักที่หน้าอกคำแก้วเลือดไหลโชก ก็พยายามดึง แต่ดึงเท่าไรก็ดึงไม่ออก ยิ่งคำปองดึงเท่าไหร่ คำแก้วก็ยิ่งเจ็บปวดทุรนทุรายเท่านั้น
“ไอ้ใบไม้ประหลาดนี่มันปักแน่น ดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ออก”
“แม่จ๋า... พาฉันไปที่เทวาลัยที”
“เทวาลัย? เอ็งจะไปที่นั่นทำไม” คำปองสงสัย

อ่านละครนาคี ตอนที่ 9/5 วันที่ 10 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ