อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 1 วันที่ 23 พ.ย.59

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 1 วันที่ 23 พ.ย.59

ดินแดนเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ หุบเขาโอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย เป็นที่ตั้งของประเทศซามาร์ ประเทศเล็กที่สุดในทวีปเอเชียตอนเหนือ

พระราชวังซามาร์ใหญ่โตโอ่อ่าตั้งตระหง่าน ประดับด้วยแสงไฟโคมระย้างดงามด้วยมีงานพระราชพิธีใหญ่ในคืนนี้

ธงซามาร์ปลิวไสวเรียงเป็นทิวแถว ทหารยืนประจำการตามจุดต่างๆอย่างองอาจ...ห้องโถงขนาดใหญ่ตบแต่งหรูหรา พุ่มดอกไม้สีสันงดงามตามมุมต่างๆ นักดนตรีวงออเคสตราบรรเลงเพลงคลาสสิก เหล่าทูตานุทูตและภริยาสวมใส่ชุดสากล แขกผู้มีเกียรติจากแคว้นต่างๆแต่งชุดประจำชาติทยอยเดินเข้างานยิ้มแย้มพูดคุยทักทายกัน

มาลาตี ภริยาท่านองคมนตรีให้การต้อนรับ เธอติดตามรับใช้พระราชินีอัมราภาชินี ด้วยความที่เชี่ยวชาญด้านภาษาและประวัติศาสตร์เอเชีย จึงได้รับมอบหมายให้เป็นอาจารย์ของเจ้าหญิงจัสมิน รัชทายาทพระองค์เดียวของพระเจ้าอิสราธิบดี กษัตริย์ซามาร์ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมแต่ก็เคร่งครัดในราชประเพณี จึงทรงเลี้ยงเจ้าหญิงจัสมินอย่างเข้มงวด



“เห็นว่างานคืนนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดองค์เจ้าหญิงจัสมินโดยเฉพาะ” ภริยาทูตอัสสัมเอ่ยขึ้น

“ใช่ค่ะ เป็นประเพณีที่สืบเนื่องกันมา เราได้อิทธิพลมาจากทางยุโรป เด็กผู้หญิงคนไหนที่เริ่มเป็นสาวเต็มตัวจะถูกเรียกเดบูตองค์...จะมีการจัดงานเต้นรำเพื่อเป็นการเปิดตัวสาวน้อยเหล่านี้”

มาลาตีอธิบาย ทำให้บรรดาภริยาทูตพลอยตื่นเต้นไปด้วย

“อีกเหตุผล เป็นการฝึกให้พวกเธอวางตัวออกงานพบปะตามธรรมเนียมผู้ใหญ่เป็นครั้งแรก และปีนี้เจ้าหญิงท่านก็มีชันษา 20 พอดี”

“ที่ตั้งใจมางานนี้ก็อยากเห็นองค์ท่าน เห็นว่าทรงน่ารักมาก องค์อัมราภาชินีพระมารดาของเจ้าหญิงทรงเป็นคนไทยใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ ดิฉันเองก็เป็นคนไทยเหมือนกัน” มาลาตียิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ

ในขณะเดียวกันที่ห้องฟันดาบ เจ้าหญิงจัสมินในชุดฟันดาบสีขาวสวมหน้ากากโลหะเข้าประดาบกับคู่ซ้อม ผลัดกันรุกผลัดกันรับ คู่ซ้อมมิได้ออมมือให้ ใช้ชั้นเชิงตวัดดาบหลอกจะตีด้านบน ทำให้เจ้าหญิงยกดาบขึ้นกันแต่แล้วกลับตวัดดาบอย่างรวดเร็วเข้าที่จุดทำคะแนนตรงอกได้แต้มนั้นทันที

เจ้าหญิงลดดาบลงก้มหัวถอดหน้ากาก สะบัดผมเผยใบหน้าอันงดงามน่ารัก

“ท่านแม่ชนะลูกอีกแล้ว” น้ำเสียงจัสมินตัดพ้อเล็กๆ

คู่ซ้อมถอดหน้ากากเผยให้เห็นองค์ราชินีอัมราภาชินียิ้มงามสง่า เข้ามาลูบศีรษะกล่าวอย่างรู้ทัน อ่อนโยนรักใคร่

“แต่คะแนนรวมลูกก็ชนะแม่นะ”

มาลาตีเดินเร็วเข้ามาย่อตัวคำนับทั้งสององค์ น้ำเสียงเข้มงวดแต่มีความเคารพเกรงใจ ว่าทั้งสองมาอยู่ที่นี่เอง ไม่ทันที่องค์ราชินีจะตอบก็ได้ยินเสียงกรน จึงยกนิ้วแตะริมฝีปากเชิงปรามให้เบาๆ ก่อนจะเดินตรงมายังศรีวิจันทร์ที่นั่งหลับอย่างสบาย แล้วส่งหน้ากากและดาบให้ ทันใดศรีวิจันทร์ที่กำลังสัปหงกจะตกเก้าอี้ก็ลืมตาขึ้นรับของอย่างรู้งาน จัสมินเห็นแล้วชื่นชม

“โอ้โฮ ศรีวิจันทร์...แจ๋วมาก”

“หม่อมฉันแค่พักสายตาไปนิดเดียวเองมังคะ”

อัมราภาชินีสัพยอกว่าพักดังไปนะ ศรีวิจันทร์ยิ้มอายๆ มาลาตีรีบทูลเร่งให้ทั้งสองไปแต่งองค์เพราะงานใกล้จะเริ่มแล้ว องค์ราชินีและจัสมินรับคำพร้อมกันด้วยรอยยิ้ม

“ค่า...ท่านอาจารย์”

“ล้อหม่อมฉันเล่นอีกแล้วนะเพคะ” มาลาตีกระเง้ากระงอด ศรีวิจันทร์แอบหัวเราะ

“งั้นลูกทูลลาท่านแม่ไปแต่งตัวนะเพคะ”

อัมราภาชินีพยักหน้า ย้ำให้แต่งให้งามที่สุด จัสมินยิ้มโค้งคำนับแล้วรีบวิ่งไป ท่านทรงเรียกไว้ติงให้ค่อยๆเดิน จัสมินเบรกตัวโก่งหันมายิ้มเขินๆแล้วแกล้งเดินนวยนาดมารยาทดีแบบสโลว์โมชั่นออกไป อัมราภาชินีส่ายหน้าอดอมยิ้มไม่ได้ เอ่ยกับมาลาตีว่าจัสมินโตเป็นสาวแล้วยังซุกซนไม่รู้เหมือนใคร

มาลาตีชะเง้อมองอย่างเอ็นดู ชมว่าเป็นสาวซุกซนที่งามเหลือเกินสมกับเพชรยอดมงกุฎของซามาร์ ว่าแล้วก็หันมาทางองค์ราชินี แต่ท่านทรงเดินลิ่วเร็วราวกับวิ่งออกไปอีกทาง ศรีวิจันทร์ถือหน้ากากและดาบวิ่งตามแทบไม่ทัน
“อ้าว...เด็จไปเร็วเหลือเกิน หม่อมฉันรู้แล้วว่าเจ้าหญิงจัสมินน่ะทรงเหมือนใคร” มาลาตียิ้มขำอย่างจงรักภักดี

ooooooo

ที่ห้องจัดเลี้ยงในพระราชวัง เสียงเจ้าหน้าที่ประกาศว่าพระเจ้าอิสราธิบดีและองค์ราชินีเสด็จแล้ว ทุกคนในงานต่างถวายคำนับ ทั้งสองพระองค์ทักทายแขก ต่างชื่นชมยินดีที่จะได้ยลพระโฉมของเจ้าหญิง... อิสราธิบดีกระซิบกับอัมราภาชินีอย่างปลื้มปริ่ม

“ทุกคนอยากได้เห็นว่าที่เจ้าหญิงรัชทายาท”

“พวกเขาไม่ผิดหวังแน่เพคะ” องค์ราชินีทูลเบาๆก่อนจะหันมาสนทนากับแขกในงานต่อ...

มาลาตีเดินอย่างเร่งรีบมาเคาะประตูขออนุญาตเข้าไป เห็นกลุ่มพี่เลี้ยงกำลังรุมแต่งองค์ให้จัสมิน พี่เลี้ยงยกพานมงกุฎให้ทรงสวม มาลาตีตะลึงกับความงามของเจ้าหญิงที่เห็นมาแต่อ้อนแต่ออก บรรดาพี่เลี้ยงขอเวลาสักครู่ก็จะแต่งองค์เสร็จ จัสมินรับรองกับมาลาตีว่าเสร็จทันแน่

พระเจ้าอิสราธิบดีและอัมราภาชินีประทับนั่ง

รายล้อมด้วยแขกที่มาร่วมงาน องคมนตรีกล่าวรายงานว่างานเต้นรำเดบูตองค์นี้จัดเพื่อถวายเจ้าหญิงจัสมินที่จะมีพระชนมายุครบ 20 พรรษา ตลอดจนโปรดเกล้าให้เหล่าลูกหลานข้าราชบริพารในราชสำนักได้ร่วมฉลองคืนนี้ด้วย

ห้องเต้นรำอยู่ติดกับห้องจัดเลี้ยงประดับด้วย

โคมไฟแชนเดอร์เลียสว่างไสว ประตูห้องปิดกั้นคู่เต้นชายหญิงสี่คู่ ซึ่งมีเอ็มม่ายืนเป็นคู่แรก นาธานพี่ชายยืนเดี่ยวข้างหน้าด้วยท่าทางกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด เอ็มม่าแตะไหล่พี่ชายถามว่าตื่นเต้นหรือ เขาไม่ยอมรับแต่ก็ไม่อาจปกปิดความประหม่าไว้ได้ เธอจึงกำชับอย่าตื่นเต้นจนเต้นผิดให้อายขายหน้าวงศ์ตระกูล

เมื่อเสียงแตรดังขึ้น ประตูห้องเต้นรำเปิดกว้าง แขกผู้มีเกียรติปรบมือ นาธานนำทีมหนุ่มสาวออกมายืนกลางห้อง ประหม่าจนสะดุดเล็กน้อยแต่ทรงตัวได้ องคมนตรีและมาลาตีมองนาธานกับเอ็มม่าอย่างชื่นชมในตัวลูกๆ

เสียงประกาศว่าเจ้าหญิงจัสมินแห่งประเทศซามาร์ ทุกคนมองเห็นเธออยู่ในชุดราตรีขาวฟูฟ่องสวมมงกุฎเพชรประกายงามระยับ เดินสง่างามลงมาตามบันไดอย่างมั่นใจในตัวเอง ต่างฮือฮาปรบมือชื่นชมทำความเคารพ

จัสมินก้มหัวรับ นาธานเดินเข้ามาโค้งและยื่นมือ จัสมินจับมือนาธานเดินไปรวมกับเหล่าเดบูตองค์และคู่เต้น

จัสมินรู้สึกว่านาธานมีเหงื่อออกที่มือ จึงกระซิบถามทำไมก้าวไม่เป็นจังหวะ เขายอมรับอายๆว่าตื่นเต้น “โธ่เอ๊ย...หลงเป็นห่วงนึกว่าจะเป็นลม ที่แท้ก็ตื่นเวที

ดี...เดี๋ยวได้ตื่นเต้นกว่านี้”

นาธานฟังแล้วตาโตตกใจ จัสมินแกล้งเต้นรำโลดโผนขึ้น หมุนตัวเร็วจนเขาแทบดึงไว้ไม่อยู่ เขาถลึงตาปรามแต่กลับเป็นการยิ่งยุให้เธอสนุกกับการได้แกล้งมากขึ้น นาธานสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ อัมราภาชินีสังเกตเห็นกระซิบพระสวามี
“ดูลูกสาวพระองค์สิเพคะ ได้ทีเห็นนาธานประหม่าเลยยิ่งแกล้งใหญ่”

“ว่าไงท่านองคมนตรี ลูกชายท่านใจดี ยอมให้จัสมินรังแกตั้งแต่เด็กจนโต”

“สุภาพบุรุษก็ต้องยอมให้สุภาพสตรีฝ่าบาท” องคมนตรีทูลตอบ มาลาตียิ้มเห็นด้วย

อัมราภาชินีติงว่ายอมมากเกินไปจนสุภาพสตรีชักจะนิสัยเสีย บอกมาลาตีว่าต้องจัดการบ้างไม่อย่างนั้นจะเคยตัว มาลาตีรับคำยิ้มๆ อิสราธิบดีหัวเราะชอบใจ...

พอเพลงจบคณะเต้นรำทำความเคารพ เอ็มม่าแอบยกนิ้วชมนาธานแต่เขากลับทำตาขุ่น ถอนใจเฮือกใหญ่

ooooooo

บนเกาะฮ่องกงตรงตรอกเล็กๆ ร้อยตำรวจเอกอริน นายตำรวจหนุ่มนิสัยเคร่งขรึมจริงจังกับงาน บ้าระห่ำไม่กลัวตายนำกำลังตำรวจไล่ล่าจับตัวเหวยกัง หัวหน้าแก๊งพิมพ์ธนบัตรปลอม แต่เจ้าตัวรู้ตัวเสียก่อนคว้าแม่พิมพ์ใส่เป้พร้อมธนบัตรที่พิมพ์อาศัยความชำนาญพื้นที่กระโจนหนี

อรินเห็นหลังไวๆวิ่งตามไม่ลดละ เหวยกังจวนตัวยิงใส่แล้วคว้าตัวหญิงชาวบ้านมาเป็นตัวประกัน ทำให้อรินไม่อาจยิงตอบโต้ได้ ตัวประกันกลัวมากดิ้นรนวิ่งหนีจึงถูกเหวยกังยิงกลางหลัง อรินร้องห้ามลั่นยกปืนยิงโดนสายเป้เหวยกังขาด ธนบัตรร่วงกระจายออกมา เหวยกังคว้าเป้วิ่งหนีไปได้ อรินแค้นใจมองธนบัตรที่เกลื่อนพื้นสีสันแปลกตาหยิบมาดู เป็นเงินของประเทศซามาร์ จึงรู้ได้ว่าเหวยกังกำลังจะไปไหน...

ที่ประเทศซามาร์ ชีวิตประจำวันของจัสมินจะต้องตื่นแต่เช้ามีพี่เลี้ยงสามสี่คนรุมแต่งตัวให้ จากนั้นก็เรียนตำราหนาปึ้กกับอาจารย์ โดยมีเอ็มม่าเรียนเป็นเพื่อน นาธานคอยอารักขาอยู่มุมห้อง พออาจารย์เผลอ จัสมินจะแอบเอาขนมกรุบกรอบออกมากิน ตกบ่ายต้องเรียนเปียโนกับครูที่เข้มงวด จากนั้นถึงจะได้พัก หรือไม่ก็ต้องออกงานรับแขกบ้านแขกเมืองจนแทบหมดแรง

ทั้งหมดสร้างความเบื่อหน่ายให้กับจัสมินอย่างมาก เอ็มม่าเป็นทั้งเพื่อนเล่นและคนคอยดูแลเอาอกเอาใจ บางวันจัสมินนึกสนุกชวนเอ็มม่าไปออกกำลังแบบสุภาพสตรี

จัสมินมักต่อยมวยที่โรงยิม เธอต่อสู้กับครูฝึกอย่างคล่องแคล่วดูจะถนัดมากกว่าการนั่งเรียน นาธานถือเป้าให้เอ็มม่าชกเตะต่อยดูคล่องแคล่วเช่นกัน...จัสมินกำลังชกกระสอบทรายเห็นท่านพ่อท่านแม่เดินเข้ามาจึงหยุดหันหลังให้กระสอบทรายที่ยังเหวี่ยงไปมาเพื่อทำความเคารพ

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 1 วันที่ 23 พ.ย.59

อ่านละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทประพันธ์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
อ่านละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทโทรทัศน์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ, เทอดโชค เกียรติสุขเกษม
อ่านละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน กำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์
อ่านละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ผลิตโดย : บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น
อ่านละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ