อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 3 วันที่ 28 พ.ย.59

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 3 วันที่ 28 พ.ย.59

“ไม่รู้ แต่สามคนนี่ก็ดูมีพิรุธ เหมือนมีเรื่องปิดบัง แต่จะเรื่องดีหรือไม่ดี ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

“อ๊ะ ไม่เลว...ติ๋มๆเป็นคุณหนู ที่แท้หลักการดีเหมือนกันนะเนี่ย”

“คนจริงเขาไม่ขี้โม้หรอก” ชัยชนะกล่าวแล้ว เดินจ้ำเข้าบ้านครูน้อย

ระหว่างนั้นจัสมินกำลังหนักใจไม่อยากทำร้ายจิตใจมัดหมี่ หนูน้อยรำพันเรียกร้องความสงสาร

“ที่บ้านเรา มัดหมี่อยู่กับอาสองคน ของกินก็ไม่ค่อยมี กินแต่บะหมี่สำเร็จรูปกับปลากระป๋องบ่อยมาก อ้อ ไข่เจียวอีกอย่าง พี่สอนหนังสือ สอนเปียโนแล้ว จะได้ทำกับข้าวให้มัดหมี่กับอากินด้วยไงคะ”



จัสมินยิ้มอ่อนโยนขอโทษที่ไปไม่ได้ มัดหมี่ทำหน้าจะร้องไห้ ชัยชนะกับสิงห์ชัยเดินเข้ามาสวัสดีครูน้อย อรินยั่วท้าจัสมินว่าเธอคงขี้เกียจ สิงห์ชัยได้ยินกระซิบกับชัยชนะว่าแรงเกิน

จัสมินโมโหยืดตัวต่อว่าอริน กล้าดีอย่างไรมาว่าตน

“พูดแค่นี้ไม่เห็นต้องใช้ความกล้าเลย มันจริงรึเปล่าล่ะ ไม่มีเงินแต่ยังไม่ยอมทำงาน ถ้าไม่ขี้เกียจแล้วจะให้เรียกว่าอะไร พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ”

นาธานโกรธเข้ามามองหน้าอรินว่าพูดเกินไป อรินย้อนไม่ได้พูดด้วยอย่ายุ่ง จัสมินถลันเข้าดึงนาธานไว้บอกอย่าไปทะเลาะกับคนพาลนิสัยหยาบ อรินโวยว่าใคร เธอสวนทันควัน

“ก็คุณไง น่าสงสารมัดหมี่ที่ต้องอยู่กับอาปากร้าย”

มัดหมี่ได้ทีโน้มน้าว “งั้นพี่ยิ่งต้องไปอยู่กับเรา สอนมัดหมี่แล้วจะได้สอนอาอีกคน อาอรินเขาไม่มีใครสอนเหมือนกัน”

จัสมินแอบขำ อรินเอ็ดหลานสาวให้เงียบ ครูน้อยเห็นท่าไม่ดีต้องห้ามทัพ แต่อรินกลับยิ่งยั่วจัสมินว่าขี้ขลาดไม่กล้าทำงานนี้ เธอโกรธหลุดปากว่าทำได้ อรินฉวยโอกาสย้ำว่าพูดคำไหนคำนั้น

“คนอย่างเรา พูดแล้วไม่เคยคืนคำ”

“ดี...ถ้าไม่ขี้ขลาดจริงก็ไปทำงานด้วยกัน แต่ถ้าไม่กล้าไปทำ ก็ยอมรับเถอะว่าปอดแหก”

สิงห์ชัยทำท่าสยองเกรงอรินจะโดนตบกลางอากาศ อรินยังท้าทายให้จัสมินยอมรับออกมาไม่ต้องกลัว

เสียฟอร์ม หญิงสาวเชิดหน้าอย่างทะนงในศักดิ์ศรี

“ได้...เพื่อพิสูจน์ว่าคนอย่างเราไม่เคยกลัวใคร เราจะไปทำงานสอนหนังสือมัดหมี่เอง”

นาธานกับเอ็มม่าตกใจห้ามไม่ทัน มัดหมี่ร้องเย้ดีใจ อรินสมใจให้จัสมินไปเก็บเสื้อผ้า พอได้ยินเอ็มม่าชวนนาธานไปเก็บของ ก็รีบชี้แจงว่าจ้างจัสมินคนเดียว นาธานไม่ยอมบอกว่าพวกตนต้องอยู่ด้วยกัน เอ็มม่าเสียงแข็งถ้าพวกตนไม่ได้ไปด้วยกันก็ไม่ไปทั้งหมด ชัยชนะนึกหาทางแก้
จัสมิน นาธาน และเอ็มม่ามาปรึกษากัน จัสมิน

บอกว่าควรจะทำงานเพราะเกรงใจครูน้อย แต่นาธานไม่ไว้ใจอริน เสนอให้กลับซามาร์ จัสมินไม่ยอม ถ้าต้องเลือก ยอมทำงานกับคนนิสัยเสียดีกว่ากลับบ้าน

“เรายังไม่ได้เที่ยวอะไรเลย อีกอย่าง...รู้สึกไหมว่านายคนนิสัยเสียเนี่ย อยากได้เราไปทำงานด้วยซะจริง เขาเคยพูดเหมือนเราทำงานหรือเป็นพวกใครอะไรเนี่ย แต่ฟังแล้วก็ไม่เข้าใจ”

“อย่าไปสนใจเลยท่าน”

“มันต้องมีอะไรสักอย่างนะนาธาน ถ้าไปทำงานกับเขา เราอาจจะรู้ว่ามันเรื่องอะไรกัน”

“จะต้องทรงอยากรู้เหรอเพคะ”

“แน่นอนต้องรู้ให้ได้ ถ้าไม่รู้เดี๋ยวนอนไม่หลับสิ” จัสมินรู้สึกสนุกแต่สองผู้ติดตามไม่สนุกด้วย

ครูน้อยไกล่เกลี่ยให้อรินพบกันครึ่งทาง ยอมให้นาธานกับเอ็มม่าไปอยู่ด้วย มัดหมี่บอกว่าที่บ้านมีสองห้อง คือห้องตนกับห้องอริน เอ็มม่าพึมพำว่าจน อรินได้ยินยอมรับว่าใช่ เพราะตนไม่เคยคอร์รัปชันจึงไม่รวย ชัยชนะเห็นว่าไม่ได้ข้อสรุปสักทีจึงเสนอหาทางออกให้

“เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ให้คุณนี่ไปอยู่บ้านอริน ส่วนคุณนาธานกับคุณเอ็มม่ามาอยู่หลังตรงข้าม ก็เหมือนบ้านเดียวกัน แค่ถนนกั้นนิดเดียว”

อรินท้วงว่าจะไปอยู่บ้านคนอื่นได้อย่างไร ชัยชนะบอกว่าบ้านนั้นให้เช่า ตนโทร.ถามแล้วมีสามห้องนอน ถ้าตกลงกันได้ตนจะเช่าเอง สิงห์ชัยเห็นดีขอมาอยู่ด้วยคน ท่าทางสบายกว่าแฟลตตำรวจแถมไม่ไกลจากที่ทำงาน จ้อยยืนฟังหน้าเศร้า ชัยชนะเห็นจึงชวนไปอยู่ด้วยกัน

รถชัยชนะแล่นตามรถอรินมาจอดหน้าบ้าน อรินให้นาธานไปเปิดประตูรั้ว เขามองอย่างไม่พอใจ มัดหมี่จึงจัดการเปิดให้เอง นาธานจะเดินตามจัสมินเข้าบ้านอริน แต่อรินชี้ให้ไปบ้านตรงข้าม เอ็มม่าจะขออยู่กับจัสมิน แต่จัสมินบอกไม่ต้องห่วงตนเอาตัวรอดได้

เอ็มม่ากระซิบว่าบ้านหลังนิดเดียวอยู่ได้หรือ เธอบอกอยู่ไม่นาน เก็บเงินได้ก็จะไปเที่ยวกัน...อรินทำเสียงเข้มถามว่าจะยืนชมวิวกันอีกนานไหม จัสมินค้อนขวับเดินปึงปังตามมัดหมี่เข้าไป

ด้วยประตูแคบทำให้มือจัสมินโดนมืออรินอย่างไม่ตั้งใจ เธอดึงมือออกอย่างรวดเร็ว อรินหมั่นไส้บอกไม่ต้องทำรังเกียจขนาดนั้น ตนไม่เคยคิดจะแต๊ะอั๋ง ว่าแล้วก็เดินไป จัสมินมองตามหลังสบถว่าคนบ้า นาธานเดินเข้ามาได้ยินพอดี ถึงกับยืนเหวอเพราะเข้าใจผิด

เอ็มม่าเดินตามจัสมินเข้ามาเห็นบ้านอรินทั้งรกและเล็ก ก็กระซิบถามจัสมินว่าอยู่ได้แน่หรือ เธอบอกถ้าไม่ได้ก็จะโดนว่าเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออีก มัดหมี่ชวน

จัสมินนอนห้องเดียวกับตน นาธานตามเข้ามาจะช่วยจัสมินยกกระเป๋า อรินปรามไม่ชอบให้คนอื่นขึ้นไปวุ่นวายบนบ้าน ถ้ากระเป๋าแค่นี้ยกเองไม่ได้ก็ไม่ต้องทำอะไรกินแล้ว จัสมินจึงยกเอง นาธานมองตามอย่างห่วงๆ

จัสมินเห็นห้องนอนก็ชะงัก รกมากนึกว่ารังหนู มัดหมี่บอกว่ามีกลิ่นตุๆด้วย และว่าห้องนี้เป็นห้องอริน ห้องตนอยู่ถัดไป จัสมินเห็นห้องที่มัดหมี่อยู่ค่อยสะอาดหน่อย มีเตียงนอนใหญ่ ถามว่าปกติใครอยู่ห้องนี้ มัดหมี่ตอบว่าเมื่อก่อนอรินอยู่คนเดียว

ทั้งสองช่วยกันจัดเก็บเสื้อผ้าแล้วพากันลงมาข้างล่าง เห็นอรินนอนเอกเขนกดูทีวีก็เดินไปที่เปียโน

จัสมินให้มัดหมี่ลองเล่น หนูน้อยเล่นไม่เป็นกดมั่วไปจนเธออดขำไม่ได้ ก่อนบอกว่าจะเริ่มสอนให้ใหม่ มัดหมี่นึกได้ว่ายังไม่รู้ชื่อครูเลย

จัสมินอ้ำอึ้ง นึกถึงตอนอยู่ซามาร์ เห็นท่านแม่ชอบเก็บดอกมะลิและเป็นดอกไม้ที่หอม แม่บอกว่าเป็นดอกไม้ไทยชื่อดอกมะลิ ซึ่งชื่อเธอก็แปลว่าดอกมะลิ จึงบอกมัดหมี่ว่าตนชื่อมะลิ

อรินได้ยินแซวว่าเชยมาก ชื่อเหมือนคนอายุห้าสิบปีขึ้นไป จัสมินไม่สนใจบอกตนชอบและไพเราะดี มัดหมี่เปรยว่าไม่เหมาะกับครูเลย อรินแย้งว่าใครบอกไม่เหมาะ สมตัวที่สุด เชยสุดในสามโลก

จัสมินหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธ อรินเห็นแล้วชอบใจที่ยั่วเธอได้

ooooooo

บ้านที่ชัยชนะเช่ามีสามห้องนอน เขาจึงให้เอ็มม่านอนคนเดียวหนึ่งห้อง สิงห์ชัยเลือกห้องที่มองมาทางบ้านอรินได้ เพราะตั้งใจจะคอยมองจัสมิน และอ้างว่าตนนอนกรนให้อีกสามคนไปนอนด้วยกัน

จ้อยท้วงว่าผู้ชายมีสี่คนต้องห้องละสองคน เอ็มม่าได้ทีประชดสิงห์ชัยว่าเด็กยังมีความคิดกว่า

สิงห์ชัยจะโวย จ้อยรีบบอกว่าตนก็นอนกรนงั้นจะนอนด้วย แต่ด้วยความเป็นห่วงจัสมิน นาธานค้านว่าตนจะนอนกับสิงห์ชัยเอง พอลงตัวสิงห์ชัยก็บ่นว่าไม่มีที่นอนหรือเสื่อสักผืนเหรอ ชัยชนะยิ้มๆ บอกเดี๋ยวจัดให้

บ่ายวันนั้น ชัยชนะพานาธานและสิงห์ชัยมาช่วยกันขนที่นอนหมอนเสื่อจากบ้านตัวเองลงจากชั้นบน มีสาวใช้ช่วยขนอีกสี่คน แต่ต้องหลบๆซ่อนๆ สิงห์ชัยบ่นว่านี่เป็นตำรวจหรือขโมยกันแน่ ไม่ทันไรเสียงคุณหญิงแม่ของชัยชนะดังขึ้น

“จะขนของไปไหนกันจ๊ะ...ลูกหนู”

ทุกคนชะงัก สิงห์ชัยไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าแม่เรียกลูกหนู ชัยชนะยิ้มอย่างอายๆ แล้วเขาก็ถูกคุณหญิงแม่ซักฟอก สิงห์ชัยมองบ้านใหญ่โตของชัยชนะแล้ว ข่มนาธาน

“บ้านใหญ่โตหรู รวยจริง...นี่...เคยได้เข้ามาในบ้านใหญ่ๆแบบนี้ไหม สงสัยเป็นครั้งแรกล่ะสิ”

นาธานยิ้มหยันไม่อยากคุยอวด คุณหญิงแม่ขอให้ชัยชนะลาออกจากตำรวจ บ่นว่าทำไปทำไมทั้งเหนื่อยและเสี่ยงอันตรายไม่คุ้ม กลับมาช่วยธุรกิจบ้านเราดีกว่า ได้เงินมากกว่ารับราชการหมื่นเท่า

“ถ้าทุกคนคิดเอาตัวรอดอย่างนั้น ต่อไปก็ไม่มีคนดีคนเก่งมารับราชการ จะมีแต่คนโง่เข้ามาบริหารประเทศ แล้วชาติไทยจะอยู่รอดได้ยังไงครับแม่ ผมโชคดีกว่าคนอื่นที่เกิดมาสบาย ผมก็ควรเสียสละตอบแทนให้ชาติบ้าง แม่ให้ผมได้เป็นตำรวจที่ดีเถอะนะครับ”

คุณหญิงแม่เห็นสายตามุ่งมั่นของลูกก็ได้แต่ถอนใจ รู้ว่าเปลี่ยนใจลูกไม่ได้...

ขณะเดียวกัน อรินพาจัสมิน เอ็มม่า และมัดหมี่มาเดินตลาด จัสมินเห็นไก่ย่างก็บอกว่าที่ซามาร์มีแบบนี้เรียกว่าเทนดูหริ อรินบอกของไทยเรียกว่าไก่ย่างวิเชียรบุรี ว่าแล้วก็จ่ายเงินซื้อมาหนึ่งตัว แล้วถามจัสมินว่าทำกับข้าวเป็นไหม ตนจะซื้อของสดไปทำ เธอส่ายหน้าบอกว่า
ไม่เคยทำแต่จะลองดู

“เวร...คงอร่อยตายล่ะ” อรินบ่นอุบ

จัสมินบอกให้เตรียมกินยาไว้ล่วงหน้าได้เลย

อรินแปลกใจว่ายาอะไร

“ก็ยาแก้โรคขี้โมโหไง...ไปเอ็มม่า ไปช็อปปิ้งกัน ของเยอะดีจัง หน้าตาดีน่ากินทั้งนั้นเลย”

อรินแปลกใจกับท่าทีร่าเริงของจัสมินที่ทำราวกับไม่เคยเดินตลาดมาก่อน...

ค่ำวันนั้น ทุกคนอิ่มอร่อยกับอาหารฝีมือจัสมิน โดยเฉพาะสิงห์ชัยชมไม่ขาดปากว่าอร่อยมากแถมคนทำชื่อก็น่ารัก จัสมินฟังแล้วชะงัก เพราะคำพูดนั้น ตรงกันข้ามกับที่อรินเคยบอกว่าเชย

เมื่อจัสมินอยากรู้ว่าชื่อของเธอเชยหรือไม่ สิงห์ชัยสงสัยใครว่าแบบนั้นให้พูดมาเดี๋ยวจะจัดการให้ จัสมินปรายตามองอรินและว่ามีแล้วกัน

“โธ่...ไอ้บ้าที่ไหนมันพูดไปได้”

สิงห์ชัยพูดซะอรินสำลัก แต่คนพูดไม่ทันสังเกตมัวแต่จะจีบสาว ยืนยันชื่อนี้ไม่เชยเลย เป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทยด้วยซ้ำ อย่าไปฟังพวกปากเน่า คนพวกนี้โรคจิต ดีไม่ดีอาจเป็นอีแอบถึงได้ชอบนินทาค่อนขอดผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ

อรินสำลักอีกครั้ง สิงห์ชัยหันมาถามว่าเป็นอะไร จัสมินแอบยิ้มเยาะทำให้อรินยิ่งโมโห ชัยชนะแก้ตัวให้ว่าอาหารมะลิคงอร่อยมาก อรินเยาะหยันว่าแค่พอกินได้เท่านั้น แต่จ้อยไม่เห็นด้วยชื่นชมว่าอร่อยที่สุดในโลก จัสมินเลยยิ้มหน้าบาน

“ขอบใจจ้ะ คงมีแต่พวกรสนิยมดีถึงกินแล้วรู้สึก ถ้าเป็นพวกลิ้นจระเข้กินเท่าไหร่ก็ไม่มีรู้”

“จริงครับ เขาเรียกพวกลิ้นกระดาษทราย ให้กินข้าวคลุกน้ำปลาแหละดีแล้ว...แม่มะลิชื่นตาเย็นใจจริงๆ”

สิงห์ชัยเออออไปกับจัสมินด้วยท่าทีปลาบปลื้มมาก นาธานไม่พอใจทิ้งช้อนลงกระแทกจานอย่างหงุดหงิดบอกเอ็มม่าที่อยากรู้เขาเป็นอะไรว่าตนอยากเตะคน สิงห์ชัยไม่รู้ตัว อยากรู้ว่าหมายถึงใคร แต่ไม่ได้คำตอบ หนำซ้ำอรินก็จะขอร่วมด้วยช่วยเตะ ก็เลยบ่นอุบว่าพูดอะไรกันไม่รู้เรื่อง

เอ็มม่าเปลี่ยนเรื่องคุยด้วยท่าทีเกรงใจเจ้าของบ้านว่าเราไม่อยากมาอยู่เฉยๆ ไม่ชอบรบกวนใคร นาธาน เห็นด้วยและถามว่ามีอะไรให้ทำบ้าง ตอบแทนที่ให้ที่อยู่ที่กิน ชัยชนะจึงมอบหมายให้นาธานสอนหนังสือจ้อย ส่วนเอ็มม่าช่วยดูแลทำความสะอาดบ้าน และตนจะให้เงินเดือน นาธานยืดอกอย่างมีศักดิ์ศรี ปฏิเสธว่าไม่ต้องการเงินเดือน แค่ที่อยู่ที่กินก็พอ ชัยชนะตกลงและขอบคุณที่ช่วย

อรินเดินออกมานั่งครุ่นคิดที่สนามหน้าบ้าน ชัยชนะตามออกมาหยั่งเชิงว่าแปลกใจที่มะลิไม่เป็นอย่างที่คิดใช่ไหม อรินย้อนถามเขารู้สึกเหมือนกันหรือ ชัยชนะตั้งข้อสงสัย

“ถ้าเหวยกังไม่ไปตามหาเธอที่โรงแรม ผมจะไม่เชื่อเลยว่าคุณมะลิเป็นพวกมัน นาธานกับเอ็มม่าก็เหมือนกัน พวกเขาดูมีศักดิ์ศรีมากเกินกว่าจะทำเรื่องผิดแบบนั้น เป็นไปได้ไหมที่...บางทีคุณมะลิอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหวยกัง”

อรินอึ้งข่มความรู้สึกไม่อยากใจอ่อน แต่ก็ยอมรับว่าเป็นไปได้ แต่สัญชาตญาณของการเป็นตำรวจ ทั้งสามคนดูมีพิรุธหลายอย่าง โดยเฉพาะมะลิ เธอต้องไม่ธรรมดาแน่ดูมีเรื่องปิดบัง ชัยชนะเชื่อว่าอรินดูคนเก่ง แต่หวังว่างานนี้คงไม่เข้าใจผิด อรินเองก็หวั่นใจ

เวลานั้น จัสมิน เอ็มม่าและนาธานช่วยกันล้างจานอยู่ในครัว เอ็มม่าบ่นใครจะเชื่อว่าเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งซามาร์จะมาตกระกำลำบากแบบนี้

จัสมินกลับหัวเราะบอกแปลกดีถ้าอยู่ที่ซามาร์คงไม่ได้ทำงานพวกนี้ แต่นาธานเห็นว่าเป็นงานหนักเกินไปจึงเสนอว่าจะติดต่อให้เพื่อนส่งเงินมาให้ เอ็มม่านึกได้ตนมีนาฬิกาฝังเพชรติดตัวมา ถ้าขายก็ได้เงินมากโข จัสมินไม่เห็นด้วยอยากอยู่แบบนี้ เพราะต้องการรู้ให้ได้ว่าอรินมีเหตุผลอะไรที่ให้พวกเรามาอยู่ที่นี่

อ่านละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ตอนที่ 3 วันที่ 28 พ.ย.59

ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทประพันธ์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน บทโทรทัศน์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ, เทอดโชค เกียรติสุขเกษม
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน กำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ผลิตโดย : บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น
ละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ