อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 2 วันที่ 27 พ.ย.59

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 2 วันที่ 27 พ.ย.59

“โห...หน้าตาก็พอใช้ได้หรอก แต่ทำไมแรงจัง แบบนี้ระวังหาแฟนไม่ได้นะจ๊ะ”

เอ็มม่าสวนว่าปากเสีย สิงห์ชัยผงะ ชัยชนะแอบยิ้มนึกชอบเธอมากขึ้น นาธานจะขอตัวกลับ ชัยชนะขอดูพาสปอร์ตเพื่อเอาไปพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงก่อน นาธานกับเอ็มม่าถึงกับหน้าเจื่อน

เมื่อจัสมินถูกขอพาสปอร์ตก็บอกไปว่าไม่ได้อยู่ที่ตัวแต่อยู่ที่บ้านพัก อรินจับผิดไหนว่าเป็นนักท่องเที่ยวทำไมมีบ้านพัก จัสมินเริ่มขุ่นในอารมณ์ บอกบ้านพักครูน้อย พวกตนเช่าห้องอยู่

“รู้จักครูน้อยได้ไง”



“อยากรู้ก็ถามครูเอง”

“แสบนักนะ เธอนี่มันแก๊งไหนกันแน่ อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ทันเธอ”

“คุณอยากรู้อะไรก็เชิญตามสบาย ไปได้รึยัง...เราไม่ได้ทำอะไรผิด คุณไม่มีสิทธิ์กักตัวไว้ อ้อ...หรือว่าตำรวจไทยชอบรังแกประชาชน”

อรินเข่นเขี้ยวว่าแสบนัก จัสมินยิ้มหยันขอบใจที่ชม เขายิ่งทำหน้าดุใส่แต่เธอไม่หวั่น เดินออกมาจากห้องสอบสวนสมทบกับนาธานและเอ็มม่า จ้อยนั่งอยู่กับชิดที่โวยวายจะกลับบ้าน แต่ชัยชนะบอกว่าเขาจะต้องถูกส่งตัวไปเลิกยา ชิดไม่ยอมไป จัสมินเหลือทนเอ็ดใส่ทันที

“จะก่อเรื่องอีกเหรอ คนเป็นพ่อก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของลูก เป็นที่พึ่งให้ลูก ไม่ใช่ทำตัวเป็นปัญหาให้ลูกไปขโมยเงินไปทำเรื่องไม่ดี แค่นี้ยังทำร้ายลูกไม่พอใช่ไหม สัตว์ยังรู้จักรักลูก นี่นายชิดเป็นคนแท้ๆไม่รักลูกเลยรึไง รู้ตัวไว้ด้วยว่านายชิดเป็นพ่อที่แย่ที่สุดในโลก จะทำให้จ้อยเสียใจไปถึงไหน”

ตลอดเวลาที่จัสมินอบรม จ้อยเกาะแขนพ่อร้องไห้ ชัยชนะทึ่งกับคำพูดของเธอ ชิดอึ้งเถียงไม่ออก รู้สึกละอายใจดึงจ้อยมากอด ขอโทษและยอมไปรักษาตัวรับโทษจะกลับมาเป็นพ่อที่ดีจะทำให้ได้ จ้อยดีใจกอดพ่อแน่น

อริน ชัยชนะ และสิงห์ชัยปรึกษากัน อรินยืนกรานไม่ปล่อยตัวพวกจัสมินจนกว่าเหวยกังจะเผยตัว สิงห์ชัยถามทำไมมั่นใจว่าเป็นพวกเหวยกัง อรินย้ำว่าแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์

ตำรวจพาตัวชิดออกไป จ้อยกอดพ่อร้องไห้ จัสมินจับไหล่ดึงออกมาบอกว่าเป็นลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง อย่าให้ใครเห็นน้ำตา ชัยชนะยิ่งทึ่งในตัวเธอ พอดีครูน้อยมาถึง เอาพาสปอร์ตของทั้งสามคนมายืนยันกับอรินว่าเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ

เอ็มม่าหวั่นใจเกรงพวกอรินจะรู้ความจริง นาธานบอกไม่น่ารู้เพราะทำพาสปอร์ตสามัญให้จัสมิน แต่จัสมินกลับบอกว่า ตำรวจไทยไม่รู้แต่ทางกงสุลของเราที่นี่ต้องรู้แน่ เอ็มม่าและนาธานหน้าเสีย ชัยชนะลอบมองว่าทั้งสามคุยอะไรกัน

เจ้าหน้าที่ส่งพาสปอร์ตของจัสมิน เอ็มม่าและนาธานมาให้สถานกงสุลซามาร์ตรวจเช็กประวัติ ท่านกงสุลเห็นรูปรีบโทร.บอกองคมนตรีที่ซามาร์ว่าพบตัวเจ้าหญิงแล้ว...ด้านอรินได้รับแฟกซ์ตอบมาว่าทั้งสามคนเป็นนักท่องเที่ยวจริง มีประวัติดีขาวสะอาด เขายังไม่อยากเชื่อ สิงห์ชัยให้รีบปล่อยตัวทั้งสามคนไป อรินบ่นมันน่าจะมีทางเอาตัวทั้งสามไว้ก่อน สิงห์ชัยโวย

“เอ๊ย! จะตั้งข้อหาอะไร ผิดที่...น่ารักเกินไป หรือผิวสวยเกินเหตุ หน้าตาน่าเอ็นดู๊ ทำแบบนั้นใครจะหาว่ารังแกคนสวยนะโว้ย ไม่ดี...ไม่ดี...”

ชัยชนะเห็นด้วยให้ปล่อยตัวทั้งสามคนไปแล้วคอยจับตาดู สิงห์ชัยสนับสนุน อรินขัดใจแต่จำต้องยอม สิงห์ชัยขอโทษจัสมินที่ทำให้เสียเวลา เอ็มม่าโวยแทน นาธานขู่น่าฟ้องกลับ อรินโกรธท้าให้เอาเลย ครูน้อยต้องไกล่เกลี่ยถ้ามีอะไรสงสัยเชิญที่บ้านได้ทุกเมื่อ อรินรับคำว่าไปแน่

ขณะเดินออกมาจากโรงพัก เอ็มม่าถามครูน้อยรู้จักตำรวจพวกนี้นานแล้วหรือ ครูน้อยตอบว่ากับผู้กองชัยชนะเพิ่งเจอ แต่กับผู้กองอรินคุ้นเคยมานานแล้ว นาธานติงเขาคงชอบจับผิดตัวบ่อย

“ไม่นะ ผู้กองอรินเป็นมือดีของสำนักงานตำรวจเลย ทำงานตรงไปตรงมา ไม่เห็นแก่ใคร ไม่คอร์รัปชัน เท่าที่ครูรู้จักก็ต้องบอกว่าเป็นตำรวจที่ดีมาก แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึง...”

“ไม่ค่อยชอบพวกเรา” จัสมินพูดต่ออย่างนึกรู้ ครูน้อยเองก็งงถามว่าเคยมีเรื่องกันมาหรือ

เอ็มม่าตอบเสียเองว่าไม่เคยมีปัญหากับใคร

นาธานรู้สึกว่าอรินไม่ชอบหน้าพวกตน แบบที่คนไทยเรียกสุภาษิต จัสมินแก้ให้ว่าอคติต่างหาก เอ็มม่าอวดรู้บอกสุภาษิตเป็นเพลง ครูน้อยยิ้มอธิบายคำว่าสุภาษิตแปลว่าคำสอนใจ จัสมินย้ำว่าอรินมีอคติกับพวกตน ครูน้อยยิ่งแปลกใจ

พอกลุ่มจัสมินขึ้นแท็กซี่ออกไป รถของกงสุลก็แล่นเข้ามา กงสุลรีบเข้าไปถามหาจัสมิน อรินแปลกใจบอกว่าทั้งสามกลับไปแล้วและไม่ได้ให้ที่อยู่ไว้ ชัยชนะสงสัยทำไมอรินไม่บอกว่าทั้งสามอยู่กับครูน้อย อรินให้เหตุผลว่า

“เราติดต่อเช็กประวัติไปไม่ถึงชั่วโมง ท่านกงสุลอุตส่าห์มาตามพวกนั้นด้วยตัวเอง ไม่นึกแปลกใจบ้างหรือ... ท่านกงสุลอาจรู้ว่าพวกนั้นเป็นแก๊งเหวยกัง แต่ไม่ยอมบอกพวกเรา คงกลัวเสียชื่อประเทศซามาร์เลยคิดจะมาเอาตัวไป แล้วคงส่งกลับไปรับโทษที่โน่นเงียบๆ”

ชัยชนะเห็นว่าน่าจะให้ทางนั้นจัดการ แต่อรินไม่ยอมจะเปิดโปงจัสมินให้ได้ด้วยตัวเอง

ooooooo

กลับมาถึงห้องพัก จัสมินครุ่นคิดถึงคำถามของอริน ที่เขาเรียกว่ามัน มันคืออะไร ต้องสำคัญมากไม่อย่างนั้นคงไม่คาดคั้นถาม หรือเห็นว่าพวกเราเป็นพวกไหนอะไรสักอย่าง

นาธานหาว่าอรินหาเรื่องมากกว่า เอ็มม่าตัดบทชวนทุกคนเก็บเสื้อผ้าหนีก่อนที่ท่านกงสุลจะตามมา นาธานคิดว่าเก็บของไว้ถ้าท่านมาเมื่อไหร่ค่อยหนี แต่จัสมินบอกอย่าตื่นตูม ท่านกงสุลไม่น่ารู้ว่าพวกเราอยู่ที่ไหน นาธานกับเอ็มม่าใจแป้วเพราะถ้าท่านกงสุลรู้ พ่อแม่พวกตนก็คงรู้ ป่านนี้พระราชากับพระราชินีคงโกรธวังแทบแตก จัสมินพลอยใจคอไม่ดีไปด้วย

ในขณะที่อัมราภาชินีคาดคั้นให้มาลาตีเล่าความจริงจนหมด แล้วมาต่อว่าองค์อิสราธิบดีว่าลูกจะปลอดภัยจากกลุ่มจีโบได้นานแค่ไหน เพราะพวกมันมีหูตาทั่วโลก สั่งองคมนตรีให้แจ้งหน่วยรบให้เตรียมพร้อม ตนจะไปเมืองไทยไปพาลูกกลับด้วยตัวเอง พระราชาอึ้งไม่คาดคิด

หลังจากนั้น บนน่านฟ้าก็มีเครื่องบินรบที่ขับโดยอัมราภาชินี ประกบด้วยเครื่องบินที่คอยอารักขาสองลำ เมื่อเครื่องบินลงจอดที่เมืองไทย องค์อัมราภาชินีถอดหมวกออก มองแผ่นดินเกิดด้วยความดีใจที่ได้กลับมาเหยียบอีกครั้ง

ท่านผู้บัญชาการกับท่านผู้หญิงมารอรับเสด็จ เตรียมถวายพวงมาลัย ผู้บัญชาการทำท่าจะรายงาน

อัมราภาชินีกล่าวตัดบทเสียก่อน

“ขอบคุณทุกคนนะที่มารับ ต้องขอโทษด้วย...แต่เราต้องรีบ”

อัมราภาชินีสบตากงสุลอยากคุยด้วยโดยเร็ว รถขบวนพระที่นั่งเปิดประตูรอรับ แต่พระองค์กลับมองไปที่มอเตอร์ไซค์นำเสด็จ มีตำรวจถอดหมวกยืนทำความเคารพ อัมราภาชินีเอ่ยปากขอยืมแล้วคว้าหมวกกันน็อกมาสวม ขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตกใจของทุกคน ท่านผู้หญิงลมจับเรียกหายาดม ศรีวิจันทร์เตือนไม่ทันว่าอันตราย

ในสถานกงสุลซามาร์ ท่านกงสุลรายงานอัมราภาชินีว่า ผู้กองอรินไม่มีที่อยู่ของเจ้าหญิงจัสมิน ศรีวิจันทร์ไม่เชื่อ ต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างแน่ อัมราภาชินีถามว่าสถานีตำรวจที่จับจัสมินอยู่เขตไหน พอรู้ว่าเขตบางลำพูก็วงไปที่แผนที่

“สั่งคนของเราค้นหาในรัศมี 5 กิโลเมตรจากสถานีตำรวจ เจ้าหญิงไม่น่าอยู่ไกลจากบริเวณนี้”

กงสุลก้มหัวน้อมรับไปปฏิบัติตามคำสั่ง...

จัสมิน เอ็มม่า และนาธานเก็บกระเป๋ารอการมาของกงสุล แต่ไม่มีวี่แวว จัสมินจึงให้รื้อเสื้อผ้าออกมาแขวนตามเดิม แต่นาธานสังหรณ์ใจว่าจะต้องเจอกับอรินอีก

“ไม่มีทาง ไม่ต้องห่วงน่านาธาน เราคงไม่โชคร้ายเจอคนดุจนเป็นบ้าอย่างนั้น เป็นครั้งที่สองหรอก” จัสมินมั่นใจเช่นนั้น

นาธานถอนใจบอกเอ็มม่าว่า ตนสังหรณ์ใจว่าอรินไม่ปล่อยพวกเราง่ายๆ เขาจะต้องสร้างปัญหาให้เจ้าหญิงของเราอย่างมาก แต่เป็นแบบไหนยังไม่รู้

ooooooo

เย็นวันนั้น ชัยชนะขับรถมาจอดหน้าบ้านอริน เห็นบ้านตรงข้ามติดป้ายให้เช่าก็ด้อมๆมองๆ

อริน สิงห์ชัย และชัยชนะนั่งดื่มกันที่บริเวณสนามหน้าบ้าน อรินยังบ่นเรื่องจะต้องจับจัสมินให้ได้ เพราะเชื่อมั่นว่าแม่พิมพ์ธนบัตรปลอมอยู่ที่เธอ

สิงห์ชัยข้องใจถามจะตามราวีเธอไม่เลิกหรือ อรินรับว่าใช่ สิงห์ชัยยิ้มกริ่ม ตนจะได้เจอคนสวยบ่อยๆ อรินแย้งเสียงขุ่นว่า

“คิดจะจับ ไม่ได้คิดจะจีบ”

“นายไม่จีบแต่ฉันจะจีบเว้ย” สิงห์ชัยหลุดปากออกมาแล้วทำหน้าปูเลี่ยนๆ

สามหนุ่มนั่งดื่มแกล้มถั่วจนหมดจาน สิงห์ชัยร้องขึ้นว่าหิวกับแกล้ม เสร็จหรือยังสาวน้อย ขาดคำก็มีเสียงมัดหมี่สวนมาว่าเสร็จแล้ว หนูน้อยมัดหมี่ยกจานมาวาง สิงห์ชัยยิ้มอย่างหมายมาดจะได้กินยำปลากระป๋อง

แต่แล้วต้องฝันค้าง เพราะในจานมีปลากระป๋องหนึ่งกระป๋อง หอมหัวใหญ่หนึ่งหัว มะนาวสองลูกและพริกหนึ่งกำมือพร้อมที่เปิดกระป๋องหนึ่งอัน

“เนี่ยนะ...ยำปลากระป๋อง ยัยมัดหมี่ ตูอยากจะบ้า มันยังไม่ได้ยำนี่”

มัดหมี่เท้าเอวจีบปากจีบคอ “อาก็ทำเองสิคะหนูเพิ่งสิบขวบนะ จะให้เปิดกระป๋องได้ไง เดี๋ยวบาดมือเลือดออกจะว่าไง ใช้แรงงานเด็กเกินไปรึเปล่า”

ชัยชนะหัวเราะเห็นด้วย จัดการจะเปิดกระป๋องให้ แต่ท่าทางเก้กังจนสิงห์ชัยแซวว่าชาตินี้จะได้กินไหม แล้วดึงมาเปิดและทำเองทุกอย่าง ชัยชนะบ่นเบาๆว่าอยู่บ้านมีแม่ครัวทำให้กินตลอด มัดหมี่ร้องขึ้นว่าหิวข้าวให้อรินเจียวไข่ให้หน่อย สิงห์ชัยรีบขอให้เจียวเผื่อด้วย อรินจึงให้มัดหมี่ไปตอกไข่เอาไว้ หนูน้อยกุลีกุจอเข้าครัว

สิงห์ชัยบ่นเป็นเพราะเหวยกังที่ไปผ่าตัดเปลี่ยนหน้า ทำให้พวกตนต้องอดอยาก และว่าถ้าเหวยกังรู้ว่าอรินตามล่า เขาอาจจะเป็นฝ่ายมาหาอรินเองก็ได้ ทันใดเสียงมัดหมี่ร้องกรี๊ดลั่นดังมา อรินตกใจกระโจนข้ามโต๊ะวิ่งไปดูหลาน

มาถึงครัวเห็นมัดหมี่เต้นเร่าๆ ร้องลั่นว่ากลัวและชี้ไปที่กำแพง ทุกคนมองไปเห็นตุ๊กแกตัวเล็กเกาะอยู่ สิงห์ชัยทำปากเก่งว่ากลัวอะไรไม่เข้าท่า มัดหมี่ให้ไล่มันไป สิงห์ชัยยิ้มแหะๆอ้างไม่ชอบรังแกสัตว์ หันไปจะให้ชัยชนะจัดการ แต่รายนั้นกลับกลัวกว่าหลบอยู่ห่างเป็นโยชน์ อรินจึงต้องหาไม้มาเขี่ยไล่มันออกไปเอง สิงห์ชัยโล่งอกบอกวิ่งมาพุงแทบแตก

“ถ้าไม่เพราะคุณมาพูดขู่ พวกเราคงไม่ตกใจกันขนาดนี้”

“อ้าว ว่างี้ได้ไง ที่พูดเตือนเพราะหวังดี คนอย่างมันมาได้รึเปล่าล่ะ”

มัดหมี่ได้ยินชัยชนะกับสิงห์ชัยเถียงกันก็สงสัยว่าใครจะมา สิงห์ชัยบอกคนบางคนอาจจะมาหาอรินที่บ้าน อรินกล่าวเสียงเข้มขึ้นทันที

“ผมไม่ยอมให้มันมาถึงที่นี่ได้หรอก แต่จะไปหาคนของมันแทน”

ooooooo

จัสมินและเอ็มม่าจัดเสื้อผ้ากลับเข้าตู้ จัสมินจะช่วยยกกระเป๋าเก็บก็แปลกใจ ของออกหมดแล้วแต่ทำไมกระเป๋ายังหนักทั้งที่แบบเดียวยี่ห้อเดียวกันกับของตน เอ็มม่าคิดว่าคงเป็นของก๊อบปี้จึงหนักกว่าของแท้ จัสมินจึงเลิกใส่ใจ

เช้าวันใหม่ เอ็มม่ากำลังตากผ้าที่ซัก เห็นรถอรินแล่นเข้ามาก็ชะงัก รีบวิ่งเข้าบ้านไปบอกจัสมิน อรินแค่นยิ้มสะใจ คิดว่าพวกจัสมินต้องร้อนใจที่ตนมา

ครูน้อยต้อนรับอริน ถามว่างหรือถึงแวะมาเยี่ยมเยียน เขาอ้างว่าผ่านมาแถวนี้พอดี แล้วถามวันนี้ไม่มีสอนหรือ ครูน้อยบอกว่าสมัยนี้เด็กไม่ค่อยเรียนรำไทยกันแล้ว หันไปเต้นแบบเกาหลีกันมากกว่า ครูน้อยรู้ทันดักคอว่าที่มาคงไม่ได้มาถามเรื่องแค่นี้ อรินยิ้มแหะๆเชิงยอมรับ ก่อนถามว่าสามคนนั่นทำอะไร จะอยู่นานแค่ไหน ครูน้อยบอกว่าช่วยสอนเด็กๆ

จัสมินกับเอ็มม่าแอบฟัง ร้อนใจกลับออกมาปรึกษากัน เอ็มม่าร้อนตัวชวนหนี แต่จัสมินใจเย็นคิดว่าถ้าอรินรู้ว่าพวกตนเป็นใครก็คงพากงสุลมาด้วยแล้ว นาธานบ่นว่าอรินจะจองล้างจองผลาญกันไปถึงไหน ทันใดเสียงจ้อยเรียก ทั้งสามคนสะดุ้ง จ้อยบอกว่าครูน้อยให้มาตามไปพบ นาธานหวั่นใจท่าจะไม่ดี จัสมินไม่กลัวบอกอย่างมากก็แค่ชกกัน

อรินกำลังบอกครูน้อยว่าตนไม่เชื่อว่าพวกจัสมินไม่มีที่ไป ครูน้อยรับรองและเล่าว่าทั้งสามกระเป๋าเงินหาย เหลือเงินติดตัวกันนิดหน่อยแล้วจะไปไหนได้อย่างไร

นี่ก็เห็นว่าอยากหางานทำแต่สมัยนี้งานมันหายาก

จ้อยเดินนำพวกจัสมินเข้ามา อรินมองอย่างจับผิด ครูน้อยถามจำผู้กองได้ใช่ไหม นาธานบอกใครจะลืมคนที่จะเอาพวกตนเข้าคุกได้ อรินไม่อยากทะเลาะด้วยเดินเข้ามาจ้องหน้าจัสมินถามว่า

“เห็นครูว่ากำลังหางานทำ”

จัสมินนิ่งไม่ตอบ อรินอยากรู้ว่าทำอะไรเป็นบ้าง นาธานจะเข้ามาขวาง จัสมินสบตาเชิงห้าม แล้วหันมาตอบอรินว่าทำได้หลายอย่าง เขาให้แจกแจงแต่เธอก็ย้ำว่าหลายอย่าง นาธานไม่ชอบท่าทีของอรินจึงกวนใส่

“พูดขนาดนี้ยังไม่รู้เรื่องอีกหรือไงผู้กอง เข้าใจอะไรยากจัง”

อรินเคือง สองหนุ่มมองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร จัสมินเริ่มเป็นห่วงนาธาน...

ฝ่ายเหวยกังเริ่มร้อนใจที่หาพวกจัสมินไม่เจอ เปิดกระเป๋าหยิบเงินซามาร์ออกมามองอย่างครุ่นคิด ตัดสินใจมาสอบถามที่สถานกงสุล แต่ไม่ทันจะเอ่ยถามก็เห็นรูปเจ้าหญิงจัสมินถ่ายคู่กับอิสราธิบดีและอัมราภาชินีขนาดใหญ่ติดอยู่ที่ผนัง

เขาจ้องมองอย่างจำจัสมินได้ แล้วถามว่าภาพใคร เจ้าหน้าที่ตอบว่าองค์รัชทายาทแห่งซามาร์ เหวยกังชะงักยิ้มมุมปากอย่างมีแผนร้าย

ooooooo

วันต่อมา อรินครุ่นคิดจะจัดการอย่างไรกับพวกจัสมินดี เสียงมัดหมี่เล่นเปียโนไม่เป็นเพลงดังลั่นรบกวนสมาธิอีก จึงเกิดความคิดพามัดหมี่กลับมาที่บ้านครูน้อยอีกครั้ง บอกความจำนงว่าอยากได้ครูสอนพิเศษหลาน พอจะแนะนำใครให้ได้บ้างไหม

“สามคนนี่ไงคะ อยู่ว่างๆ คุยกันได้เลย”

มัดหมี่ยิ้มมองจัสมินอย่างถูกชะตา จัสมินยิ้มตอบที่มัดหมี่เป็นเด็กน่าเอ็นดู จ้อยเดินเข้ามายิ้มให้มัดหมี่ แต่เธอกลับเชิดใส่ จ้อยเลยแลบลิ้นให้ มัดหมี่ตกใจจะโวยแต่จ้อยวิ่งหนีไปก่อน

อรินเจรจากับครูน้อยว่าถ้าเล่นเปียโนได้ด้วยจะดีมาก ครูน้อยชี้ไปที่จัสมินแล้วบอกว่าคนนี้เล่นได้ทั้งเปียโนและไวโอลิน มัดหมี่ดีใจเพราะตนอยากเรียนไวโอลินด้วย

อรินถามจัสมินว่าจะรับงานนี้ไหม เธอบ่ายเบี่ยงว่าตนไม่เหมาะกับงานนี้ นาธานยิ้มชอบใจ รีบเอ่ยดักคอว่าตนก็สอนหนังสือเด็กไม่เป็น เอ็มม่าเสริมว่าตนก็เล่นเปียโนไม่เป็น อรินเลยมาเจาะจงที่จัสมิน

“เธอน่าจะเหมาะที่สุด”

“บอกแล้วไงว่าไม่เหมาะ”

“ไม่กล้าก็บอกมาดีกว่า” อรินแกล้งท้า

“ใครบอกว่าเราไม่กล้า แต่ถึงกล้า...ก็ไม่ได้หมายความว่าอยากจะทำ”

ครูน้อยสนับสนุนให้จัสมินไปทำงานกับอริน เพราะปลอดภัยและมีรายได้ไว้เที่ยวอย่างที่เธออยากไป จัสมินสบตาเชิงถามความเห็นนาธาน เขาส่ายหน้า แต่เอ็มม่าท่าทางเห็นด้วย มัดหมี่เข้าประจบเกาะแขนจัสมินขอร้องด้วยสีหน้าน่าสงสาร

“พี่ไปเป็นครูของมัดหมี่นะคะ รับรองหนูจะไม่ดื้อไม่ซนเลย นะคะ...นะ”

จัสมินลำบากใจ อรินแอบยิ้ม คาดหวังว่าสำเร็จแน่...

ชัยชนะกับสิงห์ชัยตามมาที่บ้านครูน้อย สิงห์ชัยบ่นที่อรินพยายามจะจับจัสมินให้ได้ ถามชัยชนะเชื่อหรือว่าเธอจะเป็นพวกเหวยกัง

“ไม่รู้ แต่สามคนนี่ก็ดูมีพิรุธ เหมือนมีเรื่องปิดบัง แต่จะเรื่องดีหรือไม่ดี ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

“อ๊ะ ไม่เลว...ติ๋มๆเป็นคุณหนู ที่แท้หลักการดีเหมือนกันนะเนี่ย”

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 2 วันที่ 27 พ.ย.59

ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทประพันธ์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทโทรทัศน์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ, เทอดโชค เกียรติสุขเกษม
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน กำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ผลิตโดย : บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ