อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 3 วันที่ 30 พ.ย.59

อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 3 วันที่ 30 พ.ย.59

กุหลาบขาวยังกอดแมวตาเพชรไม่ยอมปล่อย แมวตาเพชรจึงใช้อาวุธลับเป็นกรงเล็บคมกริบตะกุยไปที่แผลของกุหลาบขาวจนต้องปล่อย เธอด่าใส่หน้า “ไอ้โกหก ตำรวจเขาบอกว่าเป็นกุหลาบขาว” ถีบกุหลาบขาวกระเด็นแล้วตวัดแส้รัดคอจนหายใจไม่ออก แต่เขายังพยายามโต้ว่า

“มันก็เหมือนตอนที่เธอเป็นคนเอาเพชรละอองทะเลไปจากบ้านเซเลบชารินแล้วคนหาว่ากุหลาบขาวเป็นคนเอาไปนั่นแหละ!” แล้วเอามีดเล่มเล็กตัดแส้ขาด

แต่กุหลาบขาวก็พลาดท่า ถูกดาราวรรณที่ควบคุมแผงวงจรต่างๆอยู่ ตวัดโซ่รัดเท้าดึงขึ้นห้อยโตงเตงพยายามดิ้นให้หลุด แมวตาเพชรเดินเข้ามาจ้องพึมพำแค้น “แกฆ่าพ่อแม่ฉัน...แกพรากครอบครัวของฉันไป”



โรงละครกลายเป็นสมรภูมิต่อสู้เอาเป็นเอาตายของกุหลาบขาวกับแมวตาเพชร ดาราวรรณกับดนัยเทพก็ตามมาช่วยหลานน้าหลานอาด้วย ดาราวรรณและแมวตาเพชรต่างต่อสู้อย่างเก่งกาจจนดนัยเทพบ่นว่า ทำไมผู้หญิงแถวนี้รุนแรงจัง ดาราวรรณสวนทันควันว่าก็เพราะพวกผู้ชายชั่วมันเยอะไง

อานุภาพดูการต่อสู้ที่ทำให้ข้าวของในโรงละครพังเสียหาย ตะโกนบอกว่า ฉากพวกนี้ต้องใช้แสดงละครอีกหลายรอบนะ เลิกตีกันได้แล้ว

อานุภาพหยุดพวกเขาไม่ได้ จนกระทั่งกุหลาบขาวล็อกแมวตาเพชรไว้ได้ถามว่าพ่อแม่เธอเป็นใคร แมวตาเพชรบอกว่าคนที่เขาฆ่าไง กุหลาบขาวโต้ว่าตนไม่เคยฆ่าใคร ถามแมวตาเพชรว่าเธอเป็นใคร พยายามจะดึงหน้ากากเธอออก แต่ถูกดาราวรรณสั่งให้ปล่อยเดี๋ยวนี้

“ปล่อยแน่ แต่ขอดูหน้าหน่อย” กุหลาบขาวจับหน้ากากแมวตาเพชร ทันใดนั้นดาราวรรณก็ล็อกดนัยเทพ ไว้เป็นตัวประกัน กุหลาบขาวเห็นดังนั้นก็ตกใจ แมวตาเพชร ตะโกนให้ดาราวรรณจัดการดนัยเทพเลย กุหลาบขาวรีบตะโกนว่าตนไม่ได้ฆ่ามาคัส

ทันใดนั้น ไฟบนเวทีสว่างพรึบ อานุภาพถามว่า “สนุกกันพอหรือยัง” ทำให้ทุกคนชะงักแหงนมอง เห็นอานุภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้ชมชั้นบน ถือไมค์พูดว่าคราวหน้า ไม่เอาแล้ว ฉากพังหมดตนเจ็บตัวอีกต่างหาก

“มังกี้ คุณผู้หญิงพวกนี้เข้าใจผิดกันใหญ่แล้วนายรีบเคลียร์หน่อยซิ” ดนัยเทพบอก

“กุหลาบขาวไม่ได้ฆ่ามาคัส” อานุภาพประกาศจริงจัง ทุกคนชะงักฟัง “ถึงฉันจะไม่มีหลักฐานพิสูจน์ แต่ฉันรู้จักกุหลาบขาวดี ฉันการันตีได้ว่ากุหลาบขาวเป็นคนดี เขาก็มีเป้าหมายเดียวกับเธอนั่นแหละ ฟังให้ดีนะแมวตาเพชร งานนี้มีคนน่าสงสัยกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเธอ”

“ใคร!?” แมวตาเพชรถามทันที

ooooooo

เทวัญนั่งอยู่ริมสระว่ายน้ำ เขากุมศีรษะอย่างเจ็บปวด อีกมือกำเพชรละอองทะเลไว้แน่น กัดฟันพูดว่า ตนจะทรมานอีกไม่นาน แล้วร้องอย่างเจ็บปวด จนโรมันเสนอว่าอาการพ่อแย่ลงเรื่อยๆ ให้เริ่มกันเถอะ

“ไม่ได้!!! ถ้าไม่ใช่เวลาที่ตำรากำหนดไว้ อาทิตย์ลับฟ้า จันทราฉายแสง...เพชรละอองทะเลก็จะไร้ค่า”

รสลินกับโรมันประคองเทวัญมายังห้องรักษาที่ เป็นสระว่ายน้ำมีซันรูฟ พาเทวัญนอนเปลือยกายในสระว่ายน้ำ ตรึงแขนขาไว้ รสลินเฝ้ารอจนพระอาทิตย์ตกและพระจันทร์ลอยอยู่บนฟ้าก็พยักหน้าบอกโรมันว่าได้เวลาแล้ว โรมันรีบเอาเพชรละอองทะเลใส่เครื่อง รสลินเปิดซันรูฟเพื่อรับแสงจันทร์

เวลาเดียวกัน ที่โรงละคร อานุภาพตอบคำถามของแมวตาเพชรว่าไม่มีใครรู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน แต่ตามตำนานเล่าขานว่าเพชรละอองทะเลมีฤทธิ์ช่วยปรับอณูเล็กๆในร่างกายมนุษย์ที่เสียสมดุลและผลิตพิษร้ายมาทำลายตัวเอง ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคร้ายมาทำลายตัวเอง ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคร้ายหลายอย่างกับอวัยวะ เลือด และกระดูกให้กลับกลายเป็นอณูที่ดี พวกเนื้องอก เนื้อร้ายและเซลล์อันตรายจะถูกขจัดทำลายสิ้น

แมวตาเพชรถามว่าเพชรเม็ดเดียวจะทำให้หายเจ็บป่วยได้ยังไง ดนัยเทพตอบอย่างผู้รู้ว่าพลังสมดุลแห่งมหาสมุทรไง อานุภาพย้ำว่า มหาสมุทรคือต้นกำเนิดแห่งมวลชีวิตของโลกนี้ไม่ใช่หรือ แล้วสาธยายว่า

“เพชรละอองทะเล จึงเป็นเพชรน้ำงาม ที่เชื่อกันว่าการกระจายแสงของมันสามารถกระจายพลังมหาสมุทรให้เอิบอาบไปทั่วเซลล์ของร่างกายมนุษย์แล้วปรับให้มันกลับสู่สมดุล”

แล้วอานุภาพก็สรุปว่าคนที่ฆ่ามาคัสเพื่อขโมยเพชร ละอองทะเลต้องเป็นคนที่รู้คุณสมบัติของเพชรเม็ดนี้ดี และที่สำคัญเขาคงเป็นโรคร้ายที่ต้องการรักษาด่วน

กุหลาบขาวฟังแล้วเคลียร์ตัวเองทันทีว่าตัดตนออกจากผู้ต้องสงสัยได้แล้วใช่ไหม

“ฟังนะ! พวกคุณๆล้วนเป็นโจรที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน จะทะเลาะกันเองทำไม” อานุภาพสรุป

แมวตาเพชรไม่เชื่อ กุหลาบขาวยืนยันว่าตนไม่เคยฆ่าพ่อแม่ใคร ทำงานปล้นเพชรจากขโมยไปคืนให้เจ้าของเพราะมีเป้าหมายสำคัญบางอย่าง ถามว่าแล้วเธอล่ะ แมวตาเพชรย้อนว่าเขาไม่มีสิทธิ์รู้ กุหลาบขาวบ่นว่าผู้หญิงแบบนี้น่าเบื่อ

“มัวแต่ฉะกันเองอยู่ได้ ป่านนี้ฆาตกรตัวจริงไปถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะ” อานุภาพเตือนสติ

ดาราวรรณถามว่าเราจะตามหาคนป่วยแบบนั้นที่ไหนล่ะ กุหลาบขาวชี้ว่ามันต้องไม่ใช่คนธรรมดา ต้องรวยและมีบารมี ที่สำคัญต้องโหดสุดๆ ดาราวรรณวิเคราะห์ว่า...

“แต่คนที่ฆ่าคนด้วยการแทงแผลเดียวตรงหัวใจให้ตายครั้งเดียวนี่ มันมีกี่คนกัน หรือมันจะจ้างฆ่าเพื่อชิงเพชรมา”

“คนที่ปฏิบัติการได้ระดับนี้และมีเพชรระดับนั้นอยู่ในมือ คิดเหรอว่ามันจะเอาไปให้คนอื่น” อานุภาพสะกิดให้คิด

ooooooo

โรมันกับรสลินคอยอยู่นอกห้องรักษาจนเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของเทวัญเงียบลง โรมันจะเข้าไปดู รสลินจับไว้บอกว่าพ่อสั่งไว้ว่าห้ามเข้า

ทันใดนั้นประตูห้องรักษาเปิดผางออก แสงสว่างจ้าจนโรมันกับรสลินต้องเอามือป้องหน้า เทวัญเดินออกมาอย่างแข็งแรง ร่างกายบึกบึนหนุ่มแน่น ทั้งสองมองตะลึง รสลินถลาเข้าไปถามว่าพ่อเป็นยังไงบ้าง โรมันถามว่าไม่ปวดหัวแล้วใช่ไหม ไม่เจ็บตรงไหนแล้วใช่ไหม เทวัญยิ้มอย่างเมตตาพลางพยักหน้า รสลินถามตื่นเต้นว่า “พ่อหายดีแล้วใช่ไหมคะ”

“เดี๋ยวเราก็จะรู้กัน” เทวัญตอบยิ้มมั่นใจ

เมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาล หมอดูผลการตรวจตะลึงบอกว่ามหัศจรรย์มาก เนื้อร้ายที่ลามไปทั้งสมองของเขาหายไปหมด เลือดดีมาก ค่าตับ ค่าไต ค่ามะเร็งเหมือนคนปกติ บอกเทวัญว่า “คุณหายขาดจากโรคร้ายแล้วครับ”

โรมันกระซิบกับรสลินอย่างอัศจรรย์ใจว่าเพชรรักษามะเร็งได้จริงๆ รสลินเอ่ยอย่างปีติว่าต่อไปนี้ครอบครัวเราคงพ้นทุกข์เสียที

“พ่อจะอยู่กับเราตลอดไป...” โรมันเอ่ย สองพี่น้องมองกันด้วยความดีใจสุดๆ

เวลาเดียวกับที่ดนุภพกำลังเคลียร์ปัญหาอยู่ที่โรงละครนั้น นพดลก็เดินหาเขาอย่างร้อนใจอยู่ที่สนามรักบี้ นภดลสงสัยว่าดนุภพไม่ได้อ่านข้อความของตน ดูรูปถ่ายเก่าๆของครอบครัวในวัยเด็กจากโทรศัพท์มือถือพึมพำ

“เราจะได้เจอกันอีกไหม?”

นภดลนั่งรออย่างกระวนกระวายจนห้าโมงกว่า ก็ยังบอกตัวเองอย่างมีความหวังว่า

“ต้องมาสิ...นายต้องช่วยฉันตามหาน้องบุษกับน้าเล็กให้เจอ!!”

ooooooo

ที่โรงละคร...อานุภาพเล่าตำนานเพชรให้ทุกคนฟังว่า...

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ผมเคยได้ยินชื่อ... เพชรเพลิงสุริยา ว่ากันว่ามีอานุภาพเป็นไฟแผดเผา ไม่ใช่ไฟธรรมดาแต่เป็นไฟทิพย์ ไฟทิพย์ที่ชุบกายชายชราให้หวนกับมาเป็นหนุ่มอีกครา”

อานุภาพเล่าตำนานของเพชรเพลิงสุริยาแล้วบอกว่า เมื่อยี่สิบปีก่อนถูกปล้นไปจากนั้นก็หายสาบสูญ ไม่เคยมีใครได้ยินอีกเลยมาจนทุกวันนี้ว่ามันอยู่ที่ใครกันแน่ ดนัยเทพถามอย่างตื่นเต้นว่า เพชรเพลิงสุริยาไฟที่ทำให้กลายเป็นหนุ่มได้ ส่วนเพชรละอองทะเลคือน้ำที่ทำให้ หายเจ็บป่วยจากโรคร้ายได้งั้นหรือ

“คนเราชนะอะไรก็ชนะได้ แต่ไม่มีวันชนะธรรม– ชาติ ชนะการเกิดแก่เจ็บตายได้ ตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ ผู้คนล้วนเฝ้าแสวงหาหนทางที่จะมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด นี่แหละอุดมคติสูงสุดที่ยังไม่มีใครเอื้อมถึง คือ ไม่แก่ ไม่เจ็บ” ดาราวรรณถามว่ามีเพชรอะไรอีกไหมที่ทำให้ไม่ตาย “เพชรประหลาดในตำนานไม่ได้มีแต่เพลิงสุริยา กับละอองทะเลที่เป็นเพชรเหนือเพชร ว่ากันว่ายังมีอีกสามเพชร...คือเกสรหิมะ หยาดพิรุณ และเนตรปฐพี!”

ทุกคนตื่นเต้นกับตำนานเพชร อานุภาพเล่าต่อว่า

“เพชรเม็ดนึงเป็นเพชรแห่งเสน่ห์มนตรา คนเกลียดเคียดแค้นจะกลับมารักกัน คนรักจะลุ่มหลงจนยอมเป็นทาส แม้กระทั่งตายแทนได้ ส่วนอีกเม็ดเป็นเพชรแห่งผืนแผ่นดิน เรียกฝนเรียกฟ้าให้ตกตามฤดูกาลได้ และเม็ดสุดท้าย เพชรแห่งความเป็นอมตะ ใครมีไว้จะอยู่ยงคงกระพัน ไม่มีใครพรากชีวิตไปจากเขาได้”

กุหลาบขาวสรุปว่างั้นก็เพชรอมตะนี่แหละที่เข้า ชุดไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย

“ฟันธงมาซิว่าเป็นเพชรเม็ดไหน เกสรหิมะ หยดพิรุณ หรือว่าเนตรปฐพี” ดาราวรรณถาม

“อันนี้แหละที่ไม่รู้! จบข่าวแต่เพียงเท่านี้ ไปล่ะ... ฟิ้ว!!” อานุภาพพลิ้วตัวหลบเข้าหลังม่านไปดื้อๆ กุหลาบ ขาวกับแมวตาเพชรวิ่งตามเข้าไป ทิ้งให้ดาราวรรณกับดนัยเทพยืนคุมเชิงกันอยู่ตรงนั้น

ooooooo

กุหลาบขาวกับแมวตาเพชรวิ่งตามอานุภาพ ไปที่หลังเวที แต่อานุภาพหายไปแล้วอย่างไร้ร่องรอย แมวตาเพชรสงสัยว่าอานุภาพหลอกพวกเราให้หลงทาง แต่ก็ติดใจเรื่องเพชรละอองทะเลบอกกุหลาบขาวว่า

“ต่อไปนี้ เพชรละอองทะเลอยู่ที่ใคร คนนั้นแหละที่ฆ่ามาคัส” แมวตาเพชรจะสืบฆาตกรจากเพชรละอองทะเล กุหลาบขาวถามพ่อแม่เธอถูกฆ่าตายหรือสาเหตุการตายเพราะถูกปล้นเพชรหรือเปล่า

“หุบปาก!” แมวตาเพชรตวาด บอกให้เขาตามหาเพชรละอองทะเลให้เจอ ตนก็จะหาด้วย กุหลาบขาวท้าให้แข่งกัน “แข่งไปนายก็แพ้” แมวตาเพชรปรามาส

ขณะดนุภพกับดนัยเทพนั่งรถกลับด้วยกัน ดนัยเทพบอกให้หลานชายต้องหยุดกิจกรรมทุกอย่าง พักฟื้นให้แผลหายดีก่อน ระหว่างนี้ตนก็จะหาข้อมูลเพชรสามเม็ดในตำนานเพื่อไปทำเป็นคอลเลกชั่น เพราะไม่มีใครเชื่อว่าเพชรจะทำอะไรแบบนั้นได้จริง ดนุภพบอกว่าตนอยากได้รายชื่อแขกที่มางานเลี้ยงทั้งหมดและประวัติการรักษาพยาบาลของทุกคนว่ามีใครเป็นโรคร้ายอะไรหรือเปล่า

ดนุภพเปิดมือถือหาข้อมูล จึงเจออีเมลจากนพดล เขารีบขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปทั้งที่ยังเจ็บแผลไปเจอนพดลกำลังจะกลับพอดี ต่างโผกอดกันด้วยความดีใจแต่ดนุภพเจ็บแผลและเสียเลือดอ่อนเพลียจนทรงกายไม่อยู่

นพดลรีบพาไปห้องพยาบาลของสนามรักบี้ถามว่าไปโดนอะไรมา ดนุภพบอกว่าแมวข่วน แต่นพดลเป็นหมอเขาดูออกว่าเป็นแผลถูกยิงและโดนของมีคมบาดเป็นแนวหลายแนว แต่ไม่บอกตอนนี้ก็ได้ ถามว่าเขาได้รับอีเมลของตนแล้วใช่ไหม ดนุภพบอกว่าได้รับแล้วและตนจะช่วยเขาตามหาน้าเล็กกับน้องบุษเอง...ตนไม่เคยลืมครอบครัวเขาที่ดีกับตนมาก...

ooooooo

นพดลกับดนุภพคุยกันถึงอดีต ดนุภพพูดอย่างสำนึกบุญคุณว่าพ่อแม่นพดลดูแลตนเหมือนลูก ทำให้เด็กที่ขาดพ่อแม่อย่างตนรู้สึกเหมือนมีครอบครัวอีกครั้ง พูดถึงบุษบากรน้องสาวน่ารักว่าชอบวาดรูป ทำอาหารและร้องเพลง

ดนุภพถามนพดลว่าจำสัญญาที่ตนให้ไว้ได้ไหม ว่าตนจะต้องหาไอ้ฆาตกรที่ฆ่าคุณลุงคุณป้าให้ได้ นพดลบอกว่ามันคือฆาตกรคนเดียวกับที่ฆ่ามหาราชามาคัส ฆ่าวิธีเดียวกันคือแทงทะลุที่หัวใจ

ทั้งสองคุยกันถึงน้าเล็กและน้องบุษ นพดลบอกว่าตนเจอน้าเล็กที่โรงพยาบาลแต่น้าเล็กจำตนไม่ได้ แม้จะจำทะเบียนรถได้ เช็กไปแล้วเป็นทะเบียนปลอม ดนุภพ บอกว่าไม่ต้องห่วง การที่นพดลได้เจอน้าเล็กก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าตนจะได้เจอน้องบุษเร็วๆนี้เหมือนกัน

คืนนี้ กันยิกาดูรูปครอบครัวในคอมฯแล้วน้ำตาไหล เมื่อดาราวรรณเข้ามา เธอพยายามปกปิดไม่ให้น้าเห็นความอ่อนแอ ปดน้าว่าหาวนอนเลยน้ำตาไหล แต่ดาราวรรณรู้ทันบอกว่าถ้ามันทำให้หลานสบายใจน้าก็จะเชื่อ

“หนูไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆหนูถึงอ่อนแออย่างนี้ แค่คิดถึงเรื่องวันนี้ทำให้หนูคิดถึงพ่อแม่ พี่ปราการ หนูพยายามแล้ว แต่มันห้ามไม่ได้”

“ก็ไม่ต้องห้าม ไม่ต้องฝืน คิดถึงก็คิดถึงสิ น้าก็คิดถึงทั้งพี่ใหญ่ พี่เขย ปราการ ทุกคนอยู่ในความทรงจำของน้า อยู่ในใจนี่...” กันยิกาบอกว่าตนเข้มแข็งได้

ทุกวันนี้ก็เพราะน้า “ยิกา หนูมีน้าแล้วก็ยังมีพิมพ์อีกคนนึงที่เป็นครอบครัวของหนู” พูดถึงพิมพ์ชลแล้ว ดาราวรรณฉุกคิดว่าทำไมป่านนี้ยังไม่กลับ
ที่แท้พิมพ์ชลแอบเอาขนมไปฝากประชาสัมพันธ์ไว้ให้นพดลที่คอนโดฯ แต่วันนี้เขามาพอดี พอรู้ว่าพิมพ์ชลเป็นคนฝากขนมไว้ให้จึงรู้ว่าเธอมาฝากไว้ทุกคืน บอกว่าไม่น่าลำบากเลย แต่ขนมของเธอก็ช่วยชีวิตตนไว้ทุกคืนชวนว่า ถ้าไม่รีบกลับ ไปดื่มกาแฟกันไหม

ขณะไปร้านกาแฟ ดาราวรรณโทร.ไปตามพิมพ์ชลด้วยความเป็นห่วง พิมพ์ชลรับสายอย่างไม่พอใจกลัวนพดลจะรู้ว่าตนรู้จักกับดาราวรรณที่แอบหึงหมออยู่ แยกไปรับสายพูดด้วยน้ำเสียงกระด้างไม่พอใจว่า ตนมีธุระและยังไม่กลับตอนนี้ ไม่ต้องมารับตนกลับเองได้ พูดตัดบทกลัวนพดลจะเจอกับดาราวรรณ

กันยิกาได้ยินพิมพ์ชลพูดไม่ดีกับน้าดาก็ไม่พอใจ ดาราวรรณบอกว่าอย่าถือสาเลย กันยิกาถามว่าบุญคุณต้องทดแทนใช่ไหม ถ้าตนหาตัวฆาตกรเจอจะถือว่าสิ้นสุดบุญคุณกันได้ไหม ตนอยากจบเรื่องบ้าๆพวกนี้เต็มทีแล้ว

ดาราวรรณได้แต่ฟังอย่างหนักใจที่กันยิกากับพิมพ์ชลไม่ลงรอยกันสักที

ooooooo

ผู้กองเอกราชกับหมวดเอดูกล้องวงจรปิดในจอคอมพิวเตอร์ ผิดสังเกตที่กล้องวงจรปิดสองตัวตั้งอยู่ติดกันแต่มีคนเดินผ่านกล้อง 1 ไป กว่าจะปรากฏภาพในกล้อง 2 กินเวลาถึง 7 นาที ทั้งที่ระหว่างกล้องสองตัวไม่มีทางแยกหรือซอกมุมเลย

หมวดเอเชื่อว่าต้องมีคนจงใจตัดบางช่วงของกล้องวงจรปิดไป 7 นาที เอกราชพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพากันไปที่ห้อง รปภ. เพื่อดูภาพทั้งหมดจากตึกนั้นอีกครั้ง ระหว่างทางเจอเสาวนุชเข้าพอดี เธอดักคอว่าจะไปดูไทม์มิ่งของกล้องวงจรปิดหรือเปล่านะ...เอกราชถามเสียงขุ่นว่าเธอรู้ได้ไง

เสาวนุชทำหน้าอมภูมิ เอกราชไม่อยากให้ใครได้ยินเลยจับเธอไว้ สั่งหมวดเอให้ไปเตรียมรถ ผู้กองวรุฒกับจ่าฉิวมาเห็นเอกราชจับเสาวนุชอยู่ก็สงสัยว่าต้องมีเรื่องสำคัญแน่จึงแอบฟัง ได้ยินเอกราชถามเสาวนุชว่าเธอรู้เรื่องกล้องได้ยังไง

เสาวนุชบอกว่าไม่เห็นยาก แค่ทำตัวเป็นมิตรกับตน บางทีตนอาจจะรู้อะไรมากกว่าเขาก็ได้ แค่ทำตัวสวยๆ ใสๆไม่มีพิษภัย เข้าถึงเบาะแสได้คล่องตัวกว่าเยอะ เอกราชบอกว่างั้นเธอทำของเธอไป แต่อย่าก้าวก่ายหรือล้ำเส้นตนเด็ดขาด

“มาดูกันว่าใครจะสืบเรื่องกล้องได้ก่อน” เสาวนุชท้า

วรุฒบอกจ่าฉิวว่าสองคนต้องพูดเรื่องกล้องวงจรปิดที่ตึกมาคัสตายแน่ๆ

“ถ้ามันดูกล้องมันก็ต้องเห็นสิว่าไม่ได้มีแค่ไอ้กุหลาบขาว แต่มีไอ้โม่งสามคนนั่นด้วย เหย...นั่นไม้ตายของผู้กองเลยนะ” จ่าฉิวกังวล

“มันจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้ ฉันไม่ปล่อยให้มันทำคดีนี้สำเร็จหรอก เราต่างหากที่จะเป็นคนทำสำเร็จ” วรุฒขึงขัง

ดังนั้น ระหว่างที่เอกราชกับหมวดเอกำลังวุ่นอยู่กับเสาวนุช วรุฒกับจ่าฉิวจึงชิงจะไปที่ห้อง รปภ.ก่อน แต่ไม่ทัน เพราะเอกราชกับจ่าฉิวจัดการลากเสาวนุชออกไปได้แล้วเดินลิ่วไปที่ห้อง รปภ.ทันที

แต่ดูกล้องวงจรปิดแล้วทุกกล้องไม่มีภาพ เอกราชถามว่าภาพหายไปไหนหมด รปภ.บ่นว่าเป็นไปได้ไง วันที่ตนก๊อปไฟล์ส่งให้ตำรวจภาพยังอยู่ครบ หมวดเอบอกว่าตนเช็กกล้องที่ลานจอดรถก็ไม่มีภาพเหมือนกัน เอกราชถามว่าใครลบภาพพวกนี้ รปภ.บอกว่าตนไม่รู้ตนไม่ได้ทำ ลูกน้องก็ไม่มีรหัสเข้ามาลบภาพพวกนี้ด้วย

เจอเหตุการณ์นี้เข้า เอกราชยิ่งเครียด

ฝ่ายเสาวนุชถูกลากออกไปแต่ไม่ยอมแพ้พยายามหาทางที่จะไปห้อง รปภ.ให้ได้ พอดีได้ยินวรุฒตำหนิจ่าฉิวเรื่องมาถึงช้าทำให้ไม่ทัน ถ้าเอกราชรู้ว่ากุหลาบขาวไม่เกี่ยวแล้วจับตัวคนร้ายตัวจริงได้ก็อย่าหวังเลื่อนขั้นเลยจ่า เสาวนุชหลบวูบกลัวจะถูกไล่ไปอีก ได้ยินวรุฒบอกจ่าฉิวว่า

“ฉันไม่ยอมกลับไปอย่างคนล้มเหลวหรอก” จ่าฉิวถามว่างั้นบุกเข้าไปในห้อง รปภ.เลยไหม “เอ๊ย...แบบนั้นมันก็รู้สิว่าเราตามมันมา”

เสาวนุชแอบอยู่ในห้องเก็บของเผลอชนลังล้มดังโครม วรุฒได้ยินบอกให้จ่าฉิวเข้าไปดู ทันใดนั้นเสียงเอกราชถามขึ้นว่า “นายสองคนมาทำอะไร”
วรุฒบอกว่าพาลูกน้องมาเลี้ยงชาบู เอกราชแย้งว่าตรงนี้ไม่ใช่ร้านชาบู

“ก็...ฉันได้ยินเสียงอะไรแปลกๆในห้องนี้ แต่ไม่เห็นมีอะไร สงสัยจะหนู” วรุฒหลอกถามว่าแล้วเขามาทำไม มาสืบเรื่องมาคัสหรือ ได้ภาพจากกล้องแล้ว รู้ตัวคนร้ายแล้วสิ เอกราชตัดบทว่าเขาสนใจเรื่องชาบู ไปเถอะ แล้วชวนทั้งหมดผละไปอย่างหงุดหงิด จ่าฉิวว่าเอกราชอมภูมิไม่ยอมบอกเราว่าสืบถึงไหน

วรุฒบอกว่ามันคงไม่ได้อะไรเพิ่มเติมแน่ จ่าฉิวพาซื่อถามว่ามันไม่เห็นภาพในกล้องวงจรปิดหรือ

“มันอาจจะตาถั่วหรือไม่ โชคก็เข้าข้างเรา” วรุฒยิ้มสะใจแล้วชวนจ่าไปกินชาบูกันดีกว่าไหนๆก็มาแล้ว จ่าฉิวดีใจนึกว่าวรุฒจะเลี้ยง แต่แล้วก็จ๋อยเมื่อเขาบอกว่า “หาญครึ่งซิวะ”

เสาวนุชใจหายใจคว่ำอยู่ในห้องเก็บของ พอรู้ว่าข้างนอกไปกันหมดแล้วก็มองไปรอบๆ สะดุดตาที่แผนผังแสดงตำแหน่งบุคคลในตึกจึงเดินไปดู เธอตกใจเมื่อรู้ว่า เทวัญเป็นหุ้นส่วนร่วมกับผู้บริหารอยู่ด้วย

ooooooo

อ่านละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ตอนที่ 3 วันที่ 30 พ.ย.59

ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร บทประพันธ์โดย : จันทริกา
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์, ปวิตา ขาวสำอางค์
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร กำกับการแสดงโดย : ฉัตรชัย นาคสุริยะ, กีรติ นาคอินทนนท์
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี บราเธอร์ จำกัด
ละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง กุหลาบตัดเพชร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ