อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 2 วันที่ 25 พ.ย.59

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 2 วันที่ 25 พ.ย.59

นาธานจำต้องจองโรงแรมที่พักหรูในเมืองไทยและแอบซื้อตั๋วเครื่องบินไว้ พอถึงวันเดินทาง นาธานถือกระเป๋าส่วนตัวเดินคู่มากับจัสมิน มาลาตีและเอ็มม่าเดินตาม โดยมีนางกำนัลและตำรวจอารักขาตามหลังมาสนามบิน

นาธานกระซิบบอกจัสมินว่าต้องทำตอนนี้ ถ้าเข้าไปในห้องรับรองแล้วจะไม่มีโอกาส จัสมินหยุดเดินแกล้งกุมท้องร้องโอดโอยจะเข้าห้องน้ำ มาลาตีให้อดทนไปเข้าห้องน้ำในห้องรับรอง แต่จัสมินบอกไม่ไหวแล้ว ดึงเอ็มม่าให้ไปเป็นเพื่อนทันที มาลาตีสั่งนางกำนัลตามไปดูแล ซีนอนซึ่งจับตามองจัสมินรีบส่งข่าวไปบอกราชิด

เอ็มม่าสั่งนางกำนัลให้รอหน้าห้องน้ำ พักใหญ่ก็พากันเดินออกมาในชุดส่าหรีมีผ้าปิดหน้า นางกำนัลจำไม่ได้...นาธานเห็นได้เวลาบอกมาลาตีว่าจะเดินไปดูน้องกับเจ้าหญิง มาลาตีดึงกระเป๋าไว้จะถือไปทำไม เขาอ้างว่าเผื่อเจ้าหญิงต้องการใช้ของส่วนตัว มาลาตีจึงพยักหน้าปล่อยไป เขาถอนใจคิดว่าจะผิดแผนเสียแล้ว



นาธานเดินมาไม่ทันถึงห้องน้ำ ก็มีสาวส่าหรีมาดึงแขนลากไป เขาตกใจแต่พอเห็นว่าเป็นจัสมินกับ

เอ็มม่าก็ถอนใจ เมื่อจัสมินถามหาพาสปอร์ต นาธานเริ่มรู้สึกผิดเพราะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เอ็มม่าหาว่าพี่ชายใจเสาะ จัสมินย้ำว่าเขาเป็นองครักษ์ ตนไปไหนเขาก็ต้องไปด้วย นาธานสูดลมหายใจเข้าตัดสินใจพาสองสาวตรงไปเช็กอิน สวนกับเหวยกังแทบจะชนกัน...ตลอดเวลาซีนอนจ้องมองจัสมินไม่วางตาแล้วให้ลูกน้องซื้อตั๋วเพื่อจะบินตามไป

นางกำนัลนำกระเป๋าเสื้อผ้าที่จัสมินทิ้งไว้ในห้องน้ำกลับมาวางตรงหน้ามาลาตี เธอใจหายวาบรู้ในทันทีว่าเจ้าหญิงทรงหนีแต่ไม่รู้ว่าหนีไปที่ไหน

ooooooo

อรินจำต้องทำงานร่วมกับชัยชนะ ระหว่างรอการประชุม อรินให้ชัยชนะช่วยเช็กข้อมูลว่าเหวยกังเดินทางเข้ามากรุงเทพฯหรือยัง ชัยชนะบ่นอุบว่าวันๆ สายการบินแวะกรุงเทพฯเป็นร้อยเที่ยวจะรู้ได้อย่างไรว่าเหวยกังจะมาเที่ยวไหน อรินประชดให้โทร.ถาม ก็ได้คำตอบซื่อๆ

“ผมไม่มีเบอร์โทร.เขา”

“มีกวนกลับหน้าตาย เดี๋ยวได้สวย”

อรินเกาหัวหงุดหงิดก่อนจะเจอข้อมูลว่าวันนี้มีเครื่องมาจากซามาร์ด้วย ชัยชนะก็ยังไม่เข้าใจ

พอดีหัวหน้าเดินเข้ามาบอกทุกคนว่างานนี้สงสัยจะไม่ได้ตัวเหวยกังง่ายๆ เพราะสายรายงานว่าเขาผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าที่คลินิกเล็กๆทางตอนใต้ของอินเดีย อรินคิดว่าแบบนี้เราก็มีพยานระบุตัวตนได้ หัวหน้าส่ายหัว เพราะเหวยกังได้ฆ่าหมอและพยาบาลตายแล้ว

หัวหน้าเปิดภาพพวกมาเฟียที่สายตำรวจแอบถ่ายมาได้ ในนั้นมีเหวยกังอยู่ด้วยแต่มองไม่เห็นหน้า

“หลังจากทำศัลยกรรมผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าเหวยกังก็เข้าร่วมกับแก๊งปลอมเงินดอลลาร์สหรัฐ”

อรินชี้ว่าคนนี้ใช่เหวยกังหรือไม่ หัวหน้าอธิบายว่า

“อาจจะใช่แต่สายไม่ยืนยัน...แก๊งนี้นอกจากจะพิมพ์ดอลลาร์ปลอมแล้วยังมีเงินหยวนปลอมอีกอย่าง ตอนนี้เงินปลอมของพวกมันถูกปล่อยไปมากกว่าสามสิบประเทศแล้ว”

ชัยชนะเปรยว่าเป็นแก๊งอินเตอร์เสียด้วย หัวหน้าเน้นว่าข่าวร้ายคือเรากำลังสงสัยว่ามันคิดจะมาตั้งแหล่งผลิตเงินปลอมที่เมืองไทย การเดินทางมาคราวนี้เหวยกังน่าจะมาพร้อมแท่นพิมพ์ธนบัตรปลอม อรินฟังแล้วเครียดแววตากร้าวด้วยความแค้น

ooooooo

ในขณะที่พระเจ้าอิสราธิบดีกับอัมราภาชินีประทับอยู่ที่โรงแรมในนิวยอร์ก รอการมาของจัสมิน... องคมนตรีเข้ามารายงานอิสราธิบดีด้วยสีหน้าหนักใจ ศรีวิจันทร์แอบมองอยู่ไกลๆพยายามเงี่ยหูฟังแต่ไม่ได้ยิน องคมนตรีโทษตัวเองเลี้ยงลูกไม่ดี เจ้าหญิงกลับมาตนจะพิจารณาตัวเอง องค์อิสราธิบดีบอกอย่าโทษตัวเองเพราะรู้ดีว่าถ้าจัสมินไม่สั่ง ทั้งนาธานและเอ็มม่าก็คงไม่กล้าทำ พรุ่งนี้ตนจะกลับซามาร์แถมย้ำให้ตามหาตัวจัสมินให้ได้ก่อนที่กลุ่มจีโบจะรู้เรื่องนี้

อัมราภาชินีเห็นศรีวิจันทร์ทำลับๆล่อๆก็เข้ามาสะกิดไหล่ กลับโดนเธอปัดมือและวีนใส่

“หน็อย...รู้ตัวรึเปล่ายะมาเล่นกับใคร” พูดขาดคำแล้วศรีวิจันทร์หันมาแทบร้องไห้ทรุดฮวบลง

“แล้วเราเป็นใครล่ะ”

“ข้าบาทในองค์อัมราภาชินีมังคะ...ขออภัยมังคะ หม่อมฉันสมควรตาย”

อัมราภาชินีหัวเราะเบาๆถามว่าแอบฟังอะไร ศรีวิจันทร์ลุกพรวดจีบปากจีบคอทูลทันทีว่าองคมนตรีมาทูลอะไรไม่ทราบ พระราชาดูเครียดๆ องค์ราชินีนึกห่วงมองไปยังพระสวามี

อิสราธิบดีสั่งองคมนตรีปิดเรื่องนี้ให้เงียบที่สุด ออกข่าวไปว่าจัสมินเสด็จไปประทับยุโรป ห้ามบอกแม้กระทั่งองค์ราชินีเกรงวังจะแตก

ไม่ทันไรอัมราภาชินีเดินเข้ามา ศรีวิจันทร์ตามหลัง อิสราธิบดีสบตาองคมนตรีอย่างเพื่อนที่รู้ใจ ก่อนจะเอ่ยถามราชินีทำไมยังไม่นอน

“รอท่านอยู่เพคะ ท่านองคมนตรีมาตอนดึกแบบนี้มีข่าวด่วนอะไรรึเปล่า”

อิสราธิบดีชิงตอบแทนว่า องคมนตรีมารายงานตามปกติ เขาขยันชอบทำงานดึกๆ อัมราภาชินีบ่นว่าโทร.หาจัสมินไม่ได้ หรือว่าจะโกรธงอนพ่อแม่ องค์ราชาโล่งใจที่ราชินีเข้าใจแบบนั้น อัมราภาชินีทูลลาไปนอนก่อน อิสราธิบดีถอนใจหันมาเปรยกับองคมนตรีว่าจะปิดผู้หญิงฉลาดอย่างนี้ได้นานแค่ไหน

ขณะเดียวกัน อัมราภาชินีก็สั่งศรีวิจันทร์สืบข่าวว่าองคมนตรีมีเรื่องอะไรปิดบังตน ศรีวิจันทร์ยิ้มกริ่มเพราะเป็นงานถนัด

ooooooo

อรินกับชัยชนะเอารูปหน้าเก่าของเหวยกังให้หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยสนามบินไปแจกลูกน้อง ถึงแม้จะผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าก็น่าจะมีเค้าเดิมบ้าง ถ้าเห็นใครมีเค้าหรือมีพิรุธให้รีบแจ้งพวกตน ชัยชนะบอกว่าเที่ยวบินจากซามาร์ลงจอดแล้ว อรินคิดว่าเที่ยวนี้น่าสงสัยที่สุด

ซีนอนเดินตามกลุ่มของจัสมินออกมาชนเข้ากับเหวยกังอย่างไม่ตั้งใจ เหวยกังมองหน้าด้วยแววตาโหดเหี้ยม ซีนอนชะงักนึกรู้ว่าคนนี้ไม่ธรรมดา แต่ไม่อยากมีเรื่อง มองกลุ่มจัสมินไม่ให้คลาดสายตา

ท่าทางจัสมินร่าเริงมีความสุข ต่างจากนาธานที่หายใจลำบากด้วยคิดว่าป่านนี้องค์ราชาคงรู้เรื่องแล้ว เอ็มม่าสยองไปด้วยว่าแม่คงเอาตายแน่ จัสมินแทรกขึ้น

“เอาน่า ไหนๆก็ต้องตายแล้วตอนนี้ยังอยู่ก็ใช้ชีวิตให้สนุกก่อน แล้วต่อไป เรารับผิดชอบเอง”

เอ็มม่ากับนาธานฟังจัสมินแล้วก็ยังทำหน้าปูเลี่ยนๆเหมือนอยากตาย

เหวยกังสังเกตเห็นตำรวจในและนอกเครื่องแบบเดินเกลื่อนก็ยืนนิ่งไม่ให้มีพิรุธ...ชัยชนะเอ่ยถามอรินทำไมมั่นใจว่าเหวยกังจะมาเที่ยวบินนี้ อรินตอบว่า

“ที่ฮ่องกงมันทำเงินของประเทศซามาร์ตกไว้ แสดงว่ามันต้องไปกบดานที่นั่นแน่ เสียดายตามไปก็หาไม่เจอ เฮ้ย!”

จัสมินหันมาเจออรินพอดีอุทานอย่างตกใจเช่นกัน เอ็มม่าสะดุ้งถามว่ามีอะไร

“ผู้ชายคนนั้น เราเคยเจอที่ซามาร์ตอนหนีเที่ยวตลาด”

“ท่าทางเหมือนเป็นพวกเจ้าหน้าที่นะท่าน แล้วทำไมองค์หญิงถึงทรงจำเขาได้”

จัสมินไม่ตอบบอกให้ทำไม่รู้ไม่ชี้ เขาอาจจำตนไม่ได้ แต่อรินกลับคิดไปว่าจัสมินอาจเกี่ยวข้องกับเหวยกัง...

เหวยกังยืนไม่ห่างจากนาธาน พอกระเป๋าเคลื่อนออกมา นาธานจะหยิบ เหวยกังชิงหยิบมองนาธานด้วยแววตาเหี้ยม จัสมินกล่าวขอโทษแทนเพราะกระเป๋าเหมือนกัน อรินเดินใกล้เข้ามา เหวยกังครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี พอเห็นว่ากระเป๋าที่นาธานหยิบวางข้างๆเหมือน กับของตน ก็รีบสับเปลี่ยนโดยไม่มีใครทันสังเกตเห็น

จัสมินบอกนาธานได้กระเป๋าครบแล้วให้รีบไปกัน อรินกวาดตามองตาม เหวยกังยิ้มเหยียดที่อรินไม่ได้สงสัยตน

ซีนอนเดินตามกลุ่มจัสมิน อรินเห็นแล้วสงสัย สบตาชัยชนะว่านั่นอาจเป็นเหวยกัง

พวกจัสมินเดินผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ซีนอนพยายามจะลัดคิวตามให้ทันแต่ทำไม่ได้ เอ็มม่าเห็นอรินยังเดินตาม นึกสงสัยว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทางซามาร์แจ้งมาจับพวกตนส่งกลับ

“ถ้าทางนี้รู้เรื่องจริง พวกเราคงไม่ผ่านออกมาได้หรอก” จัสมินเชื่ออย่างนั้น

นาธานเห็นอรินยังมอง จึงพาจัสมินกับเอ็มม่ารีบเดิน ซีนอนยิ่งกระสับกระส่ายจะตามไม่ทัน ชัยชนะเฝ้ามองซีนอน อรินชักมั่นใจว่าซีนอนเป็นเหวยกังจึงจะเข้าจับกุม ซีนอนตกใจวิ่งหนี เหวยกังมองอย่างวิตกกังวล รีบเดินตามพวกจัสมินออกมา แต่ไม่ทันเพราะพวกเธอขึ้นรถของโรงแรมที่มารับออกไปเสียก่อน จึงพยายามเพ่งมองชื่อโรงแรมที่ตัวรถ

ซีนอนถูกอรินกับชัยชนะจับตัวได้โวยวายว่าเขาไม่ใช่เหวยกัง แต่อรินไม่เชื่อล็อกตัวมาสอบปากคำที่ห้องสอบสวนสนามบิน อรินถามหาแม่พิมพ์ธนบัตรปลอม ซีนอนไม่รู้เรื่องโวยจะเรียกทนาย ชัยชนะเริ่มสงสัยว่าจะจับผิดตัว แต่อรินไม่เชื่อต้องจับตรวจดีเอ็นเอก่อน

ooooooo

ระหว่างนั่งรถมายังโรงแรม จัสมินมองวิวสองข้างทางยิ้มแย้มมีความสุข เอ็มม่าชี้ชวนให้ดูตรงนั้นตรงนี้ นาธานมองจัสมินด้วยสีหน้าอ่อนโยนแต่เธอไม่ทันสังเกตเห็นแววตานั้น

พอมาถึงห้องพักสุดหรูของโรงแรม นาธานส่งทิปให้พนักงาน จัสมินยืนตัวตรงส่งมือให้ด้วยกิริยาของเจ้าหญิง พนักงานมองงงๆก่อนจะสัมผัสมือเบาๆแล้วก้มเดินออกไป เอ็มม่าตื่นเต้นกับขนมที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้แล้วนึกได้ว่าห้องนี้เป็นห้องเดิมที่เคยมาพักตอนเด็กๆ

“คิดว่าใช่ ดีใจจังที่ได้กลับมาบ้านเกิดของแม่ ขอบใจมากนะนาธานที่ช่วยพาเรากลับมา”

“อะไรที่เป็นความสุขขององค์หญิง หม่อมทำให้ได้เสมอ...แม้แต่ชีวิตก็ถวายได้”

นาธานยิ้มเขิน เอ็มม่าหัวเราะเยาะหาว่าน้ำเน่ามาก

“ไม่ต้องถึงกับให้ชีวิตหรอก แค่พาเราไปหาอะไรกินก็พอแล้ว”

เอ็มม่าเห็นด้วยกับเจ้าหญิง นาธานติงกินขนมแล้วยังจะหิวอีก และบอกเรามีเงินดอลลาร์กับเงินซามาร์ ต้องไปแลกเป็นเงินบาทก่อน นาธานเดินไปเปิดกระเป๋าจะหยิบเช็ค แต่แล้วต้องตกใจร้องเสียงหลง จัสมินกับเอ็มม่ารีบวิ่งมาดู เห็นหนังสือพิมพ์อยู่สองฉบับก็ตกใจไม่ใช่กระเป๋าพวกเธอ

ในขณะเดียวกัน เหวยกังเข้าพักโรงแรมเก่าๆย่านกลางเมือง เขาเปิดกระเป๋าที่สับเปลี่ยนออกแล้วยิ้มกริ่ม ที่มีเงินสกุลซามาร์เป็นปึก เช็คเงินดอลลาร์อีกหลายหมื่นเหรียญหลายฉบับ

จัสมินหน้าเสียคิดได้ว่ากระเป๋าต้องสับกับชาวจีน หน้าเหี้ยมคนนั้นแน่ นาธานแปลกใจว่าสลับกันตอนไหน ทุกคนเช็กว่ามีเงินติดตัวกันเท่าไหร่ จัสมินส่ายหน้าไม่เคยพกเงิน เอ็มม่ากับนาธานมีรวมกันถ้าแลกเป็นเงินไทย ก็เกือบหมื่นบาทเท่านั้น จัสมินเสนอว่าต้องย้ายที่พัก

จัสมินเจรจาผู้จัดการว่ามีอุบัติเหตุทางการเงินไม่สามารถพักต่อได้ ขอให้เขาคิดราคาค่าอาหารว่างที่ทานไป แต่ผู้จัดการกลับบอกให้ถือเสียว่าเป็นการต้อนรับจากประเทศไทย นาธานขอให้ช่วยอีกเรื่องคือช่วยหาที่พักราคาถูกๆให้ ผู้จัดการคิดว่าทั้งสามเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดาจึงให้รถสามล้อพาไปยังที่หนึ่ง นาธานจะทิ้งกระเป๋าแต่เอ็มม่าห้ามไว้บอกเอาไว้ใช้ใส่ของได้

จัสมินสนุกกับการได้นั่งรถสามล้อที่ขึ้นชื่อของไทย เหวยกังนั่งแท็กซี่สวนเข้ามา พกอาวุธหน้าเข้มมาถามหา กลุ่มจัสมินที่โรงแรม จึงรู้ว่าทั้งสามย้ายไปพักที่ถนนข้าวสาร

ขณะเดียวกัน ผลการตรวจออกมาว่าซีนอนไม่ใช่เหวยกัง อรินไม่อยากเชื่อ หัวหน้าสั่งปล่อยตัวซีนอนและกล่าวขอโทษที่ทำให้เสียเวลา ซีนอนมองอรินอย่างโกรธๆ ชัยชนะสงสัยว่าเหวยกังไปอยู่ที่ไหน อรินครุ่นคิดเฉลียวใจว่า จัสมินจะต้องเกี่ยวข้องกับเหวยกังแน่

รถสามล้อจอดส่งกลุ่มจัสมินที่ย่านบางลำพู นาธาน จ่ายเงินแล้วยื่นมือจะช่วยจัสมินลงจากรถ แต่เธอกระโดดลงมาเองอย่างคล่องแคล่ว เอ็มม่าตื่นเต้นที่เห็นร้านขายของกินมากมาย นาธานมองที่พักอย่างอนาถ จัสมินยิ้ม เห็นเป็นเรื่องสนุกไปหมด ไม่รู้เลยว่ามีสายตาจับจ้องอยู่

ด้านอรินดูภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดสนามบิน ดูความเคลื่อนไหวของจัสมิน เห็นว่าซีนอนจับตามองเธอตลอด ทำให้เขามั่นใจว่าเธอต้องเกี่ยวข้องหรืออาจเป็นคนถือแม่พิมพ์ จึงให้ชัยชนะเปิดภาพต่อไปว่าจัสมิน ขึ้นรถอะไรไปที่ไหน

ooooooo

บ่ายวันนั้น จัสมินและเอ็มม่าเดินซื้อเสื้อผ้าอย่างเพลิดเพลิน เพราะเวลาอยู่ซามาร์ไม่มีโอกาสได้แต่งตัวสวยๆแบบนี้

ไม่ทันไรจ้อย เด็กชายวัยสิบขวบวิ่งมากระชากกระเป๋าเอ็มม่าไป จัสมินรีบวิ่งตาม นาธานพอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบวิ่งตามจัสมิน เอ็มม่าตั้งสติได้วิ่งตามไปอีกคน

จ้อยอาศัยที่รู้เส้นทางวิ่งซิกแซกไปตามซอย แต่ไม่พ้นจัสมินที่วิ่งมาทัน และนาธานตามมาดักหลัง นาธานขู่ให้คืนกระเป๋าถ้าไม่อยากเจ็บตัว จ้อยคิดสู้ พลันเสียงครูน้อยดังขัด

“คืนของให้คุณไปเดี๋ยวนี้จ้อย”

จ้อยชะงักหน้าเจื่อนค่อยๆส่งกระเป๋าคืนให้เอ็มม่า ครูน้อยขอโทษแทนและแนะนำตัวเองว่าเป็นครูสอนรำไทย ที่บ้านศิลป์ละแวกนี้ จัสมินยกมือไหว้ขอบคุณ ครูน้อยรู้สึกถูกชะตาเธอมาก

เย็นวันนั้นอรินกับชัยชนะมาที่โรงแรม ผู้จัดการบอกว่าจัสมินย้ายออกไปแล้ว ทั้งสองแปลกใจ ผู้จัดการเปรยขึ้น

“มาอยู่ได้สักชั่วโมงก็ขอย้าย คงจะมีปัญหาอะไรนิดหน่อย...แต่พอไปได้ไม่นานก็มีคนมาถามหาเหมือนกัน”

ชัยชนะเอาภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดสนามบินมาชี้ที่ซีนอนว่าใช่คนนี้ไหม ผู้จัดการบอกไม่ใช่แล้วชี้ไปที่เหวยกังว่าคนนี้ต่างหาก อรินและชัยชนะสบตากันอย่างนึกไม่ถึง

“ผมยังไม่เข้าใจ นายคนนี้มาเกี่ยวอะไรด้วย ทำไมต้องมาถามหาผู้หญิงคนนี้” ชัยชนะเอ่ยถามขณะเดินออกมาหน้าโรงแรม อรินฉุกคิดหรือคนนี้จะเป็นหน้าใหม่ของเหวยกัง...

ระหว่างนั้น เหวยกังให้แท็กซี่ขับวนทั่วถนนข้าวสาร เพื่อหาพวกจัสมิน คนขับเริ่มหงุดหงิดแต่พอเห็นสายตาดุดันของเหวยกังก็แหยง

พวกจัสมินมานั่งคุยกับครูน้อยที่บ้าน เล่าว่ากระเป๋าสลับกับคนที่สนามบิน ทำให้พวกตนมีเงินนิดหน่อย ครูน้อยถามจะอยู่เมืองไทยกี่วัน จัสมินรีบตอบว่าสิบวัน นาธานแย้งไหนว่าจะมาแค่สี่ห้าวัน

“แหม มาทั้งทีก็ต้องอยู่ให้คุ้มสิ สี่ห้าวันไม่พอหรอก”

เอ็มม่าเห็นด้วยกับจัสมิน ครูน้อยถามว่าตอนนี้พักที่ไหน เอ็มม่าบอกยังไม่มีที่พักแล้วถามหาที่พักราคาถูก คุณภาพดี ครูน้อยจึงเสนอบ้านของตัวเอง มีห้องว่างอีกหนึ่งห้องให้สองสาวนอน ส่วนผู้ชายก็นอนข้างล่าง นาธานขอนอนห้องข้างๆ ครูน้อยแย้ง

“ไม่ได้ นั่นมันห้องนอนฉัน แล้วประเพณีไทยก็ถือ ผู้หญิงผู้ชายไม่ควรมาอยู่ใกล้ชิดกันมาก ฉันก็ต้องระวังตัวหน่อยนะ นอนข้างล่างดีแล้ว”

จัสมินแอบขำ นาธานเหวอ ครูน้อยคิดค่าที่พักถูกๆ จัสมินพอใจมาก เอ็มม่าเป็นห่วงว่าจัสมินจะอยู่ได้หรือ นาธานยิ่งไม่สบายใจ ไม่อยากคิดเลยว่ากลับไปจะโดนอะไรบ้าง เอ็มม่าฮึดบอกอย่าไปคิดอะไร ไหนๆแล้วก็เที่ยวให้สนุกก่อน จัสมินพอใจมากโอบไหล่เอ็มม่าที่รักกันจริง

ooooooo

จัสมินไม่อยากให้นาธานและเอ็มม่ากังวลจนเที่ยวเมืองไทยไม่สนุก จึงบอกว่าจะส่งไลน์กลับไปทูลท่านพ่อว่าไม่ต้องห่วง นาธานท้วงว่าทำอย่างนั้นทางซามาร์รู้แน่ว่าอยู่ที่ไหน เอ็มม่าเห็นว่าไม่ได้เปิดแสดงสถานที่ไว้ ตามอย่างไรก็ไม่เจอ จัสมินกล่าว

“ส่งแล้วเราจะรีบปิดเครื่อง ทุกท่านก็ห้ามเปิดมือถือตลอดการมาเที่ยวครั้งนี้นะ ขอย้ำ”

นาธานกับเอ็มม่าพยักหน้ารับ จัสมินเริ่มอัดคลิปเสียง

“นี่ลูกเองนะเพคะ ลูกขอประทานอภัยที่ซนมากไปหน่อย ลูกปลอดภัยดีไม่ต้องทรงเป็นห่วง ขอเวลาผจญภัยเที่ยวเมืองไทยสักพัก มีอะไรแล้วจะติดต่อมา อีกไม่กี่วันก็จะกลับนะเพคะ” ว่าแล้วก็กดส่งไลน์แล้วปิดเครื่องทันที นาธานยังรู้สึกกังวลใจอยู่ดี เพราะไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นอีกระหว่างอยู่ที่นี่

ด้านซามาร์ อัมราภาชินีและอิสราธิบดีฟังคลิปเสียงที่ส่งมาทางไลน์แล้วรีบโทร.กลับไปทันที แต่จัสมินปิดเครื่อง ศรีวิจันทร์พยายามโทร.เข้าเครื่องนาธานและเอ็มม่าก็ปิดเครื่องเช่นกัน อัมราภาชินีกังวลใจมากจนตรัสออกมาว่า ถ้าติดต่อไม่ได้ตนอาจต้องไปเมืองไทย พระราชาอึ้ง

ooooooo

เช้าวันใหม่ อรินต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเปียโนที่ดังสนั่นแต่ไม่เป็นเพลง เขาแทบบ้าตายตะโกนเรียกมัดหมี่ หลานสาวตัวน้อยอย่างเหลืออด

เงียบไปสักพักก็กระหึ่มดังขึ้นมาอีกจนเขาไม่อาจนอนต่อได้ ต้องลุกออกจากห้องลงมาส่งเสียงเข้มเรียกหลานสาว

หนูน้อยมัดหมี่วัย 9 ขวบหันมามองยิ้มหวานถามเรียกตนหรือ อรินเอ็ดว่าหนวกหู ทำไมต้องเล่นดังๆไม่เป็นเพลงแบบนี้ หนูน้อยบอก “สนุกดี...ก็หนูเพิ่งเรียนไปนิดเดียว ขืนเล่นเป็นเพลงก็แปลกแล้ว อาหาครูมาสอนให้หนูสิคะ”

“ไว้ให้ว่างก่อนแล้วจะหาให้”

“กว่าอาจะว่างหนูแก่พอดี”

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 2 วันที่ 25 พ.ย.59

ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทประพันธ์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทโทรทัศน์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ, เทอดโชค เกียรติสุขเกษม
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน กำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ผลิตโดย : บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ